อิงฟ้าทิ้งกายบนม้านั่งริมระเบียง ลมทะเลยามค่ำคืนพัดผ่านช่วยปัดเป่าความเหนื่อยล้าออกไปให้อย่างใจดี เธอวางแก้วไวน์ที่ถือติดมือมาด้วยไว้ข้าง ๆ แล้วก้มตัวถอดรองเท้าส้นสูงออกเพราะต้องการพักเท้าที่ใช้เดินทั่วงานจนระบม
แต่แล้วก็มีกลิ่นหอมอย่างมีเอกลักษณ์ลอยเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ไม่ต้องชะเง้อคอมองหาก็พบว่าเป็นซาตานคนนั้นเองที่อิงฟ้าคอยลอบมองตอนอยู่ในงาน ถ้าไม่ติดว่ามีเรื่องบาดหมางที่สนามบิน อิงฟ้าก็อยากจะฉีกยิ้มสวยทักทายตามมารยาทอยู่หรอก
“ทำอะไรน่ะคุณ!”
สายฝนย่อตัวลงตรงหน้ายกยิ้มเจ้าเล่ห์ พร้อมกับเจลประคบเย็นสีฟ้าในมือ เธอนั่งจิบเครื่องดื่มอยู่แถวนี้มาก่อนหน้าอิงฟ้าจึงทำให้เห็นอิริยาบถต่าง ๆ รวมถึงได้ยินอิงฟ้าบ่นกับตัวเองด้วยใบหน้าบู้บี้ว่าเจ็บเท้าด้วย ความดีที่มีอยู่ในตัวจึงสั่งให้ไปควานหาเจลประคบเย็นมาบริการคุณเขาหน่อย อย่างน้อยก็ควรทำอะไรเพื่อเป็นการขอโทษที่เสียมารยาทใส่ที่สนามบินด้วย
“เหมือนเท้าคุณจะระบมเลยนะ”
“แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะเอามาอ้างแตะเนื้อต้องตัวคนอื่นโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือเปล่า?”
“โอเค ๆ เราขอโทษที่ไม่ได้ถามก่อน ขอโทษจริง ๆ คุณ”
สายฝนก้มหน้าขอโทษ แต่ยังคงดื้อรั้นจับเท้าอิงฟ้าขึ้นมาพาดบนขาตัวเองพลางออกแรงนวดคลึงบางเบา โดยไม่สนใจเลยว่าสาวเจ้าจะทำหน้ายักษ์พร้อมกินหัวใส่ขนาดไหน “ยอมเราสักห้านาทีแล้วเดี๋ยวให้โกรธต่อ เคนะ”
“คนอะไรดื้อด้าน!” อิงฟ้าพูดแบบไม่สบอารมณ์
“ก็จริง ใคร ๆ ก็พูดแบบนี้” สายฝนลอยหน้าลอยหน้ายอมรับความจริง น้ำเสียงไม่สนใจต่อคำว่ากล่าวทำให้อิงฟ้าหันขวับมาหา
“แล้วไม่คิดจะปรับปรุงตัวหรือไง?”
“ไม่เห็นมีอะไรต้องปรับปรุงนี่นา”
“เหอะ!”
อิงฟ้าถอนหายใจใส่อย่างไม่สามารถระงับตัวเองได้ คนอะไรพูดจาแต่ละคำไม่เคยเสนาะหูเลยสักนิด รูปลักษณ์ภายนอกมาดดีดูน่าเชื่อถือ คำพูดดูมีเสน่ห์น่าฟังต่อหน้านักข่าวหายไปไหนหมดแล้วล่ะ
“ทำหน้าแบบนี้ต้องด่าเราเรื่องที่สนามบินอยู่แน่เลย” เมื่อครบห้านาทีตามที่สายฝนขอไว้ เจลประคบบนเท้าจึงถูกยกออก แต่ก่อนที่จะยืดตัวขึ้นมานั่งข้าง ๆ อิงฟ้า สายฝนได้เป่าลมลงไปบางเบาคล้ายกับต้องการขับไล่ความเจ็บปวดให้หายออกไปโดยเร็วพลัน
สัมผัสละมุนแปลกใหม่วิ่งสวนทางกับใบหน้ายียวน อิงฟ้าเริ่มรู้สึกว่าตัวเองตั้งรับไม่ถูก แต่ยังคงคีพคาแรกเตอร์ย่นคิ้วไม่ชอบใจไว้ได้อยู่ “ตัวปัญหาอยู่ตรงหน้าไม่นึกถึงก็แปลกแล้วปะ”
“นั่นสินะ เรามันตัวปัญหาจริงแหละ แต่รู้ปะว่าเรารู้สึกผิดสุดหัวใจ เราเลยเดินไปเอาเจลมาประคบให้ ขอโทษนะคุณที่เราเสียมารยาทคิดว่าคุณเป็นคนขับรถแล้วก็ที่เผลอวีนเหวี่ยงใส่ด้วย คุณหายโกรธเรื่องนั้นได้ไหม?”
