KEY POINTS
Mar-a-Lago Accord เสนอให้ประเทศที่ต้องการเก็บ “ดอลลาร์” เป็นทุนสำรอง และ “ไม่ต้องการโดนภาษีการค้า” ให้ถือดอลลาร์ในรูปของ “พันธบัตรรัฐบาล 100 ปี” 
ในปัจจุบัน หนี้รวมของสหรัฐอยู่ที่ราว 1,200 ล้านล้านบาท
ช่วงที่สหรัฐ “ขาดดุลการค้าญี่ปุ่น” มาก สหรัฐเปลี่ยนกติกาการค้าใหม่เป็น “Plaza Accord” จนส่งผลให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นย่ำแย่ และติดหล่มทศวรรษที่สูญหาย
ท่ามกลางระเบียบโลกเดิมอย่าง “การค้าเสรี” กำลังถูกสั่นคลอนจากภาษีทรัมป์ จนข้อตกลงการค้าเสรีที่ลงนามกันมาอาจไร้ค่าหรือไม่ แนวคิด “ระเบียบการเงินโลกใหม่” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Mar-a-Lago Accord” ก็ได้ถือกำเนิดขึ้น แนวคิดนี้ริเริ่มโดย สตีเฟน มิแรน (Stephen Miran) นักเศรษฐศาสตร์ และหัวหน้าสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจของรัฐบาลทรัมป์ โดยเหล่านักวิเคราะห์ตั้งแนวคิดนี้ตามชื่อ Mar-a-Lago ซึ่งเป็นบ้านพักตากอากาศของประธานาธิบดีทรัมป์ในปาล์มบีช รัฐฟลอริดา
มิแรน เสนอว่า เพื่อลดขาดดุลการค้าของอเมริกาที่มีต่อประเทศต่างๆ สกุลเงินดอลลาร์ “ควรอ่อนค่าลง” และขณะเดียวกัน มิแรนก็ต้องการให้ดอลลาร์ยังคงเป็น “สกุลเงินหลักของโลก”
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายทั้งสองดูเหมือนขัดแย้งกัน เพราะการทำให้ดอลลาร์ยังคงเป็นสกุลหลักของโลก ยังคงเป็นที่ต้องการ กลับทำให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
ด้วยเหตุนี้ มิแรนจึงเสนอแนวคิดให้ประเทศที่ต้องการเก็บ “ดอลลาร์” เป็นทุนสำรอง และ “ไม่ต้องการโดนภาษีการค้า” ให้ถือดอลลาร์ในรูปของ “พันธบัตรรัฐบาล 100 ปี” ซึ่งไม่มีการจ่ายดอกเบี้ย รวมถึงต้องการให้ประเทศต่างๆ ที่ถือพันธบัตรสหรัฐในรูปอายุต่างๆ ให้แลกเปลี่ยนเป็นพันธบัตร 100 ปีด้วย ซึ่งทำให้ไม่ต้องถือดอลลาร์โดยตรง ช่วยให้ดอลลาร์อ่อนค่าลง อีกทั้งยังช่วยลดมูลค่าหนี้ของสหรัฐด้วย เพราะมูลค่าหนี้ใน 5 ปีข้างหน้า 10 ปีข้างหน้า และ 100 ปีข้างหน้าย่อมไม่เท่ากัน และจะลดลงไปเรื่อยๆ ตามกาลเวลา
ด้วยแนวคิดนี้ สหรัฐอาจเสนอให้ประเทศต่างๆ ถือครองดอลลาร์ในรูปพันธบัตรอายุ 100 ปีแทน เพื่อ “แลกกับ” การไม่ต้องโดนภาษีการค้า ได้สิทธิประโยชน์ในการเข้าสู่ตลาดอเมริกา และได้รับความคุ้มครองทางทหาร
นอกจากนี้ หากประเทศนั้นต้องการความช่วยเหลือทางการเงินจากสหรัฐ ก็สามารถวางพันธบัตร 100 ปีค้ำประกันที่ธนาคารกลางสหรัฐ พร้อมเอาเงินสดออกมาใช้ได้ จากนั้นเมื่อสภาพคล่องทางการเงินดีขึ้นแล้ว ก็สามารถคืนเงินกลับ และนำพันธบัตร 100 ปีกลับมาถือต่อ
