.
บรรดาเพชฌฆาตของ
Joseph Stalin ส่วนใหญ่ตกเป็นเหยื่อชะตากรรม
ความชั่วร้ายของตนเองที่คอยหลอกหลอนตลอดชีวิต (อดีตไล่ล่าความทรงจำ)
อย่างไรก็ตามเรื่องราวที่น่ากลัวที่สุดของคนเหล่านี้
คือ ผู้รอดชีวิตทั้งหมดรวมถึง ลุงโจ (Joseph Stalin) ด้วย
Vasily Blokhin คือ นักฆ่าที่โหดร้ายที่สุด/เครื่องจักรสังหารของสตาลิน
ไม่เพียงแต่การทำหน้าที่เป็นหัวหน้าหน่วยเพชฌฆาต (ที่เรียกว่า กลุ่มพิเศษ)
ทำหน้าที่ประหารชีวิตศัตรูของประชาชนตามข้อกล่าวหาของสตาลินกับพรรคพวก
ทั้งยังสั่งฆ่าคนถึง 15,000 คนให้เดินทางล่วงหน้าไปยังโลกหน้า
Vasily Blokhin ดำรงตำแหน่งหัวหน้าเพชฌฆาตในปี 1926
เข้ารับตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการ OGPU
แต่ในช่วง 3 ทศวรรษหลัง องค์กรแห่งนี้
มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างทั้งชื่อ (NKVD, MGB, KGB)
และเหล่าผู้นำหน่วย แต่ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยคือ Vasily Blokhin
.
ปีศาจนักฆ่า
การฆ่าคนทุกวันย่อมส่งผลกระทบต่อจิตใจมนุษย์ ยกเว้น Vasily Blokhin
เพชฌฆาตในสังกัดของ Vasily Blokhin หลายคนที่ทนไม่ได้
สุดท้ายมักจะลงเอยที่โรงพยาบาลบ้า ตกอยู่ในภาวะซึมเศร้า
และกินเหล้าดับความเครียดและไม่สบายใจกับการฆ่าคนในอดีต
แต่ Vasily Blokhin ไม่มีอาการใด ๆ ในเรื่องเหล่านี้
เพราะทำงานได้อย่างมืออาชีพ ด้วยหัวใจที่เย็นชา
มันไม่เคยดื่มเหล้าย้อมใจก่อนฆ่าคนแต่อย่างใด
ทั้งยังห้ามลูกน้องไม่ให้ดื่มเหล้าย้อมใจด้วย
แต่อนุญาตให้ดื่มเหล้าลดความเครียดจากการฆ่าคนได้
ก็หลังจากทำหน้าที่ฆ่าศัตรูเสร็จแล้ว
“ แน่นอน เราดื่มวอดก้าจนหมดสติ
พูดกันตรง ๆ งานแบบนี้ไม่ง่ายเลย
เราเหนื่อยล้ามากจนแทบยืนไม่ได้เลย
และเราต้องชะโลมตัวเราด้วย(น้ำหอม)โคโลญจน์ ตั้งแต่หัวจรดเท้าเลย
นั่นเป็นวิธีเดียว ที่จะกำจัดกลิ่นเลือดและกลิ่นดินปืน
แม้กระทั่งหมายังไม่กล้าเข้าใกล้เราเลย
และถ้ามันจะเห่าก็เห่าในระยะไกล ๆ ที่มันคิดว่าปลอดภัย ”
Alexander Yemelyanov หนึ่งในสมาชิกหน่วยเพชฌฆาต
.
