สุนทรภู่ของอาจารย์นิธิ

กระทู้สนทนา
สุนทรภู่ของอาจารย์นิธิ
ศ.ดร. นิธิ เอียวศรีวงศ์ เป็นนักสุนทรภู่ศีกษาที่โดดเด่น นับจากผลงานในปี ๒๕๒๕ เรื่องวัฒนธรรมกระฎุมพีที่ใช้วรรณกรรม
เป็นข้อมูล น่าเสียดายที่บกพร่องในการกำหนดอายุ การตีความต่อมาย่อมผิดพลาดเป็นธรรมดา

ยิ่งกว่านั้น การเขียนประวัติศาสตร์ที่มุ่งผลลัพธ์เหนือวิธีวิทยา ยังสนองได้แต่จินตนาการ ไม่ได้ความเป็นจริง
แทนที่จะให้หลักฐานพูด ท่านกลับพูดแทนเสียเองเพื่อให้เจือสมแก่ทฤษฎี เกิดแนวคิดประหลาด ๆ ออกมา เช่น
https://prachatai.com/journal/2006/06/8794

"สุนทรภู่รับราชการอยู่ในวังระยะสั้นมาก" 
เราไม่รู้ว่าสุนทรภู่รับราชการเมื่อไร แต่ถ้าเชื่อสมเด็จฯดำรง (อย่างที่นิธิเชื่อ) ท่านคงเริ่มงานหลังมีบัตรสนเท่ห์ชุกชุม ๒๓๕๙ 
แล้วสำนวนกลอนไปถูกพระทัยรัชกาลที่สอง จึงได้เป็นกวีที่ปรีกษา นับแล้วก็ยาวนานเกิน ๘ ปี ยิ่งกว่านั้น ท่านยังลาบวช
ไม่ใช่หนีราชภัยอย่างที้เชื่อกัน การได้เป็นครูสอนเจ้าฟ้าอีก ในปี ๒๓๗๓ ก็ควรถือว่ารับราชการด้วย 
เวลาร่วม ๑๔ ปี (๒๓๕๙-๒๓๗๓) คงใช้คำว่า "ระยะสั้น" ไมได้

" พอรัชกาลที่ 2 สวรรคตแล้ว ท่านก็ออกมาอยู่ข้างนอก"
คำพูดนี้ดูจะสื่อว่า สุนทรภู่อยู่ในราชสำนักต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ที่จริงในเมื่อท่านลาบวช ก็ต้องมาอยู่วัดเป็นเรื่องปกติ 
แล้วท่านก็อยู่ก่อนการสวรรคตเสียอีก แต่เมื่อเชื่อว่าท่านหนีบวชก็ต้องตีความเช่นนี้ แสดงว่า นิธิเชื่อสมเด็จฯ ทั้งๆ ที่ต้องการ
แก้ไขแนวคิดของพระองค์แท้ๆ

"สุนทรภู่ไม่ใช่กวีราชสำนัก ซึ่งที่ผ่านมากวีที่ไม่ใช่กวีราชสำนักนั้น ไม่มี"
แนวคิดนี้เป็นของตะวันตกเริ่องกวีหลวง (Poet laureate) ว่ามีผู้ทำหน้าที่แต่งคำประพันธ์ถวายกษัตริย์ในโอกาสต่างๆ นี่เป็น
ความแปลกแยกทางประวัติศาสตร์ ยากจะใช้กับอดีตของไทย แล้วอันที่จริง ชนชั้นนำของไทยเป็นกวีกันเป็นส่วนมาก แต่ถือเอา
กวีนิพนธ์เป็นงานอดิเรก มีงานชุมนุมกวีเป็นสนามประลองความสามารถ บางครั้งก็ร่วมกันสร้างผลงานให้แผ่นดิน จึงไม่มีกวีราช
สำนักในประวัติศาสตร์ไทย 

"สุนทรภู่ไม่ได้ทำงานรับใช้ราชสำนัก แต่ท่านมีตลาดของท่าน" 
นิธิเสนอว่า สุนทรภู่เป็นอิสระจากระบบชนชั้น เพราะหาเงินได้จากการแต่งกลอน มีลูกค้าคือชนชั้นกลางจำนวนน้อย เป็นกลุ่มที่
ทำการค้า มีการศึกษาพอควร ถ้าเรื่องนี้เป็นความจริง ทฤษฎีมีกระฎมพีก่อนรัชกาลที่สี่ของท่านก็จะเป็นการค้นพบที่ยิ่งใหญ่ 
น่าเสียดายที่ข้อมูลประวัติศาสตร์ ไม่สนับสนุนท่านเลย

