ต้นทุนชีวิตไม่เท่ากัน จึงจำเป็นต้องเป็น "ไซด์ไลน์" จริงดิ?

หลายๆคนก็จะพูดว่า "พวกขี้เกลียด" พวกหางานสบายๆรายได้เยอะ" หาเสี่ยเลี้ยง"
อยากให้ทุกคน ลองมาฟังชีวิตของผู้หญิงกลางคืนบ้างค่ะ

เราอายุ 25ปีค่ะ ทำงานกลางคืน (ผู้หญิงขายตัว) หรือที่ใครๆเรียกยิ้ม เราไม่ได้ทำเพราะมันสบายรายได้เยอะ เราทำเพราะจำเป็น หลายคนคงคิดทำไมไม่ทำ เด็กเสิร์ฟ พิซซ่า สเวนเซ่น มาฟังเรื่องของเรากันแล้วทุกคนจะรู้ว่า เส้นทางบางครั้งมันก็เลือกเดินไม่ได้

ตอนเราเรียนม.ปลายตอนนั้นอายุ18ปีที่เราเริ่มทำงานแบบนี้ ก่อนหน้านั้นเราเคยสบายค่ะมีแค่หน้าที่เรียน มีน้อง2คน บ้านเราไม่ถือว่ารวยแต่ก็ไม่ถึงกับจน ใช้ชีวิตแบบพอเพียงมาตลอด พ่อแม่ขายของตามตลาดนัด มาถึงจุดเปลี่ยนช่วงน้ำท่วม พ่อแม่ออกไปขายของไม่ได้รถก็ยังผ่อน ก็พอประทังชีวิตไปได้ แต่แล้วแม่เราก็ล้มป่วยเป็นเนื้องอกในมดลูกต้องผ่าตัด ทำให้ขายของไม่ได้ พ่อเริ่มกู้เงินรายวันมาเพื่อใช้จ่ายให้เรากับน้องๆไปเรียนไว้รักษาแม่(ใช้ในส่วนที่ตอนไปเฝ้า) พ่อกับแม่เริ่มเป็นหนี้มากขึ้นเพราะส่งรายวัน ตอนนั้นญาติพี่น้องทุกคนไม่มีใครหยิบยื่นมาช่วยเลย เราเลยตัดสินในลาออกจาก รร มาช่วยพ่อขายของเพื่อให้น้องๆเรียนเพราะแม่ยกของหนักๆไม่ได้

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 12
น้องคะพี่ไม่มีพ่อมีแค่แม่กับน้องอีก2คน ตอนพี่อายุเท่าน้องแม่พี่อายุ50 มีช่วงหนึ่งแม่พี่ป่วย ข้าวเม็ดเดียวก็ไม่มีกินเจ้าหนี้ตามมาทวงเงินถึงห้องเช่าแม่พี่บอกรอแม่หายดีก่อน เงินค่าเช่าก็ไม่มี บ้านก็ไม่มีจะอยู่ รถก็ไม่เคยมี มีจักรยานอยู่คันที่แม่ผ่อนรายวันให้น้อง บางวันแม่ต้องพาไปขอข้าววัดกิน โรงเรียนแม่พี่ให้ลาได้ถ้าไม่สบายหรือจำเป็น แต่แม่พี่ไม่ยอมให้ลาออกบางครั้งต้องเปลี่ยนกันไปเรียน

เคยมีคนชวนไปพัทยาทั้งพี่ทั้งแม่ไปทำงานบาร์แต่แม่ไม่เคยพาไปและไม่เห็นดีด้วย พอมีคนถามแม่พี่ว่าไม่อยากสบายเหรอ แม่พี่ตอบไปว่าไม่ใช่เพราะงานไม่ดีหรือเลือกงานทำ งานก็คืองานแต่งานที่ทำแล้วไม่มีความสุขและเป็นทุกข์ติดอยู่ในใจไปจนตายบอกใครก็ไม่ได้เพราะไม่ทีใครยอมรับจะทำไปทำไม ทำไปได้เงินทองมากมายแต่ก็ไม่ได้ทำให้ชีวิตมีความสุข

แม่พี่บอกพี่เสมอว่าเมื่อเราล้มก็ต้องลุกขึ้นอีกสักวันมันก็จะเป็นวันของเรา
ทุกครั้งที่ครอบครัวพี่ติดลบ ต้นทุนของครอบครัวพี่คือทุ่งนาหรือคลองน้ำ เก็บผักหาปลาขายเพื่อมาต่อทุน

วันนี้ทั้งครอบครัวพี่ขอบคุณความลำบากที่แม่พาผ่านมาเพราะมันทำให้รู้สึกภูมิใจที่ตัวเองที่ผ่านจุดนั้นมาได้
ชีวิตเราเลือกเองได้ค่ะ ต้นทุนคนเราอาจจะไม่เท่ากันก็จริง แต่คนเราเลือกที่จะเป็นได้ค่ะ มีต้นทุนน้อยก็ต้องขยันต้องทำให้เยอะขึ้นค่ะ


ทางที่น้องเลือกไม่มีใครบอกได้หรอกค่ะว่ามันถูกหรือผิด เพราะในขณะที่น้องตัดสินใจก็ไม่มีใครรู้ว่าชีวิตน้องต้องเจอกับอะไร
น้องคะ อาชีพนี้ มันเป็นอาชีพก็จริง บางประเทศถูกกฎหมายด้วยซ้ำ เมื่อถึงอนาคตที่จะสร้างครอบครัวน้องอาจจะสามารถ
บอกกับคนใกล้ชิดที่สุดของน้องได้ ถ้าเค้ายอมรับน้องได้


แต่น้องเชื่อไหมค่ะ ไม่ว่าไทยหรือต่างชาติที่อาชีพนี้ถูกกฎหมายน้องจะบอกได้แค่เพียงคนนั้นคนเดียวที่ยอมรับที่น้องเป็นได้
เพราะอาชีพนี้ถึงจะถูกกฎหมายในบางประเทศแต่ก็ยังมีคนส่วนใหญ่ที่ไม่ยอมรับกับอาชีพนี้

และเมื่อไหร่ที่น้องได้เจอคำถามจากคนอื่นว่าน้องเคยทำงานอะไรมาไม่ว่าจากคนชาติไหน
น้องจะอึดอัดที่จะพูดออกไปอย่างภาคภูมิใจ และมันจะติดอยู่ในใจน้องไปจนตายเหมือนกับคนที่พยายามเก็บความลับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่