Vasily Blokhin ไม่เคยครุ่นคิดให้งานฆ่าคน มาทำลายชีวิตจิตใจแต่อย่างใด
มันอาจจะเป็นเพชฌฆาตคนเดียวในประวัติศาสตร์
ที่ได้รับการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยของรัสเซีย
นอกจากนั้น มันยังมีความหลงใหลในม้าอย่างแรง
ห้องสมุดที่บ้านของมัน มีหนังสือเกี่ยวกับพวกม้ามากถึง 700 เล่ม
มันมีอารมณ์ฉุนเฉียวและมีมือที่เปื้อนเลือดอย่างเจิ่งนอง
มันไต่เต้าทางชนชั้นทางอาชีพได้อย่างรวดเร็ว
ในช่วงการปราบปรามศัตรูรัฐในช่วงปลายทศวรรษที่ 1930
มันได้รับความไว้วางใจให้จัดการกับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อที่มีตำแหน่งระดับสูง
มันชื่นชอบใช้ปืนพก
Walther PP ปืนพกคู่ใจ
(ซึ่งไม่ร้อนแรงเท่าปืนพกรัสเซียเมื่อยิงกระสุนถี่ยิบ)
มันฆ่าผู้นำทางทหารที่สูงสุดของโซเวียต
เช่น
Mikhail Tukhachevsky Iona Yakir และ
Ieronim Uborevich
รายชื่อผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของมันยังมี
Mikhail Koltsov
Vsevolod Meyerhold ผู้อำนวยการโรงละคร และ
Isaac Babel นักเขียน
มือของมันไม่หวั่นไหวหรือสั่นแต่อย่างใด
เมื่อได้รับมอบหมายให้ยิง
Nikolai Yezhov อดีตหัวหน้าของมันเอง
อดีตหัวหน้าหน่วย NKVD ที่ตกกระป๋อง
เพราะจอมโหดสตาลินไม่พอใจ/ไว้วางใจอีกต่อไป
Execution of Mikhail Tukhachevsky
.
.
เฉียดตาย
ในปี 1939 Vasily Blokhin เฉียดตายจากผลงานโชกเลือดของตน
ก็เริ่มลงมือกวาดล้างสมัครพรรคพวกของ Nikolai Yezhov
แน่นอน Vasily Blokhin มีรายชื่ออยู่ในบัญชีดำลำดับต้น ๆ
อย่างไรก็ตามเมื่อมีการร้องขออนุญาตคำสั่งฆ่าจาก บิดาแห่งชาติ Stalin
ผู้มีอำนาจของรัฐได้ปฏิเสธอย่างเหนือความคาดหมาย
“ สหายสตาลินไม่เห็นด้วยกับผม
โดยบอกว่าคนนี้มีความจำเป็นสำหรับงานสกปรก ”
Lavrenty Beria รำลึกเรื่องนี้ในปี 1953
(The Politburo และคดี Lavrenty Beria เอกสารรัฐ Moscow 2012)
และเมื่อ Lavrenty Beria กลับถึงสำนักงาน
ได้เรียก Vasily Blokhin และหัวหน้ากลุ่มพิเศษรายอื่น ๆ
มีการพูดคุยกันเป็นเวลานานในสำนักงาน
และหลังจากนั้นได้มอบรายชื่อคนที่ต้องฆ่าทิ้ง
การฆ่าเจ้าหน้าที่โปแลนด์
การฆ่าครั้งสำคัญและโด่งดังที่สุดของ Vasily Blokhin
คือ การยิง/สั่งยิงนักโทษโปแลนด์ในเดือนพฤษภาคม 1940
บรรดาเจ้าหน้าที่โปแลนด์ที่ถูกคุมขังในค่าย
Ostashkov
ในเขต Kalinin (ปัจจุบันคือ เขตTver)
คือ ส่วนหนึ่งของ
การสังหารหมู่ Katyn
ที่มีการฆ่านักโทษมากกว่า 22,000 คน
ตามคำสั่งโดยตรงจาก Moscow
เพราะกลัวโปแลนด์จะเข้าข้างนาซีเยอรมัน
Vasily Blokhin เป็นหัวหน้าเพชฌฆาต
ที่ดูแลเจ้าหน้าที่ตำรวจลับ
Cheka 30 ราย
“ Blokhin สวมเสื้อผ้าที่เป็นเครื่องหมายการค้า(ความตาย) ของมัน
หมวกหนังสีน้ำตาล ผ้ากันเปื้อนหนังสีน้ำตาลยาว
และถุงมือหนังสีน้ำตาลที่ยาวมากจนเกินข้อศอก
มันสร้างความประทับใจให้กับผมอย่างมาก
มันคือ สัญลักษณ์ความตาย ”
Dmitry Tokarev หัวหน้า NKVD Directorate ในเขต Kalinin
(General Abakumov: Executioner or Victim. Oleg Smyslov. Moscow, 2017)
เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจะถูกยิงในตอนกลางคืนชุดละ 250 คน
โดยใช้เวลาเฉลี่ย 3 นาทีต่อเหยื่อแต่ละคน
หลังจากเปลี่ยนกะเพชฌฆาตกลางคืน
Vasily Blokhin ก็จะปล่อยให้ลูกน้องที่ประสาทเสียดื่มเหล้าได้
แต่มันเองยังคงสงบเงียบไร้อารมณ์
และแสดงความไม่แยแสกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น
ผลปฏิบัติการปลดปล่อยค่าย Ostashkov
ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 6,311 คน
Vasily Blokhin คนเดียวที่ฆ่าชาวโปลแลนด์ไปมากกว่า 600 คน
มันจะทำเครื่องหมายไว้หลังจากสิ้นสุดการฆ่าแต่ละคน
.
