เมียหวังดี อยากให้ผัวเลิกเหล้า ต้มมะเขือบ้า ให้กิน เกือบสิ้นใจ เผยอาการหนัก


27 ส.ค. 2567 - 15:48 น.

เมียหวังดี อยากให้ผัวเลิกเหล้า ต้มมะเขือบ้า ให้กิน เกือบเสียชีวิต อาการหนัก สับสนมึนงง เหมือนคนเมา ถามตอบพูดจาไม่รู้เรื่อง ต้องรีบนำส่งโรงพยาบาล
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 27 ส.ค.2567 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านหนองข่า ต.ท่าตูม อ.เมือง จ.มหาสารคาม หลังจากทราบว่ามีผู้ป่วยดื่มน้ำต้มมะเขือบ้าเข้าไป มีอาการเหนื่อย อ่อนเพลีย พูดจาสับสน ไม่รู้เรื่อง ก่อนที่ญาติจะโทรแจ้ง 1669 ให้นำตัวส่งโรงพยาบาลมหาสารคาม รักษาตัวอย่างเร่งด่วน

สอบถาม นางบุญล้อม (สงวนนามสกุล) น้องเมีย เล่าว่า ผู้ป่วย คือ นายทองแดง (สงวนนามสกุล) อายุ 62 ปี เป็นพี่เขยของตน โดยภรรยาของนายทองแดง คือ นางราตรี (สงวนนามสกุล) อายุ 52 ปี ได้นำลูกมะเขือบ้า มาต้มใส่หม้อ เพื่อให้สามีกินต่างน้ำ ด้วยความหวังดี หวังว่าจะให้นายทองแดง เลิกเหล้า เพราะนายทองแดงติดเหล้ามานานแล้ว เมื่อลองปรึกษาเพื่อนบ้านได้รับคำแนะนำว่า หากอยากให้สามีเลิกเหล้าให้หาลูกมะเขือบ้ามาต้มกินดู ซึ่งตอนเกิดเหตุตนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์

แต่เวลาต่อมา นางราตรี คนเป็นภรรยา ซึ่งมีอาการป่วยโรคหลอดเลือดสมอง เล่าให้ตนฟังว่า มีเด็กในหมู่บ้านไปเก็บมะเขือบ้ามาจากหมู่บ้านดอนไฮ ซึ่งเป็นหมู่บ้านติดกัน แล้วมาบอกว่าถ้าอยากให้ผัวเลิกเหล้า ให้ต้มมะเขือบ้ากินต่างน้ำ ด้วยความหวังดีอยากให้ผัวเลิกเหล้า เมียก็เลยต้มให้ผัวกิน
โดยเริ่มกินเมื่อวานนี้ (26 ส.ค.) เวลา 09.00 น. พอตกบ่ายโมงกว่าๆ มีอาการปากแข็ง พูดจาไม่รู้เรื่อง มือแข็ง ตัวแข็ง เลยโทรเรียก 1669 มารับตัวไป ทางแพทย์โทรมาถามเหตุการณ์ว่าไปกินอะไรมา เลยว่ากินมะเขือบ้ามา หมอเลยให้เด็ดลูกเข้าไปด้วย พอรู้ว่าเป็นพิษก็ตกใจ แต่ตอนนี้อาการของพี่เขยดีขึ้นแล้ว หมอบอกว่าวันนี้จะให้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว

อยากฝากบอกว่าลูกมะเขือบ้า ไม่ใช่ของกิน ไม่ต้องไปหามาต้มกิน ถ้าอยากจะเลิกเหล้า ก็ต้องเลิกเอง ของพวกนี้มันทำให้เลิกเหล้าไม่ได้ มีแต่จะตาย
ด้าน นางสาวสุนิสา ด้วงคำจันทร์ อาสาสมัครฉุกเฉินการแพทย์ อบต.ท่าตูม กล่าวว่า เมื่อวานช่วงบ่ายได้รับแจ้งจากศูนย์รับแจ้งเหตุและสั่งการ 1669 มหาสารคาม ให้ออกรับผู้ป่วยมีอาการเหนื่อย อ่อนเพลีย เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่า ผู้ป่วยมีอาการสับสนมึนงง เหมือนคนเมา ถามตอบพูดจาไม่รู้เรื่อง มือเท้าเกร็ง ผุดลุกผุดนั่ง เหมือนไม่รู้ตัว ขอบตาแดง ตัวแดง มีลักษณะคล้ายกับคนมีอาการสโตรก โดยได้ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนที่รีบนำตัวออกมาเปลี่ยนถ่ายกับ ทีม Advance บริเวณปากทางบ้านเอียด ต.เขวา เพื่อนำตัวส่งโรงพยาบาลมหาสารคามต่อไป

ต่อมาทราบจากญาติผู้ป่วยว่า ผู้ป่วยดื่มน้ำมะเขือบ้ามาแล้ว 2 วัน ตั้งแต่วันที่ 25 ส.ค. และมีอาการวันที่ 26 ส.ค. โดยญาติต้มน้ำให้กิน 1 หม้อ แต่ไม่ทราบว่าใส่ไปกี่ลูก เพื่อให้เลิกเหล้า ซึ่งลูกมะเขือบ้า จะมีลักษณะคล้ายกับลูกมะเขือเปราะ แต่มีตุ่มหนามแต่ไม่คมทั้งผล ซึ่งต้นของเค้าคือ ต้นลำโพง เป็นต้นไม้ที่ออกดอกสวยงามคล้ายกับลำโพง ก่อนที่ดอกจะร่วงและออกเป็นผล มีลักษณะคล้ายลูกมะเขือที่มีหนาม ซึ่งเป็นพืชที่มีพิษ

ขณะที่เพจ กลุ่มงานเวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลมหาสารคาม โพสต์ข้อความว่า ระวัง! พิษร้ายจากลูกลำโพงกาสลัก (มะเขือบ้า) ลูกลำโพงกาสลัก หรือ มะเขือบ้า (Datura metel) เป็นพืชที่มีพิษสูงในกลุ่ม Anticholinergic สารพิษหลักได้แก่ Atropine, Scopolamine, และ Hyoscyamine ซึ่งสามารถก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบประสาทและหัวใจอย่างรุนแรง

อาการพิษที่พบได้ คือ ปากแห้ง คอแห้ง ม่านตาขยาย สู้แสงไม่ได้ หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ กระสับกระส่าย สับสน หรือเกิดอาการประสาทหลอน ในกรณีรุนแรงอาจชักหรือหมดสติ

การรักษาเบื้องต้น
1. ห้ามทำให้อาเจียน เพราะอาจเสี่ยงต่อการสูดสำลักสารพิษ
2. พาผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลทันที
3. หากหมดสติและไม่หายใจ ให้ทำ CPR โดยเร็ว
4. ให้ผู้ป่วยดื่มน้ำเจือจางสารพิษ (หากยังมีสติ)

ลูกลำโพงกาสลัก (มะเขือบ้า) มีพิษร้ายแรง ห้ามรับประทาน และควรป้องกันเด็กหรือสัตว์เลี้ยงไม่ให้เข้าใกล้ หากได้รับพิษ รีบส่งโรงพยาบาลทันที
สำหรับอาการล่าสุดผู้ป่วยอาการดีขึ้นแล้ว โดยขณะนี้อยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด ซึ่งหากไม่มีภาวะแทรกซ้อนอื่น ก็จะสามารถกลับบ้านได้ภายในวันนี้
https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_9382814
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่