พิธา ล่องเรือหนุน ‘เก่ง นันทิยา’ ชิงนายก อบจ.สมุทรสงคราม
https://www.matichon.co.th/politics/local-election/news_5025849
พิธา ล่องเรือหาเสียงดัน ‘เก่ง นันทิยา’ เป็นนายก อบจ.สมุทรสงคราม ชูนโยบายท่องเที่ยว ขอประชาชน 1 ก.พ. ออกไปเลือกตั้ง อบจ.ประชาชน
เมื่อวันที่ 30 มกราคม นาย
พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตก้าวไกล ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน เดินทางไปช่วยหาเสียง
‘เก่ง’ นางนันทิยา ลิขิตอำนวยชัย ผู้สมัครนายก อบจ.สมุทรสงคราม เบอร์ 2 พรรคประชาชน โดยนายพิธา นางนันทิยา พร้อมด้วยผู้สมัคร ส.อบจ. พรรคประชาชน ได้ลงเรือล่องคลองโพงพางและคลองประชาชมชื่น ซึ่งเป็นคลองสายสำคัญที่ประชาชนในพื้นที่ใช้ในการเกษตร เป็นเส้นทางคมนาคมและการท่องเที่ยว
นาง
นันทิยากล่าวกับประชาชนสองฝั่งคลองว่า นโยบายสำคัญของตนคือการดูแลการท่องเที่ยวให้กับสมุทรสงคราม ดึงเงินจากนักท่องเที่ยวมาสู่พี่น้องประชาชนและชุมชน ด้าน
พิธาเชิญชวนประชาชนให้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ เลือกนันทิยาเบอร์ 2 เป็นนายก อบจ. คนต่อไปของสมุทรสงคราม
จากนั้นเดินทางถึงตลาดอัมพวา ขึ้นรถแห่และแวะทักทายประชาชนที่ตลาดนัดวัดคริสต์ ก่อนจบการแห่หาเสียงที่วัดเพชรสมุทรวรวิหาร ตลอดกิจกรรมมีประชาชนเข้ามาขอถ่ายภาพและส่งกำลังใจให้ทีมพรรคประชาชนจำนวนมาก
โรม มาตามนัด ฟังคำตัดสิน คดีส.ว.อุปกิต ฟ้องหมิ่น 100 ล้าน ล่าสุด ศาลยกฟ้องแล้ว
https://www.matichon.co.th/local/crime/news_5025993
ส.ส.โรม มาตามนัด เข้าฟังศาลพิพากษากรณี ส.ว.อุปกิต ฟ้องหมิ่นประมาท มั่นใจ คำพิพากษาจะออกมาเป็นใจ เผยเลือกตั้งนายกอบจ.วันพรุ่งนี้ ปชช.จะให้โอกาสพรรคปชน.เข้าไปบริหาร
เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นาย
รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวก่อนเข้าฟังคำพิพากษาของศาลที่นาย
อุปกิต ปาจรียางกูร อดีต ส.ว.เป็นโจทก์ฟ้องในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ฯ พร้อมเรียกค่าเสียหายจำนวน 100 ล้านบาท
นาย
รังสิมันต์ กล่าวว่า ในวันนี้ตนไม่มีความกังวลเกี่ยวกับการเข้าฟังคำพิพากษา แต่กังวลในเรื่องอื่นอย่างปัญหาคอลเซ็นเตอร์ที่รัฐบาลจะต้องเร่งปราบปรามให้ได้มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรคงจะได้ทราบผลพิพากษาในเร็วๆนี้อย่างแน่นอน ส่วนตัวของตนยังยืนยันเหมือนเดิมว่า การที่ตนทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน มีหน้าที่ในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลและข้อมูลในการอภิปรายครั้งนั้น ไม่ได้จินตนาการขึ้นมาเอง มีพยานหลักฐานและเอกสารของรัฐเป็นตัวยืนยันอยู่แล้ว
นาย
รังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ตนขอยืนยันว่า การอภิปรายในครั้งนั้น ไม่ได้เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างตนและนาย
อุปกิตอย่างแน่นอน แต่เป็นเรื่องความต้องการของตน ที่อยากขจัดสิ่งที่ไม่ดีเพื่อให้สังคมนี้ดีขึ้น ดังนั้นการทำหน้าที่ของตนถือเป็นการทำหน้าที่ตามที่ตนต้องทำอยู่แล้ว และยืนยันว่าไม่ได้รู้จักกับนาย
