อ่านย้อนหลัง Ch 1-2
https://ppantip.com/topic/43274104
อ่านย้อนหลัง Ch 3-4
https://ppantip.com/topic/43275062
อ่านย้อนหลัง Ch 5
https://ppantip.com/topic/43276252
อ่านย้อนหลัง Ch 6
https://ppantip.com/topic/43277958
อ่านย้อนหลัง Ch 7
https://ppantip.com/topic/43279100
อ่านย้อนหลัง Ch 8
https://ppantip.com/topic/43280746
Chapter 9 อีกสักครั้ง
เช้าวันต่อมาผมตื่นขึ้นมาตั้งแต่ 7 โมงและนอนต่อไม่หลับเหมือนเคย ขณะที่วิวยังหลับอยู่ ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเธอทำงานเสร็จและได้นอนกี่โมง ผมลุกจากที่นอน ลงมาที่ครัวและกดน้ำร้อนชงกาแฟดำเหมือนที่ชงดื่มเป็นประจำทุกเช้า บ้านผมที่ต่างจังหวัดใช้น้ำร้อนจากกาน้ำร้อนไฟฟ้าอัตโนมัติ ขณะที่ผมตอนอยู่คอนโดจะเอากาน้ำจริงๆ ต้มน้ำให้เดือดด้วยเตา สิ่งนี้ทำให้ใครประหลาดใจหลายคนเมื่อได้ชิมกาแฟที่ผมชง แม้จะใช้กาแฟสำเร็จรูปธรรมดาๆ ว่ามันให้รสชาดกาแฟที่แตกต่างกัน เพราะกาต้มน้ำไฟฟ้าอัตโนมัติ ให้ความร้อนไม่เท่าน้ำต้มเดือดจริงๆ และความร้อนของน้ำนี่เองที่เป็นปัจจัยใหญ่ที่ส่งผลกับรสชาดกาแฟ
.
ผมนั่งลงที่โต๊ะทานข้าวจิบกาแฟ ในบ้านเงียบเชียบเพราะยังไม่มีใครตื่น มีเพียงเสียงนกและไก่ป่าที่ส่งเสียงดังจากนอกบ้านเข้ามาเป็นระยะ ผมเปิดมือถือขึ้นดูรูปที่น้องพีชส่งให้ผมเมื่อคืน ผมเพิ่งสังเกตุว่าเธอใส่สร้อยที่ผมให้เธอมาด้วย มีคำถามมากมายในหัวว่าผมควรทำยังไงดี ขณะที่ผมรู้สึกดีเหลือเกินกับท่าทีของน้องพีชเมื่อคืน แต่ผมก็ไม่รู้เลยว่ามันเป็นเพียงเพราะเธอแค่ต้องการใครสักคนที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย หรือผมมีความสำคัญกับเธอจริงๆ กันแน่ ผมเป็นแค่เครื่องมืออะไรบางอย่างที่ช่วยให้เธอสบายใจเท่านั้น หรือผมมีความสำคัญจริงๆ ผมสับสน ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกแย่ น้ำตาผมเอ่อขึ้นมาตอนคุณพ่อเดินออกจากห้องนอนมาพอดี ผมปิดมือถือกลั้นและกลืนน้ำตาลงไปแล้วกล่าวทักทายก่อนจะลุกขึ้นไปชงกาแฟให้คุณพ่อ
.
