คนหาเช้ากินค่ำลั่นอะไรก็แพง แห่ตุนกาแฟจ่อขึ้นราคา วินจยย.รับรายจ่ายพุ่ง เลิกไม่ได้ก็ต้องลด
https://www.matichon.co.th/region/news_5066552
วินมอ’ไซค์-พนักงานขายตั๋วโอด กาแฟจ่อขึ้นราคา ทำรายจ่ายพุ่ง เลิกไม่ได้แต่ต้องลด สาววินสามล้อบ่นหนัก ‘เลิกกับผัว ยังไม่ปวดหัวเท่าเลิกกาแฟ!’
กระแสความเดือดร้อนของผู้บริโภคกาแฟพุ่งสูง หลังผู้ผลิตและจำหน่ายกาแฟสำเร็จรูป 4 แบรนด์หลัก ประกาศปรับราคาขาย ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม
2568 เป็นต้นไป โดยกาแฟดำจะปรับขึ้น 21% จาก 64 บาทต่อซอง (70 กรัม) เป็น 76 บาทต่อซอง เพิ่มขึ้นถึง 12 บาทต่อซอง ส่วนกาแฟทรีอินวันปรับขึ้น 16% จาก 109 บาทต่อแพ็ค (27 ซอง) เป็น 125 บาทต่อแพ็ค เพิ่มขึ้น 16 บาท ส่งผลให้ผู้บริโภคที่พึ่งพากาแฟในชีวิตประจำวันได้รับผลกระทบอย่างหนัก
ล่าสุด เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ทีมข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศที่สถานีขนส่งแห่งที่ 2 จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นแหล่งรวมอาชีพที่ต้องอาศัยกาแฟเป็นตัวช่วยให้ตื่นตัวตลอดวัน พบว่า พนักงานจำหน่ายตั๋วรถโดยสารสาธารณะจำนวนมากมีการซื้อกาแฟ 3 in 1 มาตุนไว้ และจัดเตรียมกาน้ำร้อนเพื่อชงกาแฟดื่มตลอดเวลา เนื่องจากต้องให้บริการลูกค้าตั้งแต่เช้ายันดึก แม้จะมีของขบเคี้ยวอื่นๆ เช่น มะม่วง หรือมะขามจิ้มพริกเกลือช่วยคลายง่วงได้บ้าง แต่กาแฟยังคงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการทำงาน
กลุ่มอาชีพที่ต้องรอคิวเพื่อให้บริการลูกค้า เช่น วินมอเตอร์ไซค์และวินสามล้อเครื่อง ก็ได้รับผลกระทบจากการขึ้นราคากาแฟครั้งนี้เช่นกัน หลายคนยอมรับว่า กาแฟเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ต้องรอลูกค้านานๆ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการง่วง
นาย
ยันต์ อายุ 54 ปี อาชีพขับวินมอเตอร์ไซค์ประจำสถานีขนส่งใหม่โคราช ให้สัมภาษณ์ว่า ตนดื่มกาแฟทุกวัน วันละ 3 แก้ว โดยเป็นกาแฟทรีอินวันผสมกับกาแฟดำ การปรับขึ้นราคาครั้งนี้ทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะกาแฟถือเป็นสิ่งจำเป็น หากจะให้เลิกดื่มคงเป็นไปไม่ได้ ทางออกเดียวที่คิดได้ในตอนนี้คือ ลดปริมาณการดื่มจากวันละ 3 แก้ว เหลือวันละ 2 แก้ว เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย
“
ทุกวันนี้เศรษฐกิจก็ไม่ค่อยดี ลูกค้าก็น้อย ค่าครองชีพก็สูงขึ้นไปหมด ไม่ใช่แค่กาแฟที่ขึ้นราคา ข้าวของทุกอย่างแพงขึ้นหมดเลย รัฐบาลควรช่วยดูแลเรื่องนี้บ้าง พวกเราคนหาเช้ากินค่ำเดือดร้อนกันหมด” นาย
ยันต์ กล่าว
ด้าน นางสาว
กำไร อายุ 46 ปี อาชีพขับวินสามล้อเครื่อง บขส.ใหม่โคราช กล่าวว่า ตนดื่มกาแฟเป็นประจำวันละ 3 กระป๋อง หรือหากเป็นกาแฟชงก็วันละ 3 แก้ว การปรับราคาครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อรายได้โดยตรง แม้จะพยายามปรับตัวด้วยการดื่มน้อยลง แต่ให้เลิกดื่มไปเลยคงเป็นไปไม่ได้ เธอกล่าวปิดท้ายด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “
เลิกกับผัว ยังไม่ปวดหัวเท่าเลิกกาแฟเลย”
"โรม" จี้ รัฐบาลเคลียร์จีน ปล่อยเช่าคอนโด-บ้านจัดสรรในไทย ลั้นต้องจัดการตามกฎหมาย
https://siamrath.co.th/n/603854
วันที่ 26 ก.พ.2568 เวลา 10.00 น.ที่รัฐสภา นาย
รังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีมีธุรกิจของคนจีนปล่อยเช่าคอนโดและบ้านจัดสรรในไทย ว่า ได้รับการร้องเรียนเยอะมาก มีทั้งคอนโดและบ้านจัดสรร และมีคนร้องเรียนว่า โครงการของบางบริษัทมี 80% เป็นของคนจีน ไม่อยากสรุปว่าพวกเขาเป็นจีนเทาหรือไม่ แต่สภาพการแบบนี้ เราต้องยอมรับว่ามีความท้าทายใหม่ อาจจะผิดหรือไม่ผิดกฎหมาย แต่มันก็นำไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อยด้านอื่น เช่น นักท่องเที่ยวที่เขามาประเทศไทย เขาอาจจะไม่ต้องแคร์เพื่อนบ้าน แต่คนที่อยู่ข้างๆจะรู้สึกอย่างไร เขามาแล้วเขาก็ไป ซึ่งปัญหานี้เป็นปัญหาที่ใหญ่จริง ที่รัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญ ไม่ใช่ปล่อยให้ดูแลกันเอง
"
เอาเป็นว่าผมไม่เอ่ยชื่อบริษัทก็แล้วกัน แต่บรรดาโครงการพวกนี้ มันมีอยู่ไม่กี่เจ้า บางบริษัทเขาตั้งเป้าหาลูกค้า จากต่างประเทศเป็นการเฉพาะ ทำให้มีแนวโน้มหรือโอกาส ให้ไปเช่าต่อ หรือทำเป็นธุรกิจโรงแรม"
นาย
รังสิมันต์ กล่าวต่อว่า วันนี้สิ่งที่รัฐบาลต้องทำมี 2 ข้อ
1. คือโครงการที่จะขายต่อไป ควรจะคุยกับบริษัทเหล่านี้เลยว่า จะมีมาตรการอย่างไร แทนที่จะจัดการปลายน้ำเราควรจัดการที่ต้นน้ำ จะมีวิธีการคัดกรองหรือไม่ ถ้ามีกฎหมายที่ต้องแก้ก็จะได้แก้หรือปรับปรุง หรือถ้ามีกฎระเบียบกระทรวงอะไรที่ต้องทำ ก็จะได้ทำกันอย่างเนิ่นๆ
2. ส่วนที่ขายไปแล้ว และมีสภาพการปล่อยเช่าให้ต่างชาติ ก็ต้องบังคับใช้ตามกฎหมาย ซึ่งเรื่องนี้ต้องดำเนินการ ไม่เช่นนั้นจะส่งผลกระทบแบบนี้ ต่อไปเรื่อยๆ กลายเป็นว่าคอนโดมีสถานะไม่ต่างจากโรงแรม
ษัษฐรัมย์ เผยถ้อยคำแถลง ต่อประธานบอร์ดฯ ยันขอสูตรที่เป็นธรรม ลั่น เห็นชีวิต มากกว่าตัวเลข
https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_5066550
ษัษฐรัมย์ เผยถ้อยคำแถลง ต่อประธานบอร์ดฯ ยัน ไม่ได้ขอปรับบำนาญเพิ่ม แต่ขอสูตรที่เป็นธรรม ลั่น เห็นชีวิต มากกว่าตัวเลข
หลังจากที่เมื่อวานนี้ 25 กุมภาพันธ์ บอร์ดประกันสังคมตีกลับ สูตรบำนาญใหม่ ของนาย
ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคม ฝ่ายผู้ประกันตน ในบอร์ดประกันสังคม
โดยมี นาย
บุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานบอร์ดประกันสังคม เป็นประธาน ซึ่งมีวาระการพิจารณาการปรับปรุงสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพของผู้ประกันตนมาตรา 33 และ มาตรา 39 รวมถึงเรื่องการบริหารอื่นๆ แต่ปรากฎว่าที่ประชุมได้ขอเลื่อนวาระดังกล่าวออกไปก่อนนั้น
ล่าสุด ด้านนาย
