1. เวลาเช้า 05.00-07.00 น. ลำไส้พร้อมขับถ่าย เราต้องส่งแฟ๊กซ์ให้ได้ทุกวัน ไม่งั้น ร่างกายจะดูดของเสียจากไอ้หมอนั่นแหล่ะ กลับมาใช้ในร่างกายใหม่ หรือถ้าไม่เอาออก คุณก็พกมันไปทำงานในวันต่อไปด้วย อี้ๆๆๆ
2. ทานเผ็ดแล้วจะอ่อนเพลีย สิวเห่อ เหงื่อเป็นพิษ เช้าเดือดร้อน สมองไม่สดใส รู้สึกเบื่อๆ หลายคนไม่เชื่อ แต่ให้สังเกตดู
3. อาการแพ้เหงื่อ ลองสังเกตว่า ชอบทานเผ็ด หรือของหมักดองไหม เมื่อร่างกายขับสารสกปรกหรือเป็นพิษเหล่านี้ออกมา แล้วเราปล่อยให้เหงื่อมันแห้งและหมักหมมบนใบหน้า นั่นแหล่ะ ที่มาของสิว และการอักเสบใดๆ ถ้าเกิดที่หลัง ก็อาบน้ำบ่อยๆ ใส่เสื้อผ้าสะอาดๆ และเปลี่ยนนิสัยการรับประทาน
4. ทานเนื้อเยอะๆ ตัวจะเหม็น ลมหายใจจะเหม็น ร้อนๆ อับๆ เหน่อๆ ครั้นจะไม่กินก็ไม่ได้โปรตีน ครั้นกินก็ร้อนในแบบนี้อีก แนะนำให้ใช้ ไหมขัดฟัน แปรงลิ้นทันที ทานน้ำเยอะๆ แล้วเช้าขจัดออกซะ แค่นี้ก็จบ
5. ลมหายใจไม่สะอาด มีหลายสาเหตุ แต่จุดนึงที่คนอาจมองข้าม คือ ร่องฟัน ใช้ไหมขัดฟันดีสุด จากนั้นก็แปรงลิ้น กลั้วปากนานๆ ทำสัก 3 รอบต่อวัน จะดีขึ้นมาก
6. ท้องเสียจากทานเยื้อบุในซี่โครงหมู หรือต้มเล้ง ต้มราเมนทงคัสซึ บางคนเป็น บางคนไม่เป็น ให้สังเกต สาเหตุเพราะระหว่างซี่โครงหรือเยื้อเหล่านี้ มีสิ่งสกปรกอยู่มาก ใครภูมิไม่ดี ก็เรียบร้อย
7. ขึ้นผื่น ตุ่มแพ้ตามจุดหนังอ่อน เช่น ง่ามขา ท้องน้อย ง่ามนิ้ว ขาหนีบ คุณกำลังอาจแพ้น้ำตาลเทียม หรือสารปรุงรสที่ทำให้หวานแรงๆ หรือสารกันบูดที่ยืดอายุบนอาหารแปรรูป แต่หลักๆ คือ พวกของหวาน ไซรัปต่างๆ ลองสังเกตใครที่ติดหวาน กินของหวานประจำ จนภูมิในร่างกายร้องขอชีวิต แต่ถ้าคุณไม่หยุด ก็ยาวครับ พังเน่า เละเละ
8. กาแฟ ภัยเงียบ สังคมบ้านเรากลายเป็นคนส่วนใหญ่กินกาแฟ ภัยสองด้านคือ ทำลายสมองและ เสี่ยงโรคเบาหวาน ความดัน หัวใจ อาการเตือนจะเป็นระยะ เริ่มจาก เริ่มเนือย ขาดไม่ได้ ต้องกินทุกวัน สักพัก ซึมหนัก เวียนบ่อย นอนไม่หลับ คลื้นไส้ และบ้านหมุนในที่สุด นี่คือ เฟสสุดท้ายที่คุณต้องบอกลา แต่ด้วยติดไปแล้ว ยากแล้วหล่ะครับ.. เคยบอกคนที่ติดอยู่ เขาบอกว่า "ความสุขเล็กๆ ในชีวิต" อย่ายุ่งได้ปะ... เกมส์....จ้า
9. ศึกษาเรื่องวัคซีนต่างๆ ที่เราพอจะรับไว้ หรือพวกโรคที่ติดต่อจากการรับประทานอาหารชิดๆกัน ช้อนคันเดียวกัน เช่น ไวรัสตับอักเสบบี เป็นต้น เชื่อเหอะ คนไม่เคยโดน ไม่รู้หรอกว่า รสชาดมันเปรี้ยวหวานมันเค็มขนาดไหน
10. การให้เลือดบ่อยๆ ทุกๆ 3 เดือน กิ๊บเก๋ ได้บุญมาก คนให้ก็ยิ้ม และให้ไปเหอะ เลือดสะอาด ผลิตใหม่ตลอดอยู่แล้ว แต่มีบางสิ่งที่เขาไม่ได้บอก คือโรคที่มาจากการเสียเลือดบ่อยๆ คุณจะเพลีย และซึมสะสม ส่วนโรคอะไร ก็หาอ่านกันเอง เอาเป็นว่า ปีละ 1 ครั้ง โอสุด แถมอีกนิด การเจาะเลือด ให้มองคนเจาะทุกครั้งที่เข็มกำลังเข้าเนื้อเรา สังเกตเข้มต้องแกะจากซอง ใหม่ ซิงเท่านั้น (เหลือเชื่อว่ามีคนกำลังเถียง ว่าใครเขาจะเอาของเก่ามาทำให้) เตือนแล้วนะ....