ตั้งแต่ผมเรียนจิตบำบัดเพื่อรักษาอาการ PTSD ของตัวเองที่เป็นต้นตอของอาการซึมเศร้าและโรควิตกกังวลของผม ทำให้ผมเข้าใจตัวเองมากขึ้น กลไกการปกป้องตัวเองอัตโนมัติด้วยการเก็บกด และผลักไสอารมณ์ไม่ดีต่างๆ ลดลง มันทำให้เรารับรู้อารมณ์เราได้ตามจริงแบบที่คนปกติธรรมดามีกันได้ อย่างความโกรธความเศร้าก็สามารถถูกรับรู้และเมื่อเรารับรู้มันได้ มันก็สามารถถูกจัดการและบำบัดได้ แต่สำหรับคนเป็นพ่อ มันเป็นเรื่องยากที่เค้าจะยอมรับได้ว่าตัวเองเป็นสาเหตุที่ทำให้เราเป็นเช่นนี้ โดยเฉพาะในกรณีของพ่อผม ที่เค้าก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แม่คิดสั้นและจบชีวิตตัวเองลงเมื่อตอนผมสี่ขวบเช่นกัน
.
หลังจากที่คุณแม่จากไป เหตุการณ์นั้นคงได้ทิ้งรอยแผลขนาดใหญ่ให้คุณพ่ออย่างไม่ต้องสงสัย และผมเชื่อว่าคุณพ่อเองก็คงพยายามอย่างมากที่จะไม่ปล่อยให้เรื่องที่เกิดขึ้นกับแม่มาเกิดซ้ำกับผม เพราะผมเหมือนแม่มาก แต่ก็ราวกับตลกร้ายที่การที่ยิ่งคุณพ่อทำอะไรๆ กลับทำให้อะไรมันแย่ลงจนผมเกือบเดินรอยตามแม่ไปเมื่อหลายปีก่อน
.
การเรียนจิตบำบัดทำให้ผมเปลี่ยนไป แม้จะไม่ได้เคลียทุกอย่างได้หมดจด เพราะมันเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลา แต่มันก็ทำให้ผมดีขึ้น ไม่ถูกอาการซึมเศร้ารบกวน ไม่ต้องทานยา และคุณพ่อก็มีท่าทีที่เปลี่ยนไปกับผมด้วย แม้ท่านจะทำใจรับความจริงไม่ได้ว่าท่านเองก็หนีไม่พ้นทำประวัติศาสตร์ซ้ำรอยที่เกิดกับแม่มาเกิดซ้ำกับผม แต่ลึกๆ ผมรู้ว่าท่านก็รู้ตัว แต่ถึงยังไง นั่นเป็นปัญหาของพ่อที่ผมทำอะไรไม่ได้ นอกจากแค่ไม่ทำให้อะไรมันแย่ลง ผมไม่สามารถนั่งคุยกับพ่อได้นานกว่า 2-3 นาที เพราะภายในใจผมมันยังคงต่อต้าน ผมจึงเล่าอัพเดทเรื่องอาการป่วยของผมให้ท่านฟังไม่กี่คำ แล้วผมก็ขอตัวไปดูวิวที่น่าจะยังหลับอยู่
“เป็นไง เมื่อคืนนอนกี่โมง” ผมนั่งลงบนเตียงข้างๆ วิวที่ยังหลับอยู่
“เค้าปิดคอมตอนตีห้า” วิวพูดด้วยเสียงงัวเงีย
ผมคิดว่าควรปล่อยให้เธอนอนต่อ จึงบอกให้เธอพักผ่อน แล้วเดินออกมาที่เรือนกล้วยไม้ที่หลังบ้าน
.