อุปกิตเป็นการส่วนตัว มารู้จักตอนที่ได้เห็นเอกสารเกี่ยวกับพยานหลักฐานต่าง ๆ
เมื่อถามว่าในวันนี้มีความมั่นใจในคำพิพากษาของศาลหรือไม่ นาย
รังสิมันต์ กล่าวอีกว่า คิดว่าจากการสืบพยานหลักฐานต่าง ๆ ในขั้นศาลแล้ว มั่นใจว่าผลการพิพากษาในวันนี้ไม่น่าจะออกมาในแบบที่เป็นผลร้าย ประกอบกับก่อนหน้านี้ก็เคยมีคำพิพากษาในคดีแพ่งที่ศาลพิพากษาให้ตนชนะคดีแล้ว วันนี้จึงมั่นใจและหวังว่าผลการพิพากษาจะออกมาตามที่ได้หวังไว้ได้ด้วยดี
ล่าสุด เวลา 10.00 น. นาย
รังสิมันต์ ได้เผยผ่านแอปพลิเคชั่นเอกซ์ว่า
“
ข่าวดีวันนี้ ศาลยกฟ้องคดีที่อดีต ส.ว. อุปกิต ฟ้องผมในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา สืบเนื่องจากการอภิปรายของผมในสภา และการเผยแพร่เนื้อหาดังกล่าวในโลกออนไลน์ ศาลยืนยันในเรื่องเอกสิทธิ์ของ ส.ส. ในการอภิปรายต่อการบริหารราชการแผ่นดิน และตรวจสอบรัฐบาล และยืนยันว่า การเผยแพร่เพื่อให้ประชาชนรับรู้รับทราบในปัญหาดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่ ส.ส. ด้วย”
https://x.com/RangsimanRome/status/1885159330426868098
แอตต้า โอดปมซิงซิงทำเที่ยวตรุษจีนกร่อย หวังรัฐบี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์สิ้นซาก
https://www.matichon.co.th/economy/news_5025775
นาย
ศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า เทศกาลตรุษจีน วันที่ 29 มกราคม ที่ผ่านมานั้น ถือว่าไม่ได้เป็นอย่างที่คาดหวังไว้ เพราะบรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงตรุษจีนน่าจะคึกคักได้มากกว่านี้ หากไม่เกิดกรณีนักแสดงจีน ซิงซิง ที่หายตัวไปบริเวณชายแดนเพื่อนบ้านของไทย จนเกิดคำถามเรื่องความปลอดภัยในการเข้ามาเที่ยวไทยจากนักท่องเที่ยวจีนในภาพรวม โดยเฉพาะบนโลกออนไลน์ที่กระแสข่าวแพร่กระจายออกไปเร็วมาก ซึ่งจากการประเมินข้อมูลและตัวเลขที่มีพบว่า นักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวเอง (เอฟไอที) หายไปประมาณ 10-20% ส่วนกรุ๊ปทัวร์หายไปสูงกว่านั้น แม้ยังมีเข้ามาให้เห็นอยู่บ้าง แต่ตามหลักการจะต้องมีมากกว่านี้ เพราะเป็นช่วงเทศกาลท่องเที่ยวหลักของชาวจีน ที่ทุกคนหวังว่าจะคึกคักมากกว่าตัวเลขในปัจจุบัน
นาย
ศิษฎิวัชร กล่าวว่า กระแสข่าวเชิงลบของประเทศไทยเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงที่ผ่านมา เป็นผลกระทบต่อเนื่องแบบรุนแรงขึ้นเป็นระลอกๆ โดยเฉพาะเมื่อมีข่าวการถูกลักพาตัว ตอกย้ำภาพยนตร์ที่เผยให้เห็นการทำงานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และขบวนการค้ามนุษย์ ซึ่งกรณีนักแสดงจีนเหมือนในหนังมาก กระแสเชิงลบบนโลกออนไลน์ของจีน ทั้งข่าวจริงและไม่จริงก็รุนแรงมาก ทำให้การออกมาเคลื่อนไหวของฝ่ายความมั่นคงและตัวแทนรัฐบาลจีนที่ประกาศเอาจริงเอาจังเป็นภาพเชิงบวกมากขึ้น หากปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้น อย่างน้อยมีการอธิบายออกมา ข่าวเชิงลบของไทยจะลดลงได้ แต่ประเทศไทยก็ต้องแก้ไขปัญหาให้ได้จริงๆ เพราะข่าวที่ออกมามีผลกระทบกับนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงมาก ไม่ว่าจะเคยมาเที่ยวแล้วหรือมาเที่ยวใหม่
“
