ผู้รู้ดีรู้ชอบด้วยตนเอง 😉

...ในธรรมชาตินั้นมีสิ่งที่เรียกว่าบน_กลาง_ล่างอยู่...
...คนที่ถูกดึงตัวขึ้นมาจากด้านล่างขึ้นมาอยู่ณ.ตรงกลาง
เขาย่อมรู้สึกว่า'ข้าถูกดึงขึ้นมา'...
...แต่กระนั้นเขาก็ยังไม่ได้รู้ถึงที่ๆอยู่สูงเหนือขึ้นไปอีก
เขาจึงยังไม่มีประสบการณ์อะไรที่เกี่ยวกับด้านบน...
...ผู้ไร้ประสบการณ์ในความจริงแท้ทั้งหลายนั้น
ย่อมมีทัศนะที่ยังไม่แน่นอนเกี่ยวกับสิ่งนั้นและสิ่งอื่นๆก็เช่นกัน...
...ทัศนะเกี่ยวกับความสุขสำราญก็เช่นเดียวกัน
หากผลัดจากความทุกข์ในโรคและภัยได้และกลับมาเป็นปกติ
เราก็จะมีความสุขสบายขึ้น...
...แต่ประสบการณ์ที่รู้แต่เพียงว่า
เมื่อความเจ็บปวดแปรเปลี่ยนเป็นไม่เจ็บปวดถือเป็นความสุขนั้น
ก็ถือว่ายังถูกลวงหลอกอยู่...
...ถ้าหากความหิวและความกระหายต่างก็เป็นสภาวะเเห่งความว่างเปล่าชนิดหนึ่ง
อันเป็นธรรมดาของร่างกาย
การได้รับอาหารก็นับว่าเป็นการเติมเต็มมันแล้ว...
...และในด้านจิตวิญญาณเราอาจเติมเต็มด้วยรูปแบบแห่งทัศนะอันจริงแท้,องค์ความรู้,ความเข้าใจ
หรือกล่าวเรียกโดยรวมว่าคุณงามความดี
และในส่วนของจิตวิญญาณนั้นยังสามารถเติมเต็มความสุขได้มากกว่าทางร่างกายด้วย
ทั้งยังมีธรรมชาติตามที่เป็นอยู่มากกว่า
หากธรรมชาติแห่งความสุขคือการได้รับการเติมเต็ม
ดังนั้นหากเราสามารถเติมเต็มสิ่งต่างๆตามที่เป็นมากขึ้น
เราก็ย่อมได้รับความสุขมากขึ้น(หมายถึงความสุขอันแท้จริงด้วย)
ตรงกันข้ามถ้าหากมีความเป็นน้อย ความจริงแท้ก็จะถูกเติมเต็มได้น้อย
การได้รับความสุขที่แท้จริงย่อมลดน้อยลงตามไป
และมันยังน่าวางใจน้อยลงด้วย...
...ฉนั้นผู้ที่ปราศจากปฏิภาณเกี่ยวกับคุณความดี
มักเฝ้าหมกมุ่นเกี่ยวกับการกินดื่มและเสพย์
เขาจะต้องถูกดึงตัวลงสู่เบื้องล่างและถูกฉุดขึ้นมาอยู่ตรงกลางใหม่สลับกันอยู่อย่างนี้
พวกเขาจะไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับความจริงด้านบน
(ความทุกเข็ญ~กาม||ความบริสุทธิ์~ความดี)
พวกเขาไม่อาจล่วงรู้ถึงสิ่งต่างๆตามที่'เป็น'ได้และไม่อาจรู้ถึงความสุขอันแท้จริงและบริสุทธิ์
พวกเขาจึงยังคงแข่งขันและเข่นฆ่ากัน
อนึ่งพวกเขาไม่รู้จักพอก็เพราะไม่เคยได้รับการเติมเต็มในสิ่งต่างๆตามที่เป็นเลย
(ซึ่งก็คือการปราศจากภูมิปัญญาหรือมีอวิชชานั่นเอง)...
...ความดีคือความสุข...
อมยิ้ม04

ย่อความจาก the republic ,plato
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่