“สวัสดีค่ะ” น้องพีชรับสาย เธอตื่นเช้ากว่าที่ผมคิด
“ตื่นละเหรอ เมื่อคืนกลับมากี่โมงคะ”
“ถึงห้องเกือบตีสี่แน่ะ” เธอตอบ
“เพื่อนได้มาส่งมั้ย“
”ค่ะ“
”ละนี่กินอะไรรึยัง“ พอถามเสร็จ พีชก็กดวิดีโอคอลหาผม เผยให้เห็นเสื้อกล้ามสีเทากับกางเกงขาสั้นที่เธอใส่นอน ในมือกำลังใช้มีดหั่นแหนมแท่งที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อใต้คอนโดทาน
”กินแหนมแคลงใจค่ะ พี่ล่ะคะ กินอะไรรึยัง“ เธอเล่นมุกละถามผมกลับ
”พี่เพิ่งกินกาแฟไป“
”แหวะ“ เธอแกล้งทำเสียงเหมือนจะอาเจียนแล้วหัวเราะ ทุกครั้งที่บอกว่าผมทานกาแฟ เธอจะทำเสียงแบบนี้ล้อเลียนผมเสมอ เพราะเธอไม่ชอบกลิ่นลมหายใจที่มีกลิ่นกาแฟ แต่เป็นผมเองที่กลับขำไม่ออกและถอนหายใจออกมาแทนเพราะรู้สึกถึงอะไรหนักๆ แน่นๆ ในอก
“พี่โอเคมั้ย” น้องพีชถามเมื่อเห็นผมนิ่ง
“ไม่รู้เหมือนกัน” ผมตอบแบบไม่รู้จะอธิบายยังไง
“พี่ร้องไห้เหรอ” พีชถามอีก เธอเพิ่งสังเกตุว่าผมตาบวมนิดๆ และคล้ำ
“พี่ไม่เป็นไรหรอก แค่นอนไม่ค่อยหลับ“
“เพราะหนูเหรอ”
“…..” ผมไม่อยากตอบว่าใช่ แต่ก็ไม่อยากโกหกเธอเหมือนกัน
“ขอโทษค่ะ” ความน่ารักอย่างหนึ่งของเธอ คือทุกครั้งที่เธอพูดขอโทษ น้ำเสียงเธอจะสลดลง และทำให้รู้สึกได้ว่าเธอรู้สึกเสียใจจริงๆ
“ละเมื่อคืนเค้าได้โทรหาเรามั้ย” ผมจำได้ พีชตัดพ้อคนคนนั้นให้ผมฟัง ว่าเหมือนเค้าไม่เป็นห่วงกันเลย แม้การพูดถึงคนคนนั้นจะทำให้ผมช้ำใจ แต่ผมก็อยากจะรับรู้ทุกเรื่องของเธออยู่ดี น้องพีชส่ายหน้า
“ช่างเค้าเถอะค่ะ” พีชพูด ผมคิดเอาเองว่าเธอคงไม่อยากพูดถึงคนคนนั้นให้ผมฟัง การตัดบทนี้กลับทำน้ำตาผมเอ่อออกมาโดยไม่ทันรู้ตัว ผมหันหน้ากล้องมือถือหลบเธอไม่ทันก่อนที่น้ำตาจะร่วงลงมาให้เธอเห็น
“พี่…..” เธอเรียกผมเสียงหลง
“พี่ไม่เป็นไร” ผมบอก พยายามทำเสียงให้ปกติอย่างยากลำบาก สูดหายใจเพื่อให้น้ำตาไหลกลับลงไปในลำคอแทนที่จะไหลออกมา
“พี่คะ….”
