ห้องเพลง**คนรากหญ้า**พักยกการเมือง มุมเสียงเพลง มุมนี้ไม่มีสีไม่มีกลุ่ม มีแต่เสียงเพลง 2/4/61- TIANGONG วิมานร่วงจากฟ้า

กระทู้คำถาม


ดอกไม้หัวใจสวัสดีครับอมยิ้ม17 สมาชิกห้องเพลงทุกๆท่าน วันนี้วันจันทร์ MC แอ๊ด (WANG JIE หรือ ชื่อดั้งเดิม "พฤษภเสารี" สมาชิกเก่าห้อง รดน.ช่วงปี 2546-2550) ประจำการอีก 1 วันครับ ^^

ตอนนี้มีข่าวด่วนตั้งแต่เมื่อวาน คือ สถานีอวกาศของจีนซึ่งมีชื่อว่า "เทียนกง" (天宫) กำลังตกลงมาจากอวกาศ และหมุนวนรอบโลกอยู่ด้วยความเร็วสูงมาก จะร่วงลงที่ไหนยังไม่แน่ วันนี้จึงนำเรื่องสถานีอวกาศแห่งนี้มาฝากครับ



เทียนกง-1 (天宫一号 ออกเสียงว่า "เทียนกง อีเฮ่า" แปลตามตัวอักษรว่า วิมานลอยฟ้า 1 หรือ ปราสาทลอยฟ้า 1) เป็นสถานีอวกาศแห่งแรกของจีน โดยตั้งใจจะใช้เป็นสถานที่ทดสอบพัฒนาขีดความสามารถการนัดพบและการเทียบท่าซึ่งจำเป็นสำหรับการสนับสนุนศูนย์อวกาศที่ใหญ่ขึ้น การปล่อยเทียนกง-1 ไปกับจรวดลองมาร์ช 2เอฟ/จี มีขึ้นเมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2554 เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสถานีอวกาศเทียนกง หรือที่รู้จักกันในชื่อโครงการ 921-2 ซึ่งมีเป้าหมายที่จะส่งสถานีอวกาศมีคนอยู่อาศัยขนาดเต็มกึ่งถาวรขึ้นสู่วงโคจรภายใน พ.ศ. 2563

ตามข้อมูลขององค์การบริหารอวกาศแห่งชาติจีน (CNSA) เทียนกง-1 เป็น "โมดุลห้องปฏิบัติการอวกาศ" หนัก 8.5 เมตริกตัน และสามารถเทียบกับอวกาศยานมีคนบังคับและอัตโนมัติได้ อวกาศยานเสินโจว 8, เสินโจว 9 และเสินโจว 10 คาดว่าจะเทียบกับเทียนกง 1 ระหว่างช่วงที่ยังปฏิบัติการได้อีก 2 ปีข้างหน้า

เมื่อวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2551 จาง เจียนชี (张建启) รองผู้อำนวยการสำนักงานวิศวกรรมอวกาศมีคนบังคับของจีน (CMSEO) ประกาศในระหว่างการให้สัมภาษณ์แก่สถานีโทรทัศน์กลางของจีน (CCTV) ว่า เทียนกง-1 จะถูกปล่อยขึ้นสู่อวกาศใน พ.ศ. 2553 หรือ 2554 ภายหลังสำนักข่าวซินหัว แถลงว่า สถานีอวกาศไร้คนบังคับจะถูกปล่อยในปลาย พ.ศ. 2553 และประกาศว่า การปรับปรุงซ่อมแซมอุปกรณ์ภาคพื้นดินกำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการ

ใน พ.ศ. 2551 เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ CMSEO โพสต์รายละเอียดคร่าว ๆ ของเทียนกง-1 ร่วมกับเทียนกง 2 และเทียนกง 3 ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการอวกาศอีกสองแห่งซึ่งมีแผนจะปล่อยขึ้นสู่อวกาศหลังเทียนกง-1 แบบจำลองของสถานีอวกาศถูกเปิดเผยในรายการโทรทัศน์เฉลิมฉลองตรุษจีน ทาง CCTV เมื่อวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2552

เทียนกง-1 ประกอบด้วยอุปกรณ์ออกกำลังกายและสถานีนอนสองแห่ง กำแพงภายในโมดุลมีการแตกแต่งสีสองสี สีหนึ่งแทนพื้นดิน และอีกสีหนึ่งแทนท้องฟ้า ซึ่งตั้งใจจะช่วยให้นักบินอวกาศกำหนดทิศทางได้ถูกในสภาวะไร้น้ำหนัก

