อย.ยันเสียงแข็งปลาฟุกุชิมะปลอดรังสี ไม่รู้ไทยประเทศแรกนำเข้า
06 มีนาคม พ.ศ. 2561 เวลา 18:22 น.
อย. จับมือกรมประมง ยันปลานำเข้าจากฟูกุชิมะไม่ใช่ล๊อตแรก ไม่มีการปนเปื้อนกัมมันตรังสี เพราะญี่ปุ่นตรวจสอบให้แล้ว เผยไม่รู้ว่าไทยเป็นประเทศแรกที่นำเข้าปลาเมืองนิวเคลียร์รั่ว ด้าน"มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค" จี้อย.ต้องตรวจสอบการปนเปื้อนซ้ำ พร้อมเปิดเผยใบรับรองจากญี่ปุ่น รวมทั้งเปิดเผยรายชื่อ12ร้านที่นำเข้าปลาตาเดียวมาจำหน่าย เตือนหากไม่มีการตรวจสอบซ้ำ จะฟ้องศาลปกครองให้ล้มเลิกประกาศ การถ่ายโอนอำนาจตรวจสอบของอย.มาให้กรมประมง
วันที่ 6 มี.ค. -ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมด้วย นางอุมาพร พิมลบุตร รองอธิบดีกรมประมง ร่วมกันแถลงข่าวกรณีไทยเป็นประเทศแรกที่นำเข้าปลาจากเมืองฟูกุชิมะ ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดแผ่นดินไหวและสึนามิถล่มเมื่อปี 2554 จนทำให้มีดกัมมันตรังสีรั่วไหลโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ
นพ.วันชัย กล่าวว่า ทางอย. ขอชี้แจงว่าหลังเกิดปัญหาโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์รั่วไหล เมื่อปี 2554 ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยได้มีมาตรการคุมเข้ม ไม่ให้มีการนำเข้าปลาจากที่ประเทศญี่ปุ่น โดยให้มีการสำแดงใบยืนยันการนำเข้า สำแดงผลตรวจกัมมันตภาพรังสี ซึ่งสถานฑูตญี่ปุ่นได้แจ้งให้ทราบว่าประเทศญี่ปุ่นมีมาตราการ การจัดการกับสินค้าที่มีการปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีอย่างเข้มงวด หากพบมีการปนเปื้อนเกินมาตรฐานก็จะไม่ให้กระจายสู่ตลาด และจะถูกควบคุม รวมทั้งทำลายโดยทันที ทั้งในและนอกประเทศ โดยมาตราการควบคุมอาหารที่ปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีของไทยมี 2 มาตรการได้แก่ 1.การกำหนดปริมาณการปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสี โดยมีประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องมาตรฐานอาหารที่ปนเปื้อนสารกัมมันตภาพรังสีกำหนดให้ปนเปื้อนได้โดย ไอโอดีน – 131 ไม่เกิน 100 เบคเคอเรลต่อกิโลกรัม หรือเบคเคอเรลต่อลิตร , ซีเซียม – 134 และซีเซียม – 137 รวมกันไม่เกิน 500เบคเคอเรลต่อกิโลกรัม หรือเบคเคอเรลต่อลิตร 2.การกำหนดชนิดอาหารและพื้นที่เสี่ยงในการนำเข้าจะต้องมีหลักฐานในการระบุประเภทปริมาณอาหารจากประเทศต้นทางแสดงที่ด่านนำเข้าทุกครั้ง