สายฝนใช้นิ้วชี้เกี่ยวปอยผมที่ถูกลมพัดไปเกี่ยวไว้ที่ใบหู
พออิงฟ้าได้ฟังน้ำเสียงเนิบนาบเอ่ยขอโทษอย่างไม่มีปรี่มีขลุ่ยแล้วรู้สึกใจอ่อน สายฝนดูภายนอกเป็นคนดื้อด้านไม่ยอมอ่อนให้ง่าย ๆ แน่ ๆ มันต้องเป็นเธอเองที่ประชดประชันเรียกร้องคำขอโทษพวกนั้นก่อนไม่ใช่เหรอ
อิงฟ้าปรายตามองผู้หญิงร้ายกาจด้านข้างที่กำลังกระดกไวน์แดงในแก้วค็อกเทลรวดเดียวจนหมด แล้วจู่ ๆ ก็ลุกหายไปชั่วครู่ แล้วกลับมาพร้อมไวน์ขวดใหม่ในมือ
ปะหลาดจริง ๆ เลยผู้หญิงคนนี้
“นี่คุณทำงานกับพี่ชายเราเป็นไงบ้าง? ปวดหัวสุด ๆ เลยอะดิ ทั้งเรื่องมากเรื่องเยอะ ไอ้นู่นก็ไม่ดีไอ้นั่นก็ไม่เห็นด้วย จะเอาแต่สิ่งที่ตัวเองคิด นิสัยแบบนี้ใครเขาจะอยากทำงานด้วยอะเนอะ”
สายฝนยกขวดไวน์มาจ่อตรงหน้า อิงฟ้าเข้าใจความหมายจึงยื่นแก้วเปล่าไปให้ตามมารยาท ไวน์แดงสีสวยถูกมือเรียวบรรจงเทอย่างตั้งใจเพื่อไม่ให้รสชาติหอมหวานถูกก่อกวนจากฟองอากาศ อืม น้องสาวเจ้าของโรงแรมหน่วยก้านดีมีเสน่ห์จริง ๆ นั่นแหละ ไอ้ที่เขาลือกันก็ไม่เกินจริงสักเท่าไหร่
“ชวนคุยเพราะอยากระบายงั้นสิ?” อิงฟ้าแอบยกยิ้มยามที่ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ การที่เขาชวนคุยเป็นวรรคเป็นเวรเช่นนี้คงมีเรื่องราวบางอย่างก่อกวนจิตใจจนต้องหาคนอื่นเป็นที่พึ่ง
“ไม่เชิง แค่บ่น ๆ เผื่อคุณเจอชะตากรรมเหมือนเรา”
“ทำไมอะ? เห็นตอนสัมภาษณ์คุณม่านหมอกก็ดูใจดีกับคุณนี่”
“ฮั่นแน่! นี่แอบยืนดูเราตอนนักข่าวสัมภาษณ์ด้วยหรอ?” สายฝนเบี่ยงประเด็นหนี เธอยังไม่สะดวกระบายสิ่งที่อยู่ในใจให้กับคนที่พึ่งเจอกันครั้งแรก
“อะไร! ฉันก็ต้องดูความเรียบร้อยของงานปกติปะ”
“อ่าอย่างนั้นหรอกหรอเนี่ย ไอ้เราก็หลงดีใจคิดว่าคุณแอบมองเราด้วยแววตาปลื้มปริ่ม”
“เพ้อเจ้อมาก ฉันไม่ใช่พวกสาวๆที่จ้องจะเดินเข้าหาคุณนะ”
“เรายังไม่ได้พูดถึงขั้นนั้นเลยนะ คุณร้อนตัวนี่นา”
ดวงตาของสายฝนเป็นประกายราวกับถูกใจคู่สนทนาเป็นนักหนา ในมือขวาของสายฝนถือแก้วไวน์หมุนไปมา พื้นผิวแก้วนั้นสะท้อนแสงไฟโดยรอบ ความโค้งมนที่ละเอียดอ่อนของแก้วถูกยกขึ้นมาจรดยังริมฝีปากอีกรอบเพื่อดื่มกินไวน์แสนหวานอย่างสุนทรีย์ อย่างน้อยภูเก็ตคืนนี้ไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่เธอคิด
ขอบแก้วทิ้งร่องรอยของลิปสติกเอาไว้จาง ๆ เป็นเครื่องย้ำเตือนถึงเสน่ห์ที่เล็ดลอดออกมาจากทุกการเคลื่อนไหวของสายฝน อิงฟ้ากำลังติดกับดักที่สายฝนไม่ได้ตั้งใจก่อ
.
.
“ดึกแล้วฉันขอตัวก่อนนะ”
มือเรียวถูกคว้าให้หยุด สายฝนออกแรงเกาะกุมไว้เพียงบางเบา หากอิงฟ้าต้องการหลุดพ้นเพียงหมุนออกนิดเดียวก็สามารถเป็นอิสระได้ทันที
“ไปเดินเล่นกันไหมคุณ” รอยยิ้มติดเล่นตามฉบับคุณเขาแฝงไปด้วยแววตาออดอ้อน ยิ่งมองยิ่งเห็นใบหน้าทรงเสน่ห์อย่างชัดเจน คนอย่างอิงฟ้าจะมาแพ้เพราะความสวยและความกวนประสาทนี่นะเหรอ?
“คุณนี่เป็นคนยังไงเนี่ย ฉันพึ่งบอกไปหยก ๆว่าขอตัว”
“โห่วีนอีกละ ให้โอกาสทำความรู้จักหน่อยก็ไม่ได้ เดี๋ยวก็ต้องเจอกันอีกตั้งหลายครั้งแหนะ”
“ฉันไม่ชอบเดินริมทะเลตอนกลางคืน มันน่ากลัว”
“อืม ถ้าอย่างนั้นไปดูหนังห้องเราก่อนไหม?” มุกเก่า มุกเชย หลอกคนไปกินบนห้องด้วยวิธีนี้ช่างดูไม่เฟียสดูไม่เหมาะกับคาแรกเตอร์คุณสายฝนเอาเสียเลย
“คุณอ้อมโลกได้เชยมากรู้ตัวปะ ถ้าอยากได้ก็แค่บอก อันที่จริงคุณดูช่ำชองเรื่องแบบนี้ด้วยซ้ำ”
“ก็แบบ กลัวคุณปฏิเสธนี่นา คุณดูดุแล้วก็ไม่แคร์” ที่สายฝนพูดมันจริงทั้งหมด ดวงตาคมของอิงฟ้าโฉบเฉี่ยวและดุดันทำให้เธอไม่กล้าเป็นตัวของตัวเองสักเท่าไร อีกทั้งการนั่งข้างคนสวยจัดอย่างอิงฟ้ายิ่งทำให้สายฝนประหม่าเพิ่มขึ้น
“แล้วฉันได้ปฏิเสธหรือยัง? ไม่เห็นมั่นใจเหมือนคุณสายฝนในตอนแรกเลยล่ะ” อิงฟ้าละอยากจะหยิกเอวให้หายหมั่นไส้ ทีตอนสนามบินนะเบ่งอยู่นั่นแหละว่าตัวเองตำแหน่งใหญ่ต้องให้ความสำคัญมาก่อนเป็นอันดับแรก ทีอย่างนี้มาทำเป็นหลบตาทำกระมิดกระเมี้ยน
“คุณ” สีหน้าของสายฝนเวลานี้ฉายแววฉบับใสซื่อบริสุทธิ์
“...?”
