ความเชื่อ..ความคิด และความรู้สึก..?????
สามสิ่งนี้มีผลอย่างยิ่งต่อชีวิตเราๆทั้งหลาย และไม่เฉพาะชาตินี้แต่ไปถึงชาติต่อๆไป...
เริ่มต้นจาก ความเชื่อ ว่าคุณเชื่อแบบไหน เชื่อในสิ่งอกุศล หรือ กุศล..????
หากเชื่อในสิ่งอกุศล คุณก็จะมีมิจฉาทิษฐิ เชื่อในสิ่งผิดๆ..????
ในทางกลับกันถ้าคุณเชื่อในสิ่งที่เป็นกุศลเชื่อในสิ่งเป็นไปตามความเป็นจริง..
คุณก็จะมีสัมมาทิษฐิ...ความเห็นชอบ..ซึ่งเป็นบาทฐานแรกของอริยมรรคมีองค์ 8.....
การมีความเชื่อแบบไหนก็จะทำให้เรามีความคิดแบบนั้น..
ความคิดจะส่งผลทำให้เกิดสัญญาความจำมั่นหมายและจะทำให้เราเชื่อว่าเราคิดถูก...
ยิ่งเชื่อมากเท่าไรก็ยิ่งเกิดสัญญามากขึ้นเท่านั้น...
สิ่งที่ท่านสอนและย้ำเสมอๆคือ ความเชื่อจึงต้องมี"ปัญญา"ควบคุมด้วย...
เสมือนการทำปลาเค็มต้องมีเกลือ..ฉันนั้น..หากไม่มีเกลือ..ปลาก็ย่อมเน่า...
ความเชื่อก็เช่นกันฉันนั้น..หากไม่มี"ปัญญา"เป็นตัวชี้แนะชี้นำ..ความคิดก็จะเป็นมิจฉาทิษฐิได้...
ความคิดหากคิดถูกต้อง..คิดตามความเป็นจริง..คิดตามหลักไตรลักษณ์คือ ทุกสิ่งไม่เที่ยง...
ท่านบอกว่า..นั่นคือ"โยนิโสมนสิการ"...จึงจะทำให้รู้เท่าทันโลก..รู้เท่าทันกิเลส..
ความเชื่อเปลี่ยนไปตามความคิด..และเมื่อเชื่อแล้วก็จะคิดตามนั้น...
ความคิดกับความเชื่อจึงเป็นผลของกันและกัน...???
เช่น..เชื่อว่าคนนี้เป็น"คนดี"แม้ผลงานจะออกมาย่ำแย่เท่าไรก็ตาม..ก็ยังคิดว่าเป็น"คนดี"..????
5555...ผลงานอันอมตะ..ไม่ว่าสนามฟุตซอล..ที่จะฟ้องฟีฟ่า..กล้องดัมมี่..ต่อสัญญา BTS...ฯลฯ
สุภาษิตที่ว่า.."จะดูคนดูที่ผลงาน"จึงใช้ไม่ได้สำหรับชาวกรุงเทพ..เพราะความเชื่อ...???
เชื่อว่า กรุงเทพ คือที่มั่นสุดท้ายที่ไม่ต้องการให้เสื้อแดงยึด...???????
เสื้อแดง..???เป็นใครไม่ใช่คนไทยอย่างนั้นหรือ..????
เมื่อเชื่อเช่นไรก็คิดเช่นนั้น..เมื่อคิดบ่อยๆจนกลายเป็นสัญญา..ก็จะเกิดความรู้สึกตามสัญญานั้นๆ...
ความรู้สึกที่ว่า ชอบไม่ชอบ รักหรือเกลียด ..????จึงล้วนเริ่มต้นจากความคิดมาที่ความเชื่อจึงเกิดความรู้สึก..???
ไม่ต้องดูอื่นไกล..คนในห้อง รดน.เพราะคิดแตกต่างกัน..ทั้งๆที่ไม่เคยพบหน้ากันไม่รู้จักกัน..???
ก็สามารถด่าทอกันอย่างหยาบคายได้..สามารถกล่าวล่วงเกินลามปามกันได้..แค่คิดต่างกัน..
ต่างก็"เชื่อ"ว่าตนคิดถูกอีกฝ่ายคิดผิด..โดยไม่สนใจผลงานด้วยซ้ำ...???
คนหนึ่งผลงานเต็มแผ่นดินนี้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์มากมายแก่คนทุกชนชั้นจนนับไม่ถ้วน...
แต่อีกคนหาผลงานที่ดีๆสักชิ้นแทบไม่เจอสิ่งที่ได้รับคือ.."ดีแต่พูด"...????
สามารถพูดเอาดีเข้าตัวแล้วให้ร้ายคนอื่นโดยไม่ละอายใจ...พูดโกหกจนตัวเองคิดว่าเป็นความจริง..???
พูดกลับไปกลับมาตามสถานการณ์เพียงเพื่อที่จะส่งผลให้ตนเองเป็นฝ่ายถูก..???
แต่ป่านนั้นก็ยังมีคนกลุ่มหนึ่งเชื่อว่าเป็นคนดีเป็นคนน่ายกย่องจนมีคนกล้าพูดว่าเป็น"อภิสิทถัตธะ"อย่างน่าขำ..???
ถ้าคนนี้เป็นได้ระดับนั้น บ้านเมืองนี้คงไม่มีคนเลวอย่างแน่นอน..???
นี่คือความสัมพันธของ "ความคิด ความเชื่อและความรู้สึก."ที่จะต้องมี"ปัญญา"เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ...
แล้วคุณละครับ...มี"ความเชื่อ"อย่างไร..เชื่อในด้านกุศลหรืออกุศล..????