หลังพ้นเทศกาลตรุษจีนไปแล้ว จะเป็นของจริงที่ต้องเผชิญว่านักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจีนจะลดลงมากน้อยเท่าใด ถือเป็นความกังวลของผู้ประกอบการแน่นอน แต่อีกมุมก็ถือเป็นความหวังด้วยเช่นกัน เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของไทยในสายตาต่างชาติจนโด่งดังไปไกล ทั้งในประเทศเพื่อนบ้านด้วย ทำให้หน่วยงานด้านความมั่นคงมีความเอาใจใส่ในการแก้ไขปัญหาแบบจริงจังมากขึ้น รวมถึงรัฐบาลจีนที่ต้องการแก้ไขปัญหา หากผ่านพ้นไปได้ดี สามารถปราบปรามได้แบบสิ้นซาก คาดว่าความเชื่อมั่นของคนไทยก็จะดีขึ้น นักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะจีนก็จะดีขึ้นด้วย เพราะเห็นแล้วว่าเรามีการจัดการแบบจริงจัง” นาย
ศิษฎิวัชร กล่าว
นาย
ศิษฎิวัชร กล่าวว่า ในวันที่ 5-8 กุมภาพันธ์ 2568 นางสาว
แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เตรียมเดินทางเยือนจีน เพื่อหารือร่วมกับ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ในโอกาสที่ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่าง 2 ประเทศครบรอบ 50 ปีด้วย มองว่านายกฯ ต้องใช้โอกาสนี้ในการสร้างความสัมพันธ์ไมตรีที่ดียิ่งขึ้น สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวจีนที่รัฐบาลได้หารือกัน ส่งเสริมการท่องเที่ยวซึ่งกันและกัน เพราะคนไทยก็ไปเที่ยวประเทศจีนเพิ่มขึ้นเช่นกัน จึงอยากให้นายกฯ สื่อสารกับ
สี จิ้นผิง เข้าใจถึงการท่องเที่ยวระหว่างกัน และสร้างความมั่นใจมากขึ้น เพราะการกระจายข่าวสาร หรือข้อมูลต่าง ของจีนเข้มแข็งมาก หากรัฐบาลจีนสามารถช่วยย้ำความปลอดภัยในการเที่ยวไทยได้ ความเชื่อมั่นจะฟื้นกลับมาเร็วขึ้น
JJNY : พิธาล่องเรือหนุน‘นันทิยา’│โรมมาตามนัด คดีอุปกิต ศาลยกฟ้อง│แอตต้าโอดปมซิงซิงทำตรุษจีนกร่อย│อีโบลาระบาดในยูกันดา
https://www.matichon.co.th/politics/local-election/news_5025849
เมื่อวันที่ 30 มกราคม นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตก้าวไกล ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน เดินทางไปช่วยหาเสียง ‘เก่ง’ นางนันทิยา ลิขิตอำนวยชัย ผู้สมัครนายก อบจ.สมุทรสงคราม เบอร์ 2 พรรคประชาชน โดยนายพิธา นางนันทิยา พร้อมด้วยผู้สมัคร ส.อบจ. พรรคประชาชน ได้ลงเรือล่องคลองโพงพางและคลองประชาชมชื่น ซึ่งเป็นคลองสายสำคัญที่ประชาชนในพื้นที่ใช้ในการเกษตร เป็นเส้นทางคมนาคมและการท่องเที่ยว
นางนันทิยากล่าวกับประชาชนสองฝั่งคลองว่า นโยบายสำคัญของตนคือการดูแลการท่องเที่ยวให้กับสมุทรสงคราม ดึงเงินจากนักท่องเที่ยวมาสู่พี่น้องประชาชนและชุมชน ด้านพิธาเชิญชวนประชาชนให้ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันเสาร์ที่ 1 กุมภาพันธ์นี้ เลือกนันทิยาเบอร์ 2 เป็นนายก อบจ. คนต่อไปของสมุทรสงคราม
จากนั้นเดินทางถึงตลาดอัมพวา ขึ้นรถแห่และแวะทักทายประชาชนที่ตลาดนัดวัดคริสต์ ก่อนจบการแห่หาเสียงที่วัดเพชรสมุทรวรวิหาร ตลอดกิจกรรมมีประชาชนเข้ามาขอถ่ายภาพและส่งกำลังใจให้ทีมพรรคประชาชนจำนวนมาก
โรม มาตามนัด ฟังคำตัดสิน คดีส.ว.อุปกิต ฟ้องหมิ่น 100 ล้าน ล่าสุด ศาลยกฟ้องแล้ว
https://www.matichon.co.th/local/crime/news_5025993
