สวัสดี เพื่อนๆพี่ๆน้อง ห้องจักรยานครับ
และแล้วก็มีวันหยุดสักที ไม่ค่อยได้ตั้งกระทู้กับเขาเลยช่วงนี้และแล้วก็มีโอกาศหยุด 3 วัน (ฮูเล่ๆ) แต่ได้ปั่นแค่วันเดียวนะครับ เริ่มกันเลยดีกว่า
มีโอกาศได้ไปปั่นจักรยานที่ เขาอีโต้ครั้งแรกครับ ไม่เคยไปเลยบังเอิญพี่ที่บริษัทแกขี่ MTB บอกไปไหม ไม่จำเป็นต้องเป็น MTB เสือหมอบก็ไปได้ ไปเช้า-เย็นกลับก็พอ ไม่ไกลก็นัดเวลากันเลยครับ เมื่อวันเสาร์ที่ 24 ต.ค. 58 ที่ผ่านมา อยากขึ้นเขาด้วย 5555555....(ตะคริวผมขึ้นบ่อย แต่ไม่เข็ด)
พอถึงวันเสาร์ ก็นัดเจอที่บริษัท ตอน 8.30 น. ครับ งานนี้ไปกัน 3 คน ลืมบอกมีน้องที่ไปด้วยไม่เคยปั่นจักรยานไกลๆหรือออกทริป แต่อยากไป ก็ต้องจัดให้ครับ
ถึงเวลาก็จัดจักรยานขึ้นรถกัน
ไม่น่าเชื่อกะว่ารถไม่ติด นึกว่าเขาออก ตจว กันหมดตั้งแต่วันศุกร์
และแล้วก็หลงครับ ขับไปขับมาหลง ไปทางเขื่อนขุ่นด่านฯ ไอ้เราก็บอกให้เชื่อ Google Map พี่ที่ขับก็บอกจำได้ มาบ่อย สรุปหลงครับ เลยหาร้านอาหารกลางวันด่วนเที่ยงแล้วนี่
ถ่ายได้แค่เมนูเดียวครับ หิวกันหมด
เมื่ออิ่มก็เดินทางกันต่อ......คราวนี้ไปตาม Google Map ขับมาได้สัก ครึ่งชั่วโมงจากบริเวณวัดหลวงพ่อปากแดงก็ถึงมาจอดรถบริเวณ ชมรมจักยานเขาอีโต้ หน้าร้านอาหารปลายเขื่อน รีบจัดแจงเอาจักรยานลงด่วน
ประกอบเสร็จก็ออกเดินทางกันเลย
ปั่นกันชิวๆครับ อากาศไม่ร้อนแม้จะช่วงบ่ายโมงแล้ว เพราะต้นไม้เยอะตลอดทาง และแล้วก็มาถึงจุดชมวิว ผาหินซ้อน
แดดจ้ามากๆ
พักแค่แปบเดียวก็ปั่นต่อไปเรื่อยๆ ใจจิงที่อยากเห็นมากที่สุดคือ เนินพิศวง อยากรู้ว่าเป็นไง พอปั่นมาเรื่อยๆก็มาถึง องค์พระพุทธทวาราวดีศรีปราจีน สิรินธรโลกนาถ สวยงามจริงๆ แต่ยังไม่ร่มรื่นเท่าไหร่
แล้วก็ถามแม่ค้าที่นั้นว่า มีน้ำตกด้วยเหรอ เพราะทางเข้ามีเขียนว่า น้ำตกไทรทอง แม่ค้าบอกเดินไปประมาณ 200 เมตร เลยตกลงกันว่า เดี๋ยวปั่นขึ้นไปบนยอดเขาอีโต้ก่อน แล้วค่อยกลับมาล้างหน้า ล้างตา ที่น้ำตกนี่แล้วกัน พอหายเหนื่อยก็ปั่นกันต่อสิครับ รออะไร
และแล้วมาถึงจนได้ครับ เนินพิศวง
พิศวงสมชื่อครับ เห็นว่าเป็นทางลงแท้ๆ ปล่อนขาฟรี แต่ไม่ไปครับต้องปั่นเหมือนขึ้นเนิน พระเจ้า.....
