JJNY : เท้งเดินหน้ายุทธการโรยเกลือ│สหัสวัตทวงถาม ตั้งคน│ส.อ.ท. ค้านขึ้นค่าแรง 400 บาท│เดนมาร์กหวั่นภัยคุกคามจากรัสเซีย

เท้ง เล่า คุยอะไรกับ ‘นายกฯอิ๊งค์’ ยัน ซักฟอกไม่เสียของ เดินหน้ายุทธการโรยเกลือ
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_9690469
.
.
“เท้ง” เล่า คุยอะไรกับ “นายกฯอิ๊งค์” ยัน ซักฟอกไม่เสียของแน่นอน เดินหน้ายุทธการเกลือโรยต่อ ปัดประเมินอายุรัฐบาล แต่ถ้า “แพทองธาร” อยู่ต่อ คนไทยจะอายุสั้นลง
.
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 26 มี.ค. 2568 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฏร แถลงภายหลังที่ประชุมสภาฯ มีมติไว้วางใจนายกรัฐมนตรีว่า ผลการลงมติที่ออกมา พรรคฝ่ายค้านถือว่าครบถ้วน
ในส่วนของพรรคประชาชน มี 2 คน คือน.ส.วรรณวิภา ไม้สน สส.บัญชีรายชื่อ ที่แอดมิดเข้าโรงพยาบาล เมื่อวานนี้ (25 มี.ค.) และนายสิริน สงวนสิน สส.กทม. มีปัญหาเรื่องสุขภาพ ส่วนที่เหลือก็ต้องติดตามกันดูในพรรคร่วมฝ่ายค้าน
.
เมื่อถามว่าภายหลังการลงมติ ระหว่างถ่ายรูปได้คุยอะไรกับนายกฯ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตอนที่ตนไปถ่ายรูป ตั้งใจไปถามคำถามให้นายกฯ ชี้แจงในหลายๆ อย่าง จากที่เมื่อคืนยังไม่ได้ชี้แจง ตนตั้งใจจะไปถามนายกฯ โดยตรง แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบอะไร นายกฯ ก็แค่ยิ้ม และถ่ายรูป
เมื่อถามย้ำว่าตั้งใจจะไปถามเรื่องอะไรกับนายกฯ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เวลาสั้นๆ ที่เดินไปแสดงสปิริตเมื่อสักครู่นี้ คงไม่ใช่เรื่องที่ตนจะไปไล่ถามทุกคำถาม

“ผมก็ถามสั้นๆ ว่า ท่านนายกฯ ครับ เมื่อวานที่รอนายกฯ ชี้แจง ผมก็ย้ำนายกฯ หลายครั้ง เมื่อคืนให้ท่านชี้แจง ท่านก็กลับเงียบ และไม่ได้ชี้แจงใดๆ ได้แต่ยิ้มและหันหน้าขึ้นไปถ่ายรูป” นายณัฐพงษ์ กล่าว
.
เมื่อถามถึงประเด็นที่จะโรยเกลือต่อที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรากำลังดูเรื่องข้อกฎหมาย มีหลายประเด็น ซึ่งยุทธการโรยเกลือยังมีอีกหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการขับเคลื่อนในกรรมาธิการ หรือไปยื่นตามที่ต่างๆ มีตามมาแน่นอนไม่ต้องห่วง และเรากำลังพูดคุยกันภายในพรรคว่าจะจัดการอย่างไรต่อ ย้ำว่าเริ่มทำงานตั้งแต่วันนี้ทันที ก่อนมาแถลงข่าวนี้ก็ประชุมกันในพรรค มีการพูดคุยกันหลายประเด็นแล้ว
.
เมื่อถามกรณีพรรคประชาชนต่อต้านการที่นายกฯ ถูกถอดถอนโดยศาลหรือองค์กรอิสระ แต่วันนี้จะยื่นให้ตรวจสอบนายกฯ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นจุดยืนของเรามาโดยตลอดว่า เราไม่เห็นด้วยกับกระบวนการนิติสงคราม รวมถึงกระบวนการที่สืบทอดมาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการกลั่นแกล้งทางการเมือง
.
