JJNY : #ยุบ กอ.รมน.เพื่อปชช.│ชาวบ้านกังวลกระแสข่าวเพิ่มเงินเดือน│ค่าไฟงวดม.ค.-เม.ย.67 วัดใจรบ.│จ่อปรับขึ้นราคาเนื้อหมู

รายการ มีเรื่องมาเคลียร์ by ศิโรตม์ #ยุบ กอ.รมน.เพื่อความมั่นคงของประชาชน
https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_4267944
 
 
เป็นบันทึกเทปรายการ มีเรื่องมาเคลียร์ by ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ #ยุบ กอ.รมน.เพื่อความมั่นคงของประชาชน เสาร์ 4 พ.ย. 2566 คุยกับ  วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.พรรคก้าวไกล และ กัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม กับประเด็นที่ต้องการยุบ กอ.รมน. และประเด็นมองการโพสต์ภาพของนักแสดงที่เคยเป็นอดีต กปปส.ถ่ายรูปร่วมกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า เป็นห่วงเพราะพล.อ.ประยุทธ์ยังเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอยู่ อาจจะคิดกลับมาลุ้นกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง แต่หวังว่าจะไม่เกิด  ติดตามรายละเอียดประเด็นต่างๆจากคลิปด้านล่างนี้

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ


ชาวบ้านกังวลกระแสข่าวเพิ่มเงินเดือนขรก.-ค่าแรงขั้นต่ำ สินค้าปัจจัยพื้นฐานปรับราคาขึ้นรอแน่
https://www.matichon.co.th/region/news_4268759

ชาวบ้านกังวลกระแสข่าวเพิ่มเงินเดือนขรก.-ค่าแรงขั้นต่ำ สินค้าปัจจัยพื้นฐานปรับราคาขึ้นรอแน่
 
จากกรณีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สั่งการให้ปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน(ก.พ.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ศึกษาถึงความเหมาะสม ความเป็นไปได้และผลกระทบต่อการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำและเงินเดือนข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยให้รายงานคณะรัฐมนตรีภายในเดือนพฤศจิกายนนั้น
 
ล่าสุดเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เริ่มมีเสียงสะท้อนจากประชาชนในสาขาอาชีพต่างๆ อย่างนายอำนาจ ทองดอนเนียน พ่อค้าร้านข้าวแกง เปิดเผยว่า ทุกครั้งที่มีกระแสการปรับเงินเดือนข้าราชการ หรือ การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ สิ่งที่จะขยับมารอทันทีก็คือราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีพ ทั้งข้าวสาร อาหารแห้ง เครื่องปรุง สินค้านานาชนิดที่จะพาเหรดกันปรับราคาขึ้นรอทุกครั้ง ซึ่งกระทบโดยตรงกับประชาชนเพราะเมื่อสินค้าวัตถุดิบปรับขึ้น ผู้ค้าอย่างร้านอาหาร หรือร้านข้าวราดแกงอย่างตนก็จำเป็นต้องปรับราคาขายขึ้น ซึ่งคนที่เดือดร้อนจริงๆ คือผู้บริโภค จึงอยากให้รัฐบาลคิดให้รอบคอบเกี่ยวกับการปล่อยนโยบายแบบนี้ออกมา ไม่ใช่คิดแต่จะหาคะแนนนิยม โดยไม่สนใจผลกระทบต่อสังคม
 
ด้านนางวิสุต ทองมาเอง เจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์ กล่าวว่า ถ้ามีการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการและค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งจะเป็นแพ็คเก็จคู่ จะส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการทันที เพราะค่าแรงที่ปรับขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการต้องเพิ่มภาระแบกรับมากขึ้น เพราะปกติตนจ่ายค่าแรงช่างในอู่วันละ 500 บาท ถ้าค่าแรงขั้นต่ำปรับขึ้น แน่นอนว่าลูกน้องในอู่ก็จะต้องขอปรับขึ้น อย่างน้อยๆ ก็ต้องขึ้นไปที่ 550 บาทต่อวัน ซึ่งบอกกันตรงๆ ว่าถ้าช่วงไหนงานน้อย แต่ตนต้องจ่ายค่าแรงลูกน้องเท่าเดิม ก็ไม่รู้ว่าจะทนแบกรับได้นานแค่ไหน สุดท้ายอาจจะต้องเลิกจ้าง หรือไม่ก็ต้องเลิกกิจการไปเลย 