และตลอดเส้นทางเป็นเนินซึมตลอด เหมือนไม่ชันแต่มันชันมากๆครับ
เป็นธรรมดาครับ คนไม่เคยปั่นจักรยาน นั่งพักสิครับ (ผมก็ด้วย)
ไม่น่าเชื่อจริงๆคับ จักรยานที่เอามาไม่ได้มีไว้ขี่ครับ มีไว้เข็น
เหนื่อยจิง(เข็นเหนื่อยนะครับ)
และแล้วก็มาถึง จุดบนสุดของเขาอีโต้ แต่เข็นมานะครับ
พักกันยาวๆสิครับ มีศาลาแบบนี้....พี่ที่เคยมาก็เล่าให้ฟังว่า ข้างทางลาดยาง ที่เป็นลูกรัง คือเส้นทางของ MTB แกเลยบอกคราวหน้าให้เอา MTB มาลอง
เมื่อหายเหนื่อยก็ถึงเวลา ทิ้งดิ่งละครับ ไม่ต้องปั่นละ ปล่อยให้ความชันและแรงดึงดูดของโลกพาเราลงมา แต่ช่วงทางลงอันตรายเพราะจะมีรถสวนขึ้นมาเรื่อยๆ ต้องมีสตินะครับ อย่าคะนอง เพียงไม่น่าเกิน 2 นาทีครับ ผมกลับมาถึงองค์พระพุทธทวาราวดีศรีปราจีน สิรินธรโลกนาถ แต่ทำไมตอนปั่น(เข็น)ขึ้นใช้เวลาไม่ต่ำกว่าชั่วโมง 555555 พอมาถึงก็เดินลงไปที่น้ำตกไทรน้อยทันที จอดรถให้เรียบร้อย แล้วเดินไปกัน
และแล้วก็มาถึงครับ น้ำตกไทรทอง ช่วงนี้น้ำน้อยครับเป็นลำธารเล็กๆ แต่น้ำใส และเย็นมาก ชื่นใจสุดๆ
นั่งพักล้างหน้าล้างตาสดชื่นครับ
และแล้วก็หายเหนื่อยกัน ก่อนกลับถึงรถขออีกสักมุม
ระหว่างเดินกลับน้องมือใหม่บอกเหมือนตะคริวกำลังจะขึ้น แต่ขากลับเป็นทางลงไม่น่าเป็นอะไร งั้นก็โอเค และเมื่อมาถึงที่เราจอดจักรยานไว้ก็ได้เจอนักปั่นเจ้าถิ่นแถวนั้น ก็เลยนั่งคุยกันพักนึง (ไม่ได้ถ่ายยรูปพี่เขามาด้วย อัธยาศัยดีคุยกันเพลิน) และก็ขอลากลับ...
และแล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นจนได้ เหตุการณ์นี้อยากเตือนทุกท่านครับ เรื่องตะคริว ระหว่างที่กำลังไหลกันลงมา น้องมือใหม่อยู่หลังสุด ผมกับพี่ผม นำกันลงมาก่อน พอถึงจังหวะขึ้นเนิน พี่ผมหันกลับไปมองทำไมน้องยังไม่มา เลยบอกให้ผมจอดรอกันก่อน และแล้วครับน้องมือใหม่ขี่มาแปลกๆ โดยมีพี่ที่เจอบริเวณน้ำตกขี่ประคองมา ปรากฏว่าน้องเขาตะคริวขึ้นและเป็นทางโค้งพอดี เลยล้มโชคดีครับที่เป็นการไถลลื่น เลยเป็นแผลนิดหน่อย
พี่ผมเลยให้ผมช่วยดูและนวด ส่วนตัวพี่รีบปั่นลงไปเอารถขึ้นมารับ นั่งนวดขาล้างแผล พี่เจ้าถิ่นก็คอยดูแลตลอด เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปแกไว้ รู้แค่ว่าพี่เขาปั่น ARAYA CX สีแดง ยังไงก็ขอบคุณพี่มากๆครับ ที่อยู่เป็นเพื่อนตลอดจนรถมารับ และก็นักปั่นที่ขึ้นมาเขาอีโต้ ก็แวะดูอาการถามไถ่ตลอด และรถยนต์คันนึงจำไม่ได้จริงๆครับ เขาจอดลงมาจะช่วยแต่น้องกับผมบอกไม่เป็นไร รถกำลังมารับ ขอบคุณมากๆครับ