ดังนั้น ที่ยังไม่ลงรายละเอียดมาก เพราะเรากำลังดูช่องทางที่ถูกต้องตรงไปตรงมา ไม่ใช้กลไกที่เราไม่เห็นด้วย จึงต้องดูในรายละเอียดก่อน
.
“ผมเชื่อว่ามีหลายช่องทางที่เราสามารถดำเนินการทำได้ เช่น เรื่องภาษีถึงแม้ไม่ต้องร้องเรียนต่อหน่วยงานต่างๆ แต่การทำหน้าที่ตรวจสอบโดยการนำข้อมูลมาเปิดเผยในสภาฯ ก็สามารถทำให้ครอบครัวของนายกฯ จ่ายภาษีได้ เราทุกคนก็ได้ประโยชน์ ย้ำว่ายังมีอีกหลายช่องทาง เป็นสิ่งที่พวกเราศึกษากันอยู่” นายณัฐพงษ์ กล่าว
.
เมื่อถามว่านายกฯ เรียกร้องให้พรรคประชาชนประกาศจุดยืนไปเลยว่าจะไม่จับมือกับพรรคไหนบ้างในการเลือกตั้งครั้งหน้า นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า จุดยืนของพรรคประชาชนชัดเจนมาโดยตลอด ในสภาฯ ชุดนี้ จะไม่ไปร่วมรัฐบาลแน่นอน เราก็พูดชัดเจนอยู่แล้ว จุดยืนเราไม่เคยเปลี่ยน
แต่ในมุมกลับกัน ตนต้องถามจุดยืนทางการเมืองของนายกฯ เช่นเดียวกันว่า จุดยืนของท่านเป็นอย่างไร ดูย้อนแย้งหรือตรงข้ามกับสิ่งที่เคยเป็นจุดยืนของพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอดหรือไม่
.
เมื่อถามย้ำว่าช่วงไหนถึงจะพอดีในการประกาศว่าร่วมกับพรรคไหน นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า รอมีกระแสใกล้ๆ ช่วงมีการยุบสภา เลือกตั้งใหม่ ช่วงนั้นอาจจะมีความชัดเจนมากขึ้น
.
เมื่อถามว่าหลังจากอภิปรายครั้งนี้จะต้องปกป้องคนในพรรคด้วยหรือไม่ เพราะออกมาแฉเรื่องไอโอกองทัพ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่พวกเราไม่อยากเห็น คือการถูกฟ้องร้องดำเนินคดีหรือฟ้องปิดปาก แต่อย่างไรก็ตามสิ่งเหล่านี้คงไม่ได้ยับยั้งการทำหน้าที่ของพวกเรา ส่วนเรื่องปฏิบัติการไอโอ สิ่งที่น่าเสียดายคือไม่ได้อภิปรายจนจบ เพราะเราอยากสะท้อนให้ทุกคนเห็นว่าฝ่ายการเมืองทุกฝ่ายเป็นเป้าโจมตีของกองทัพ
.
เมื่อถามว่าพอใจภายพรวมการอภิปรายหรือไม่ เพราะฝั่งรัฐบาลก็ระบุว่าเหมือนเป็นการสรุปข่าวให้ฟัง ไม่มีข้อมูลใหม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ตนต้องขอบคุณทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคร่วมฝ่ายค้าน อย่างพรรคพลังประชารัฐ หลายคนมีบริบททางการเมืองที่เปลี่ยนไป แต่ก็ทำหน้าที่ของตัวเองเต็มที่ ซึ่งเรานำเสนอข้อมูลใหม่หลายด้าน
.
ถ้ามองในกรอบรัฐบาลที่มองว่าพรรคฝ่ายค้านไม่มีข้อมูลอะไรมาก ตนอยากถามนายกฯ และรัฐบาลเช่นเดียวกันว่า หลายปัญหาของประเทศในขณะนี้ ไม่ใช่ข้อมูลใหม่ เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีตหลายปี ในเมื่อคุณเดินเข้าสู่อำนาจแล้ว มีเจตจำนงหรือความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านั้นให้กับประชาชนอย่างไร
เมื่อถามว่าเกมของฝ่ายค้านจบแล้วในสภา มีการเตรียมรับมือกับเกมของฝั่งรัฐบาลอย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเป็นสส. คือการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่พูดอย่างทำอย่าง ส่วนเกมการเมืองเช่นที่หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่า การถ่ายภาพร่วมกันจะเป็นเกมที่ทำให้เราเสียภาพหรือไม่ ตนมองว่าเป็นประเด็นเล็กๆ น้อยๆ สิ่งที่ประชาชนมองเห็นคือการทำหน้าที่ของเราอย่างคงเส้นคงวา
.