“ขึ้นห้องกันนะ” นัยน์ตาหยาดเยิ้มเป็นประกาย ปรารถนาล้นปรี่ที่ดูเหมือนจะไร้เดียงสาจากคนที่ช่ำชองเรื่องบนเตียง อิงฟ้ากำลังถูกใจที่สายฝนประพฤติตัวมีมารยาทแบบนี้ซึ่งให้ความน่าสนใจกว่าการรุกหนักเป็นไหนๆ
อิงฟ้าไม่ได้ตอบตกลงออกไป แต่ยอมให้คนสวยทรงเสน่ห์จับจูงไปยังห้องพัก ระหว่างทางเต็มไปด้วยความเงียบ แต่ละย่างก้าวมีทั้งความประหม่าและตื่นเต้นปะปนกัน น่าแปลกที่สายฝนไม่ได้ทำให้อิงฟ้าหวาดกลัว กลับกันอิงฟ้ารู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างเชื่อมต่อกันไว้อยู่แล้ว
เมื่อถึงห้องพักอันหรูหรา สายฝนหันกลับมาสบตากับอิงฟ้า รอยยิ้มบางเบาที่แต้มริมฝีปากของเธอกลายเป็นคำเชื้อเชิญเงียบๆ เป็นความเข้าใจตรงกันที่ไม่ต้องพูดออกไปว่าเรากำลังจะเริ่มดำเนินการบางอย่างที่แสนเร่าร้อน
“เราจูบคุณได้ใช่ไหม?” คางมนของอิงฟ้าถูกเชยขึ้นมาให้สบตา สายฝนร้องขอการสัมผัสอย่างมีมารยาท
“เราอนุญาตให้คุณสัมผัส… ทั้งตัว” อิงฟ้าจับนิ้วชี้ของสายฝนลากบอกตำแหน่งบนตัวเธอ ตั้งแต่เนินอกไปจนถึงช่วงล่าง ไม่ว่าจะซอกมุมไหนเธออนุญาตให้อีกฝ่ายปรนเปรอได้เต็มที่
สาวร่างสูงจุมพิตลงบนกลีบปากแทนคำขอบคุณที่อนุญาตให้เธอสัมผัสตามใจชอบ เรียวลิ้นติดรสชาติฝาดมาจากไวน์แดงมีกลิ่นแอลกอฮอล์อยู่จางๆ แต่ไม่ได้มากจนต้องเบือนหน้าหนี
สายฝนออกแรงรูดชุดเดรสคว้านหลังของอิงฟ้าทิ้งเพียงนิดเดียวหน้าอกคู่สวยก็ตั้งตระหง่านเชื้อเชิญให้เธอลองชิม ก้อนเนื้อในอกของสายฝนประท้วงเป็นยกใหญ่และขอสารภาพตามตรงเลยว่าเธอไม่อาจละสายตาออกไปจากร่างอันสมส่วนนี้ได้
“คุณสวยจัง” คนปากหวานก้มลงไปงับยอดอกสีชมพูชูชันทักทายแวบหนึ่ง “ถ้าเราเผลอทำคุณเจ็บ บอกเราให้หยุดได้เลยนะรู้ไหม”
ลมหายใจเป่ารดแถวข้างแก้ม กระแสความอบอุ่นไหลวนภายในอกของอิงฟ้า พูดตามตรงอิงฟ้ามีเซ็กส์กับใครหลายคนมามากมาย แต่นี่เป็นครั้งแรกเลยที่รู้สึกถึงการให้เกียรติอย่างเต็มเปี่ยม นึกภาพคนหิวโซเพราะขาดเรื่องอย่างว่ามานานออกใช่ไหม ไม่มีใครมาเสียเวลาขออนุญาตกันหรอกนะ มีแต่จะรีบปลดปล่อยให้มันเสร็จ ๆ ไป
สายฝนพยายามแกะกระดุมเบลเซอร์ด้วยมือข้างเดียว แต่ดันแกะไม่ออก อิงฟ้าเห็นแล้วกระตุกยิ้มเกิดความเอ็นดูจึงรีบให้ความช่วยเหลือก่อนคนตรงหน้าจะเกิดอาการงอแงเป็นเด็กขี้เหวี่ยง
“ชู่ว อยู่เฉยๆเราแกะให้เอง” สายฝนเปิดทางให้อิงฟ้าช่วยแกะกระดุมเจ้าปัญหาออกไปให้ แต่ไม่ยอมนิ่งเฉยตามที่ขอ เธอโน้มตัวลงมาประทับริมฝีปากจูบแถวซอกคอและใบหูไล่วนอยู่อย่างนั้น “อืมม ดื้ออีกแล้ว”
“คุณตัวหอม เราอยากดื้อ”
อิงฟ้าดันร่างคนพูดจาไม่รู้ฟังออกเตรียมจะบ่นต่อ แต่กลับถูกป้อนจูบปิดปากเอาไว้เสียก่อน สายฝนรีบสะบัดเบลเซอร์ทิ้งไปแล้วนำมือสองข้างมาประคองแก้มคุณคนสวยแสนดุดันให้อยู่ในโอวาทของเธอบ้าง