และแล้วเมื่อรถมาถึงก็ขนจักรยานขึ้นรถ กลับ กรุงเทพ เป็นอันจบทริป
ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะครับ
ปล.เวลาปั่นจักยานไม่ว่าที่ไหน ต้องระวังกันนะครับ อย่าประมาท**
ถึงวันหยุดขอปั่นขึ้นเขา(อีโต้) พร้อมพาน้องไป(ทรมาน)บันเทิง
และแล้วก็มีวันหยุดสักที ไม่ค่อยได้ตั้งกระทู้กับเขาเลยช่วงนี้และแล้วก็มีโอกาศหยุด 3 วัน (ฮูเล่ๆ) แต่ได้ปั่นแค่วันเดียวนะครับ เริ่มกันเลยดีกว่า
มีโอกาศได้ไปปั่นจักรยานที่ เขาอีโต้ครั้งแรกครับ ไม่เคยไปเลยบังเอิญพี่ที่บริษัทแกขี่ MTB บอกไปไหม ไม่จำเป็นต้องเป็น MTB เสือหมอบก็ไปได้ ไปเช้า-เย็นกลับก็พอ ไม่ไกลก็นัดเวลากันเลยครับ เมื่อวันเสาร์ที่ 24 ต.ค. 58 ที่ผ่านมา อยากขึ้นเขาด้วย 5555555....(ตะคริวผมขึ้นบ่อย แต่ไม่เข็ด)
พอถึงวันเสาร์ ก็นัดเจอที่บริษัท ตอน 8.30 น. ครับ งานนี้ไปกัน 3 คน ลืมบอกมีน้องที่ไปด้วยไม่เคยปั่นจักรยานไกลๆหรือออกทริป แต่อยากไป ก็ต้องจัดให้ครับ
ถึงเวลาก็จัดจักรยานขึ้นรถกัน
ไม่น่าเชื่อกะว่ารถไม่ติด นึกว่าเขาออก ตจว กันหมดตั้งแต่วันศุกร์
และแล้วก็หลงครับ ขับไปขับมาหลง ไปทางเขื่อนขุ่นด่านฯ ไอ้เราก็บอกให้เชื่อ Google Map พี่ที่ขับก็บอกจำได้ มาบ่อย สรุปหลงครับ เลยหาร้านอาหารกลางวันด่วนเที่ยงแล้วนี่
ถ่ายได้แค่เมนูเดียวครับ หิวกันหมด
เมื่ออิ่มก็เดินทางกันต่อ......คราวนี้ไปตาม Google Map ขับมาได้สัก ครึ่งชั่วโมงจากบริเวณวัดหลวงพ่อปากแดงก็ถึงมาจอดรถบริเวณ ชมรมจักยานเขาอีโต้ หน้าร้านอาหารปลายเขื่อน รีบจัดแจงเอาจักรยานลงด่วน
ประกอบเสร็จก็ออกเดินทางกันเลย
ปั่นกันชิวๆครับ อากาศไม่ร้อนแม้จะช่วงบ่ายโมงแล้ว เพราะต้นไม้เยอะตลอดทาง และแล้วก็มาถึงจุดชมวิว ผาหินซ้อน
แดดจ้ามากๆ
พักแค่แปบเดียวก็ปั่นต่อไปเรื่อยๆ ใจจิงที่อยากเห็นมากที่สุดคือ เนินพิศวง อยากรู้ว่าเป็นไง พอปั่นมาเรื่อยๆก็มาถึง องค์พระพุทธทวาราวดีศรีปราจีน สิรินธรโลกนาถ สวยงามจริงๆ แต่ยังไม่ร่มรื่นเท่าไหร่
แล้วก็ถามแม่ค้าที่นั้นว่า มีน้ำตกด้วยเหรอ เพราะทางเข้ามีเขียนว่า น้ำตกไทรทอง แม่ค้าบอกเดินไปประมาณ 200 เมตร เลยตกลงกันว่า เดี๋ยวปั่นขึ้นไปบนยอดเขาอีโต้ก่อน แล้วค่อยกลับมาล้างหน้า ล้างตา ที่น้ำตกนี่แล้วกัน พอหายเหนื่อยก็ปั่นกันต่อสิครับ รออะไร
และแล้วมาถึงจนได้ครับ เนินพิศวง
พิศวงสมชื่อครับ เห็นว่าเป็นทางลงแท้ๆ ปล่อนขาฟรี แต่ไม่ไปครับต้องปั่นเหมือนขึ้นเนิน พระเจ้า.....