งานประพันธ์ของสุนทรภู่ เมื่อชัณสูตรด้วยข้อมูลภายใน นอกจากต้องตัดนิราศ ๓ เรื่องทิ้งไป การลำดับก่อนหลังและแปลความ
ก็ต้องเปลี่ยนไปด้วย
ประการแรก สุนทรภู่ผลิตงานเพื่อราชสำนักมากเกินกว่าที่จะเป็นอิสระ เช่นขุนช้างขุนแผน สวัสดิ์รักษา เพลงยาวถวายโอวาท 
เสภาเริ่องพระราชพงศาวดาร บทเห่พระบรรทม บทละครเรื่องอภัยนุราช ฯลฯ
ประการที่สอง ท่านลาราชการออกบวช สึกแล้วก็ไปรับราชการต่อ ดังนั้นจึงบอกไม่ได้ว่าแยกตัวออกจากราชสำนัก
ประการที่สาม สุนทรภู่เป็นชนชั้นผู้ดี ลูกเลี้ยงเป็นหลานพระยา มีญาติเป็นหม่อม รับราชการในกรมอาลักษณ์ แปลว่ามีความรู้
เกินข้าราชการปกติ และยังไกล้ชิตพระเนตรพระกรรณ์
ประการสุดท้าย เรื่องพระอภัยมณี แต่งโดยพระประสงค์ในรัชกาลที่สี่ ไม่ใช่งานหารายได้อย่างที่เข้าใจกันมาแต่เดิม เรื่องแต่ง
ถวายพระองค์เจ้าลักขณานุคุณและกรมหมื่นอัปสรสุดาเทพสนองผู้อุปถัมภ์ จึงไม่มีมูล 

"สุนทรภู่เป็นผู้ที่เสนอกวีนิพนธ์ให้กับคนอ่านเพื่ออ่าน"
นี่อาจจะเป็นข้อเสนอที่มีข้อมูลสนับสนุนมากที่สุด แต่ก็เป็นข้อเสนอที่หักล้างทฤษฎีกระฎมพีของท่านเสียเอง เพราะคนอ่านใน
ประโยคนี้ ใช้ชืวิตอยู่ในรัชกาลที่ห้า ไม่ใช่รัชกาลที่หนึ่งถึงสามอย่างที่ท่านเสนอ นิราศเมืองแกลงเป็นตัวอย่างในข้อนี้

เมื่อสามหนุ่มไปเมืองแกลงมาถึงตะพานยายเหมเห็นทะเลแหลมทองหลางก็ชวนกันว่าเสภา "ถูกขุนช้างเข้าหอหัวร่อเฮ"
ข้อความตรงนี้นอกจากยืนยันว่านิราศนี้ไม่ได้แต่งปลายรัชกาลที่หนึ่งแล้ว ยังชี้ว่าแต่งเมื่อมีการพิมพ์ขุนช้างขุนแผนเป็นเล่มสมุด
อีกด้วย คณะเดินทางคงใช้ฉบับโรงพิมพ์ครูสมิท ๒๔๑๕ เป็นคู่มือ

ยิ่งกว่านั้น จากข้อมูลใหม่พบว่า งานของสุนทรภู่นั้นเติบโตมากับระบบการพิมพ์ ขายดีจนครูสมิทมีเงินสร้างตึก และแต่งโดย
รับสั่งของพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทั้งยังเคยเล่นเป็นละคอนของเจ้าพระยามหินทรศักดิ์ธำรงอีกด้วย "ตลาด"ที่รองรับงานของ
สุนทรภู่ จึงเกิดเมื่อสังคมไทยก้าวสู่ความเป็นสากล 

อาจจะเริ่มต้นในปี ๒๔๐๔ เมื่อหมอปลัดเลพิมพ์ "นิราศลอนดอน" ออกจำหน่าย
นี่จึงเป็นหมุดหมายสำคัญของวัฒนธรรมกระฎมพีแห่งยุครัตนโกสินทร์อย่างแท้จริง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่