จนถึงกลาง พ.ศ. 2554 การก่อสร้างโมกุลเทียนกงเสร็จสิ้นแล้ว และกำลังมีการทดสอบคุณสมบัติด้านอิเล็กทรอนิกส์ กลไกและความร้อน นอกจากนี้ยังมีการทดสอบจรวดขนส่งลองมาร์ช 2 เอฟ ซึ่งเป็นตัวส่งเทียนกง-1 ขึ้นสู่อวกาศ นักบินอวกาศจีน ซึ่งเป็นหญิงสองคน กำลังอยู่ในระหว่างการฝึกภารกิจมีคนควบคุมไปยังสถานีอวกาศ

เทียนกง-1 เดิมมีกำหนดปล่อยขึ้นสู่อวกาศในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2554 และถูกส่งไปยังศูนย์ส่งดาวเทียมจิ่วเฉฺวียน เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม และผ่านการทดสอบส่งเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม อย่างไรก็ดี หลังการปล่อยจรวดลองมาร์ช 2 ซี ล้มเหลวในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2554 ทำให้การปล่อยสถานีอวกาศดังกล่าวต้องเลื่อนออกไป หลังการสืบสวนสาเหตุความล้มเหลวของการปล่อยครั้งนั้น ได้มีการกำหนดใหม่ให้ปล่อยเทียนกง-1 ในปลายเดือนกันยายน พ.ศ. 2554 ส่วนหนึ่งเพื่อให้เกิดพร้อมกับวันชาติจีน ซึ่งตรงกับวันที่ 1 ตุลาคม

เมื่อวันที่ 20 กันยายน พาหนะอวกาศถูกนำออกไปประจำฐานปล่อยที่ 1 แห่งจุดปล่อยใต้ที่จิ่วเฉฺวียน ในการเตรียมความพยายามปล่อยอีกครั้ง การปล่อยมีขึ้นเมื่อเวลา 13:16 UTC ของวันที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2554 ประสบความสำเร็จด้วยดี และนำเทียนกง-1 ขึ้นสู่วงโคจรระดับต่ำของโลก โทรทัศน์จีนแพร่ภาพการปล่อยคลอไปกับเพลงทำนองปลุกใจรักชาติของสหรัฐ America the Beautiful ซึ่งเหตุผลที่เลือกเพลงดังกล่าวนั้นไม่มีคำอธิบายออกมา

ปีพ.ศ. 2554 สถานีอวกาศเทียนกง 1 ได้ทำให้จีนกลายเป็นชาติที่ 3 ในโลกที่มีสถานีอวกาศเป็นของตัวเองแต่เพียงผู้เดียว (ต่อจากสองมหาอำนาจอย่างสหรัฐและรัสเซีย) โดยมีเป้าหมายเพื่อเป็นการทดลองและเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับการก่อสร้างสถานีอวกาศที่มีขนาดใหญ่กว่านี้ แต่ต่อมา สำนักงานวิศวกรรมอวกาศจีนยืนยันว่า พวกเขาสูญเสียการควบคุม “พระราชวังบนสวรรค์” ลำนี้มาเป็นเวลา 1 ปีเต็มแล้ว และผู้เชี่ยวชาญต่างคาดการณ์ว่ามันจะตกลงมาสู่ชั้นบรรยากาศโลกในช่วงสิ้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา แล้วก็เลยมาจนถึง 1 เมษายนจึงเริ่มตกลงมา

สถานีอวกาศเทียนกง 1 เป็นแล็บอวกาศขนาดกระทัดรัด น้ำหนักของมันนั้นอยู่ที่ประมาณ 8 ตัน อายุการใช้งานของมันนั้นถูกกำหนดไว้เพียงแค่ 2 ปีเท่านั้น และตลอดระยะเวลานั้นมันถูกใช้ในการทดสอบการเชื่อมต่อกับยานอวกาศเซินโจว (ยานเซินโจวนั้นมีความคล้ายคลึงกับยานโซยูสของรัสเซีย) และได้ทำการต้อนรับนักบินอวกาศชาวจีนมาแล้วทั้งสิ้น 6 คนด้วยกัน ซึ่งมีนักบินอวกาศหญิงรวมอยู่ในนั้นถึง 2 คนเลยทีเดียว และบนสถานีอวกาศเดียวกันนี้ก็ยังมีการทำการทดลองฟิสิกส์ในอวกาศและถ่ายทอดสดสัญญาณไปยังห้องเรียนทั่วประเทศในจีนอีกด้วย