11. ถ้าจะคิดหนี "คนพิษ" คุณจะหนีไปตลอดชีวิต ... คนพิษ หรือปัญหาใดๆ บนโลก มันอยู่กับเราอยู่แล้ว เข้าใจและอยู่อย่างเข้าใจ จับให้ทันว่า มันคือ ฝั่งดี หรือฝั่งไม่ดี เอาจิตไปอยู่ฝั่งดีบ่อยๆ เพราะจิตต้องการที่อยู่เสมอ
12. "อยู่กับปัจจุบัน" มันคือไรฟร่ะ ?
วันนี้หลวงพ่อจารุวณฺโณ ภิกฺขุ (พระอาจารย์ต้น) ท่านชี้ทางสว่างไว้ว่า ความคิด คือ ของมันต้องมี อย่าไปหยุดมัน ให้มองเห็นมันว่า สิ่งที่คิด คือ เรื่องในอดีต หรือ เรื่องในปัจจุบัน ... ถ้าเราแยกแยะออก นั่นแหล่ะ เรากำลังอยู่ในปัจจุบัน... โหหหห นี่แหล่ะเทพสั่งสอน
ทิปในชีวิตประจำวัน ... ว่าซั่น
1. เวลาเช้า 05.00-07.00 น. ลำไส้พร้อมขับถ่าย เราต้องส่งแฟ๊กซ์ให้ได้ทุกวัน ไม่งั้น ร่างกายจะดูดของเสียจากไอ้หมอนั่นแหล่ะ กลับมาใช้ในร่างกายใหม่ หรือถ้าไม่เอาออก คุณก็พกมันไปทำงานในวันต่อไปด้วย อี้ๆๆๆ
2. ทานเผ็ดแล้วจะอ่อนเพลีย สิวเห่อ เหงื่อเป็นพิษ เช้าเดือดร้อน สมองไม่สดใส รู้สึกเบื่อๆ หลายคนไม่เชื่อ แต่ให้สังเกตดู
3. อาการแพ้เหงื่อ ลองสังเกตว่า ชอบทานเผ็ด หรือของหมักดองไหม เมื่อร่างกายขับสารสกปรกหรือเป็นพิษเหล่านี้ออกมา แล้วเราปล่อยให้เหงื่อมันแห้งและหมักหมมบนใบหน้า นั่นแหล่ะ ที่มาของสิว และการอักเสบใดๆ ถ้าเกิดที่หลัง ก็อาบน้ำบ่อยๆ ใส่เสื้อผ้าสะอาดๆ และเปลี่ยนนิสัยการรับประทาน
4. ทานเนื้อเยอะๆ ตัวจะเหม็น ลมหายใจจะเหม็น ร้อนๆ อับๆ เหน่อๆ ครั้นจะไม่กินก็ไม่ได้โปรตีน ครั้นกินก็ร้อนในแบบนี้อีก แนะนำให้ใช้ ไหมขัดฟัน แปรงลิ้นทันที ทานน้ำเยอะๆ แล้วเช้าขจัดออกซะ แค่นี้ก็จบ
5. ลมหายใจไม่สะอาด มีหลายสาเหตุ แต่จุดนึงที่คนอาจมองข้าม คือ ร่องฟัน ใช้ไหมขัดฟันดีสุด จากนั้นก็แปรงลิ้น กลั้วปากนานๆ ทำสัก 3 รอบต่อวัน จะดีขึ้นมาก
6. ท้องเสียจากทานเยื้อบุในซี่โครงหมู หรือต้มเล้ง ต้มราเมนทงคัสซึ บางคนเป็น บางคนไม่เป็น ให้สังเกต สาเหตุเพราะระหว่างซี่โครงหรือเยื้อเหล่านี้ มีสิ่งสกปรกอยู่มาก ใครภูมิไม่ดี ก็เรียบร้อย