แก้คำผิด
ความเชื่อ..ความคิด และความรู้สึก..?????
สามสิ่งนี้มีผลอย่างยิ่งต่อชีวิตเราๆทั้งหลาย และไม่เฉพาะชาตินี้แต่ไปถึงชาติต่อๆไป...
เริ่มต้นจาก ความเชื่อ ว่าคุณเชื่อแบบไหน เชื่อในสิ่งอกุศล หรือ กุศล..????
หากเชื่อในสิ่งอกุศล คุณก็จะมีมิจฉาทิษฐิ เชื่อในสิ่งผิดๆ..????
ในทางกลับกันถ้าคุณเชื่อในสิ่งที่เป็นกุศลเชื่อในสิ่งเป็นไปตามความเป็นจริง..
คุณก็จะมีสัมมาทิษฐิ...ความเห็นชอบ..ซึ่งเป็นบาทฐานแรกของอริยมรรคมีองค์ 8.....
การมีความเชื่อแบบไหนก็จะทำให้เรามีความคิดแบบนั้น..
ความคิดจะส่งผลทำให้เกิดสัญญาความจำมั่นหมายและจะทำให้เราเชื่อว่าเราคิดถูก...
ยิ่งเชื่อมากเท่าไรก็ยิ่งเกิดสัญญามากขึ้นเท่านั้น...
สิ่งที่ท่านสอนและย้ำเสมอๆคือ ความเชื่อจึงต้องมี"ปัญญา"ควบคุมด้วย...
เสมือนการทำปลาเค็มต้องมีเกลือ..ฉันนั้น..หากไม่มีเกลือ..ปลาก็ย่อมเน่า...
ความเชื่อก็เช่นกันฉันนั้น..หากไม่มี"ปัญญา"เป็นตัวชี้แนะชี้นำ..ความคิดก็จะเป็นมิจฉาทิษฐิได้...
ความคิดหากคิดถูกต้อง..คิดตามความเป็นจริง..คิดตามหลักไตรลักษณ์คือ ทุกสิ่งไม่เที่ยง...
ท่านบอกว่า..นั่นคือ"โยนิโสมนสิการ"...จึงจะทำให้รู้เท่าทันโลก..รู้เท่าทันกิเลส..
ความเชื่อเปลี่ยนไปตามความคิด..และเมื่อเชื่อแล้วก็จะคิดตามนั้น...
ความคิดกับความเชื่อจึงเป็นผลของกันและกัน...???
เช่น..เชื่อว่าคนนี้เป็น"คนดี"แม้ผลงานจะออกมาย่ำแย่เท่าไรก็ตาม..ก็ยังคิดว่าเป็น"คนดี"..????
5555...ผลงานอันอมตะ..ไม่ว่าสนามฟุตซอล..ที่จะฟ้องฟีฟ่า..กล้องดัมมี่..ต่อสัญญา BTS...ฯลฯ
สุภาษิตที่ว่า.."จะดูคนดูที่ผลงาน"จึงใช้ไม่ได้สำหรับชาวกรุงเทพ..เพราะความเชื่อ...???
เชื่อว่า กรุงเทพ คือที่มั่นสุดท้ายที่ไม่ต้องการให้เสื้อแดงยึด...???????
เสื้อแดง..???เป็นใครไม่ใช่คนไทยอย่างนั้นหรือ..????
เมื่อเชื่อเช่นไรก็คิดเช่นนั้น..เมื่อคิดบ่อยๆจนกลายเป็นสัญญา..ก็จะเกิดความรู้สึกตามสัญญานั้นๆ...
ความรู้สึกที่ว่า ชอบไม่ชอบ รักหรือเกลียด ..????จึงล้วนเริ่มต้นจากความคิดมาที่ความเชื่อจึงเกิดความรู้สึก..???
ไม่ต้องดูอื่นไกล..คนในห้อง รดน.เพราะคิดแตกต่างกัน..ทั้งๆที่ไม่เคยพบหน้ากันไม่รู้จักกัน..???
ก็สามารถด่าทอกันอย่างหยาบคายได้..สามารถกล่าวล่วงเกินลามปามกันได้..แค่คิดต่างกัน..
ต่างก็"เชื่อ"ว่าตนคิดถูกอีกฝ่ายคิดผิด..โดยไม่สนใจผลงานด้วยซ้ำ...???
คนหนึ่งผลงานเต็มแผ่นดินนี้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์มากมายแก่คนทุกชนชั้นจนนับไม่ถ้วน...
แต่อีกคนหาผลงานที่ดีๆสักชิ้นแทบไม่เจอสิ่งที่ได้รับคือ.."ดีแต่พูด"...????
สามารถพูดเอาดีเข้าตัวแล้วให้ร้ายคนอื่นโดยไม่ละอายใจ...พูดโกหกจนตัวเองคิดว่าเป็นความจริง..???
พูดกลับไปกลับมาตามสถานการณ์เพียงเพื่อที่จะส่งผลให้ตนเองเป็นฝ่ายถูก..???
แต่ป่านนั้นก็ยังมีคนกลุ่มหนึ่งเชื่อว่าเป็นคนดีเป็นคนน่ายกย่องจนมีคนกล้าพูดว่าเป็น"อภิสิทถัตธะ"อย่างน่าขำ..???
ถ้าคนนี้เป็นได้ระดับนั้น บ้านเมืองนี้คงไม่มีคนเลวอย่างแน่นอน..???
นี่คือความสัมพันธของ "ความคิด ความเชื่อและความรู้สึก."ที่จะต้องมี"ปัญญา"เป็นส่วนประกอบที่สำคัญ...
แล้วคุณละครับ...มี"ความเชื่อ"อย่างไร..เชื่อในด้านกุศลหรืออกุศล..????
แก้คำผิด