“ไม่เป็นไรหรอก พี่แค่ยังต้องการเวลาที่จะยอมรับความจริงน่ะ” ผมยกมือขึ้นปาดน้ำตาโดยหันหน้ากล้องโทรศัพท์ไปทางอื่นไม่ให้เธอเห็น
“พี่รู้อะไรมั้ย เมื่อคืน เกิดอะไรขึ้นกับหนู” พีชถาม
“…หนูรู้สึกนะ ว่าพี่ห่วงหนูจริงๆ พี่อยู่กับหนูตลอดเวลาเลย แล้วหนูก็รู้สึกดีมากๆ” เธอค่อยๆ เผยความในใจออกมา “หนูรู้สึกว่าหนูอะ… รักพี่มากขึ้นไปอีกขั้นนึง…“
อารมณ์ผมพลิก ยิ้มทั้งน้ำตาอย่างห้ามไม่อยู่น้ำตาที่ปริ่มก็ร่วงล้นออกมา สิ่งที่ผมทำก็แค่ทำไปตามที่คิดว่ามันจะดีสำหรับเธอ จนผมสงสัยว่าผมได้ยินถูกรึเปล่า ผมหันไปมองหน้าเธอผ่านวิดีโอคอลทั้งตาแดงๆ สูดหายใจเข้ายาวๆ อีกครั้ง
“จริงเหรอ” ผมถามเธอ ใช้มือข้างนึงบีบโคนจมูกขณะสูดหายใจเข้าอีกครั้ง รู้สึกถึงหัวใจที่พองตัวขึ้นมา น้องพีชพยักหน้าให้ผมแทนคำตอบ ผมไม่รู้จะพูดยังไง รู้แต่ผมดีใจที่ได้ใจน้องคืนมา และดีใจที่ความพยายามดูแลน้องของเราโดยที่ไม่คาดหวังให้เธอรักตอบ จะส่งผลออกมาเกินกว่าที่เราคิด ผมกลืนน้ำลายปนน้ำตาตัวเองลงไปในลำคอ
“วันนี้หนูว่าจะไปออกกำลังกาย” พีชบอก
“ดีค่ะ ลองไปวิ่งข้างนอกสิ วิ่งที่ท่าน้ำก็ดี รับลมรับแดดบ้าง“
”ค่ะ รีบกลับมาหาหนูนะคะ หนูจะรออยู่ตรงนี้ ที่ของเรา“ ผมไม่คิดว่าจะได้ยินน้องพูดคำนี้ ว่าที่นั่นคือที่ของเรา เราเคยไปเดินเล่นที่นั่นด้วยกันแค่ครั้งเดียวเท่านั้นเอง แต่คำนี้ก็ทำเอาผมอยากจะกระโดดขึ้นรถแล้วขับกลับไปหาน้องเดี๋ยวนั้นเลย
ประสบการณ์ตรงคบกับเด็กร้านนวด Chapter 9 : อีกสักครั้ง
https://ppantip.com/topic/43274104
อ่านย้อนหลัง Ch 3-4
https://ppantip.com/topic/43275062
อ่านย้อนหลัง Ch 5
https://ppantip.com/topic/43276252
อ่านย้อนหลัง Ch 6
https://ppantip.com/topic/43277958
อ่านย้อนหลัง Ch 7
https://ppantip.com/topic/43279100
อ่านย้อนหลัง Ch 8
https://ppantip.com/topic/43280746
Chapter 9 อีกสักครั้ง
เช้าวันต่อมาผมตื่นขึ้นมาตั้งแต่ 7 โมงและนอนต่อไม่หลับเหมือนเคย ขณะที่วิวยังหลับอยู่ ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเธอทำงานเสร็จและได้นอนกี่โมง ผมลุกจากที่นอน ลงมาที่ครัวและกดน้ำร้อนชงกาแฟดำเหมือนที่ชงดื่มเป็นประจำทุกเช้า บ้านผมที่ต่างจังหวัดใช้น้ำร้อนจากกาน้ำร้อนไฟฟ้าอัตโนมัติ ขณะที่ผมตอนอยู่คอนโดจะเอากาน้ำจริงๆ ต้มน้ำให้เดือดด้วยเตา สิ่งนี้ทำให้ใครประหลาดใจหลายคนเมื่อได้ชิมกาแฟที่ผมชง แม้จะใช้กาแฟสำเร็จรูปธรรมดาๆ ว่ามันให้รสชาดกาแฟที่แตกต่างกัน เพราะกาต้มน้ำไฟฟ้าอัตโนมัติ ให้ความร้อนไม่เท่าน้ำต้มเดือดจริงๆ และความร้อนของน้ำนี่เองที่เป็นปัจจัยใหญ่ที่ส่งผลกับรสชาดกาแฟ
.
