ประโยชน์ของ "เม็ดมะม่วงหิมพานต์"
เม็ดมะม่วงหิมพานต์ (Cashew Nuts) มีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย เนื่องจากอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีคุณค่า นี่คือประโยชน์หลักๆ:
1. ดีต่อหัวใจ: เม็ดมะม่วงหิมพานต์มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated Fats) และกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (Polyunsaturated Fats) ซึ่งช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล LDL (ไขมันเลว) และเพิ่ม HDL (ไขมันดี) จึงลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ
2. แหล่งโปรตีนและไฟเบอร์: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการโปรตีนจากพืช และไฟเบอร์ในเม็ดมะม่วงหิมพานต์ยังช่วยเรื่องระบบย่อยอาหาร ทำให้อิ่มนาน
3. อุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุ:
-วิตามินเค: ช่วยในการแข็งตัวของเลือดและสุขภาพกระดูก
-แมกนีเซียม: สนับสนุนการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาท
-ทองแดง: ช่วยในการผลิตพลังงานและบำรุงระบบภูมิคุ้มกัน
-สังกะสี: เสริมสร้างภูมิคุ้มกันและสุขภาพผิว
4. ต้านอนุมูลอิสระ: มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น โพลีฟีนอล และแคโรทีนอยด์ ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหาย และอาจลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง
5. ควบคุมน้ำหนัก: แม้จะมีแคลอรีสูง แต่ถ้ากินในปริมาณที่เหมาะสม ไขมันดีและไฟเบอร์จะช่วยให้รู้สึกอิ่ม ลดการกินจุบจิบ

*เม็ดมะม่วงหิมพานต์มีคุณค่าทางโภชนาการที่หลากหลาย โดยข้อมูลต่อไปนี้เป็นค่าโดยประมาณต่อปริมาณ 100 กรัม (แบบดิบ ไม่ปรุงรส):
คุณค่าทางโภชนาการหลัก:
-พลังงาน: 553-580 กิโลแคลอรี (ขึ้นอยู่กับแหล่งข้อมูล)
-ไขมันรวม: 43-44 กรัม
1. ไขมันอิ่มตัว (Saturated Fat): 7.8-8 กรัม
2. ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated Fat): 23.8-24 กรัม
3. ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (Polyunsaturated Fat): 7.8-8 กรัม
-คาร์โบไฮเดรต: 30-33 กรัม
1. น้ำตาล: 5.9-6 กรัม
2. ใยอาหาร (Dietary Fiber): 3.3-3.5 กรัม
-โปรตีน: 18-18.2 กรัม
วิตามิน:
-วิตามินบี 1 (ไทอะมีน): 0.42 มก. (35% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน)
-วิตามินบี 6 (ไพริดอกซีน): 0.42 มก. (32% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน)
-วิตามินเค: 34.1 ไมโครกรัม (28% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน)
-วิตามินอี: 0.9 มก. (เล็กน้อยแต่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ)
แร่ธาตุ:
-แมกนีเซียม: 260-292 มก. (65-70% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน) – ช่วยเรื่องกล้ามเนื้อและกระดูก
-ฟอสฟอรัส: 593 มก. (85% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน) – บำรุงกระดูกและฟัน
-ทองแดง: 2.2 มก. (110% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน) – สนับสนุนระบบประสาทและเม็ดเลือดแดง
-สังกะสี: 5.8 มก. (58% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน) – เสริมภูมิคุ้มกัน
-เหล็ก: 6.7 มก. (37% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน) – ช่วยในการขนส่งออกซิเจนในเลือด
-โพแทสเซียม: 660 มก. (14% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน) – ควบคุมความดันโลหิต
สารอื่นๆ:
-สารต้านอนุมูลอิสระ: มีโพลีฟีนอลและแคโรทีนอยด์ในปริมาณเล็กน้อย
-กรดอะมิโน: มีกรดอะมิโนจำเป็น เช่น ทริปโตเฟน ซึ่งช่วยในการสร้างเซโรโทนิน (สารสื่อประสาทที่ทำให้รู้สึกดี)
หมายเหตุ:
-ปริมาณแคลอรีและไขมันสูง ดังนั้นควรกินในปริมาณที่พอเหมาะ (ประมาณ 15-30 กรัมต่อวัน หรือ 1 กำมือ) เพื่อให้ได้ประโยชน์โดยไม่เพิ่มน้ำหนักเกิน
-ค่าทางโภชนาการอาจแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับวิธีการแปรรูป (ดิบ อบ คั่ว)
เม็ดมะม่วงหิมพานต์จึงเป็นของว่างหรือส่วนผสมในอาหารที่ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ ถ้ากินในปริมาณที่เหมาะสม เป็นแหล่งพลังงานและสารอาหารที่หนาแน่น เหมาะสำหรับการเติมพลังระหว่างวันหรือเสริมในมื้ออาหาร