และตลอดเส้นทางเป็นเนินซึมตลอด เหมือนไม่ชันแต่มันชันมากๆครับ
เป็นธรรมดาครับ คนไม่เคยปั่นจักรยาน นั่งพักสิครับ (ผมก็ด้วย)
ไม่น่าเชื่อจริงๆคับ จักรยานที่เอามาไม่ได้มีไว้ขี่ครับ มีไว้เข็น
เหนื่อยจิง(เข็นเหนื่อยนะครับ)
และแล้วก็มาถึง จุดบนสุดของเขาอีโต้ แต่เข็นมานะครับ
พักกันยาวๆสิครับ มีศาลาแบบนี้....พี่ที่เคยมาก็เล่าให้ฟังว่า ข้างทางลาดยาง ที่เป็นลูกรัง คือเส้นทางของ MTB แกเลยบอกคราวหน้าให้เอา MTB มาลอง
เมื่อหายเหนื่อยก็ถึงเวลา ทิ้งดิ่งละครับ ไม่ต้องปั่นละ ปล่อยให้ความชันและแรงดึงดูดของโลกพาเราลงมา แต่ช่วงทางลงอันตรายเพราะจะมีรถสวนขึ้นมาเรื่อยๆ ต้องมีสตินะครับ อย่าคะนอง เพียงไม่น่าเกิน 2 นาทีครับ ผมกลับมาถึงองค์พระพุทธทวาราวดีศรีปราจีน สิรินธรโลกนาถ แต่ทำไมตอนปั่น(เข็น)ขึ้นใช้เวลาไม่ต่ำกว่าชั่วโมง 555555 พอมาถึงก็เดินลงไปที่น้ำตกไทรน้อยทันที จอดรถให้เรียบร้อย แล้วเดินไปกัน
และแล้วก็มาถึงครับ น้ำตกไทรทอง ช่วงนี้น้ำน้อยครับเป็นลำธารเล็กๆ แต่น้ำใส และเย็นมาก ชื่นใจสุดๆ
นั่งพักล้างหน้าล้างตาสดชื่นครับ
และแล้วก็หายเหนื่อยกัน ก่อนกลับถึงรถขออีกสักมุม
ระหว่างเดินกลับน้องมือใหม่บอกเหมือนตะคริวกำลังจะขึ้น แต่ขากลับเป็นทางลงไม่น่าเป็นอะไร งั้นก็โอเค และเมื่อมาถึงที่เราจอดจักรยานไว้ก็ได้เจอนักปั่นเจ้าถิ่นแถวนั้น ก็เลยนั่งคุยกันพักนึง (ไม่ได้ถ่ายยรูปพี่เขามาด้วย อัธยาศัยดีคุยกันเพลิน) และก็ขอลากลับ...
และแล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นจนได้ เหตุการณ์นี้อยากเตือนทุกท่านครับ เรื่องตะคริว ระหว่างที่กำลังไหลกันลงมา น้องมือใหม่อยู่หลังสุด ผมกับพี่ผม นำกันลงมาก่อน พอถึงจังหวะขึ้นเนิน พี่ผมหันกลับไปมองทำไมน้องยังไม่มา เลยบอกให้ผมจอดรอกันก่อน และแล้วครับน้องมือใหม่ขี่มาแปลกๆ โดยมีพี่ที่เจอบริเวณน้ำตกขี่ประคองมา ปรากฏว่าน้องเขาตะคริวขึ้นและเป็นทางโค้งพอดี เลยล้มโชคดีครับที่เป็นการไถลลื่น เลยเป็นแผลนิดหน่อย
พี่ผมเลยให้ผมช่วยดูและนวด ส่วนตัวพี่รีบปั่นลงไปเอารถขึ้นมารับ นั่งนวดขาล้างแผล พี่เจ้าถิ่นก็คอยดูแลตลอด เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปแกไว้ รู้แค่ว่าพี่เขาปั่น ARAYA CX สีแดง ยังไงก็ขอบคุณพี่มากๆครับ ที่อยู่เป็นเพื่อนตลอดจนรถมารับ และก็นักปั่นที่ขึ้นมาเขาอีโต้ ก็แวะดูอาการถามไถ่ตลอด และรถยนต์คันนึงจำไม่ได้จริงๆครับ เขาจอดลงมาจะช่วยแต่น้องกับผมบอกไม่เป็นไร รถกำลังมารับ ขอบคุณมากๆครับ
และแล้วเมื่อรถมาถึงก็ขนจักรยานขึ้นรถ กลับ กรุงเทพ เป็นอันจบทริป
ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะครับ
ปล.เวลาปั่นจักยานไม่ว่าที่ไหน ต้องระวังกันนะครับ อย่าประมาท**