JJNY : 4in1 กกต.แจงซื้อรถใหม่/เขมรลั่นไม่เคยออกพาสปอร์ตให้ปู/ว่าที่ผู้สมัครส.ส.เจอจนท.ตาม-ซัก/คาดเคาะวันลต.ไม่เกิน26ม.ค.

กระทู้คำถาม
กกต.แจงจำเป็นซื้อรถใหม่ รถเดิมใช้นานเกิน-พังบ่อย ชี้ ใช้งบประจำไม่ใช่งบเลือกตั้ง
https://www.matichon.co.th/politics/news_1311739

กกต. แจงจำเป็นต้องซื้อรถประจำตำแหน่ง ใหม่ทั้งหมดเหตุหมดอายุการใช้งาน ปัดใช้งบเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 10 มกราคม นายกฤช เอื้อวงศ์ รองเลขาธิการ กกต. กล่าวชี้แจงกรณีการจัดซื้อรถประจำตำแหน่งของ กกต.จำนวน 22 ล้านบาทเศษว่า ในปีงบประมาณ 2562 กกต. ได้รับการจัดสรรงบประมาณจากสำนักงบฯ แบ่งเป็น 4 ส่วน คือ งบรายจ่ายประจำ 2,017 ล้านบาท งบสำหรับการเลือก ส.ว. 1,300 ล้านบาท งบสำหรับการเลือกตั้ง ส.ส. 4,006 ล้านบาท และ งบเลือกตั้งท้องถิ่น 802 ล้านบาท ซึ่งทั้ง 4 ส่วนมี พ.ร.บ.งบประมาณควบคุมการใช้จ่ายอยู่ และสำนักงบฯก็ได้จัดสรรเงินมาให้กับ กกต.แล้ว โดยในส่วนของการจัดซื้อรถประจำตำแหน่ง ประธาน กกต. กรรมการการเลือกตั้ง และทั้งเลขาธิการ กกต. วงเงิน 22 ล้านบาท อยู่ในงบฯรายจ่ายประจำ ที่สำนักงบประมาณจัดสรรให้เป็นงบลงทุนประเภทการจัดซื้อครุภัณฑ์ เนื่องจากว่ารถประจำตำแหน่งที่มีอยู่ในปัจจุบันมีอายุการใช้งานมาเกินกว่า 6 ปีแล้ว รถของประธาน กกต.จัดซื้อมาก่อนปี 2554 ส่วนกรรมการคนอื่นซื้อเมื่อ 2554 นับเวลาก็มากกว่า 7 ปี ส่วนของเลขาธิการ กกต.ซื้อตั้งแต่ปี 2548 โดยปัจจุบันรถของ กกต.บางคันก็ใช้งานไม่ได้แล้ว หรือที่ยังใช้งานได้อยู่ ก็จะมีปัญหาเรื่องการซ่อมบำรุงอยู่ตลอดเวลา หลายครั้งที่กกต.ได้ตรวจงานต่างจังหวัด รถก็ไปเสียอยู่บ่อยครั้ง

“ล่าสุดรถของนายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ กกต.ไปตรวจงานที่จังหวัดเพชรบูรณ์ ก็ไปเสีย ทางสำนักงานต้องเอารถตู้ไปรับกลับมาที่ กทม. ดังนั้นการที่จะต้องมาเสียค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซม ทำให้ต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก ประกอบการจัดซื้อรถเราทำคำขอไปตั้งปี 2561 ก็พึ่งจะได้รับการจัดสรรมาในปีงบประมาณนี้ ซึ่งการจัดซื้อขณะนี้อยู่ในระหว่างการจัดทำทีโออาร์” นายกฤช กล่าว และว่า การจัดซื้อรถประจำตำแหน่งของ กกต. นั้นเทียบเท่ากับรถประจำตำแหน่งของคณะรัฐมนตรี โดยรถประธาน กกต.มีวงเงินจัดซื้อไม่เกิน 4.2ล้านบาท กรรมการ กกต. ไม่เกิน3.7ล้านบาท และรถของ เลขาธิการ กกต. ไม่เกิน 2.7 ล้านบาท ส่วนเมื่อมีการจัดซื้อรถมาใหม่แล้ว รถรุ่นเก่า กกต. จะเปิดประมูลจำหน่ายตามระเบียบ ของ กกต. ต่อไป ทั้งนี้เบื้องต้น กกต. ได้จัดซื้อมาแล้ว 2 คันตามงบประมาณปี 2561 เป็นรถ เบนซ์ รุ่นใหม่ E350e เพื่อรองรับ กรรมกกต.อีก 2คนที่มีเพิ่มตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด

สำหรับงบเลือกตั้งจะแยกต่างหากจากงบการจัดซื้อรถ มีแผนการใช้จ่ายที่ชัดเจน ซึ่งแผนการใช้จ่ายงบฯ เลือกตั้ง 4,006 ล้านบาท กกต.ได้อนุมัติและเริ่มที่จะมีการซื้อวัสดุบางอย่างเพื่อมาใช้ในการจัดการเลือกตั้ง ซึ่งหลายรายการทางสำนักงานสามารถจัดซื้อได้ต่ำกว่าราคาที่ตั้งไว้ อย่างหีบบัตร เราตั้งงบประมาณในการจัดหาเพิ่มเติม 45,000 ใบ ใบละ 450 บาท เป็นเงิน 18 ล้านบาท แต่ก็สามารถจัดซื้อได้ในราคาใบละ 271 บาท ใช้งบฯจริงไป 13 ล้านบาทเศษ ประหยัดงบฯไปได้เกือบ 5ล้านบาท คูหาเลือกตั้งจัดซื้อเพิ่มเติม 1 แสนคูหา ตั้งราคาไว้คูหาละ 180 บาท งบประมาณทั้งสิ้น 18 ล้านบาท แต่ก็สามารถจัดซื้อได้เพียงคูหาละ 118 บาท ใช้งบประมาณไป 11.8 ล้านบาท ประหยัดงบประมาณไป 6 ล้านบาทเศษ ซึ่ง กกต.ก็คำนึงถึงการประหยัดค่าใช้จ่ายงบประมาณเป็นสำคัญ




เขมรลั่น! ไม่เคยออกพาสปอร์ตให้ปู ถามมีใครไม่รู้บ้างว่า ‘ยิ่งลักษณ์’ เป็นคนไทย
https://www.khaosod.co.th/politics/news_2069987

เขมรลั่น! ไม่เคยออกพาสปอร์ตให้ปู ถามมีใครไม่รู้บ้างว่า ‘ยิ่งลักษณ์’ เป็นคนไทย

จากกรณีกระแสข่าว เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ สื่อของฮ่องกง รายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมตรี ใช้หนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต ของประเทศกัมพูชา ในการจดทะเบียนเป็นกรรมการเพียงผู้เดียวของ พี.ที. คอร์ปอเรชั่น ในฮ่องกง เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2561

ล่าสุด พนมเปญโพสต์ รายงานว่า เกี่ยวกับกรณีนี้ นายพล เหมา จันดารา ผู้ดำรงตำแหน่งอธิบดีหน่วยงานด้านการออกบัตรประจำตัว กระทรวงมหาดไทย ในช่วงเวลานั้น ได้เปิดเผยว่า ทางการกัมพูชาไม่เคยออกหนังสือเดินทางให้แก่ น.ส.ยิ่งลักษณ์

นายพลเหมา กล่าวว่า “เราไม่รู้ว่ามันจริงหรือปลอม แต่เราไม่เคยออกหนังสือเดินทางให้คนต่างชาติ” และว่า การกระทำเช่นนั้นขัดต่อกฎหมายกัมพูชา ทางเดียวที่จะออกหนังสือเดินทางให้คนต่างชาติได้คือ บุคคลนั้นจะต้องแปลงสัญชาติมาเป็นสัญชาติกัมพูชาแล้วเท่านั้น โดยพระราชกฤษฎีกา ที่ลงพระนามโดยกษัตริย์นโรดม สีหมุนี

“ใครในโลกนี้ไม่รู้บ้างว่ายิ่งลักษณ์เป็นคนไทยและเป็นอดีตนายกฯ ไทย แล้วเธอจะไปใช้หนังสือเดินทางกัมพูชาในการจดทะเบียนบริษัทที่ฮ่องกงในฐานะพลเมืองกัมพูชาได้อย่างไร เราไม่รู้ว่ามันเกิดเรื่องอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้”
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่