เพชฌฆาตผู้เหนือกว่าเจ้านาย
Vasily Blokhin คือ หนึ่งในผู้โชคดี
มีอายุยืนยาวกว่าเจ้านายของตนที่ถูกกวาดล้าง เช่น
Genrikh Yagoda, Nikolai Yezhov,
Lavrentiy Beria และ Viktor Abakumov
ทั้งยังได้เหรียญ
Order of Lenin
เหรียญ
Orders of the Red Star 2 เหรียญ
Order of the Patriotic War (1st Degree)
และตราเกียรติยศ
Honorary Chekist
ไม่นานหลังจากการตายของสตาลิน
Vasily Blokhin ก็ขอเกษียณอายุราชการ
และยังได้รับเงินบำนาญกิตติมศักดิ์
แต่บั้นปลายชีวิต มันก็อยู่ไม่เป็นสุข
เพราะโซเวียตรัสเซียได้เริ่มต้นสืบสวนสอบสวน
คดีของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อกำจัดทิ้ง
และอาชญากรรมภายใต้ระบอบการปกครองของสตาลิน
เพชฌฆาตผู้ทำลายสถิติถูกเรียกสอบปากคำซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แต่มันหนีการดำเนินคดีทางอาญาได้
เพราะมันถูกมองว่าเป็นแค่เครื่องจักรสังหาร
แต่ไม่ใช่มือสังหารที่สร้างความหวาดหวั่น
ในเดือนพฤศจิกายนปี 1954
Vasily Blokhin ถูกปลดจากยศนายพล
“ สำหรับภารกิจที่น่าอดสูในการทำหน้าที่ให้กับรัฐ
และความไม่เหมาะสมกับตำแหน่งระดับสูงนี้ ”
เพียงแค่ไม่กี่เดือนต่อมา
Vasily Blokhin ตายเมื่ออายุ 60 ด้วยโรคหัวใจวาย
แต่บางแหล่งข่าวว่า มันยิงตัวตาย
เรื่องตลกที่น่าเศร้า
สตาลินจอมโหดหัวหน้าเพชฌฆาตถูกฝังอยู่ที่สุสานหลวง
Moscow’s Donskyoe Cemetery
แต่บรรดาคนที่ตกเป็นเหยื่อของมัน
กับฝังอยู่ในสุสานชาวบ้านหรือไร้สุสาน
หมายเหตุ
สตาลินเป็นคนจอร์เจียไม่ใช่คนรัสเซีย
อนุมัติการฆ่าคนโซเวียตมากกว่า
คนโซเวียตตายในสนามรบกับนาซีเยอรมัน
ความเลวร้ายของมันมีการแฉกันมากในช่วงหลัง
จนมีคนรัสเซียเรียกร้องให้ส่งศพมันกลับไปจอร์เจีย
แต่ที่จอร์เจียถือว่ามันคือ วีรบุรุษของชาติ
แม้ว่ามือของมันจะเปื้อนเลือดคนโซเวียตก็ตาม
พอ ๆ กับฮิตเลอร์ที่เป็นคนออสเตรีย
นำพาความหายนะให้กับเยอรมัน
คนออสเตรียก็ไม่ยอมพูดถึงมัน
พอ ๆ กับคนเยอรมันที่เสียรู้/เสียโง่
จนสิ้นชาติแยกแผ่นดินไปช่วงหนึ่ง
เรียบเรียง/ที่มา
http://bit.ly/38upOMM
Vasily Blokhin หัวหน้าเพชฌฆาต 15,000 ศพ
ความชั่วร้ายของตนเองที่คอยหลอกหลอนตลอดชีวิต (อดีตไล่ล่าความทรงจำ)
อย่างไรก็ตามเรื่องราวที่น่ากลัวที่สุดของคนเหล่านี้
คือ ผู้รอดชีวิตทั้งหมดรวมถึง ลุงโจ (Joseph Stalin) ด้วย