ปลายลิ้นอุ่นตวัดช่วงชิงความหวานในจังหวะเนิบนาบผสานการดูดดึง อืมม กลิ่นหอมอันเย้ายวนล่อลวงดึงดูดให้มืออุ่นของสายฝนลูบไล้ไปตามผิวเนียนนุ่มด้วยอารมณ์พลุ่งพล่าน คนสวยตัวหอมอย่างอิงฟ้าช่างอันตรายต่อหัวใจจริงเชียว
ทั้งสองนัวเนียกันมาจนถึงโซฟากลางห้องนั่งเล่น เสื้อผ้าราคาแสนแพงแต่ละชิ้นถูกสะบัดทิ้งลงพื้นอย่างไม่ไยดี ร่างอ้อนแอ้นอรชรของอิงฟ้าถูกดันให้นอนราบรอการปรนเปรอ ปราการสุดท้ายคือแพนตี้ลายลูกไม้สีดำที่ดูเหมือนจะเกะกะสายตาโลมเลียของสายฝน ปลายนิ้วเรียวเกาะแกะลูบไล้ไปตามลวดลายแฉลบเฉี่ยวมาแกล้งแถวปุ่มกระสันแต่ไม่ยอมรูดทิ้งไปคล้ายรอคำอนุญาตจากเจ้าของเสียก่อน อิงฟ้ามองตามมือที่ขยับสร้างความปั่นป่วน ภายในอกรู้สึกวูบวาบและเนินดอกไม้ตรงนั้นก็เริ่มผลิตน้ำหวานออกมามากขึ้นเต็มที
“คุณ…อย่าแกล้ง”
“เราเปล่า”
“คุณลีลา แล้วคุณก็ขัดใจ”
“ที่ไม่ยอมส่งมันเข้าไปน่ะหรอคะ?” สายฝนแสร้งถามในขณะที่ดันนิ้วเรียวทั้งสองเข้าไปทักทายอย่างเชื่องช้า อื้มมม~ อิงฟ้าแค่บอกสิ่งที่อยู่ในใจออกไป แต่ไม่คิดว่าสายฝนจะส่งตัวแทนเข้ามาทำความคุ้นเคยทันทีโดยที่ยังไม่ทันได้ถอดแพนตี้ลายลูกไม้ออกไปอย่างนี้
อิงฟ้าจับขอบโซฟาแน่นเพื่อระบายอารมณ์ซ่านสยิวเพราะความกำหนัด นิ้วเรียวสาวเข้าออกเป็นจังหวะอย่างรู้งาน แม้จะมีสิ่งกีดขวางแต่ไม่ได้ทำให้อารมณ์ที่สายฝนตั้งใจสร้างสรรค์ติดขัดแม้แต่น้อย น้ำเสียงไพเราะน่าฟังขานรับ ส่วนมือข้างที่ว่างเคลื่อนไปกอบกุมหน้าอกหน้าใจที่ตั้งชูชันล่อลวงสายตา ผิวเนียนนุ่มละเอียดของอิงฟ้าเพิ่มความหน้าบีบคลึงเป็นเท่าตัว สายฝนลงแรงเค้นคลึงผสานจังหวะไปพร้อมกับข้อมือด้านล่าง
ภาพลำตัวของอิงฟ้าบิดร่าด้วยความเสียวซ่านช่างน่ามอง มือไม้ของคุณคนสวยปัดป่ายหาที่จับไปเรื่อย หน้าอกคู่งามกระเพื่อมขึ้นลงส่งผลให้หัวใจสายฝนเต้นระส่ำ
“คุณโอเคใช่ไหมคะ?”
“Umm~ เราชอบ เร่งหน่อยนะคะ” อิงฟ้าช่วยอำนวยความสะดวกด้วยการรูดแพนตี้ลายลูกไม้ทิ้งไปด้วยมือตัวเองแล้วขยับปรับองศาบั้นท้ายให้เข้าที่
สายฝนยกยิ้มพึงพอใจขณะที่สอดมือมาประคองบริเวณเอวคอดก่อนจะเร่งแรงควบเอาใจคุณคนสวยที่มอมเมาหัวใจเธอในคืนนี้ อื้มมตรงนั้นค่ะ~ เสียงครางที่หลุดออกมาจากปากอิงฟ้าช่างไพเราะคล้ายเป็นมนตร์สะกดให้สายฝนยิ่งรัวนิ้วเพิ่มจังหวะปรนเปรอเข้าไปอีก
“คุณเราใกล้แล้ว
อย่าหยุดนะ
อ๊ะ~ อีกนิดเดียว”
ยกแรกผ่านไปได้โดยดี แต่ไม่มีใครอยากหยุดเพื่อแยกย้ายกลับห้องไปนอนพัก สายฝนเริ่มยกต่อไปหลังจากที่พักดื่มน้ำเย็นจัดขจัดความกระหายจนหมดแก้ว เฟร้นช์คิสจากริมฝีปากบางที่ทาบทับกันดูดดื่มเป็นตัวจุดไฟแห่งความปรารถนาให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง สายฝนจูบตั้งแต่หลังคอไล่ลงมาตามรอยกระดูกสันหลังไปจนถึงสะโพก
คุณหอม คุณสวย
คุณทำให้เราไม่รู้จักพอ . . .
