คือเราไปเจอบทความนึงมา เห็นเเล้วน่าสนใจดี เลยอยากมาเเบ่งปันค่าาา มี 6 เเอพด้วยกันนน
1) Fitbit (ฟิตบิท) แอพออกกำลังกาย เหมือนมีเทรนเนอร์ส่วนตัว
แอพออกกำลังกาย ที่ไม่ได้แค่มีไว้ดูวิธีการออกกำลังกายเท่านั้น แต่ Fitbit (ฟิตบิท) คือ แอพออกกำลังกายสามารถวิเคราะห์ข้อมูลของผู้ใช้ และความหนักเบาของกิจกรรม ประมวลออกมาเป็นหลักสูตรการออกกำลังกายที่ตรงความต้องการ คล้ายกับเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวแบบที่ไม่จำเป็นต้องไปออกกำลังกายนอกห้องให้เสียเวลา
นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับคนอื่นๆ เพื่อจะลองแข่งหรือติดตามเพื่อหาแรงบันดาลใจในการออกกำลังกายและการลดน้ำหนักก็ได้เช่นกัน แถมยังมีอุปกรณ์เสริมอย่าง Change HR สายรัดข้อมืออัจฉริยะที่ช่วยทำให้การออกกำลังเป็นไปอย่างสนุกและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
ดาวน์โหลดได้ที่ แอพออกกำลังกาย Fitbit (ฟิตบิท) IOS และ Addriod
2) 7 Minute Workout แอพออกกำลังกายง่ายๆ ภายใน 7 นาที
7 Minute Workout แอพออกกำลังกายที่ออกแบบมาเพื่อคนไม่มีเวลาไปออกกำลังกายจริงจัง หรือขี้เกียจออกจากห้องไปไหนไกลๆ ตัวแอพพลิเคชั่นจะทั้งจับเวลา และช่วยกำหนดท่าทางการออกกำลังกายให้เสร็จสรรพ ไม่ต้องเสียเวลาค้นหาท่าให้ยุ่งยาก แถมยังมีแบ่งเป็น Mode ที่เข้ากับรูปแบบการออกกำลังกายของเราได้ด้วย ซึ่ง Mode ต่างๆ จะมีดังต่อไปนี้
- Classic เน้นการลดน้ำหนักและสร้างสุขภาพที่ดี
- Abs Workout เน้นการสร้างกล้ามเนื้อ เพื่อรูปร่างที่ดี
- Butt Workout เน้นออกกำลังกายช่วงก้นมีทั้งหมด 12 ท่าด้วยกัน
- Leg Workout เน้นการออกกำลังกายช่วงขาทั้งหมด
โดย Mode อื่นๆ ยกเว้น Classic Mode จะต้องเสียเงินในการปลดล็อกภายหลัง ดังนั้นควรเลือกลักษณะการออกกำลังกายที่เหมาะกับเราก่อนจะดีกว่า
ดาวน์โหลดได้ที่ แอพออกกำลังกาย 7 Minute Workout IOS และ Addriod
3) FitStar Personal Trainer แอพออกกำลังกายของสายเทรนเนอร์
ใครที่อยากมีเทรนเนอร์ส่วนตัวแบบจริงจังคงจะชอบแอพพลิเคชั่นตัวนี้ไม่น้อย เพราะเป็นแอพออกกำลังกายแบบบอดี้เวท ที่มามาพร้อม 4 โปรแกรมให้เลือกตามจุดมุ่งหมายในการออกกำลังกาย คือ สร้างความแข็งแรง (Get Strong) สร้างความเพรียว (Get Lean) เล่นสม่ำเสมอทุกวัน (Daily Dose) และขยับร่างกาย (Get Moving) โดยเราสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการออกกำลังกายทั้งหมดให้เหมาะสมกับเราได้มากยิ่งขึ้นด้วย
FitStar Personal Trainer นำเสนอการออกกำลังกายด้วยรูปแบบวิดีโอที่ปรับให้เหมาะสมได้ตามการใช้งาน และประมวลผลการออกกำลังกายของผู้ใช้ในแต่ละวัน ทำให้ปรับเปลี่ยนและนำเสนอรูปแบบการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับคนๆ นั้น ทำให้ลดน้ำหนักได้ดียิ่งขึ้น