ผมนั่งลงที่โต๊ะทานข้าวจิบกาแฟ ในบ้านเงียบเชียบเพราะยังไม่มีใครตื่น มีเพียงเสียงนกและไก่ป่าที่ส่งเสียงดังจากนอกบ้านเข้ามาเป็นระยะ ผมเปิดมือถือขึ้นดูรูปที่น้องพีชส่งให้ผมเมื่อคืน ผมเพิ่งสังเกตุว่าเธอใส่สร้อยที่ผมให้เธอมาด้วย มีคำถามมากมายในหัวว่าผมควรทำยังไงดี ขณะที่ผมรู้สึกดีเหลือเกินกับท่าทีของน้องพีชเมื่อคืน แต่ผมก็ไม่รู้เลยว่ามันเป็นเพียงเพราะเธอแค่ต้องการใครสักคนที่ทำให้เธอรู้สึกปลอดภัย หรือผมมีความสำคัญกับเธอจริงๆ กันแน่ ผมเป็นแค่เครื่องมืออะไรบางอย่างที่ช่วยให้เธอสบายใจเท่านั้น หรือผมมีความสำคัญจริงๆ ผมสับสน ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกแย่ น้ำตาผมเอ่อขึ้นมาตอนคุณพ่อเดินออกจากห้องนอนมาพอดี ผมปิดมือถือกลั้นและกลืนน้ำตาลงไปแล้วกล่าวทักทายก่อนจะลุกขึ้นไปชงกาแฟให้คุณพ่อ
.
ตั้งแต่ผมเรียนจิตบำบัดเพื่อรักษาอาการ PTSD ของตัวเองที่เป็นต้นตอของอาการซึมเศร้าและโรควิตกกังวลของผม ทำให้ผมเข้าใจตัวเองมากขึ้น กลไกการปกป้องตัวเองอัตโนมัติด้วยการเก็บกด และผลักไสอารมณ์ไม่ดีต่างๆ ลดลง มันทำให้เรารับรู้อารมณ์เราได้ตามจริงแบบที่คนปกติธรรมดามีกันได้ อย่างความโกรธความเศร้าก็สามารถถูกรับรู้และเมื่อเรารับรู้มันได้ มันก็สามารถถูกจัดการและบำบัดได้ แต่สำหรับคนเป็นพ่อ มันเป็นเรื่องยากที่เค้าจะยอมรับได้ว่าตัวเองเป็นสาเหตุที่ทำให้เราเป็นเช่นนี้ โดยเฉพาะในกรณีของพ่อผม ที่เค้าก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แม่คิดสั้นและจบชีวิตตัวเองลงเมื่อตอนผมสี่ขวบเช่นกัน
.
หลังจากที่คุณแม่จากไป เหตุการณ์นั้นคงได้ทิ้งรอยแผลขนาดใหญ่ให้คุณพ่ออย่างไม่ต้องสงสัย และผมเชื่อว่าคุณพ่อเองก็คงพยายามอย่างมากที่จะไม่ปล่อยให้เรื่องที่เกิดขึ้นกับแม่มาเกิดซ้ำกับผม เพราะผมเหมือนแม่มาก แต่ก็ราวกับตลกร้ายที่การที่ยิ่งคุณพ่อทำอะไรๆ กลับทำให้อะไรมันแย่ลงจนผมเกือบเดินรอยตามแม่ไปเมื่อหลายปีก่อน
.