Vasily Blokhin คือ นักฆ่าที่โหดร้ายที่สุด/เครื่องจักรสังหารของสตาลิน
ไม่เพียงแต่การทำหน้าที่เป็นหัวหน้าหน่วยเพชฌฆาต (ที่เรียกว่า กลุ่มพิเศษ)
ทำหน้าที่ประหารชีวิตศัตรูของประชาชนตามข้อกล่าวหาของสตาลินกับพรรคพวก
ทั้งยังสั่งฆ่าคนถึง 15,000 คนให้เดินทางล่วงหน้าไปยังโลกหน้า
Vasily Blokhin ดำรงตำแหน่งหัวหน้าเพชฌฆาตในปี 1926
เข้ารับตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการ OGPU
แต่ในช่วง 3 ทศวรรษหลัง องค์กรแห่งนี้
มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างทั้งชื่อ (NKVD, MGB, KGB)
และเหล่าผู้นำหน่วย แต่ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงเลยคือ Vasily Blokhin
การฆ่าคนทุกวันย่อมส่งผลกระทบต่อจิตใจมนุษย์ ยกเว้น Vasily Blokhin
เพชฌฆาตในสังกัดของ Vasily Blokhin หลายคนที่ทนไม่ได้
สุดท้ายมักจะลงเอยที่โรงพยาบาลบ้า ตกอยู่ในภาวะซึมเศร้า
และกินเหล้าดับความเครียดและไม่สบายใจกับการฆ่าคนในอดีต
แต่ Vasily Blokhin ไม่มีอาการใด ๆ ในเรื่องเหล่านี้
เพราะทำงานได้อย่างมืออาชีพ ด้วยหัวใจที่เย็นชา
มันไม่เคยดื่มเหล้าย้อมใจก่อนฆ่าคนแต่อย่างใด
ทั้งยังห้ามลูกน้องไม่ให้ดื่มเหล้าย้อมใจด้วย
แต่อนุญาตให้ดื่มเหล้าลดความเครียดจากการฆ่าคนได้
ก็หลังจากทำหน้าที่ฆ่าศัตรูเสร็จแล้ว
“ แน่นอน เราดื่มวอดก้าจนหมดสติ
พูดกันตรง ๆ งานแบบนี้ไม่ง่ายเลย
เราเหนื่อยล้ามากจนแทบยืนไม่ได้เลย
และเราต้องชะโลมตัวเราด้วย(น้ำหอม)โคโลญจน์ ตั้งแต่หัวจรดเท้าเลย
นั่นเป็นวิธีเดียว ที่จะกำจัดกลิ่นเลือดและกลิ่นดินปืน
แม้กระทั่งหมายังไม่กล้าเข้าใกล้เราเลย
และถ้ามันจะเห่าก็เห่าในระยะไกล ๆ ที่มันคิดว่าปลอดภัย ”
Alexander Yemelyanov หนึ่งในสมาชิกหน่วยเพชฌฆาต
มันอาจจะเป็นเพชฌฆาตคนเดียวในประวัติศาสตร์
ที่ได้รับการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยของรัสเซีย
นอกจากนั้น มันยังมีความหลงใหลในม้าอย่างแรง
ห้องสมุดที่บ้านของมัน มีหนังสือเกี่ยวกับพวกม้ามากถึง 700 เล่ม
มันมีอารมณ์ฉุนเฉียวและมีมือที่เปื้อนเลือดอย่างเจิ่งนอง
มันไต่เต้าทางชนชั้นทางอาชีพได้อย่างรวดเร็ว
ในช่วงการปราบปรามศัตรูรัฐในช่วงปลายทศวรรษที่ 1930
มันได้รับความไว้วางใจให้จัดการกับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อที่มีตำแหน่งระดับสูง