นิยายยูริ Tangled Desires #ฟ้าพ่ายฝน ตอนที่ 2 : รสสัมผัสที่ชื่นชอบ
แต่แล้วก็มีกลิ่นหอมอย่างมีเอกลักษณ์ลอยเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ไม่ต้องชะเง้อคอมองหาก็พบว่าเป็นซาตานคนนั้นเองที่อิงฟ้าคอยลอบมองตอนอยู่ในงาน ถ้าไม่ติดว่ามีเรื่องบาดหมางที่สนามบิน อิงฟ้าก็อยากจะฉีกยิ้มสวยทักทายตามมารยาทอยู่หรอก
“ทำอะไรน่ะคุณ!”
สายฝนย่อตัวลงตรงหน้ายกยิ้มเจ้าเล่ห์ พร้อมกับเจลประคบเย็นสีฟ้าในมือ เธอนั่งจิบเครื่องดื่มอยู่แถวนี้มาก่อนหน้าอิงฟ้าจึงทำให้เห็นอิริยาบถต่าง ๆ รวมถึงได้ยินอิงฟ้าบ่นกับตัวเองด้วยใบหน้าบู้บี้ว่าเจ็บเท้าด้วย ความดีที่มีอยู่ในตัวจึงสั่งให้ไปควานหาเจลประคบเย็นมาบริการคุณเขาหน่อย อย่างน้อยก็ควรทำอะไรเพื่อเป็นการขอโทษที่เสียมารยาทใส่ที่สนามบินด้วย
“เหมือนเท้าคุณจะระบมเลยนะ”
“แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่คุณจะเอามาอ้างแตะเนื้อต้องตัวคนอื่นโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือเปล่า?”
“โอเค ๆ เราขอโทษที่ไม่ได้ถามก่อน ขอโทษจริง ๆ คุณ”
สายฝนก้มหน้าขอโทษ แต่ยังคงดื้อรั้นจับเท้าอิงฟ้าขึ้นมาพาดบนขาตัวเองพลางออกแรงนวดคลึงบางเบา โดยไม่สนใจเลยว่าสาวเจ้าจะทำหน้ายักษ์พร้อมกินหัวใส่ขนาดไหน “ยอมเราสักห้านาทีแล้วเดี๋ยวให้โกรธต่อ เคนะ”
“คนอะไรดื้อด้าน!” อิงฟ้าพูดแบบไม่สบอารมณ์
“ก็จริง ใคร ๆ ก็พูดแบบนี้” สายฝนลอยหน้าลอยหน้ายอมรับความจริง น้ำเสียงไม่สนใจต่อคำว่ากล่าวทำให้อิงฟ้าหันขวับมาหา
“แล้วไม่คิดจะปรับปรุงตัวหรือไง?”
“ไม่เห็นมีอะไรต้องปรับปรุงนี่นา”
“เหอะ!”
อิงฟ้าถอนหายใจใส่อย่างไม่สามารถระงับตัวเองได้ คนอะไรพูดจาแต่ละคำไม่เคยเสนาะหูเลยสักนิด รูปลักษณ์ภายนอกมาดดีดูน่าเชื่อถือ คำพูดดูมีเสน่ห์น่าฟังต่อหน้านักข่าวหายไปไหนหมดแล้วล่ะ
“ทำหน้าแบบนี้ต้องด่าเราเรื่องที่สนามบินอยู่แน่เลย” เมื่อครบห้านาทีตามที่สายฝนขอไว้ เจลประคบบนเท้าจึงถูกยกออก แต่ก่อนที่จะยืดตัวขึ้นมานั่งข้าง ๆ อิงฟ้า สายฝนได้เป่าลมลงไปบางเบาคล้ายกับต้องการขับไล่ความเจ็บปวดให้หายออกไปโดยเร็วพลัน
สัมผัสละมุนแปลกใหม่วิ่งสวนทางกับใบหน้ายียวน อิงฟ้าเริ่มรู้สึกว่าตัวเองตั้งรับไม่ถูก แต่ยังคงคีพคาแรกเตอร์ย่นคิ้วไม่ชอบใจไว้ได้อยู่ “ตัวปัญหาอยู่ตรงหน้าไม่นึกถึงก็แปลกแล้วปะ”
“นั่นสินะ เรามันตัวปัญหาจริงแหละ แต่รู้ปะว่าเรารู้สึกผิดสุดหัวใจ เราเลยเดินไปเอาเจลมาประคบให้ ขอโทษนะคุณที่เราเสียมารยาทคิดว่าคุณเป็นคนขับรถแล้วก็ที่เผลอวีนเหวี่ยงใส่ด้วย คุณหายโกรธเรื่องนั้นได้ไหม?”