การเรียนจิตบำบัดทำให้ผมเปลี่ยนไป แม้จะไม่ได้เคลียทุกอย่างได้หมดจด เพราะมันเป็นสิ่งที่ต้องใช้เวลา แต่มันก็ทำให้ผมดีขึ้น ไม่ถูกอาการซึมเศร้ารบกวน ไม่ต้องทานยา และคุณพ่อก็มีท่าทีที่เปลี่ยนไปกับผมด้วย แม้ท่านจะทำใจรับความจริงไม่ได้ว่าท่านเองก็หนีไม่พ้นทำประวัติศาสตร์ซ้ำรอยที่เกิดกับแม่มาเกิดซ้ำกับผม แต่ลึกๆ ผมรู้ว่าท่านก็รู้ตัว แต่ถึงยังไง นั่นเป็นปัญหาของพ่อที่ผมทำอะไรไม่ได้ นอกจากแค่ไม่ทำให้อะไรมันแย่ลง ผมไม่สามารถนั่งคุยกับพ่อได้นานกว่า 2-3 นาที เพราะภายในใจผมมันยังคงต่อต้าน ผมจึงเล่าอัพเดทเรื่องอาการป่วยของผมให้ท่านฟังไม่กี่คำ แล้วผมก็ขอตัวไปดูวิวที่น่าจะยังหลับอยู่
“เป็นไง เมื่อคืนนอนกี่โมง” ผมนั่งลงบนเตียงข้างๆ วิวที่ยังหลับอยู่
“เค้าปิดคอมตอนตีห้า” วิวพูดด้วยเสียงงัวเงีย
ผมคิดว่าควรปล่อยให้เธอนอนต่อ จึงบอกให้เธอพักผ่อน แล้วเดินออกมาที่เรือนกล้วยไม้ที่หลังบ้าน
.
“สวัสดีค่ะ” น้องพีชรับสาย เธอตื่นเช้ากว่าที่ผมคิด
“ตื่นละเหรอ เมื่อคืนกลับมากี่โมงคะ”
“ถึงห้องเกือบตีสี่แน่ะ” เธอตอบ
“เพื่อนได้มาส่งมั้ย“
”ค่ะ“
”ละนี่กินอะไรรึยัง“ พอถามเสร็จ พีชก็กดวิดีโอคอลหาผม เผยให้เห็นเสื้อกล้ามสีเทากับกางเกงขาสั้นที่เธอใส่นอน ในมือกำลังใช้มีดหั่นแหนมแท่งที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อใต้คอนโดทาน
”กินแหนมแคลงใจค่ะ พี่ล่ะคะ กินอะไรรึยัง“ เธอเล่นมุกละถามผมกลับ
”พี่เพิ่งกินกาแฟไป“
”แหวะ“ เธอแกล้งทำเสียงเหมือนจะอาเจียนแล้วหัวเราะ ทุกครั้งที่บอกว่าผมทานกาแฟ เธอจะทำเสียงแบบนี้ล้อเลียนผมเสมอ เพราะเธอไม่ชอบกลิ่นลมหายใจที่มีกลิ่นกาแฟ แต่เป็นผมเองที่กลับขำไม่ออกและถอนหายใจออกมาแทนเพราะรู้สึกถึงอะไรหนักๆ แน่นๆ ในอก
“พี่โอเคมั้ย” น้องพีชถามเมื่อเห็นผมนิ่ง
“ไม่รู้เหมือนกัน” ผมตอบแบบไม่รู้จะอธิบายยังไง
“พี่ร้องไห้เหรอ” พีชถามอีก เธอเพิ่งสังเกตุว่าผมตาบวมนิดๆ และคล้ำ
“พี่ไม่เป็นไรหรอก แค่นอนไม่ค่อยหลับ“
“เพราะหนูเหรอ”
“…..” ผมไม่อยากตอบว่าใช่ แต่ก็ไม่อยากโกหกเธอเหมือนกัน
“ขอโทษค่ะ” ความน่ารักอย่างหนึ่งของเธอ คือทุกครั้งที่เธอพูดขอโทษ น้ำเสียงเธอจะสลดลง และทำให้รู้สึกได้ว่าเธอรู้สึกเสียใจจริงๆ
“ละเมื่อคืนเค้าได้โทรหาเรามั้ย” ผมจำได้ พีชตัดพ้อคนคนนั้นให้ผมฟัง ว่าเหมือนเค้าไม่เป็นห่วงกันเลย แม้การพูดถึงคนคนนั้นจะทำให้ผมช้ำใจ แต่ผมก็อยากจะรับรู้ทุกเรื่องของเธออยู่ดี น้องพีชส่ายหน้า
“ช่างเค้าเถอะค่ะ” พีชพูด ผมคิดเอาเองว่าเธอคงไม่อยากพูดถึงคนคนนั้นให้ผมฟัง การตัดบทนี้กลับทำน้ำตาผมเอ่อออกมาโดยไม่ทันรู้ตัว ผมหันหน้ากล้องมือถือหลบเธอไม่ทันก่อนที่น้ำตาจะร่วงลงมาให้เธอเห็น
“พี่…..” เธอเรียกผมเสียงหลง
“พี่ไม่เป็นไร” ผมบอก พยายามทำเสียงให้ปกติอย่างยากลำบาก สูดหายใจเพื่อให้น้ำตาไหลกลับลงไปในลำคอแทนที่จะไหลออกมา
“พี่คะ….”