เมื่อถามว่ายืนยันหรือไม่ว่าการอภิปรายในครั้งนี้ไม่เสียของ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่เสียของอย่างแน่นอน หลายอย่างที่เรานำเสนอจะมีการดำเนินการต่อแน่นอน ขอให้รัฐบาลตั้งรับไว้ให้ดี ข้อมูลที่เรามีบางอย่างนายกฯ ยังตอบไม่ได้
.
เมื่อถามว่าพรรคประชาชนจะถูกลอยโดดเดี่ยวอีกหรือไม่ เพราะมีสส.จากพรรคฝ่ายค้านไปโหวตเห็นชอบให้นายกฯ ดำรงตำแหน่งต่อ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เราไม่สามารถไปควบคุมเสียงของพรรคร่วมฝ่ายค้านได้ เราไม่ได้กลัว สิ่งที่เป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กให้เรา คืออำนาจสูงสุดของประเทศนี้ ซึ่งเราเชื่อว่าเป็นของประชาชน ฉะนั้น เกมการเมืองในสภา แต่ละพรรคจะว่าอย่างไรก็เป็นเรื่องของพวกเขา
.
เมื่อถามว่ามีการประเมินอายุรัฐบาลชุดนี้ไว้อย่างไรบ้าง นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เราประเมินแทนนายกฯ หรือพรรคร่วมรัฐบาลไม่ได้ แต่สิ่งที่ตนพูดได้แทนประชาชน คือ หากน.ส.แพทองธาร ยังดำรงตำแหน่งนายกฯ อยู่ อายุของประชาชนคนไทยจะสั้นลงทุกวัน
.
เมื่อถามกรณีนายกฯ ระบุว่าจะอยู่ครบวาระ และนำพาประเทศให้ดีขึ้นกว่าเดิมนั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่นายกฯ ยังตอบชี้แจงพวกเราไม่ได้ ทั้งปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีตที่ยังไม่แก้ไข มัวแต่อ้างว่าฝ่ายค้านไม่มีข้อมูลอะไรใหม่ การทำหน้าที่ปัจจุบันของนายกฯ ก็ยังไม่ดีพอ
.
ส่วนปัญหาในอนาคตก็ยังยืนยันว่า ตราบใดที่น.ส.แพทองธาร เป็นนายกฯ ที่ขาดคุณสมบัติที่ดีเพียงพอ ต้นทุนของประเทศที่เสียไปคงไม่มีอะไรมาแลกได้ ไม่อยากให้นายกฯ อยู่ครบวาระ
.
เมื่อถามถึงเรื่องที่รัฐมนตรีชี้แจงประเด็นส่งชาวอุยกูร์ จะมีรีแอคชั่นจากต่างประเทศหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ประเด็นระหว่างประเทศเป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่สิ่งที่เราต้องยึดมั่นคือหลักการสากล เราไม่ควรดำเนินการนโยบายต่างประเทศไปเข้าข้างกลุ่มหนึ่งกลุ่มใด ประเด็นชาวอุยกูร์สิ่งที่สำคัญคือกระบวนการที่จะทำอย่างไร ไม่ให้ประเทศไทยเหมือนเข้ากระบวนการฟอกขาวของอีกประเทศหนึ่ง ต้องมีความอิสระของคณะทำงานที่ไปตรวจสอบ
.

.
สหัสวัต ทวงถามอิ๊งค์ ไม่ตอบศึกซักฟอก ตั้งคนมีคดีค้ามนุษย์เป็นรัฐมนตรี
https://www.matichon.co.th/politics/news_5109849
.
สหัสวัต ทวงถามอิ๊งค์ ไม่ตอบศึกซักฟอก ตั้งคนมีคดีค้ามนุษย์เป็นรัฐมนตรี
.