สายฝนใช้นิ้วชี้เกี่ยวปอยผมที่ถูกลมพัดไปเกี่ยวไว้ที่ใบหู
พออิงฟ้าได้ฟังน้ำเสียงเนิบนาบเอ่ยขอโทษอย่างไม่มีปรี่มีขลุ่ยแล้วรู้สึกใจอ่อน สายฝนดูภายนอกเป็นคนดื้อด้านไม่ยอมอ่อนให้ง่าย ๆ แน่ ๆ มันต้องเป็นเธอเองที่ประชดประชันเรียกร้องคำขอโทษพวกนั้นก่อนไม่ใช่เหรอ
อิงฟ้าปรายตามองผู้หญิงร้ายกาจด้านข้างที่กำลังกระดกไวน์แดงในแก้วค็อกเทลรวดเดียวจนหมด แล้วจู่ ๆ ก็ลุกหายไปชั่วครู่ แล้วกลับมาพร้อมไวน์ขวดใหม่ในมือ
ปะหลาดจริง ๆ เลยผู้หญิงคนนี้
“นี่คุณทำงานกับพี่ชายเราเป็นไงบ้าง? ปวดหัวสุด ๆ เลยอะดิ ทั้งเรื่องมากเรื่องเยอะ ไอ้นู่นก็ไม่ดีไอ้นั่นก็ไม่เห็นด้วย จะเอาแต่สิ่งที่ตัวเองคิด นิสัยแบบนี้ใครเขาจะอยากทำงานด้วยอะเนอะ”
สายฝนยกขวดไวน์มาจ่อตรงหน้า อิงฟ้าเข้าใจความหมายจึงยื่นแก้วเปล่าไปให้ตามมารยาท ไวน์แดงสีสวยถูกมือเรียวบรรจงเทอย่างตั้งใจเพื่อไม่ให้รสชาติหอมหวานถูกก่อกวนจากฟองอากาศ อืม น้องสาวเจ้าของโรงแรมหน่วยก้านดีมีเสน่ห์จริง ๆ นั่นแหละ ไอ้ที่เขาลือกันก็ไม่เกินจริงสักเท่าไหร่
“ชวนคุยเพราะอยากระบายงั้นสิ?” อิงฟ้าแอบยกยิ้มยามที่ยกแก้วไวน์ขึ้นจิบ การที่เขาชวนคุยเป็นวรรคเป็นเวรเช่นนี้คงมีเรื่องราวบางอย่างก่อกวนจิตใจจนต้องหาคนอื่นเป็นที่พึ่ง
“ไม่เชิง แค่บ่น ๆ เผื่อคุณเจอชะตากรรมเหมือนเรา”
“ทำไมอะ? เห็นตอนสัมภาษณ์คุณม่านหมอกก็ดูใจดีกับคุณนี่”
“ฮั่นแน่! นี่แอบยืนดูเราตอนนักข่าวสัมภาษณ์ด้วยหรอ?” สายฝนเบี่ยงประเด็นหนี เธอยังไม่สะดวกระบายสิ่งที่อยู่ในใจให้กับคนที่พึ่งเจอกันครั้งแรก
“อะไร! ฉันก็ต้องดูความเรียบร้อยของงานปกติปะ”
“อ่าอย่างนั้นหรอกหรอเนี่ย ไอ้เราก็หลงดีใจคิดว่าคุณแอบมองเราด้วยแววตาปลื้มปริ่ม”
“เพ้อเจ้อมาก ฉันไม่ใช่พวกสาวๆที่จ้องจะเดินเข้าหาคุณนะ”
“เรายังไม่ได้พูดถึงขั้นนั้นเลยนะ คุณร้อนตัวนี่นา”
ดวงตาของสายฝนเป็นประกายราวกับถูกใจคู่สนทนาเป็นนักหนา ในมือขวาของสายฝนถือแก้วไวน์หมุนไปมา พื้นผิวแก้วนั้นสะท้อนแสงไฟโดยรอบ ความโค้งมนที่ละเอียดอ่อนของแก้วถูกยกขึ้นมาจรดยังริมฝีปากอีกรอบเพื่อดื่มกินไวน์แสนหวานอย่างสุนทรีย์ อย่างน้อยภูเก็ตคืนนี้ไม่ได้น่าเบื่ออย่างที่เธอคิด
ขอบแก้วทิ้งร่องรอยของลิปสติกเอาไว้จาง ๆ เป็นเครื่องย้ำเตือนถึงเสน่ห์ที่เล็ดลอดออกมาจากทุกการเคลื่อนไหวของสายฝน อิงฟ้ากำลังติดกับดักที่สายฝนไม่ได้ตั้งใจก่อ
.
.
“ดึกแล้วฉันขอตัวก่อนนะ”
มือเรียวถูกคว้าให้หยุด สายฝนออกแรงเกาะกุมไว้เพียงบางเบา หากอิงฟ้าต้องการหลุดพ้นเพียงหมุนออกนิดเดียวก็สามารถเป็นอิสระได้ทันที
“ไปเดินเล่นกันไหมคุณ” รอยยิ้มติดเล่นตามฉบับคุณเขาแฝงไปด้วยแววตาออดอ้อน ยิ่งมองยิ่งเห็นใบหน้าทรงเสน่ห์อย่างชัดเจน คนอย่างอิงฟ้าจะมาแพ้เพราะความสวยและความกวนประสาทนี่นะเหรอ?
“คุณนี่เป็นคนยังไงเนี่ย ฉันพึ่งบอกไปหยก ๆว่าขอตัว”
“โห่วีนอีกละ ให้โอกาสทำความรู้จักหน่อยก็ไม่ได้ เดี๋ยวก็ต้องเจอกันอีกตั้งหลายครั้งแหนะ”
“ฉันไม่ชอบเดินริมทะเลตอนกลางคืน มันน่ากลัว”
“อืม ถ้าอย่างนั้นไปดูหนังห้องเราก่อนไหม?” มุกเก่า มุกเชย หลอกคนไปกินบนห้องด้วยวิธีนี้ช่างดูไม่เฟียสดูไม่เหมาะกับคาแรกเตอร์คุณสายฝนเอาเสียเลย
“คุณอ้อมโลกได้เชยมากรู้ตัวปะ ถ้าอยากได้ก็แค่บอก อันที่จริงคุณดูช่ำชองเรื่องแบบนี้ด้วยซ้ำ”
“ก็แบบ กลัวคุณปฏิเสธนี่นา คุณดูดุแล้วก็ไม่แคร์” ที่สายฝนพูดมันจริงทั้งหมด ดวงตาคมของอิงฟ้าโฉบเฉี่ยวและดุดันทำให้เธอไม่กล้าเป็นตัวของตัวเองสักเท่าไร อีกทั้งการนั่งข้างคนสวยจัดอย่างอิงฟ้ายิ่งทำให้สายฝนประหม่าเพิ่มขึ้น
“แล้วฉันได้ปฏิเสธหรือยัง? ไม่เห็นมั่นใจเหมือนคุณสายฝนในตอนแรกเลยล่ะ” อิงฟ้าละอยากจะหยิกเอวให้หายหมั่นไส้ ทีตอนสนามบินนะเบ่งอยู่นั่นแหละว่าตัวเองตำแหน่งใหญ่ต้องให้ความสำคัญมาก่อนเป็นอันดับแรก ทีอย่างนี้มาทำเป็นหลบตาทำกระมิดกระเมี้ยน
“คุณ” สีหน้าของสายฝนเวลานี้ฉายแววฉบับใสซื่อบริสุทธิ์
“...?”