ดาวน์โหลดได้ที่ แอพออกกำลังกาย FitStar Personal Trainer IOS และ Addriod
4) Moves แอพออกกำลังกายตามติดทุกการเคลื่อนไหว
ใครที่ไม่อยากมานั่งวุ่นวายเปิด-ปิดแอพพลิเคชั่นออกกำลังกาย เพื่อเช็คตารางหรือเช็คจำนวนแคลอรี่ที่เสียไป Moves ถือว่าตอบโจทย์คุณได้ดี เพราะตัวแอพนี้ออกแบบมาให้ทุกอย่างใช้ง่าย ไม่ต้องมานั่งเปิด-ปิดแอพให้เสียเวลา เพราะมันสามารถนับก้าว และหาแคลลอรี่ให้ได้ทันที
คนที่ลดน้ำหนักแต่ไม่มีเวลาคงโดนใจไม่น้อย ขอเพียงแค่คุณดาวน์โหลดและเปิดทิ้งไว้ แอพจะติดตามทุกการเคลื่อนไหวของคุณ ไม่ว่าจะขึ้นรถ เดิน หรือว่าวิ่ง ทุกอย่างจะนำมาคำนวณแคลลอรี่ที่เสียไป และยังสามารถระยะทางที่เราเดินทางไปได้อีกด้วย
ดาวน์โหลดได้ที่ แอพออกกำลังกาย Moves IOS และ Addriod
5) Jefit Workout Tracker แอพออกกำลังกายของสายสตรอง
Jefit Workout Tracker แอพออกกำลังกาย ลดความอ้วน สำหรับสายเล่นเวท ที่บันทึกการออกกำลังกายของเราด้านการยกเวทว่า ยกไปกี่ครั้งหรือกี่เซ็ทแล้ว แต่สำหรับคนทั่วไปแอพนี้ก็ยังใช้วางแผนการออกกำลังกายรายวันได้ โดยดูความเหมาะสม ซึ่งเราสามารถเลือกได้ว่าจะเน้นส่วนไหนของร่างกายเป็นพิเศษได้ด้วย
ดาวน์โหลดได้ที่ แอพออกกำลังกาย Jefit Workout Tracker IOS และ Addriod
6) Nike+Training Club แอพออกกำลังกายจาก Nike
สาวกแบรนด์ Nike ห้ามพลาดกับแอพออกกำลังกาย ลดน้ำหนักอย่าง Nike+Training Club ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับคนอยากลดน้ำหนักและหุ่นดีด้วยรูปแบบการออกกำลังกายกว่า 100 รูปแบบ รวมไปถึงมีตารางการออกกำลังกายที่ได้รับการออกแบบจากผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายของ Nike หรือจะเลือกออกกำลังกายตามเซ็ทของนักกีฬาระดับโลกก็ได้ถ้าคุณไหว!
นอกจากนี้ Nike+Training Club ยังเป็นแอพที่สามารถปรับตารางออกกำลังกายให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ และสามารถออกกำลังกายได้ครบทุกสัดส่วนของร่างกาย
ด้านการบันทึกค่าต่างๆ ผู้ใช้สามารถเลือกใส่ค่าต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง หรือใช้ระบบบันทึกอัตโนมัติ เพื่อให้เหมาะกับสมรรถภาพทางร่างกายของตนเอง เพราะแอพลิเคชั่น Nike+ Training Club App จะถามผู้ใช้งานหลังการออกกำลังกายทุกครั้งว่ามีรูปแบบการฝึกที่ยากเกินไปหรือไม่อยู่เสมอ
ดาวน์โหลดได้ที่ แอพออกกำลังกาย Nike+Training Club IOS และ Addriod
ขอบคุณบทความจาก
https://www.estopolis.com/article/%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2-%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81-%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99
เเหนะนำแอพออกกำลังกาย เหมือนมีเทรนเนอร์ส่วนตัวไว้ที่บ้าน!