มันชื่นชอบใช้ปืนพก Walther PP ปืนพกคู่ใจ
(ซึ่งไม่ร้อนแรงเท่าปืนพกรัสเซียเมื่อยิงกระสุนถี่ยิบ)
มันฆ่าผู้นำทางทหารที่สูงสุดของโซเวียต
เช่น Mikhail Tukhachevsky Iona Yakir และ Ieronim Uborevich
รายชื่อผู้ที่ตกเป็นเหยื่อของมันยังมี Mikhail Koltsov
Vsevolod Meyerhold ผู้อำนวยการโรงละคร และ Isaac Babel นักเขียน
มือของมันไม่หวั่นไหวหรือสั่นแต่อย่างใด
เมื่อได้รับมอบหมายให้ยิง Nikolai Yezhov อดีตหัวหน้าของมันเอง
อดีตหัวหน้าหน่วย NKVD ที่ตกกระป๋อง
เพราะจอมโหดสตาลินไม่พอใจ/ไว้วางใจอีกต่อไป
.
เฉียดตาย
ผู้มีอำนาจของรัฐได้ปฏิเสธอย่างเหนือความคาดหมาย
“ สหายสตาลินไม่เห็นด้วยกับผม
โดยบอกว่าคนนี้มีความจำเป็นสำหรับงานสกปรก ”
Lavrenty Beria รำลึกเรื่องนี้ในปี 1953
(The Politburo และคดี Lavrenty Beria เอกสารรัฐ Moscow 2012)
และเมื่อ Lavrenty Beria กลับถึงสำนักงาน
ได้เรียก Vasily Blokhin และหัวหน้ากลุ่มพิเศษรายอื่น ๆ
มีการพูดคุยกันเป็นเวลานานในสำนักงาน
และหลังจากนั้นได้มอบรายชื่อคนที่ต้องฆ่าทิ้ง
การฆ่าครั้งสำคัญและโด่งดังที่สุดของ Vasily Blokhin
คือ การยิง/สั่งยิงนักโทษโปแลนด์ในเดือนพฤษภาคม 1940
บรรดาเจ้าหน้าที่โปแลนด์ที่ถูกคุมขังในค่าย Ostashkov
ในเขต Kalinin (ปัจจุบันคือ เขตTver)
คือ ส่วนหนึ่งของ การสังหารหมู่ Katyn
ที่มีการฆ่านักโทษมากกว่า 22,000 คน
ตามคำสั่งโดยตรงจาก Moscow
เพราะกลัวโปแลนด์จะเข้าข้างนาซีเยอรมัน
Vasily Blokhin เป็นหัวหน้าเพชฌฆาต
ที่ดูแลเจ้าหน้าที่ตำรวจลับ Cheka 30 ราย
“ Blokhin สวมเสื้อผ้าที่เป็นเครื่องหมายการค้า(ความตาย) ของมัน
หมวกหนังสีน้ำตาล ผ้ากันเปื้อนหนังสีน้ำตาลยาว
และถุงมือหนังสีน้ำตาลที่ยาวมากจนเกินข้อศอก
มันสร้างความประทับใจให้กับผมอย่างมาก
มันคือ สัญลักษณ์ความตาย ”
Dmitry Tokarev หัวหน้า NKVD Directorate ในเขต Kalinin
(General Abakumov: Executioner or Victim. Oleg Smyslov. Moscow, 2017)
เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายจะถูกยิงในตอนกลางคืนชุดละ 250 คน
โดยใช้เวลาเฉลี่ย 3 นาทีต่อเหยื่อแต่ละคน
หลังจากเปลี่ยนกะเพชฌฆาตกลางคืน
Vasily Blokhin ก็จะปล่อยให้ลูกน้องที่ประสาทเสียดื่มเหล้าได้
แต่มันเองยังคงสงบเงียบไร้อารมณ์