เมื่อวันที่ 26 มีนาคม ภายหลังจากที่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุมสภา เพื่อพิจารณาลงมติไว้วางใจหรือไม่ไว้วางใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ปรากฏว่า ที่ประชุมมีมติไม่ไว้วางใจ 162 มีมติไว้วางใจ 319 และงดออกเสียง 7 ส่งผลให้ไว้วางใจให้ น.ส.แพทองธารทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีต่อไป ตามที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น
.
ล่าสุด นายสหัสวัต คุ้มคง ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาชน ได้โพสต์ทวงคำตอบที่ได้ถามในสภาไปแล้ว แต่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้ตอบ โดยระบุว่า
.
“เนื่องจากท่านนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ตอบคำถามผมในสภา เรื่องที่ผมถามท่านนายกฯว่า เหตุใดจึงตั้งคนที่มีคดีพัวพันกับการค้ามนุษย์ มาเป็นรัฐมนตรี ทั้งๆ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีย่อมต้องทราบอยู่แล้วจากข้อมูลที่ทางปปช.ต้องส่งไปให้ท่านก่อนที่ท่านจะต้องใช้ดุลยพินิจรับรองให้คนดังกล่าวมาเป็นรัฐมนตรี
.
ผมจึงอยากรบกวนพี่น้องสื่อมวลชนทุกท่าน ช่วยกันตั้งคำถามถึงเหตุผลที่ท่านนายกฯแพทองธารต้องตั้งคนเช่นนี้เข้ามาเป็นรัฐมนตรีด้วยครับ ว่า ท่านมีเหตุผลอะไรรองรับ ท่านใช้ดุลยพินิจแบบใด ท่านเล็งเห็นความรู้ความสามารถของบุคคลดังกล่าวจากตรงไหน จนถึงขั้นมองข้ามประวัติที่เข้าไปพัวพันกับอาชญากรรมร้ายแรง และแต่งตั้งให้บุคคลเช่นนี้ มาดำรงตำแหน่งที่สำคัญและมีผลกระทบต่อการค้าและผู้ประกอบการของคนทั้งประเทศเช่นนี้”
.
https://www.facebook.com/sahassawatkk/posts/pfbid0xsoFFc1pzygDr8LVDFJrafHEEHMyVKk9vyPgGbPoAqWQpFawQPEQANK21cTbC2f9l
.

.
ส.อ.ท. ค้านขึ้นค่าแรง 400 บาท แนะรัฐเร่งปรับโครงสร้างการผลิต ขับเคลื่อนจีดีพี
https://www.khaosod.co.th/economics/news_9690700
.
ส.อ.ท. ค้านขึ้นค่าแรง 400 บาท แนะรัฐเร่งปรับโครงสร้างการผลิต ขับเคลื่อนจีดีพี
.
นายอิศเรศ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยถึงกรณี นายพิพัฒน์​ รัชกิจประการ​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ระบุเตรียมขึ้นค่าแรง 400 บาท บางอาชีพวันแรงงาน 1 พฤษภาคม 2568 ว่า ภาครัฐควรหลีกเลี่ยงนโยบายประชานิยมโดยเฉพาะนโยบายที่ผลักภาระให้นายจ้าง และควรที่จะมาเน้นการส่งเสริมการแข่งขันพัฒนาทักษะความสามารถในการแข่งขันของบุคลากรมากขึ้นไป
.
พร้อมกับ นโยบายที่ส่งเสริมผู้ประกอบการ โดยปี 2568 ประเทศไทยควรที่จะมีการเร่งปรับโครงสร้างการผลิต ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้สร้างจุดแข็งให้กับประเทศและนำไปสู่การขับเคลื่อนจีดีพี ให้สูงขึ้น นอกเหนือ จากการขับเคลื่อน BCG Economy หรือ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว
นายอิศเรศ กล่าวว่า ส.อ.ท. ได้มีการขับเคลื่อนแนวทางพัฒนาศักยภาพอุตสาหกรรม ชิ้นส่วน เครื่องยนต์สันดาปภายใน สู่การเป็นอุตสาหกรรมใหม่ และ สร้างเป็นสุดยอดผลิตภัณฑ์จากในประเทศ รวมถึงการยกระดับชิ้นส่วนยานยนต์ไทยเพื่อมุ่งการเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานของอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ (Parts Transformation)
.
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่