สำนักงานวิศวกรรมอวกาศจีนเคยออกแถลงการ์ณในปี พ.ศ. 2557 ว่าการทดลองของเทียนกง 1 นั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ข้อมูลที่ได้มาทำให้จีนสามารถใช้ประโยชน์ได้เป็นจำนวนมากในด้านต่าง ๆ ซึ่งรวมไปถึงการพัฒนาสถานีอวกาศรุ่นถัดไปอีกด้วย ทำให้หลังจากที่ลูกเรือกลุ่มสุดท้ายก้าวออกจากประตูของสถานีในปีพ.ศ. 2556 มันก็ถูกส่งเข้าสู่ Sleep Mode ในทันทีเพื่อให้มันได้ขยายเวลาการสำรวจโดยอุปกรณ์ที่มีอยู่บนสถานีออกไปอีก และถูกวางแผนไว้ว่าจะโดนบังคับเผาไหม้ลงในชั้นบรรยากาศในวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2559

แต่ว่า พวกเขาไม่สามารถติดต่อกับสถานีได้อีกแล้ว แถมในปัจจุบัน ระยะความสูงของสถานีจากผิวโลกนั้นต่ำกว่า 300 กิโลเมตร และยังคงตกต่อไปเรื่อย ๆ ในขณะที่ความหนาแน่นของชั้นบรรยากาศก็เริ่มเพิ่มขึ้นอีกเช่นกัน โดย ด.ร. โจนาธาน แมคโนแวล (Jonathan McDowell) จากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดกล่าวไว้ว่า มันน่าจะโหม่งโลกในปลายปีนี้ ไม่ก็ภายในต้นปีหน้า ซึ่งเหตุที่ทำให้การตกครั้งนี้น่ากลัวก็คือ บางชิ้นส่วนที่มีขนาดใหญ่เกิน 100 กิโลกรัม จะสามารถรอดพ้นการเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศและตกลงมายังพื้นโลก และทางการจีนคาดการณ์ว่า พวกเขาจะคำนวณตำแหน่งที่มันจะตกลงได้ก็ต่อเมื่อประมาณ 6 ชั่วโมงก่อนที่มันจะลงมายังโลกเท่านั้น และหากมันไปตกลงในเมืองใหญ่ ๆ ก็สามารถทำให้เกิดความเสียหายอย่างหนักได้เลยทีเดียว อย่างไรก็ตามโอกาสที่มันจะตกลงสู่ในเมืองใหญ่ หรือแม้แต่พื้นที่ ๆ มีมนุษย์อาศัยอยู่นั้นก็ค่อนข้างเป็นไปได้น้อย เมื่อเทียบระหว่างอัตราส่วนของพื้นน้ำกับพื้นดินของโลกเรา การติดตามตำแหน่งของยานนั้นจึงถูกเฝ้าดูอย่างใกล้ชิดมาเรื่อยๆ

อนึ่ง สถานีอวกาศเทียนกงนั้น มีเรื่องราวแปลก ๆ ที่น่าสนใจอยู่ ดังนี้

1. มันถูกทาสีไว้สองสี สีหนึ่งแทนพื้น อีกสีแทนท้องฟ้า เพื่อให้นักบินอวกาศสามารถกำหนดทิศทางของตัวเองในอวกาศได้

2. สถานีอวกาศไม่มีห้องน้ำและห้องครัว บรรดานักบินอวกาศต้องใช้ของบนยานเซินโจวเท่านั้น

3. จะมีเพียงแค่สองคนที่ได้นอนในสถานีอวกาศ อีกคนนึงจะต้องนอนในยานเซินโจว (อีกแล้ว) เพื่อป้องกันความหนาแน่นที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ที่กว้างเพียงแค่ 3 เมตร และยาวแค่ 10 เมตรเท่านั้น