ษัษฐรัมย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุถ้อยแถลงต่อประธานบอร์ดฯ ว่า
“เรียนท่านประธาน ผมขออธิบายเรื่องสูตรคำนวณบำนาญใหม่เพิ่มเติม หลังจากฝ่ายวิจัยได้นำเสนอในทางตัวเลขไปแล้ว แต่ข้างหลังตัวเลข มันมีชีวิตคน
เมื่อสัปดาห์ก่อนผมได้สนทนากับผู้ประกันตนท่านหนึ่ง เขาเป็นผู้ประกันตน ม.39 และเป็นผู้รักษาตัวจากโรคมะเร็งด้วยสิทธิประกันสังคมอยู่ เขาอายุ 40 ปลายๆ ส่งประกันสังคมม.33 มาหลายปี แต่หากเขาส่ง ม.39 ต่อ บำนาญของเขาจะลดลงกว่าครึ่ง เมื่ออายุ 55 ปี มันจะเป็นชีวิตที่ยากลำบากมากๆของผู้ป่วยมะเร็ง หากเขายังไม่เสียชีวิต และเงินบำนาญของเขาเพียงเท่านี้ อาจไม่พอแม้จ่ายค่าไฟเลยด้วยซ้ำ เราไม่ได้ขอปรับเพิ่มบำนาญ แต่ขอเพียงสูตรคำนวณที่เป็นธรรมแก่คนธรรมดา”
“ท่านอาจเห็นตัวเลข แต่ผมเห็นชีวิต ไม่มีรายงานฉบับใด จะละเอียดเท่าที่ฝ่ายวิจัยทำมาแล้ว เรื่องนี้ผ่านอนุกรรมการมาตั้งแต่ตุลาคม ตอนนี้ก็มากกว่า 100 วันมาแล้ว ผมขอเสนอให้คณะกรรมการ รับหลักการเบื้องต้น สูตรบำนาญใหม่นี้ เพื่อเดินหน้าสู่การทำประชาพิจารณ์ และกลับเข้าคณะกรรมการอีกครั้ง ถึงตอนนั้นท่านค่อยตัดสินใจอีกครั้งก็ได้”
ถ้อยคำของผมคำต่อคำ ต่อที่ประชุมประกันสังคมก่อนที่วาระเรื่องสูตรบำนาญใหม่ยังไม่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการประกันสังคม และส่งผลให้คน 300,000 คนที่จะได้รับผลประโยชน์ด้านนี้ต้องรอต่อไป
https://www.facebook.com/sustarum.t/posts/9878962505461473?ref=embed_post
JJNY : คนหาเช้ากินค่ำลั่นอะไรก็แพง│"โรม"จี้เคลียร์จีน ปล่อยเช่าคอนโด-บ้าน│ษัษฐรัมย์ยันขอสูตรที่เป็นธรรม│ยูเครน “เห็นชอบ”
https://www.matichon.co.th/region/news_5066552
วินมอ’ไซค์-พนักงานขายตั๋วโอด กาแฟจ่อขึ้นราคา ทำรายจ่ายพุ่ง เลิกไม่ได้แต่ต้องลด สาววินสามล้อบ่นหนัก ‘เลิกกับผัว ยังไม่ปวดหัวเท่าเลิกกาแฟ!’
กระแสความเดือดร้อนของผู้บริโภคกาแฟพุ่งสูง หลังผู้ผลิตและจำหน่ายกาแฟสำเร็จรูป 4 แบรนด์หลัก ประกาศปรับราคาขาย ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม
2568 เป็นต้นไป โดยกาแฟดำจะปรับขึ้น 21% จาก 64 บาทต่อซอง (70 กรัม) เป็น 76 บาทต่อซอง เพิ่มขึ้นถึง 12 บาทต่อซอง ส่วนกาแฟทรีอินวันปรับขึ้น 16% จาก 109 บาทต่อแพ็ค (27 ซอง) เป็น 125 บาทต่อแพ็ค เพิ่มขึ้น 16 บาท ส่งผลให้ผู้บริโภคที่พึ่งพากาแฟในชีวิตประจำวันได้รับผลกระทบอย่างหนัก
ล่าสุด เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ทีมข่าวลงพื้นที่สำรวจบรรยากาศที่สถานีขนส่งแห่งที่ 2 จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นแหล่งรวมอาชีพที่ต้องอาศัยกาแฟเป็นตัวช่วยให้ตื่นตัวตลอดวัน พบว่า พนักงานจำหน่ายตั๋วรถโดยสารสาธารณะจำนวนมากมีการซื้อกาแฟ 3 in 1 มาตุนไว้ และจัดเตรียมกาน้ำร้อนเพื่อชงกาแฟดื่มตลอดเวลา เนื่องจากต้องให้บริการลูกค้าตั้งแต่เช้ายันดึก แม้จะมีของขบเคี้ยวอื่นๆ เช่น มะม่วง หรือมะขามจิ้มพริกเกลือช่วยคลายง่วงได้บ้าง แต่กาแฟยังคงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการทำงาน
กลุ่มอาชีพที่ต้องรอคิวเพื่อให้บริการลูกค้า เช่น วินมอเตอร์ไซค์และวินสามล้อเครื่อง ก็ได้รับผลกระทบจากการขึ้นราคากาแฟครั้งนี้เช่นกัน หลายคนยอมรับว่า กาแฟเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ต้องรอลูกค้านานๆ ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการง่วง
นายยันต์ อายุ 54 ปี อาชีพขับวินมอเตอร์ไซค์ประจำสถานีขนส่งใหม่โคราช ให้สัมภาษณ์ว่า ตนดื่มกาแฟทุกวัน วันละ 3 แก้ว โดยเป็นกาแฟทรีอินวันผสมกับกาแฟดำ การปรับขึ้นราคาครั้งนี้ทำให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะกาแฟถือเป็นสิ่งจำเป็น หากจะให้เลิกดื่มคงเป็นไปไม่ได้ ทางออกเดียวที่คิดได้ในตอนนี้คือ ลดปริมาณการดื่มจากวันละ 3 แก้ว เหลือวันละ 2 แก้ว เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย
“ทุกวันนี้เศรษฐกิจก็ไม่ค่อยดี ลูกค้าก็น้อย ค่าครองชีพก็สูงขึ้นไปหมด ไม่ใช่แค่กาแฟที่ขึ้นราคา ข้าวของทุกอย่างแพงขึ้นหมดเลย รัฐบาลควรช่วยดูแลเรื่องนี้บ้าง พวกเราคนหาเช้ากินค่ำเดือดร้อนกันหมด” นายยันต์ กล่าว
ด้าน นางสาวกำไร อายุ 46 ปี อาชีพขับวินสามล้อเครื่อง บขส.ใหม่โคราช กล่าวว่า ตนดื่มกาแฟเป็นประจำวันละ 3 กระป๋อง หรือหากเป็นกาแฟชงก็วันละ 3 แก้ว การปรับราคาครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อรายได้โดยตรง แม้จะพยายามปรับตัวด้วยการดื่มน้อยลง แต่ให้เลิกดื่มไปเลยคงเป็นไปไม่ได้ เธอกล่าวปิดท้ายด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “เลิกกับผัว ยังไม่ปวดหัวเท่าเลิกกาแฟเลย”
"โรม" จี้ รัฐบาลเคลียร์จีน ปล่อยเช่าคอนโด-บ้านจัดสรรในไทย ลั้นต้องจัดการตามกฎหมาย
https://siamrath.co.th/n/603854
วันที่ 26 ก.พ.2568 เวลา 10.00 น.ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีมีธุรกิจของคนจีนปล่อยเช่าคอนโดและบ้านจัดสรรในไทย ว่า ได้รับการร้องเรียนเยอะมาก มีทั้งคอนโดและบ้านจัดสรร และมีคนร้องเรียนว่า โครงการของบางบริษัทมี 80% เป็นของคนจีน ไม่อยากสรุปว่าพวกเขาเป็นจีนเทาหรือไม่ แต่สภาพการแบบนี้ เราต้องยอมรับว่ามีความท้าทายใหม่ อาจจะผิดหรือไม่ผิดกฎหมาย แต่มันก็นำไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อยด้านอื่น เช่น นักท่องเที่ยวที่เขามาประเทศไทย เขาอาจจะไม่ต้องแคร์เพื่อนบ้าน แต่คนที่อยู่ข้างๆจะรู้สึกอย่างไร เขามาแล้วเขาก็ไป ซึ่งปัญหานี้เป็นปัญหาที่ใหญ่จริง ที่รัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญ ไม่ใช่ปล่อยให้ดูแลกันเอง
"เอาเป็นว่าผมไม่เอ่ยชื่อบริษัทก็แล้วกัน แต่บรรดาโครงการพวกนี้ มันมีอยู่ไม่กี่เจ้า บางบริษัทเขาตั้งเป้าหาลูกค้า จากต่างประเทศเป็นการเฉพาะ ทำให้มีแนวโน้มหรือโอกาส ให้ไปเช่าต่อ หรือทำเป็นธุรกิจโรงแรม"
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า วันนี้สิ่งที่รัฐบาลต้องทำมี 2 ข้อ