เลขาอย.กล่าวต่อว่า จากการสุ่มตรวจมาตลอดตั้งแต่ปี 2554 นั้น ไม่พบอาหารที่นำเข้าจากเมืองฟุกุชิมะมีการปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีเกินค่ามาตรฐาน มีบ้างที่พบแบคทีเรีย ซึ่งก็จะไม่อนุญาตให้นำเข้าในล็อตที่ตรวจพบ โดยจากการตรวจตั้งแต่เดือนมีนาคม - เมษายน ปี 2559 ไม่พบการปนเปื้อนในปลาใน ประเทศไทย รวมไปถึงประเทศอื่นๆอาทิ แคนาดา มาเลเซีย นิวซีแลนด์ จึงได้ให้นำเข้าได้อย่างปกติ แต่ยังคงมีการสุ่มตรวจโดยทั่วไปอยู่ ทั้งนี้อย.ได้ตรวจสอบผลการเฝ้าระวังในปี 2560 ซึ่งดำเนินการโดยกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นมีการเก็บตัวอย่างปลาแล้วผลิตภัณฑ์ประมงจากเมืองฟูกุชิมะจำนวน 7,408 ตัวอย่าง พบการเปื้อนเกินเกณฑ์ 8 ตัวอย่างเป็นปลา Whitespotted char 4 ตัวอย่าง และ Cherry salmon 4 ตัวอย่าง ส่วนปลาตาเดียวที่มีข่าวการนำเข้าในครั้งนี้ไม่ใช่ปลาที่มีปัญหาดังกล่าว แต่ไม่ทราบว่าประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่มีการนำเข้าหลังจากเกิดการรั่วไหลหรือไม่ เพราะประเทศอื่นๆก็มีการยกเลิกให้สำแดงใบนำเข้าเช่นกัน ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องไปสุ่มตรวจร้านอาหารทั้ง 12 ร้าน ที่เป็นข่าวนำเข้าปลาดังกล่าว ก่อนหน้านี้
นางอุมาพร กล่าวเสริมว่า หลังจากที่อย.ได้ยกเลิกให้สำแดงใบยืนยันนำเข้า ก็มีการนำเข้าปลาชนิดต่างๆในประเทศญี่ปุ่นและเมืองฟูกุชิมะเป็นปกติ รวมถึงปลาตาเดียวที่เป็นประเด็นอยู่ในขนาดนี้ด้วย และไม่พบการนำเข้าหรือปัญหาอะไร แต่ไม่ทราบว่าเหตุใดจึงเพิ่งมาเป็นข่าวในการนำเข้าล๊อตล่าสุดนี้ ซึ่งมีปลาชนิดอื่นๆนำเข้ามาพร้อมกันด้วยอาทิ ปลาซาดีน หอยนางรม แต่ปกติแล้วการนำเข้าจะมีใบแสดงว่านำเข้าจากประเทศอะไรแต่ไม่แสดงว่ามาจากเมืองอะไร
http://www.thaipost.net/main/detail/4411
ช่วงนี้ คุณกล้ากินซูชิปลา ฟุกุชิมะปลอดรังสี หรือไม่ ? ถ้าเรากินกล้วยไปด้วย มันจะดูดรังสีได้เปล่า ?
06 มีนาคม พ.ศ. 2561 เวลา 18:22 น.
อย. จับมือกรมประมง ยันปลานำเข้าจากฟูกุชิมะไม่ใช่ล๊อตแรก ไม่มีการปนเปื้อนกัมมันตรังสี เพราะญี่ปุ่นตรวจสอบให้แล้ว เผยไม่รู้ว่าไทยเป็นประเทศแรกที่นำเข้าปลาเมืองนิวเคลียร์รั่ว ด้าน"มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค" จี้อย.ต้องตรวจสอบการปนเปื้อนซ้ำ พร้อมเปิดเผยใบรับรองจากญี่ปุ่น รวมทั้งเปิดเผยรายชื่อ12ร้านที่นำเข้าปลาตาเดียวมาจำหน่าย เตือนหากไม่มีการตรวจสอบซ้ำ จะฟ้องศาลปกครองให้ล้มเลิกประกาศ การถ่ายโอนอำนาจตรวจสอบของอย.มาให้กรมประมง
วันที่ 6 มี.ค. -ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมด้วย นางอุมาพร พิมลบุตร รองอธิบดีกรมประมง ร่วมกันแถลงข่าวกรณีไทยเป็นประเทศแรกที่นำเข้าปลาจากเมืองฟูกุชิมะ ซึ่งเป็นพื้นที่เกิดแผ่นดินไหวและสึนามิถล่มเมื่อปี 2554 จนทำให้มีดกัมมันตรังสีรั่วไหลโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ
นพ.วันชัย กล่าวว่า ทางอย. ขอชี้แจงว่าหลังเกิดปัญหาโรงไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์รั่วไหล เมื่อปี 2554 ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยได้มีมาตรการคุมเข้ม ไม่ให้มีการนำเข้าปลาจากที่ประเทศญี่ปุ่น โดยให้มีการสำแดงใบยืนยันการนำเข้า สำแดงผลตรวจกัมมันตภาพรังสี ซึ่งสถานฑูตญี่ปุ่นได้แจ้งให้ทราบว่าประเทศญี่ปุ่นมีมาตราการ การจัดการกับสินค้าที่มีการปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีอย่างเข้มงวด หากพบมีการปนเปื้อนเกินมาตรฐานก็จะไม่ให้กระจายสู่ตลาด และจะถูกควบคุม รวมทั้งทำลายโดยทันที ทั้งในและนอกประเทศ โดยมาตราการควบคุมอาหารที่ปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีของไทยมี 2 มาตรการได้แก่ 1.การกำหนดปริมาณการปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสี โดยมีประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องมาตรฐานอาหารที่ปนเปื้อนสารกัมมันตภาพรังสีกำหนดให้ปนเปื้อนได้โดย ไอโอดีน – 131 ไม่เกิน 100 เบคเคอเรลต่อกิโลกรัม หรือเบคเคอเรลต่อลิตร , ซีเซียม – 134 และซีเซียม – 137 รวมกันไม่เกิน 500เบคเคอเรลต่อกิโลกรัม หรือเบคเคอเรลต่อลิตร 2.การกำหนดชนิดอาหารและพื้นที่เสี่ยงในการนำเข้าจะต้องมีหลักฐานในการระบุประเภทปริมาณอาหารจากประเทศต้นทางแสดงที่ด่านนำเข้าทุกครั้ง
เลขาอย.กล่าวต่อว่า จากการสุ่มตรวจมาตลอดตั้งแต่ปี 2554 นั้น ไม่พบอาหารที่นำเข้าจากเมืองฟุกุชิมะมีการปนเปื้อนกัมมันตภาพรังสีเกินค่ามาตรฐาน มีบ้างที่พบแบคทีเรีย ซึ่งก็จะไม่อนุญาตให้นำเข้าในล็อตที่ตรวจพบ โดยจากการตรวจตั้งแต่เดือนมีนาคม - เมษายน ปี 2559 ไม่พบการปนเปื้อนในปลาใน ประเทศไทย รวมไปถึงประเทศอื่นๆอาทิ แคนาดา มาเลเซีย นิวซีแลนด์ จึงได้ให้นำเข้าได้อย่างปกติ แต่ยังคงมีการสุ่มตรวจโดยทั่วไปอยู่ ทั้งนี้อย.ได้ตรวจสอบผลการเฝ้าระวังในปี 2560 ซึ่งดำเนินการโดยกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นมีการเก็บตัวอย่างปลาแล้วผลิตภัณฑ์ประมงจากเมืองฟูกุชิมะจำนวน 7,408 ตัวอย่าง พบการเปื้อนเกินเกณฑ์ 8 ตัวอย่างเป็นปลา Whitespotted char 4 ตัวอย่าง และ Cherry salmon 4 ตัวอย่าง ส่วนปลาตาเดียวที่มีข่าวการนำเข้าในครั้งนี้ไม่ใช่ปลาที่มีปัญหาดังกล่าว แต่ไม่ทราบว่าประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่มีการนำเข้าหลังจากเกิดการรั่วไหลหรือไม่ เพราะประเทศอื่นๆก็มีการยกเลิกให้สำแดงใบนำเข้าเช่นกัน ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องไปสุ่มตรวจร้านอาหารทั้ง 12 ร้าน ที่เป็นข่าวนำเข้าปลาดังกล่าว ก่อนหน้านี้
นางอุมาพร กล่าวเสริมว่า หลังจากที่อย.ได้ยกเลิกให้สำแดงใบยืนยันนำเข้า ก็มีการนำเข้าปลาชนิดต่างๆในประเทศญี่ปุ่นและเมืองฟูกุชิมะเป็นปกติ รวมถึงปลาตาเดียวที่เป็นประเด็นอยู่ในขนาดนี้ด้วย และไม่พบการนำเข้าหรือปัญหาอะไร แต่ไม่ทราบว่าเหตุใดจึงเพิ่งมาเป็นข่าวในการนำเข้าล๊อตล่าสุดนี้ ซึ่งมีปลาชนิดอื่นๆนำเข้ามาพร้อมกันด้วยอาทิ ปลาซาดีน หอยนางรม แต่ปกติแล้วการนำเข้าจะมีใบแสดงว่านำเข้าจากประเทศอะไรแต่ไม่แสดงว่ามาจากเมืองอะไร
http://www.thaipost.net/main/detail/4411