เศรษฐกิจระทึก! ค่าไฟงวดม.ค.-เม.ย.67 สูงเกิน 4 บาท วัดใจรัฐบาลบีบ 'กฟผ.-ปตท.' อุ้มต่อ
https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1097093

เปิดข้อมูลต้นทุน "ค่าเอฟที" งวดเดือน ม.ค.-เม.ย. 2567 สูงกว่างวดปัจจุบัน ส่งผลให้ค่าไฟเรียกเก็บจากประชาชนทะลุ 4 บาทต่อหน่วย วัดใจรัฐบาล "เศรษฐา" บีบ "กฟผ.-ปตท." อุ้มต่อ
 
นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการ สำนักงานกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) กล่าวถึงแนวโน้มค่าไฟฟ้าปี 2567 ว่า อย่างที่ทราบกันดีว่าประเทศไทยมีการใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้า ดังนั้น จากปัญหาวิกฤติโควิด และปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ที่ผ่านมา ราคานำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) มีราคาสูงมาก
 
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าส่วนหนึ่งจะมาจากอ่าวไทยก็ตามแต่ราคาก็มีการปรับปรับตามปัจจัยต่าง ๆ อาทิ อัตราแลกเปลี่ยนส่งผลถึงทั้งค่าน้ำมันที่แพงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนที่สูงขึ้นระดับ 5-10 สตางค์ต่อหน่วย ส่วนที่ประเทศไทยมีปัญหา คือ ปริมาณก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยของแหล่งเอราวัณที่กำลังการผลิตจะกลับมาตามสัญญาแบ่งปันผลผลิต (PSC) ที่ 800 ล้านลูกบาศก์ฟฟุตต่อวัน หรือไม่ ซึ่งตอนนี้ยังคงต้องอิงกำลังการผลิตที่ 400 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวันก่อน
ทั้งนี้ เมื่อต้องนำเข้าก๊าซฯ ซึ่งหากราคาไม่แพงก็จะกระทบต้นทุนค่าไฟฟ้าผันแปร (เอฟที) ไม่มากนัก และหากในสงครามอิสราเอล บานปลาย ก็จะยิ่งกระทบกับราคาแน่นอน และถ้าก๊าซฯ ในอ่าวไทยที่หายไปจะต้องดูว่าช่วงต้นปี 2567 จะต้องเติมที่เท่าไหร่ เพราะช่วงต้นปีอาจเพิ่มขึ้นมาบ้างก็จะช่วยให้ลดปริมาณการนำเข้าได้ในระดับหนึ่ง
 
ตอนนี้ กกพ. อยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อทำตัวเลขค่าเอฟที งวดเดือน ม.ค.-เม.ย. 2567 ซึ่งจากคาดการณ์แนวโน้มต้นทุนอาจจะแพงกว่างวดปัจจุบัน (ก.ย.-ธ.ค. 2566) นิดหน่อย ถือเป็นการมองไปข้างหน้า โดยตอนนี้ราคานำเข้า LNG อยู่ที่ประมาณ 17-18 ดอลลาร์ต่อล้านบีทียู อยู่ระหว่างทะยอยซื้อเข้ามาเสริม เพราะหากซื้อมาในปริมาณที่มากปัญหาคือไม่มีที่เก็บ บอกได้แค่ว่าแนวโน้วต้นทุนแพงกว่างวดปัจจุบันแน่นอน จากปัจจัยราคาน้ำมันและอัตราแลกเปลี่ยนที่อาจมาจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์
 