ในกรณีที่สถานีอวกาศเทียนกงยังถูกควบคุมได้จากภาคพื้นดิน นักดาราศาสตร์จะทำการบังคับให้มันไปลงที่บริเวณที่มีชื่อว่า “สุสานยานอวกาศ” ซึ่งเป็นบริเวณที่ห่างไกลจากผู้คนในตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิค โดยในปัจจุบันนั้นมียานอวกาศมากกว่า 250 ลำที่ได้ลงไปจบชีวิตของมันในสุสานแห่งนี้รวมถึงสถานีอวกาศเมียร์ของรัสเซียเช่นกัน เหตุผลที่ยานอวกาศพวกนี้ตกลงมาสู่โลกเป็นเพราะว่ามันมีขนาดที่ใหญ่เกินกว่าจะถูกเผาไหม้ได้หมดด้วยความร้อนในชั้นบรรยากาศ ในขณะที่ส่วนใหญ่ของมันนั้นถูกเผาไหม้ไปอย่างสมบูรณ์ก่อนที่จะตกถึงพื้นโลก

เมื่อวานนี้ (1 เมษายน) เทียนกง 1 ร่วงลงมา และมีการติดตามความเคลื่อนไหวกันมาตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาจนถึงช่วงเช้าวันนี้ (2 เมษายน) มีการพูดคุยกันว่าอาจตกที่ญี่ปุ่นหรือรัสเซีย และคนญี่ปุ่นตื่นตระหนกกันมากทุกครั้งที่เทียนกง 1 เวียนไปป้วนเปี้ยนอยู่เหนือน่านฟ้า

และข่าวล่าสุด สุดท้าย ที่ได้เฝ้าติดตามคือ "วิมานลอยฟ้า 1" ตกลงไป ในมหาสมุทรแปซิฟิก เรียบร้อยแล้ว

ทางการจีนและสหรัฐฯ รายงานยืนยันว่า สถานีอวกาศเทียนกง-1 ที่สูญเสียการควบคุม ได้ตกกลับเข้าสู่ชั้นบรรยากาศโลกแล้ว เมื่อเวลา 00.16 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช (07.16 น. ตามเวลาในประเทศไทย)

โดยชิ้นส่วนของสถานีอวกาศดังกล่าวถูกเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศเป็นส่วนใหญ่ ก่อนส่วนที่เหลือจะตกลงสู่มหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ ค่อนไปทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะตาฮีตี

ดร. โจนาธาน แม็กโดเวลล์ จากศูนย์ฟิสิกส์ดาราศาสตร์ฮาร์วาร์ด-สมิธโซเนียนของสหรัฐฯ ได้ระบุทางทวิตเตอร์ว่า ตำแหน่งที่ซากของสถานีอวกาศเทียนกง-1 ตกลงสู่มหาสมุทรในครั้งนี้ อยู่นอกน่านน้ำส่วนที่ได้ชื่อว่าเป็น "สุสานยานอวกาศ" ซึ่งอยู่ห่างออกไปทางตอนใต้ไม่ไกลมากนัก ซึ่งตามปกติแล้วดาวเทียมและสถานีอวกาศต่าง ๆ ที่สิ้นอายุการใช้งาน จะถูกบังคับให้ตกกลับสู่โลกในบริเวณนี้

ก่อนที่เทียนกง-1 จะตกกลับสู่โลกไม่กี่ชั่วโมง ผู้เชี่ยวชาญจาก 13 องค์กรอวกาศทั่วโลกได้ติดตามความเคลื่อนไหวของเทียนกง-1 ด้วยเรดาร์ และพยายามทำนายตำแหน่งที่จะตกให้ได้แม่นยำที่สุด แต่เกิดความผิดพลาดขึ้นเมื่อหน่วยงานด้านอวกาศของจีนชี้ว่าเทียนกง-1 จะตกลงในทะเลนอกชายฝั่งเมืองเซาเปาลูของบราซิล ก่อนสถานีอวกาศดังกล่าวตกลงในมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ในอีกไม่กี่นาทีต่อมา



ยังไม่ทราบว่ามีซากชิ้นส่วนของเทียนกง-1 ตกลงสู่มหาสมุทรมากเพียงใด แต่ก่อนหน้านี้ผู้เชี่ยวชาญบางรายคาดว่าอาจมีเศษชิ้นส่วนที่หลงเหลือจากการเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศราว 20-40% หรือราว 1.5-3.5 ตัน

ปัจจุบันจีนมีสถานีอวกาศเทียนกง-2 ที่ยังใช้งานอยู่ และกำลังเตรียมสร้างสถานีอวกาศแห่งที่ 3 ซึ่งจะเป็นห้องปฏิบัติการอวกาศที่ใช้งานอย่างถาวร สถานีอวกาศแห่งใหม่นี้ประกอบด้วยโมดูลแกนกลางขนาดใหญ่เชื่อมต่อกับโมดูลย่อยอีกสองส่วน และคาดว่าจะปล่อยขึ้นสู่วงโคจรได้ในช่วงต้นทศวรรษหน้า โดยจีนได้พัฒนาจรวดขนส่งอวกาศลองมาร์ช 5 (Long March 5) ซึ่งสามารถบรรทุกน้ำหนักได้มากมาใช้กับภารกิจนี้โดยเฉพาะ

