เมื่อหนูเป็นสภาวะซึมเศร้าเฉียบพลัน

สวัสดีค่ะ หลังจากกระทู้ที่แล้วที่ปรึกษาเรื่องเงินพี่ๆอาจจะเดาได้ว่าตัวหนูมีเรื่องเครียดแน่นอนอยู่แล้วคือเรื่องเงิน
ตอนแรกหนูก็คิดว่าจะมาแชร์ดีมั้ย แต่บางครั้งก็อยากแชร์ให้คนอื่นๆรู้ค่ะ 
อย่างแรกเลยคือสภาวะซึมเศร้าเฉียบพลัน แตกต่างจากโรคซึมเศร้าอยู่หน่อยๆค่ะ
บอกตรงๆว่าหนูไม่คืดด้วยซ้ำว่าหนูจะเป็นสภาวะซึมเศร้าแบบนี้ ตอนแรกคิดว่าแค่เครียดเฉยๆค่ะ
ทุกอย่างเริ่มจากตอนที่หนูมีเป้าหมายว่าจะกลับมาประเทศไทยค่ะ หนูเลยได้ทำการตั้งเป้าหมายจำนวนเงินเอาไว้ค่ะ 
แล้วช่วงนั้นเป็นช่วงที่เรียนม.ปลายปี 1 พอดี ตอนแรกหนูไม่ได้คิดมากและไม่มีปัญหาอะไรเลยค่ะ เป็นเด็กวัยรุ่นธรรมดา

จนกระทั่งหนูเริ่มทำงานหนักขึ้นเรื่อยๆ ตอนนั้นวิ่งงานสองที่ค่ะ ร้านอาหารไทยกับทำแมคโดนัล ศุกร์กับเสาร์ต้องทำกะดึกเลิกแปดโมงเช้า วันธรรมดาทำหลังเลิกเรียนถึงห้าทุ่มเหนื่อยกายมากค่ะ แต่ตอนนั้นกำลังใจมันยังมีอยู่
ต่อมาที่โรงเรียนก็ดันมามีปัญหากับคุณครู ซึ่งหนูไม่ผ่านทางด้านภาษาค่ะ... หนูโดนครูเขียน feedback ใส่งานที่ส่งไปค่อนข้างแรง จนได้ไปคุยกับอาจารย์ที่ปรึกษาว่าพอมีทางให้มั้ย เพราะภาษามันยากมากจริงๆ ซึ่งอาจาร์ยแนะนำหนูให้ ลาออก ไปเรียนภาษามาใหม่ 
ตอนนั้นบอกตรงๆว่าเครียดค่ะอยากเรียนให้จบ แต่ก็ยังหักโหมทำงานอยู่นะคะ 
ช่วงนั้นเป็นช่วงที่หนูมีปัญหาในครอบครัวด้วย แล้วคือมันเหมือนเป็นปัญหาทางสุขภาพจิตค่ะ (ทะเลาะกับพ่อ) จนมันทำให้หนูเริ่มไม่ไปเรียน
หนูหยุดเรียนบ่อยขึ้น เหนื่อยขึ้น ความจำหนูแย่ขึ้นเรื่อยๆ (อันนี้คือเห็นได้ชัดเลยค่ะ หนูลืมชื่อเพื่อนสนิท) คุณแม่ใช้ให้ไปซื้อของห้างหน้าบ้าน แม่บอกให้ซื้ออะไรจำไม่ได้ค่ะ ทั้งๆที่แม่เพิ่งบอก หนูลืมสนิทเลย ต่อมาก็เริ่มลืมว่าต้องทำอะไรต่อ วันนี้เข้างานกี่โมง ตอนนั้นหนูลืมไปเลยค่ะ
ตอนกลางคืนนอนไม่หลับ ตอนหลับก็ตีสอง-ตีสาม ทุกวัน (ตื่นจนหนูจำเวลาได้) เริ่มไม่คุยกับเพื่อน เริ่มหงุดหงิดทุกคน กลับบ้านก็โดนพ่อด่าโดนแขวะโดนประชด จนถึงขั้นอยากจะออกไปอาละวาดใส่พ่ออยากทำร้ายเขาเลยค่ะ
มีคืนนึงหนูทะเลาะกับพ่อหนักมาก หนูทนไม่ไหวหนูได้แต่หยิกแขนตัวเองระบายความโกรธ จนแขนหนูถลอก 

วันนึงหนูเรียกแม่มาในห้อง บอกแม่คำเดียวว่าหนูไม่ไหวแล้ว สิ้นคำพูดหนผุร้องไห้กับแม่เลยค่ะ แม่บอกเหนื่อยก็พัก ถ้าไม่ไหวจริงๆก็ดรอปออกก่อน แต่โรงเรียนจะพาไปอเมริกาตอนปีสอง หนูเลยอยากอยู่ให้ถึงปีสองก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที 
มันวนอยู่แบบนี้อ่ะค่ะสามสี่เดือน เช้าเรียนกลางคืนทำงานวันไหนหยุดทำงานโดนพ่อด่าโดนพ่อแขวะโดนประชดใส่ ยอมรับว่าเสียสุขภาพจิตมากค่ะ จนกระทั่งหนูถึงขั้นเผลอ