ข้อควรระวัง:
-ควรบริโภคแบบไม่ปรุงรสหรืออบเกลือ เพราะเกลือหรือน้ำตาลที่เติมอาจลดคุณค่าทางโภชนาการ
-ผู้ที่แพ้อาหารจำพวกถั่วควรหลีกเลี่ยง
*ที่มา/ข้อมูลและสินค้าเพิ่มเติม>>
https://invite2buy.blogspot.com/2025/02/blog-post_28.html
ประโยชน์ของ "เม็ดมะม่วงหิมพานต์"
1. ดีต่อหัวใจ: เม็ดมะม่วงหิมพานต์มีกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated Fats) และกรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (Polyunsaturated Fats) ซึ่งช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล LDL (ไขมันเลว) และเพิ่ม HDL (ไขมันดี) จึงลดความเสี่ยงของโรคหัวใจ
2. แหล่งโปรตีนและไฟเบอร์: เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการโปรตีนจากพืช และไฟเบอร์ในเม็ดมะม่วงหิมพานต์ยังช่วยเรื่องระบบย่อยอาหาร ทำให้อิ่มนาน
3. อุดมด้วยวิตามินและแร่ธาตุ:
-วิตามินเค: ช่วยในการแข็งตัวของเลือดและสุขภาพกระดูก
-แมกนีเซียม: สนับสนุนการทำงานของกล้ามเนื้อและระบบประสาท
-ทองแดง: ช่วยในการผลิตพลังงานและบำรุงระบบภูมิคุ้มกัน
-สังกะสี: เสริมสร้างภูมิคุ้มกันและสุขภาพผิว
4. ต้านอนุมูลอิสระ: มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น โพลีฟีนอล และแคโรทีนอยด์ ช่วยปกป้องเซลล์จากความเสียหาย และอาจลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง
5. ควบคุมน้ำหนัก: แม้จะมีแคลอรีสูง แต่ถ้ากินในปริมาณที่เหมาะสม ไขมันดีและไฟเบอร์จะช่วยให้รู้สึกอิ่ม ลดการกินจุบจิบ
คุณค่าทางโภชนาการหลัก:
-พลังงาน: 553-580 กิโลแคลอรี (ขึ้นอยู่กับแหล่งข้อมูล)
-ไขมันรวม: 43-44 กรัม
1. ไขมันอิ่มตัว (Saturated Fat): 7.8-8 กรัม
2. ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (Monounsaturated Fat): 23.8-24 กรัม
3. ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน (Polyunsaturated Fat): 7.8-8 กรัม
-คาร์โบไฮเดรต: 30-33 กรัม
1. น้ำตาล: 5.9-6 กรัม
2. ใยอาหาร (Dietary Fiber): 3.3-3.5 กรัม
-โปรตีน: 18-18.2 กรัม
วิตามิน:
-วิตามินบี 1 (ไทอะมีน): 0.42 มก. (35% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน)
-วิตามินบี 6 (ไพริดอกซีน): 0.42 มก. (32% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน)
-วิตามินเค: 34.1 ไมโครกรัม (28% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน)
-วิตามินอี: 0.9 มก. (เล็กน้อยแต่ช่วยต้านอนุมูลอิสระ)
แร่ธาตุ:
-แมกนีเซียม: 260-292 มก. (65-70% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน) – ช่วยเรื่องกล้ามเนื้อและกระดูก
-ฟอสฟอรัส: 593 มก. (85% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน) – บำรุงกระดูกและฟัน
-ทองแดง: 2.2 มก. (110% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน) – สนับสนุนระบบประสาทและเม็ดเลือดแดง
-สังกะสี: 5.8 มก. (58% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน) – เสริมภูมิคุ้มกัน
-เหล็ก: 6.7 มก. (37% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน) – ช่วยในการขนส่งออกซิเจนในเลือด
-โพแทสเซียม: 660 มก. (14% ของปริมาณที่แนะนำต่อวัน) – ควบคุมความดันโลหิต
สารอื่นๆ:
-สารต้านอนุมูลอิสระ: มีโพลีฟีนอลและแคโรทีนอยด์ในปริมาณเล็กน้อย
-กรดอะมิโน: มีกรดอะมิโนจำเป็น เช่น ทริปโตเฟน ซึ่งช่วยในการสร้างเซโรโทนิน (สารสื่อประสาทที่ทำให้รู้สึกดี)
หมายเหตุ:
-ปริมาณแคลอรีและไขมันสูง ดังนั้นควรกินในปริมาณที่พอเหมาะ (ประมาณ 15-30 กรัมต่อวัน หรือ 1 กำมือ) เพื่อให้ได้ประโยชน์โดยไม่เพิ่มน้ำหนักเกิน
-ค่าทางโภชนาการอาจแตกต่างกันเล็กน้อยขึ้นอยู่กับวิธีการแปรรูป (ดิบ อบ คั่ว)
เม็ดมะม่วงหิมพานต์จึงเป็นของว่างหรือส่วนผสมในอาหารที่ทั้งอร่อยและมีประโยชน์ ถ้ากินในปริมาณที่เหมาะสม เป็นแหล่งพลังงานและสารอาหารที่หนาแน่น เหมาะสำหรับการเติมพลังระหว่างวันหรือเสริมในมื้ออาหาร
ข้อควรระวัง:
-ควรบริโภคแบบไม่ปรุงรสหรืออบเกลือ เพราะเกลือหรือน้ำตาลที่เติมอาจลดคุณค่าทางโภชนาการ
-ผู้ที่แพ้อาหารจำพวกถั่วควรหลีกเลี่ยง
*ที่มา/ข้อมูลและสินค้าเพิ่มเติม>> https://invite2buy.blogspot.com/2025/02/blog-post_28.html