ส.ส.โรม มาตามนัด เข้าฟังศาลพิพากษากรณี ส.ว.อุปกิต ฟ้องหมิ่นประมาท มั่นใจ คำพิพากษาจะออกมาเป็นใจ เผยเลือกตั้งนายกอบจ.วันพรุ่งนี้ ปชช.จะให้โอกาสพรรคปชน.เข้าไปบริหาร
เมื่อวันที่ 31 มกราคม ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวก่อนเข้าฟังคำพิพากษาของศาลที่นายอุปกิต ปาจรียางกูร อดีต ส.ว.เป็นโจทก์ฟ้องในความผิดฐานหมิ่นประมาทผู้อื่นโดยการโฆษณา ฯ พร้อมเรียกค่าเสียหายจำนวน 100 ล้านบาท
นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ในวันนี้ตนไม่มีความกังวลเกี่ยวกับการเข้าฟังคำพิพากษา แต่กังวลในเรื่องอื่นอย่างปัญหาคอลเซ็นเตอร์ที่รัฐบาลจะต้องเร่งปราบปรามให้ได้มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรคงจะได้ทราบผลพิพากษาในเร็วๆนี้อย่างแน่นอน ส่วนตัวของตนยังยืนยันเหมือนเดิมว่า การที่ตนทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้าน มีหน้าที่ในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลและข้อมูลในการอภิปรายครั้งนั้น ไม่ได้จินตนาการขึ้นมาเอง มีพยานหลักฐานและเอกสารของรัฐเป็นตัวยืนยันอยู่แล้ว
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ตนขอยืนยันว่า การอภิปรายในครั้งนั้น ไม่ได้เป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างตนและนายอุปกิตอย่างแน่นอน แต่เป็นเรื่องความต้องการของตน ที่อยากขจัดสิ่งที่ไม่ดีเพื่อให้สังคมนี้ดีขึ้น ดังนั้นการทำหน้าที่ของตนถือเป็นการทำหน้าที่ตามที่ตนต้องทำอยู่แล้ว และยืนยันว่าไม่ได้รู้จักกับนายอุปกิตเป็นการส่วนตัว มารู้จักตอนที่ได้เห็นเอกสารเกี่ยวกับพยานหลักฐานต่าง ๆ
เมื่อถามว่าในวันนี้มีความมั่นใจในคำพิพากษาของศาลหรือไม่ นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า คิดว่าจากการสืบพยานหลักฐานต่าง ๆ ในขั้นศาลแล้ว มั่นใจว่าผลการพิพากษาในวันนี้ไม่น่าจะออกมาในแบบที่เป็นผลร้าย ประกอบกับก่อนหน้านี้ก็เคยมีคำพิพากษาในคดีแพ่งที่ศาลพิพากษาให้ตนชนะคดีแล้ว วันนี้จึงมั่นใจและหวังว่าผลการพิพากษาจะออกมาตามที่ได้หวังไว้ได้ด้วยดี
ล่าสุด เวลา 10.00 น. นายรังสิมันต์ ได้เผยผ่านแอปพลิเคชั่นเอกซ์ว่า
“ข่าวดีวันนี้ ศาลยกฟ้องคดีที่อดีต ส.ว. อุปกิต ฟ้องผมในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา สืบเนื่องจากการอภิปรายของผมในสภา และการเผยแพร่เนื้อหาดังกล่าวในโลกออนไลน์ ศาลยืนยันในเรื่องเอกสิทธิ์ของ ส.ส. ในการอภิปรายต่อการบริหารราชการแผ่นดิน และตรวจสอบรัฐบาล และยืนยันว่า การเผยแพร่เพื่อให้ประชาชนรับรู้รับทราบในปัญหาดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของหน้าที่ ส.ส. ด้วย”
https://x.com/RangsimanRome/status/1885159330426868098
แอตต้า โอดปมซิงซิงทำเที่ยวตรุษจีนกร่อย หวังรัฐบี้แก๊งคอลเซ็นเตอร์สิ้นซาก
https://www.matichon.co.th/economy/news_5025775
นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า เทศกาลตรุษจีน วันที่ 29 มกราคม ที่ผ่านมานั้น ถือว่าไม่ได้เป็นอย่างที่คาดหวังไว้ เพราะบรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงตรุษจีนน่าจะคึกคักได้มากกว่านี้ หากไม่เกิดกรณีนักแสดงจีน ซิงซิง ที่หายตัวไปบริเวณชายแดนเพื่อนบ้านของไทย จนเกิดคำถามเรื่องความปลอดภัยในการเข้ามาเที่ยวไทยจากนักท่องเที่ยวจีนในภาพรวม โดยเฉพาะบนโลกออนไลน์ที่กระแสข่าวแพร่กระจายออกไปเร็วมาก ซึ่งจากการประเมินข้อมูลและตัวเลขที่มีพบว่า นักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวเอง (เอฟไอที) หายไปประมาณ 10-20% ส่วนกรุ๊ปทัวร์หายไปสูงกว่านั้น แม้ยังมีเข้ามาให้เห็นอยู่บ้าง แต่ตามหลักการจะต้องมีมากกว่านี้ เพราะเป็นช่วงเทศกาลท่องเที่ยวหลักของชาวจีน ที่ทุกคนหวังว่าจะคึกคักมากกว่าตัวเลขในปัจจุบัน
นายศิษฎิวัชร กล่าวว่า กระแสข่าวเชิงลบของประเทศไทยเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงที่ผ่านมา เป็นผลกระทบต่อเนื่องแบบรุนแรงขึ้นเป็นระลอกๆ โดยเฉพาะเมื่อมีข่าวการถูกลักพาตัว ตอกย้ำภาพยนตร์ที่เผยให้เห็นการทำงานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และขบวนการค้ามนุษย์ ซึ่งกรณีนักแสดงจีนเหมือนในหนังมาก กระแสเชิงลบบนโลกออนไลน์ของจีน ทั้งข่าวจริงและไม่จริงก็รุนแรงมาก ทำให้การออกมาเคลื่อนไหวของฝ่ายความมั่นคงและตัวแทนรัฐบาลจีนที่ประกาศเอาจริงเอาจังเป็นภาพเชิงบวกมากขึ้น หากปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้น อย่างน้อยมีการอธิบายออกมา ข่าวเชิงลบของไทยจะลดลงได้ แต่ประเทศไทยก็ต้องแก้ไขปัญหาให้ได้จริงๆ เพราะข่าวที่ออกมามีผลกระทบกับนักท่องเที่ยวต่างชาติสูงมาก ไม่ว่าจะเคยมาเที่ยวแล้วหรือมาเที่ยวใหม่
“หลังพ้นเทศกาลตรุษจีนไปแล้ว จะเป็นของจริงที่ต้องเผชิญว่านักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะจีนจะลดลงมากน้อยเท่าใด ถือเป็นความกังวลของผู้ประกอบการแน่นอน แต่อีกมุมก็ถือเป็นความหวังด้วยเช่นกัน เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของไทยในสายตาต่างชาติจนโด่งดังไปไกล ทั้งในประเทศเพื่อนบ้านด้วย ทำให้หน่วยงานด้านความมั่นคงมีความเอาใจใส่ในการแก้ไขปัญหาแบบจริงจังมากขึ้น รวมถึงรัฐบาลจีนที่ต้องการแก้ไขปัญหา หากผ่านพ้นไปได้ดี สามารถปราบปรามได้แบบสิ้นซาก คาดว่าความเชื่อมั่นของคนไทยก็จะดีขึ้น นักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะจีนก็จะดีขึ้นด้วย เพราะเห็นแล้วว่าเรามีการจัดการแบบจริงจัง” นายศิษฎิวัชร กล่าว
นายศิษฎิวัชร กล่าวว่า ในวันที่ 5-8 กุมภาพันธ์ 2568 นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เตรียมเดินทางเยือนจีน เพื่อหารือร่วมกับ สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ในโอกาสที่ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่าง 2 ประเทศครบรอบ 50 ปีด้วย มองว่านายกฯ ต้องใช้โอกาสนี้ในการสร้างความสัมพันธ์ไมตรีที่ดียิ่งขึ้น สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวจีนที่รัฐบาลได้หารือกัน ส่งเสริมการท่องเที่ยวซึ่งกันและกัน เพราะคนไทยก็ไปเที่ยวประเทศจีนเพิ่มขึ้นเช่นกัน จึงอยากให้นายกฯ สื่อสารกับสี จิ้นผิง เข้าใจถึงการท่องเที่ยวระหว่างกัน และสร้างความมั่นใจมากขึ้น เพราะการกระจายข่าวสาร หรือข้อมูลต่าง ของจีนเข้มแข็งมาก หากรัฐบาลจีนสามารถช่วยย้ำความปลอดภัยในการเที่ยวไทยได้ ความเชื่อมั่นจะฟื้นกลับมาเร็วขึ้น