นอกจากนี้ ปัจจัยบวกที่จะมาหนุน คือ โรงไฟฟ้าพลังงานน้ำจาก สปป.ลาว ที่อาจจะไม่เยอะ รวมถึงเขื่อนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) แม้มีปริมาณน้ำมากขึ้นก็อาจจะมาช่วยเสริมให้ต้นทุนถูกลงแต่เป็นสเกลที่น้อยมาก ถ้าเทียบกับก๊าซฯ ในอ่าวไทย ดังนั้น ปัจจัยภายนอกจึงเยอะมาก โดยเฉพาะสงครามทางการเมืองต่างประเทศที่มีการปิดท่อส่งก๊าซฯ ซึ่งราคา LNG จะขึ้นอยู่กับดีมานด์และซัพพลาย
 
ยกตัวอย่างช่วงโควิดไม่มีการผลิตก๊าซฯ ราคาจึงต่ำพอหลังโควิดยอดใช้พุ่งราคาจึงกระโดสูงมาก ส่วนตัวมองว่าสงครามทั้งอิสราเอลและสงครามของรัสเซียทั้ง 2 อันแม้จะกระทบ แต่มองว่าสงครามรัสเซียกับยูเครนทั่วโลกน่าจะปรับตัวได้แล้ว ดังนั้น จะต้องดูว่าสงครามอิสราเอลจะทำให้การขนส่งมีปัญหามากน้อยแค่ไหน และอีกปัจจัยสำคัญคือ ประเทศเศรษฐกิจอย่างจีนจะเติบโตมากน้อยแค่ไหน และอินเดียจะมีปริมาณการใช้มากหรือไม่
 
นายคมกฤช กล่าวว่า สำหรับตัวเลขตามหลักเกณณ์ที่จะคำนวณค่าเอฟทีงวดม.ค.-เม.ย. 2567 ปกติจะต้องส่งให้การไฟฟ้าเพื่อประกาศก่อนวันที่ 1 ธ.ค. 2566 ดังนั้น จะต้องนำเข้าคณะกรรมการกกพ. ในเดือน พ.ย. 2566 ยกเว้นแต่ว่าคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) จะมีนโยบายเพิ่มเติม เพราะราคาสุดท้ายมีหลายปัจจัย โดยเฉพาะนโยบายช่วยเหลือของรัฐบาล เพราะวิธีคำนวนต้นทุนจะใช้มาตรฐานเดียวกัน
 
อยากให้ประชาชนดูข้อเท็จจริงว่าค่าไฟฟ้าแพงขึ้นมาจากอะไร เพราะเราต้องนำเข้าก๊าซฯ จากต่างประเทศเป็นหลัก จึงอยากให้ประชาชนช่วยกันประหยัดไฟ ถ้ารัฐบาลไม่มีนโยบายมาดูแล ต้นทุนที่แท้จริงก็เกินกว่า 4 บาทต่อหน่วย
 
ทั้งนี้ เมื่อได้ตัวเลขต้นทุนแล้ว ก็จะต้องดูการบริหารจัดการอื่น ๆ โดยเฉพาะหนี้ที่กฟผ. แบกรับไว้กว่า 1.3 แสนล้านบาท ว่าจะไหวหรือไม่และจะช่วยได้อีกเท่าไหร่ รวมถึงการที่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ยืดหนี้ราคาค่าก๊าซฯ ด้วย ดังนั้น จึงต้องอยู่ที่นโยบายภาครัฐ เพราะในอดีตไม่เคยมีนโยบายมาดู เพราะต้นทุนเมื่อบวกลบแล้วไม่เกินเคยเกิน 3-4 สตางค์ต่อหน่วย แต่ปัจจุบันมีปัญหาปริมาณก๊าซในอ่าวไทยที่หายไป และภูมิรัฐศาสตร์ ทำให้ราคาวิ่งไปสูงกว่าที่ กกพ.ทำ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่