7. ขึ้นผื่น ตุ่มแพ้ตามจุดหนังอ่อน เช่น ง่ามขา ท้องน้อย ง่ามนิ้ว ขาหนีบ คุณกำลังอาจแพ้น้ำตาลเทียม หรือสารปรุงรสที่ทำให้หวานแรงๆ หรือสารกันบูดที่ยืดอายุบนอาหารแปรรูป แต่หลักๆ คือ พวกของหวาน ไซรัปต่างๆ ลองสังเกตใครที่ติดหวาน กินของหวานประจำ จนภูมิในร่างกายร้องขอชีวิต แต่ถ้าคุณไม่หยุด ก็ยาวครับ พังเน่า เละเละ
8. กาแฟ ภัยเงียบ สังคมบ้านเรากลายเป็นคนส่วนใหญ่กินกาแฟ ภัยสองด้านคือ ทำลายสมองและ เสี่ยงโรคเบาหวาน ความดัน หัวใจ อาการเตือนจะเป็นระยะ เริ่มจาก เริ่มเนือย ขาดไม่ได้ ต้องกินทุกวัน สักพัก ซึมหนัก เวียนบ่อย นอนไม่หลับ คลื้นไส้ และบ้านหมุนในที่สุด นี่คือ เฟสสุดท้ายที่คุณต้องบอกลา แต่ด้วยติดไปแล้ว ยากแล้วหล่ะครับ.. เคยบอกคนที่ติดอยู่ เขาบอกว่า "ความสุขเล็กๆ ในชีวิต" อย่ายุ่งได้ปะ... เกมส์....จ้า
9. ศึกษาเรื่องวัคซีนต่างๆ ที่เราพอจะรับไว้ หรือพวกโรคที่ติดต่อจากการรับประทานอาหารชิดๆกัน ช้อนคันเดียวกัน เช่น ไวรัสตับอักเสบบี เป็นต้น เชื่อเหอะ คนไม่เคยโดน ไม่รู้หรอกว่า รสชาดมันเปรี้ยวหวานมันเค็มขนาดไหน
10. การให้เลือดบ่อยๆ ทุกๆ 3 เดือน กิ๊บเก๋ ได้บุญมาก คนให้ก็ยิ้ม และให้ไปเหอะ เลือดสะอาด ผลิตใหม่ตลอดอยู่แล้ว แต่มีบางสิ่งที่เขาไม่ได้บอก คือโรคที่มาจากการเสียเลือดบ่อยๆ คุณจะเพลีย และซึมสะสม ส่วนโรคอะไร ก็หาอ่านกันเอง เอาเป็นว่า ปีละ 1 ครั้ง โอสุด แถมอีกนิด การเจาะเลือด ให้มองคนเจาะทุกครั้งที่เข็มกำลังเข้าเนื้อเรา สังเกตเข้มต้องแกะจากซอง ใหม่ ซิงเท่านั้น (เหลือเชื่อว่ามีคนกำลังเถียง ว่าใครเขาจะเอาของเก่ามาทำให้) เตือนแล้วนะ....
11. ถ้าจะคิดหนี "คนพิษ" คุณจะหนีไปตลอดชีวิต ... คนพิษ หรือปัญหาใดๆ บนโลก มันอยู่กับเราอยู่แล้ว เข้าใจและอยู่อย่างเข้าใจ จับให้ทันว่า มันคือ ฝั่งดี หรือฝั่งไม่ดี เอาจิตไปอยู่ฝั่งดีบ่อยๆ เพราะจิตต้องการที่อยู่เสมอ
12. "อยู่กับปัจจุบัน" มันคือไรฟร่ะ ?
วันนี้หลวงพ่อจารุวณฺโณ ภิกฺขุ (พระอาจารย์ต้น) ท่านชี้ทางสว่างไว้ว่า ความคิด คือ ของมันต้องมี อย่าไปหยุดมัน ให้มองเห็นมันว่า สิ่งที่คิด คือ เรื่องในอดีต หรือ เรื่องในปัจจุบัน ... ถ้าเราแยกแยะออก นั่นแหล่ะ เรากำลังอยู่ในปัจจุบัน... โหหหห นี่แหล่ะเทพสั่งสอน