HPV กับภาวะมีบุตรยาก: ความเชื่อมโยงที่ผู้หญิงควรรู้

ไวรัส HPV (Human Papillomavirus) เป็นไวรัสที่สามารถติดต่อผ่านทางการสัมผัสของผิวหนังกับผิวหนัง โดยเฉพาะการสัมผัสในระหว่างการมีเพศสัมพันธ์ ซึ่งไวรัสชนิดนี้สามารถทำให้เกิดการติดเชื้อในร่างกายมนุษย์ทั้งเพศหญิงและชายได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่การติดเชื้อในผิวหนังและเยื่อบุช่องคลอด ไปจนถึงการเกิดเนื้องอกหรือมะเร็งในอวัยวะต่างๆ เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งอวัยวะเพศชาย และมะเร็งช่องปาก (ในกรณีที่มี oral sex) อีกทั้งยังมีการเชื่อมโยงไวรัส HPV กับปัญหาการมีบุตรยากด้วย

การติดเชื้อ HPV ในผู้หญิงบางกลุ่มสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพการเจริญพันธุ์ ซึ่งมีหลักฐานจากการศึกษาว่าเชื้อ HPV ที่เกิดขึ้นในมดลูก หรือบริเวณปากมดลูก อาจมีผลทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การอักเสบของปากมดลูก (Cervicitis) หรือการเกิดการเปลี่ยนแปลงในเนื้อเยื่อของปากมดลูกที่อาจเป็นมะเร็งในระยะเริ่มต้น โดยผลกระทบเหล่านี้จะทำให้การตกไข่และการฝังตัวของไข่ในมดลูกไม่สามารถเกิดขึ้นได้ตามปกติ ซึ่งส่งผลต่อโอกาสในการตั้งครรภ์

นอกจากนี้ เชื้อ HPV มักเกิดร่วมกับการติดเชื้อทางเพศสัมพันธุ์อื่นๆ ยังอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดการติดเชื้อในท่อรังไข่ (Pelvic Inflammatory Disease - PID) ซึ่งมีผลทำให้ท่อรังไข่เกิดการอุดตัน การอุดตันของท่อรังไข่เป็นหนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดภาวะมีบุตรยากในผู้หญิง

HPV Low Risk และ High Risk: ความแตกต่างและผลกระทบต่อการมีบุตรยาก
เชื้อ HPV แบ่งออกเป็นกลุ่มหลักๆ ตามระดับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคมะเร็ง ดังนี้:
- Low-risk HPV (HPV ชนิดความเสี่ยงต่ำ): เชื้อกลุ่มนี้มักไม่เกี่ยวข้องกับการเกิดมะเร็ง แต่สามารถทำให้เกิดโรคที่ไม่ร้ายแรง เช่น หูดหงอนไก่ (Genital warts) ซึ่งสามารถรักษาได้โดยการรักษาทางการแพทย์ เช่น การใช้ยา หรือการผ่าตัดในกรณีที่มีอาการรุนแรง การติดเชื้อ HPV ในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ไม่ส่งผลกระทบต่อการมีบุตรยาก

- High-risk HPV (HPV ชนิดความเสี่ยงสูง): เชื้อกลุ่มนี้มีความสัมพันธ์โดยตรงกับการเกิดมะเร็งในระบบสืบพันธุ์ เช่น มะเร็งปากมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งอวัยวะเพศหญิง มะเร็งอวัยวะเพศชาย มะเร็งทวารหนัก และมะเร็งช่องปากและลำคอ โดยเฉพาะชนิด HPV 16 และ 18 ซึ่งเป็นชนิดที่มีความเสี่ยงสูงในการพัฒนาเป็นมะเร็ง ปัญหาจากการติดเชื้อ HPV ชนิดความเสี่ยงสูงนี้สามารถส่งผลให้เกิดภาวะการอักเสบเรื้อรังในระบบสืบพันธุ์ และลดโอกาสในการตั้งครรภ์ โดยเฉพาะการเกิดมะเร็งลุกลามและต้องทำการผ่าตัดเพื่อนำมดลูกออก

การตรวจคัดกรองและการป้องกัน
การตรวจหาและป้องกันเชื้อ HPV จึงเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาสุขภาพการเจริญพันธุ์ในผู้หญิง การตรวจคัดกรองไวรัส HPV ผ่านการตรวจ Pap smear และการตรวจหา HPV DNA ในปัจจุบันมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจาก
สามารถตรวจพบเชื้อ HPV ในระยะแรก และช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งปากมดลูก ซึ่งหากพบการติดเชื้อ HPV จะสามารถทำการรักษาหรือเฝ้าระวังได้อย่างเหมาะสม

การฉีดวัคซีน HPV เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการติดเชื้อ HPV ชนิดที่อาจนำไปสู่โรคมะเร็งในอวัยวะเพศหญิง รวมถึงการหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง เช่น การมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย ที่จะสามารถส่งผลต่อการเกิดภาวะมีบุตรยากในอนาคต

การติดเชื้อ HPV ถือเป็นหนึ่งในสาเหตุที่อาจส่งผลกระทบต่อการมีบุตรยากในผู้หญิง โดยเฉพาะในกรณีที่เกิดการอักเสบหรือภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์ การตรวจคัดกรองและการป้องกันเชื้อ HPV จึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการรักษาสุขภาพการเจริญพันธุ์ และการฉีดวัคซีนและการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอเป็นวิธีที่สามารถช่วยป้องกันปัญหาดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บทความโดย
พญ.ศรมน ทรงวีรธรรม 
แพทย์ผู้ชำนาญการอนุสาขาเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์
ติดตามสาระดีๆได้ที่ : https://www.tiktok.com/@vfccenter?is_from_webapp=1&sender_device=pc
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่