1. คือโครงการที่จะขายต่อไป ควรจะคุยกับบริษัทเหล่านี้เลยว่า จะมีมาตรการอย่างไร แทนที่จะจัดการปลายน้ำเราควรจัดการที่ต้นน้ำ จะมีวิธีการคัดกรองหรือไม่ ถ้ามีกฎหมายที่ต้องแก้ก็จะได้แก้หรือปรับปรุง หรือถ้ามีกฎระเบียบกระทรวงอะไรที่ต้องทำ ก็จะได้ทำกันอย่างเนิ่นๆ
2. ส่วนที่ขายไปแล้ว และมีสภาพการปล่อยเช่าให้ต่างชาติ ก็ต้องบังคับใช้ตามกฎหมาย ซึ่งเรื่องนี้ต้องดำเนินการ ไม่เช่นนั้นจะส่งผลกระทบแบบนี้ ต่อไปเรื่อยๆ กลายเป็นว่าคอนโดมีสถานะไม่ต่างจากโรงแรม
ษัษฐรัมย์ เผยถ้อยคำแถลง ต่อประธานบอร์ดฯ ยันขอสูตรที่เป็นธรรม ลั่น เห็นชีวิต มากกว่าตัวเลข
https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_5066550
ษัษฐรัมย์ เผยถ้อยคำแถลง ต่อประธานบอร์ดฯ ยัน ไม่ได้ขอปรับบำนาญเพิ่ม แต่ขอสูตรที่เป็นธรรม ลั่น เห็นชีวิต มากกว่าตัวเลข
หลังจากที่เมื่อวานนี้ 25 กุมภาพันธ์ บอร์ดประกันสังคมตีกลับ สูตรบำนาญใหม่ ของนายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคม ฝ่ายผู้ประกันตน ในบอร์ดประกันสังคม
โดยมี นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานบอร์ดประกันสังคม เป็นประธาน ซึ่งมีวาระการพิจารณาการปรับปรุงสิทธิประโยชน์กรณีชราภาพของผู้ประกันตนมาตรา 33 และ มาตรา 39 รวมถึงเรื่องการบริหารอื่นๆ แต่ปรากฎว่าที่ประชุมได้ขอเลื่อนวาระดังกล่าวออกไปก่อนนั้น
ล่าสุด ด้านนายษัษฐรัมย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กระบุถ้อยแถลงต่อประธานบอร์ดฯ ว่า
“เรียนท่านประธาน ผมขออธิบายเรื่องสูตรคำนวณบำนาญใหม่เพิ่มเติม หลังจากฝ่ายวิจัยได้นำเสนอในทางตัวเลขไปแล้ว แต่ข้างหลังตัวเลข มันมีชีวิตคน
เมื่อสัปดาห์ก่อนผมได้สนทนากับผู้ประกันตนท่านหนึ่ง เขาเป็นผู้ประกันตน ม.39 และเป็นผู้รักษาตัวจากโรคมะเร็งด้วยสิทธิประกันสังคมอยู่ เขาอายุ 40 ปลายๆ ส่งประกันสังคมม.33 มาหลายปี แต่หากเขาส่ง ม.39 ต่อ บำนาญของเขาจะลดลงกว่าครึ่ง เมื่ออายุ 55 ปี มันจะเป็นชีวิตที่ยากลำบากมากๆของผู้ป่วยมะเร็ง หากเขายังไม่เสียชีวิต และเงินบำนาญของเขาเพียงเท่านี้ อาจไม่พอแม้จ่ายค่าไฟเลยด้วยซ้ำ เราไม่ได้ขอปรับเพิ่มบำนาญ แต่ขอเพียงสูตรคำนวณที่เป็นธรรมแก่คนธรรมดา”
“ท่านอาจเห็นตัวเลข แต่ผมเห็นชีวิต ไม่มีรายงานฉบับใด จะละเอียดเท่าที่ฝ่ายวิจัยทำมาแล้ว เรื่องนี้ผ่านอนุกรรมการมาตั้งแต่ตุลาคม ตอนนี้ก็มากกว่า 100 วันมาแล้ว ผมขอเสนอให้คณะกรรมการ รับหลักการเบื้องต้น สูตรบำนาญใหม่นี้ เพื่อเดินหน้าสู่การทำประชาพิจารณ์ และกลับเข้าคณะกรรมการอีกครั้ง ถึงตอนนั้นท่านค่อยตัดสินใจอีกครั้งก็ได้”
ถ้อยคำของผมคำต่อคำ ต่อที่ประชุมประกันสังคมก่อนที่วาระเรื่องสูตรบำนาญใหม่ยังไม่ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการประกันสังคม และส่งผลให้คน 300,000 คนที่จะได้รับผลประโยชน์ด้านนี้ต้องรอต่อไป
https://www.facebook.com/sustarum.t/posts/9878962505461473?ref=embed_post