[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แต่ไม่ได้ลึก แค่เลือดซิก หนูเริ่มรู้สึกว่าตัวเองไม่โอเคแล้ว อยู่เฉยๆก็ร้องไห้ เหนื่อยมากทั้งหายแล้วก็ใจ

หนูตัดสินใจโทรหาหมอประจำตัวค่ะ หนูนัดหมอตอนนั้นเล่าเรื่องไปร้องไห้ไป หมอให้ทำแบบทดสอบซึมเศร้าค่ะ พร้อมกับคำแนะนำเบื้องต้น
เช่นหากิจกรรมทำหรือออกกำลังกายใช้พลังงานค่ะ (หนูไม่ได้ออกกำลังกายตั้งแต่จบมัธยมค่ะ)
เป็นครั้งแรกที่คุยกับหมอนานมากชั่วโมงกว่าๆได้ จนหมอได้ติดต่อจิตแพทย์ให้ค่ะ
ช่วงนั้นคือโรงเรียนไม่ได้ไป สภาพหนูแย่มากตาโบ๋ แขนแดง ผมร่วง คือเหมือนผีเลยค่ะ
จนได้มาคุยกับจิตแพทย์ค่ะ ตอนแรกก็กลัวๆนะ ไม่เคยคุยเลย แต่พอเข้าห้องไป มันมีเก้าอี้สองอันนิ่มๆ มีน้ำวางบนโต๊ะ ห้องเป็นสีเทา มีต้นไม้ตรงหน้าต่างกระถางนึง ที่เหลือคือว่างเปล่าค่ะ 
เจอกันแนะนำตัวกันปกติ สักพักหมอก็เริ่มคุย 
หนูได้คุย 1ชม.ตามที่เวลาที่หมอให้มาค่ะ ซึ่งหนูนัดทั้งหมดสี่ครั้ง หนูร้องไห้ทุกรอบ แต่หมอแนะนำดีมากค่ะ วาดรูปให้หนู บอกว่ามีภูเขาลูกนี้นะ(ภูเขาคือโรงเรียน) ตอนนี้หนูใกล้จะถึงยอดภูเขาแล้ว แล้วตอนลงมันจะลงง่ายนะ เขาก็อธิบายมา รู้สึกดีมากๆ ค่ะ 
จนวันสุดท้ายรอบที่สี่ที่นัดไว้ หมอให้เอาผู้ปกครองมาด้วยค่ะ ซึ่งหนูปฏิเสธที่จะเอาพ่อมา เพราะมันไม่ดีแน่ๆ เลยเลือกเอาแม่มาค่ะ 
หนูไม่รู่นะคะว่าเขาคุยอะไรกัน จนหนูได้เข้าไปคุยด้วย เขาก็พยายามหาทางออกให้ ซึ่งก็เจอค่ะ 
หลังจากนั้นหนูก็ไปพบหมอประจำตัวเป็นครั้งคราวค่ะ เหมือนดูอาการจนหมอแน่ใจ ว่าหนูเป็นซึมเศร้าเฉียบพลัน ซึ่งถ้าไม่รีบรักษาแต่เนิ่นๆ จะนำไปถึง “โรคซึมเศร้า” จริงๆได้ค่ะ หมอก็ชมว่าหนูสังเกตตัวเองดีมากค่ะ หลังจากนั้นหนูก็เลยปลงเรื่องเรียนและแม่กับพ่อเองก็ดีขึ้น งานตอนนี้ก็ทำงานเดียว แต่ก็ยังทำปกติค่ะมงทุกวัน

ตอนนี้อาการมันคงที่ค่ะ แต่ล่าสุดเกิดเรื่องเครียดเรื่องเรียนเหมือนเดิมกับเรื่องที่ทำงาน ตอนนี้รู้สึกเหมือนอาการกลับมาค่ะ แต่ก็ได้ปรึกษาจิตแพทย์เรียบร้อยแล้ว 
สภาวะซึมเศร้าเฉียบพลันเท่าที่ฟังหมออธิบายมันคล้ายกับโรคเครียดค่ะ แรกๆมันจะเครียดแต่สักพักมันจะเริ่มซึมเศร้า หนูจำได้ว่าตอนนั้นหนูกรีดแขนตัวเองแล้วแม่มาเห็น แม่ด่าค่ะ อยากตายก้ตายไปเลย คืนนั้นก็หยีออกจากบ้านเลยค่ะ
หนูอยากแนะนำพี่ๆถ้าหากมีอาการคล้ายๆแบบหนูลองไปคุยกับจิตแพทย์ดูค่ะ ตัวหนูไม่ต้องพึ่งยาค่ะ แต่ต้องพึ่งที่ระบาย เพราะถ้าเก็บเอาไว้คนเดียวเรื่อยๆ หมอเตือนมาว่าอาจจะสายไปเกินแก้ค่ะ เพราะกินยามุกวันมันไม่สนุก
ช่วงนี้เหมือนมันกำเริบเพราะตอนนี้มีเรื่องเครียด ตอนนี้หนูอยากร้องไห้นะ แต่หนูต้องเข้มแข็ง หนูขอขอบคุณพี่ๆที่อ่านจบนะคะ
ปล.หนูขอสะคะอย่าเปิดเผยประเทศที่หนูอยู่เลย หนูกลัวครอบครัวมาเห็นค่ะ ขอบคุณมากค่ะ 
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่