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.springnews.co.th/view/223478, spaceth.co/tiangong-1-crash-prediction/, http://www.bbc.com/thai/international-43615534

พบกันใหม่โอกาสหน้าครับ อมยิ้ม04หัวใจดอกไม้
แก้ไขข้อความเมื่อ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 35
มารู้จักสถานีอวกาศกันค่ะ

สถานีอวกาศ คือดาวเทียมที่สร้างทิ้งไว้นอกโลก
เพื่อใช้เป็นตัวส่งเสริมนักบินอวกาศเมื่อออกไปเยือนจักรวาลอันกว้างใหญ่นอกโลกนั่นเอง



โดยมันเป็นเหมือนตัวช่วยสังเกตการณ์ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นข้อมูลในการศึกษาอีกมากมาย
รวมทั้งเป็นเหมือนท่าอากาศยานให้ยานอวกาศไปยังเป้าหมายได้อีกด้วย




ความคิดที่จะสร้างสถานีอวกาศเริ่มเป็นจริงเป็นจังขึ้นมาครั้งแรกในปี ในช่วง ค.ศ. 1971 ถึง 1882
เมื่อสหภาพโซเวียตได้ดำเนินการก่อสร้างสถานีอวกาศซัลยุต (Salyut) ซึ่งถือว่าเป็นสถานีอวกาศแห่งแรกของมนุษย์  
โดยได้ทำการปล่อยให้สถานีอวกาศซัลยุตขึ้นไปโคจรอยู่รอบโลกในปี ค.ศ. 1971

สหรัฐอเมริกามหาอำนาจอีกประเทศหนึ่งก็ไม่ยอมน้อยหน้าสร้างสถานีอวกาศของตนเองขึ้นมาในเวลาที่ไล่เลี่ยกัน
โดยในปีค.ศ. 1973 สหรัฐอเมริกาได้ส่งสถานีอวกาศสกายแล็บ (Skylab) ขึ้นไปยังอวกาศบ้าง
จากนั้นสองมหาอำนาจก็พยายามห่ำหั่นขันแข่งกันเพื่อให้ตัวเองก้าวเป็นผู้นำเกี่ยวกับวิทยาการทางด้านอวกาศ          


สถานีอวกาศนานาชาติ หรือ International Space Station:ISS

เป็นโครงการความร่วมมือของประเทศมหาอำนาจทางด้านอวกาศอย่างแท้จริง
มีประเทศที่เข้าร่วมในการสร้างสถานีอวกาศแห่งนี้มากถึง 16 ประเทศอันประกอบด้วย
สหรัฐอเมริกา รัสเซีย บราซิล ญี่ปุ่น แคนาดา เบลเยี่ยม เดนมาร์ก ฝรั่งเศส เยอรมันนี อิตาลี
เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ สเปน สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ และ สหราชอาณาจักร


ซึ่งจะรับผิดชอบในการผลิตส่วนต่างๆในส่วนที่ตนเองถนัด
และจะค่อยทยอยสิ้นส่วนของสถานีอวกาศนานาชาติออกไปประกอบกันจนเป็นสถานีอวกาศที่สมบูรณ์ในที่สุด



มนุษย์อวกาศชาวรัสเซีย โอเลค โคตอฟ (cosmonaut-oleg-kotov)ขณะปฏิบัติงานที่สถานีอวกาศนานาชาติ


มนุษย์อวกาศหญิงเทรซี่-คาลด์เวล ไดสัน ในอิริยาบทสบายๆที่สถานีอวกาศนานาชาติที่โคจรอยู่เหนือพื้นโลก


“บรูซ แมคแคนด์เลส”  ลอยอยู่เหนือพื้นผิวโลกแบบ “ฟรี ฟลายอิ้ง” ห่างจากยานอวกาศ 320 ฟุต



ที่มาข้อมูลและภาพประกอบ
http://topicstock.ppantip.com/wahkor/topicstock/2011/02/X10267191/X10267191.html
http://www.vcharkarn.com/varticle/38350
https://men.kapook.com/view61685.html
https://ppantip.com/topic/37271070
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่