“ขึ้นห้องกันนะ” นัยน์ตาหยาดเยิ้มเป็นประกาย ปรารถนาล้นปรี่ที่ดูเหมือนจะไร้เดียงสาจากคนที่ช่ำชองเรื่องบนเตียง อิงฟ้ากำลังถูกใจที่สายฝนประพฤติตัวมีมารยาทแบบนี้ซึ่งให้ความน่าสนใจกว่าการรุกหนักเป็นไหนๆ
อิงฟ้าไม่ได้ตอบตกลงออกไป แต่ยอมให้คนสวยทรงเสน่ห์จับจูงไปยังห้องพัก ระหว่างทางเต็มไปด้วยความเงียบ แต่ละย่างก้าวมีทั้งความประหม่าและตื่นเต้นปะปนกัน น่าแปลกที่สายฝนไม่ได้ทำให้อิงฟ้าหวาดกลัว กลับกันอิงฟ้ารู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ต่อหน้าเธอราวกับว่ามีบางสิ่งบางอย่างเชื่อมต่อกันไว้อยู่แล้ว
เมื่อถึงห้องพักอันหรูหรา สายฝนหันกลับมาสบตากับอิงฟ้า รอยยิ้มบางเบาที่แต้มริมฝีปากของเธอกลายเป็นคำเชื้อเชิญเงียบๆ เป็นความเข้าใจตรงกันที่ไม่ต้องพูดออกไปว่าเรากำลังจะเริ่มดำเนินการบางอย่างที่แสนเร่าร้อน
“เราจูบคุณได้ใช่ไหม?” คางมนของอิงฟ้าถูกเชยขึ้นมาให้สบตา สายฝนร้องขอการสัมผัสอย่างมีมารยาท
“เราอนุญาตให้คุณสัมผัส… ทั้งตัว” อิงฟ้าจับนิ้วชี้ของสายฝนลากบอกตำแหน่งบนตัวเธอ ตั้งแต่เนินอกไปจนถึงช่วงล่าง ไม่ว่าจะซอกมุมไหนเธออนุญาตให้อีกฝ่ายปรนเปรอได้เต็มที่
สาวร่างสูงจุมพิตลงบนกลีบปากแทนคำขอบคุณที่อนุญาตให้เธอสัมผัสตามใจชอบ เรียวลิ้นติดรสชาติฝาดมาจากไวน์แดงมีกลิ่นแอลกอฮอล์อยู่จางๆ แต่ไม่ได้มากจนต้องเบือนหน้าหนี
สายฝนออกแรงรูดชุดเดรสคว้านหลังของอิงฟ้าทิ้งเพียงนิดเดียวหน้าอกคู่สวยก็ตั้งตระหง่านเชื้อเชิญให้เธอลองชิม ก้อนเนื้อในอกของสายฝนประท้วงเป็นยกใหญ่และขอสารภาพตามตรงเลยว่าเธอไม่อาจละสายตาออกไปจากร่างอันสมส่วนนี้ได้
“คุณสวยจัง” คนปากหวานก้มลงไปงับยอดอกสีชมพูชูชันทักทายแวบหนึ่ง “ถ้าเราเผลอทำคุณเจ็บ บอกเราให้หยุดได้เลยนะรู้ไหม”
ลมหายใจเป่ารดแถวข้างแก้ม กระแสความอบอุ่นไหลวนภายในอกของอิงฟ้า พูดตามตรงอิงฟ้ามีเซ็กส์กับใครหลายคนมามากมาย แต่นี่เป็นครั้งแรกเลยที่รู้สึกถึงการให้เกียรติอย่างเต็มเปี่ยม นึกภาพคนหิวโซเพราะขาดเรื่องอย่างว่ามานานออกใช่ไหม ไม่มีใครมาเสียเวลาขออนุญาตกันหรอกนะ มีแต่จะรีบปลดปล่อยให้มันเสร็จ ๆ ไป
สายฝนพยายามแกะกระดุมเบลเซอร์ด้วยมือข้างเดียว แต่ดันแกะไม่ออก อิงฟ้าเห็นแล้วกระตุกยิ้มเกิดความเอ็นดูจึงรีบให้ความช่วยเหลือก่อนคนตรงหน้าจะเกิดอาการงอแงเป็นเด็กขี้เหวี่ยง
“ชู่ว อยู่เฉยๆเราแกะให้เอง” สายฝนเปิดทางให้อิงฟ้าช่วยแกะกระดุมเจ้าปัญหาออกไปให้ แต่ไม่ยอมนิ่งเฉยตามที่ขอ เธอโน้มตัวลงมาประทับริมฝีปากจูบแถวซอกคอและใบหูไล่วนอยู่อย่างนั้น “อืมม ดื้ออีกแล้ว”
“คุณตัวหอม เราอยากดื้อ”
อิงฟ้าดันร่างคนพูดจาไม่รู้ฟังออกเตรียมจะบ่นต่อ แต่กลับถูกป้อนจูบปิดปากเอาไว้เสียก่อน สายฝนรีบสะบัดเบลเซอร์ทิ้งไปแล้วนำมือสองข้างมาประคองแก้มคุณคนสวยแสนดุดันให้อยู่ในโอวาทของเธอบ้าง