1) Fitbit (ฟิตบิท) แอพออกกำลังกาย เหมือนมีเทรนเนอร์ส่วนตัว
แอพออกกำลังกาย ที่ไม่ได้แค่มีไว้ดูวิธีการออกกำลังกายเท่านั้น แต่ Fitbit (ฟิตบิท) คือ แอพออกกำลังกายสามารถวิเคราะห์ข้อมูลของผู้ใช้ และความหนักเบาของกิจกรรม ประมวลออกมาเป็นหลักสูตรการออกกำลังกายที่ตรงความต้องการ คล้ายกับเป็นเทรนเนอร์ส่วนตัวแบบที่ไม่จำเป็นต้องไปออกกำลังกายนอกห้องให้เสียเวลา
นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับคนอื่นๆ เพื่อจะลองแข่งหรือติดตามเพื่อหาแรงบันดาลใจในการออกกำลังกายและการลดน้ำหนักก็ได้เช่นกัน แถมยังมีอุปกรณ์เสริมอย่าง Change HR สายรัดข้อมืออัจฉริยะที่ช่วยทำให้การออกกำลังเป็นไปอย่างสนุกและสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น
ดาวน์โหลดได้ที่ แอพออกกำลังกาย Fitbit (ฟิตบิท) IOS และ Addriod
2) 7 Minute Workout แอพออกกำลังกายง่ายๆ ภายใน 7 นาที
7 Minute Workout แอพออกกำลังกายที่ออกแบบมาเพื่อคนไม่มีเวลาไปออกกำลังกายจริงจัง หรือขี้เกียจออกจากห้องไปไหนไกลๆ ตัวแอพพลิเคชั่นจะทั้งจับเวลา และช่วยกำหนดท่าทางการออกกำลังกายให้เสร็จสรรพ ไม่ต้องเสียเวลาค้นหาท่าให้ยุ่งยาก แถมยังมีแบ่งเป็น Mode ที่เข้ากับรูปแบบการออกกำลังกายของเราได้ด้วย ซึ่ง Mode ต่างๆ จะมีดังต่อไปนี้
- Classic เน้นการลดน้ำหนักและสร้างสุขภาพที่ดี
- Abs Workout เน้นการสร้างกล้ามเนื้อ เพื่อรูปร่างที่ดี
- Butt Workout เน้นออกกำลังกายช่วงก้นมีทั้งหมด 12 ท่าด้วยกัน
- Leg Workout เน้นการออกกำลังกายช่วงขาทั้งหมด
โดย Mode อื่นๆ ยกเว้น Classic Mode จะต้องเสียเงินในการปลดล็อกภายหลัง ดังนั้นควรเลือกลักษณะการออกกำลังกายที่เหมาะกับเราก่อนจะดีกว่า
ดาวน์โหลดได้ที่ แอพออกกำลังกาย 7 Minute Workout IOS และ Addriod
3) FitStar Personal Trainer แอพออกกำลังกายของสายเทรนเนอร์
ใครที่อยากมีเทรนเนอร์ส่วนตัวแบบจริงจังคงจะชอบแอพพลิเคชั่นตัวนี้ไม่น้อย เพราะเป็นแอพออกกำลังกายแบบบอดี้เวท ที่มามาพร้อม 4 โปรแกรมให้เลือกตามจุดมุ่งหมายในการออกกำลังกาย คือ สร้างความแข็งแรง (Get Strong) สร้างความเพรียว (Get Lean) เล่นสม่ำเสมอทุกวัน (Daily Dose) และขยับร่างกาย (Get Moving) โดยเราสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการออกกำลังกายทั้งหมดให้เหมาะสมกับเราได้มากยิ่งขึ้นด้วย
FitStar Personal Trainer นำเสนอการออกกำลังกายด้วยรูปแบบวิดีโอที่ปรับให้เหมาะสมได้ตามการใช้งาน และประมวลผลการออกกำลังกายของผู้ใช้ในแต่ละวัน ทำให้ปรับเปลี่ยนและนำเสนอรูปแบบการออกกำลังกายที่เหมาะสมกับคนๆ นั้น ทำให้ลดน้ำหนักได้ดียิ่งขึ้น
ดาวน์โหลดได้ที่ แอพออกกำลังกาย FitStar Personal Trainer IOS และ Addriod
