จากคำของครูบาอาจารย์ทางพุทธศาสนาหลายท่าน ทุกท่านกล่าวตรงกันว่า.. "ความบังเอิญไม่มีจริง" และ "ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นมีสาเหตุของมัน".. และสิ่งที่เป็นสาเหตุนั้นก็คือ "กรรม".. ซึ่ง "กรรม" ในที่นี้หมายถึงการกระทำ.. เป็น "กฎแห่งกรรม" -- ผู้กระทำกรรมสิ่งใด ย่อมได้รับผลของการกระทำนั้นเสมอ เป็นบัญชีหนังหมาเฉพาะตัวของผู้ที่ยังอยู่ในวัฏสงสาร.. และผลของกรรมนั้น จะส่งผลในลักษณะเดียวกันกับกรรมที่ได้ก่อ แต่ปริมาณ(และคุณภาพ)ที่ได้รับกลับคืนนั้นจะมากมายกว่าที่ได้กระทำไปหลายเท่าตัวนัก.. เรียกได้ว่า ทำดีก็โคตรกำไร ทำชั่วก็โคตรขาดทุน..
บางคนอาจจะบอกว่า "ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป".. นั่นก็คือกินบุญเก่า.. แต่ถ้าไม่ทำดีต่อยอดให้เจริญยิ่งๆขึ้น และเอามาทำชั่ว ก็ถือว่าน่าเสียดาย.. หมดผลบุญก็จะได้รับผลชั่ว.. เช่นเดียวกับผู้ที่มีบุญบารมี จะสามารถทำบุญใหญ่ได้ และทำบาปใหญ่ก็ได้เช่นเดียวกัน..
จึงอยากจะขอเตือนใจทุกท่าน ว่าอย่าประมาทในการทำกรรม.. ให้ละชั่ว และทำดี แม้จะเพียงเล็กน้อย.. แม้ท่านจะไม่เห็นแก่คนอื่น ก็ขอให้เห็นแก่ตนเอง ที่จะต้องมารับผลอันที่ตนเองได้ก่อขึ้น.. แม้จะไม่มีใครเห็น แต่การกระทำของท่านก็จะได้ลงบัญชีส่วนตัวไว้.. ซึ่งไม่ต้องห่วงครับ ยังไงๆ กรรมนั้นก็ยุติธรรม(กับผู้ทำกรรม)เสมอครับ.. ^^
ปล. โพสต์นี้ไม่เกี่ยวกับการเมืองใดๆ ทั้งสิ้นครับ
ความบังเอิญ หรือ กรรมตามสนอง ??
บางคนอาจจะบอกว่า "ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป".. นั่นก็คือกินบุญเก่า.. แต่ถ้าไม่ทำดีต่อยอดให้เจริญยิ่งๆขึ้น และเอามาทำชั่ว ก็ถือว่าน่าเสียดาย.. หมดผลบุญก็จะได้รับผลชั่ว.. เช่นเดียวกับผู้ที่มีบุญบารมี จะสามารถทำบุญใหญ่ได้ และทำบาปใหญ่ก็ได้เช่นเดียวกัน..
จึงอยากจะขอเตือนใจทุกท่าน ว่าอย่าประมาทในการทำกรรม.. ให้ละชั่ว และทำดี แม้จะเพียงเล็กน้อย.. แม้ท่านจะไม่เห็นแก่คนอื่น ก็ขอให้เห็นแก่ตนเอง ที่จะต้องมารับผลอันที่ตนเองได้ก่อขึ้น.. แม้จะไม่มีใครเห็น แต่การกระทำของท่านก็จะได้ลงบัญชีส่วนตัวไว้.. ซึ่งไม่ต้องห่วงครับ ยังไงๆ กรรมนั้นก็ยุติธรรม(กับผู้ทำกรรม)เสมอครับ.. ^^
ปล. โพสต์นี้ไม่เกี่ยวกับการเมืองใดๆ ทั้งสิ้นครับ