และแสดงความไม่แยแสกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น
ผลปฏิบัติการปลดปล่อยค่าย Ostashkov
ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 6,311 คน
Vasily Blokhin คนเดียวที่ฆ่าชาวโปลแลนด์ไปมากกว่า 600 คน
มันจะทำเครื่องหมายไว้หลังจากสิ้นสุดการฆ่าแต่ละคน
Vasily Blokhin คือ หนึ่งในผู้โชคดี
มีอายุยืนยาวกว่าเจ้านายของตนที่ถูกกวาดล้าง เช่น
Genrikh Yagoda, Nikolai Yezhov,
Lavrentiy Beria และ Viktor Abakumov
ทั้งยังได้เหรียญ Order of Lenin
เหรียญ Orders of the Red Star 2 เหรียญ
Order of the Patriotic War (1st Degree)
และตราเกียรติยศ Honorary Chekist
ไม่นานหลังจากการตายของสตาลิน
Vasily Blokhin ก็ขอเกษียณอายุราชการ
และยังได้รับเงินบำนาญกิตติมศักดิ์
แต่บั้นปลายชีวิต มันก็อยู่ไม่เป็นสุข
เพราะโซเวียตรัสเซียได้เริ่มต้นสืบสวนสอบสวน
คดีของผู้ที่ตกเป็นเหยื่อกำจัดทิ้ง
และอาชญากรรมภายใต้ระบอบการปกครองของสตาลิน
เพชฌฆาตผู้ทำลายสถิติถูกเรียกสอบปากคำซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แต่มันหนีการดำเนินคดีทางอาญาได้
เพราะมันถูกมองว่าเป็นแค่เครื่องจักรสังหาร
แต่ไม่ใช่มือสังหารที่สร้างความหวาดหวั่น
ในเดือนพฤศจิกายนปี 1954
Vasily Blokhin ถูกปลดจากยศนายพล
“ สำหรับภารกิจที่น่าอดสูในการทำหน้าที่ให้กับรัฐ
และความไม่เหมาะสมกับตำแหน่งระดับสูงนี้ ”
เพียงแค่ไม่กี่เดือนต่อมา
Vasily Blokhin ตายเมื่ออายุ 60 ด้วยโรคหัวใจวาย
แต่บางแหล่งข่าวว่า มันยิงตัวตาย
เรื่องตลกที่น่าเศร้า
สตาลินจอมโหดหัวหน้าเพชฌฆาตถูกฝังอยู่ที่สุสานหลวง
Moscow’s Donskyoe Cemetery
แต่บรรดาคนที่ตกเป็นเหยื่อของมัน
กับฝังอยู่ในสุสานชาวบ้านหรือไร้สุสาน
หมายเหตุ
สตาลินเป็นคนจอร์เจียไม่ใช่คนรัสเซีย
อนุมัติการฆ่าคนโซเวียตมากกว่า
คนโซเวียตตายในสนามรบกับนาซีเยอรมัน
ความเลวร้ายของมันมีการแฉกันมากในช่วงหลัง
จนมีคนรัสเซียเรียกร้องให้ส่งศพมันกลับไปจอร์เจีย
แต่ที่จอร์เจียถือว่ามันคือ วีรบุรุษของชาติ
แม้ว่ามือของมันจะเปื้อนเลือดคนโซเวียตก็ตาม
พอ ๆ กับฮิตเลอร์ที่เป็นคนออสเตรีย
นำพาความหายนะให้กับเยอรมัน
คนออสเตรียก็ไม่ยอมพูดถึงมัน
พอ ๆ กับคนเยอรมันที่เสียรู้/เสียโง่
จนสิ้นชาติแยกแผ่นดินไปช่วงหนึ่ง
เรียบเรียง/ที่มา
http://bit.ly/38upOMM