4) Moves แอพออกกำลังกายตามติดทุกการเคลื่อนไหว
ใครที่ไม่อยากมานั่งวุ่นวายเปิด-ปิดแอพพลิเคชั่นออกกำลังกาย เพื่อเช็คตารางหรือเช็คจำนวนแคลอรี่ที่เสียไป Moves ถือว่าตอบโจทย์คุณได้ดี เพราะตัวแอพนี้ออกแบบมาให้ทุกอย่างใช้ง่าย ไม่ต้องมานั่งเปิด-ปิดแอพให้เสียเวลา เพราะมันสามารถนับก้าว และหาแคลลอรี่ให้ได้ทันที
คนที่ลดน้ำหนักแต่ไม่มีเวลาคงโดนใจไม่น้อย ขอเพียงแค่คุณดาวน์โหลดและเปิดทิ้งไว้ แอพจะติดตามทุกการเคลื่อนไหวของคุณ ไม่ว่าจะขึ้นรถ เดิน หรือว่าวิ่ง ทุกอย่างจะนำมาคำนวณแคลลอรี่ที่เสียไป และยังสามารถระยะทางที่เราเดินทางไปได้อีกด้วย
ดาวน์โหลดได้ที่ แอพออกกำลังกาย Moves IOS และ Addriod
5) Jefit Workout Tracker แอพออกกำลังกายของสายสตรอง
Jefit Workout Tracker แอพออกกำลังกาย ลดความอ้วน สำหรับสายเล่นเวท ที่บันทึกการออกกำลังกายของเราด้านการยกเวทว่า ยกไปกี่ครั้งหรือกี่เซ็ทแล้ว แต่สำหรับคนทั่วไปแอพนี้ก็ยังใช้วางแผนการออกกำลังกายรายวันได้ โดยดูความเหมาะสม ซึ่งเราสามารถเลือกได้ว่าจะเน้นส่วนไหนของร่างกายเป็นพิเศษได้ด้วย
ดาวน์โหลดได้ที่ แอพออกกำลังกาย Jefit Workout Tracker IOS และ Addriod
6) Nike+Training Club แอพออกกำลังกายจาก Nike
สาวกแบรนด์ Nike ห้ามพลาดกับแอพออกกำลังกาย ลดน้ำหนักอย่าง Nike+Training Club ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับคนอยากลดน้ำหนักและหุ่นดีด้วยรูปแบบการออกกำลังกายกว่า 100 รูปแบบ รวมไปถึงมีตารางการออกกำลังกายที่ได้รับการออกแบบจากผู้เชี่ยวชาญด้านการออกกำลังกายของ Nike หรือจะเลือกออกกำลังกายตามเซ็ทของนักกีฬาระดับโลกก็ได้ถ้าคุณไหว!
นอกจากนี้ Nike+Training Club ยังเป็นแอพที่สามารถปรับตารางออกกำลังกายให้ตรงกับความต้องการของผู้ใช้ และสามารถออกกำลังกายได้ครบทุกสัดส่วนของร่างกาย
ด้านการบันทึกค่าต่างๆ ผู้ใช้สามารถเลือกใส่ค่าต่างๆ ได้ด้วยตัวเอง หรือใช้ระบบบันทึกอัตโนมัติ เพื่อให้เหมาะกับสมรรถภาพทางร่างกายของตนเอง เพราะแอพลิเคชั่น Nike+ Training Club App จะถามผู้ใช้งานหลังการออกกำลังกายทุกครั้งว่ามีรูปแบบการฝึกที่ยากเกินไปหรือไม่อยู่เสมอ
ดาวน์โหลดได้ที่ แอพออกกำลังกาย Nike+Training Club IOS และ Addriod
ขอบคุณบทความจาก https://www.estopolis.com/article/%E0%B9%81%E0%B8%AD%E0%B8%9E%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B3%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A2-%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81-%E0%B9%80%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%B1%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%A7%E0%B9%89%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99