“ไม่เป็นไรหรอก พี่แค่ยังต้องการเวลาที่จะยอมรับความจริงน่ะ” ผมยกมือขึ้นปาดน้ำตาโดยหันหน้ากล้องโทรศัพท์ไปทางอื่นไม่ให้เธอเห็น
“พี่รู้อะไรมั้ย เมื่อคืน เกิดอะไรขึ้นกับหนู” พีชถาม
“…หนูรู้สึกนะ ว่าพี่ห่วงหนูจริงๆ พี่อยู่กับหนูตลอดเวลาเลย แล้วหนูก็รู้สึกดีมากๆ” เธอค่อยๆ เผยความในใจออกมา “หนูรู้สึกว่าหนูอะ… รักพี่มากขึ้นไปอีกขั้นนึง…“
อารมณ์ผมพลิก ยิ้มทั้งน้ำตาอย่างห้ามไม่อยู่น้ำตาที่ปริ่มก็ร่วงล้นออกมา สิ่งที่ผมทำก็แค่ทำไปตามที่คิดว่ามันจะดีสำหรับเธอ จนผมสงสัยว่าผมได้ยินถูกรึเปล่า ผมหันไปมองหน้าเธอผ่านวิดีโอคอลทั้งตาแดงๆ สูดหายใจเข้ายาวๆ อีกครั้ง
“จริงเหรอ” ผมถามเธอ ใช้มือข้างนึงบีบโคนจมูกขณะสูดหายใจเข้าอีกครั้ง รู้สึกถึงหัวใจที่พองตัวขึ้นมา น้องพีชพยักหน้าให้ผมแทนคำตอบ ผมไม่รู้จะพูดยังไง รู้แต่ผมดีใจที่ได้ใจน้องคืนมา และดีใจที่ความพยายามดูแลน้องของเราโดยที่ไม่คาดหวังให้เธอรักตอบ จะส่งผลออกมาเกินกว่าที่เราคิด ผมกลืนน้ำลายปนน้ำตาตัวเองลงไปในลำคอ
“วันนี้หนูว่าจะไปออกกำลังกาย” พีชบอก
“ดีค่ะ ลองไปวิ่งข้างนอกสิ วิ่งที่ท่าน้ำก็ดี รับลมรับแดดบ้าง“
”ค่ะ รีบกลับมาหาหนูนะคะ หนูจะรออยู่ตรงนี้ ที่ของเรา“ ผมไม่คิดว่าจะได้ยินน้องพูดคำนี้ ว่าที่นั่นคือที่ของเรา เราเคยไปเดินเล่นที่นั่นด้วยกันแค่ครั้งเดียวเท่านั้นเอง แต่คำนี้ก็ทำเอาผมอยากจะกระโดดขึ้นรถแล้วขับกลับไปหาน้องเดี๋ยวนั้นเลย