ปลายลิ้นอุ่นตวัดช่วงชิงความหวานในจังหวะเนิบนาบผสานการดูดดึง อืมม กลิ่นหอมอันเย้ายวนล่อลวงดึงดูดให้มืออุ่นของสายฝนลูบไล้ไปตามผิวเนียนนุ่มด้วยอารมณ์พลุ่งพล่าน คนสวยตัวหอมอย่างอิงฟ้าช่างอันตรายต่อหัวใจจริงเชียว
ทั้งสองนัวเนียกันมาจนถึงโซฟากลางห้องนั่งเล่น เสื้อผ้าราคาแสนแพงแต่ละชิ้นถูกสะบัดทิ้งลงพื้นอย่างไม่ไยดี ร่างอ้อนแอ้นอรชรของอิงฟ้าถูกดันให้นอนราบรอการปรนเปรอ ปราการสุดท้ายคือแพนตี้ลายลูกไม้สีดำที่ดูเหมือนจะเกะกะสายตาโลมเลียของสายฝน ปลายนิ้วเรียวเกาะแกะลูบไล้ไปตามลวดลายแฉลบเฉี่ยวมาแกล้งแถวปุ่มกระสันแต่ไม่ยอมรูดทิ้งไปคล้ายรอคำอนุญาตจากเจ้าของเสียก่อน อิงฟ้ามองตามมือที่ขยับสร้างความปั่นป่วน ภายในอกรู้สึกวูบวาบและเนินดอกไม้ตรงนั้นก็เริ่มผลิตน้ำหวานออกมามากขึ้นเต็มที
“คุณ…อย่าแกล้ง”
“เราเปล่า”
“คุณลีลา แล้วคุณก็ขัดใจ”
“ที่ไม่ยอมส่งมันเข้าไปน่ะหรอคะ?” สายฝนแสร้งถามในขณะที่ดันนิ้วเรียวทั้งสองเข้าไปทักทายอย่างเชื่องช้า อื้มมม~ อิงฟ้าแค่บอกสิ่งที่อยู่ในใจออกไป แต่ไม่คิดว่าสายฝนจะส่งตัวแทนเข้ามาทำความคุ้นเคยทันทีโดยที่ยังไม่ทันได้ถอดแพนตี้ลายลูกไม้ออกไปอย่างนี้
อิงฟ้าจับขอบโซฟาแน่นเพื่อระบายอารมณ์ซ่านสยิวเพราะความกำหนัด นิ้วเรียวสาวเข้าออกเป็นจังหวะอย่างรู้งาน แม้จะมีสิ่งกีดขวางแต่ไม่ได้ทำให้อารมณ์ที่สายฝนตั้งใจสร้างสรรค์ติดขัดแม้แต่น้อย น้ำเสียงไพเราะน่าฟังขานรับ ส่วนมือข้างที่ว่างเคลื่อนไปกอบกุมหน้าอกหน้าใจที่ตั้งชูชันล่อลวงสายตา ผิวเนียนนุ่มละเอียดของอิงฟ้าเพิ่มความหน้าบีบคลึงเป็นเท่าตัว สายฝนลงแรงเค้นคลึงผสานจังหวะไปพร้อมกับข้อมือด้านล่าง
ภาพลำตัวของอิงฟ้าบิดร่าด้วยความเสียวซ่านช่างน่ามอง มือไม้ของคุณคนสวยปัดป่ายหาที่จับไปเรื่อย หน้าอกคู่งามกระเพื่อมขึ้นลงส่งผลให้หัวใจสายฝนเต้นระส่ำ
“คุณโอเคใช่ไหมคะ?”
“Umm~ เราชอบ เร่งหน่อยนะคะ” อิงฟ้าช่วยอำนวยความสะดวกด้วยการรูดแพนตี้ลายลูกไม้ทิ้งไปด้วยมือตัวเองแล้วขยับปรับองศาบั้นท้ายให้เข้าที่
สายฝนยกยิ้มพึงพอใจขณะที่สอดมือมาประคองบริเวณเอวคอดก่อนจะเร่งแรงควบเอาใจคุณคนสวยที่มอมเมาหัวใจเธอในคืนนี้ อื้มมตรงนั้นค่ะ~ เสียงครางที่หลุดออกมาจากปากอิงฟ้าช่างไพเราะคล้ายเป็นมนตร์สะกดให้สายฝนยิ่งรัวนิ้วเพิ่มจังหวะปรนเปรอเข้าไปอีก
“คุณเราใกล้แล้ว
อย่าหยุดนะ
อ๊ะ~ อีกนิดเดียว”
ยกแรกผ่านไปได้โดยดี แต่ไม่มีใครอยากหยุดเพื่อแยกย้ายกลับห้องไปนอนพัก สายฝนเริ่มยกต่อไปหลังจากที่พักดื่มน้ำเย็นจัดขจัดความกระหายจนหมดแก้ว เฟร้นช์คิสจากริมฝีปากบางที่ทาบทับกันดูดดื่มเป็นตัวจุดไฟแห่งความปรารถนาให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง สายฝนจูบตั้งแต่หลังคอไล่ลงมาตามรอยกระดูกสันหลังไปจนถึงสะโพก
คุณหอม คุณสวย
คุณทำให้เราไม่รู้จักพอ . . .