“ข้อตกลง Mar-a-Lago นี้ เป็นเหมือนเวอร์ชั่นศตวรรษที่ 21 ของข้อตกลงสกุลเงินพหุภาคี โดยประธานาธิบดีทรัมป์ต้องการให้ต่างชาติ มีส่วนช่วยจ่ายค่าความมั่นคงที่สหรัฐเป็นผู้จัดหา” มิแรน กล่าวในบทความของเขา
"การลดค่าเงินดอลลาร์ ช่วยสร้างงานด้านการผลิตในอเมริกา และเปลี่ยนความต้องการรวมจากส่วนอื่นของโลกมายังสหรัฐแทน” มิแรน กล่าวเสริม "การปรับโครงสร้างหนี้ให้เป็นในรูประยะยาว ยังช่วยป้องกันความผันผวนในตลาดการเงิน และความเสียหายทางเศรษฐกิจที่อาจเกิดขึ้นด้วย"
ไม่เพียงเท่านั้น คำสั่งประธานาธิบดีทรัมป์ในการจัดตั้ง “กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของสหรัฐ” อาจช่วยให้แนวคิดนี้เกิดขึ้นได้จริงมากขึ้น
แม้ว่าทรัมป์ยังไม่ได้เอ่ยถึงคำว่า Mar-a-Lago Accord แต่จากการดำเนินนโยบายที่ผ่านมา ไม่ว่าการที่ทรัมป์แจ้งไปที่รัฐบาลญี่ปุ่น และจีนว่า “ห้ามลดค่าเงิน” เพราะจะไม่เป็นธรรมต่อสหรัฐ การขู่ประเทศต่างๆ ที่ไม่ต้องการโดนภาษี ให้ซื้อสินค้าสหรัฐ และย้ายฐานการผลิตไปที่สหรัฐมากขึ้น รวมไปถึงสนับสนุนกระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล (DOGE) ในการลดขนาดรัฐบาลให้เล็กที่สุด สะท้อนว่า ทรัมป์กำลังจริงจังในสองเรื่องหลัก คือ “การขาดดุลการค้า” และ “หนี้รัฐบาลสหรัฐ” ซึ่งในปัจจุบัน หนี้รวมของสหรัฐอยู่ที่ 36 ล้านล้านดอลลาร์ หรือราว 1,200 ล้านล้านบาท
ระเบียบโลกใหม่กระทบทั่วโลกอย่างไร
หากระเบียบโลกใหม่ทรัมป์มีการนำมาใช้จริง “บุรินทร์ อดุลวัฒนะ” กรรมการผู้จัดการ และหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของศูนย์วิจัยกสิกรไทยให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว “กรุงเทพธุรกิจ” ว่า โลกอาจถึงขั้นปั่นป่วน โดยเฉพาะประเทศที่เป็น “คู่ค้าสำคัญ” ของสหรัฐ
บุรินทร์เล่าย้อนไปถึงช่วงที่สหรัฐ “ขาดดุลการค้าญี่ปุ่น” มาก ทำให้สหรัฐเปลี่ยนกติกาการค้าใหม่เป็น “Plaza Accord” ในปี 1985 ซึ่งเป็นข้อตกลงใหม่ 5 ประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส เยอรมนี สหรัฐ สหราชอาณาจักร และญี่ปุ่น
ผลลัพธ์ของกติกาใหม่ที่สหรัฐบีบญี่ปุ่นคือ ค่าเงินดอลลาร์อ่อนลง 50% ค่าเงินญี่ปุ่นแข็งค่าจาก 250 เยน/ดอลลาร์ เป็น 80 เยน/ดอลลาร์ในอีก 2 ปีให้หลัง ส่งผลให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นย่ำแย่ ธนาคารกลางญี่ปุ่นจึงต้องลดดอกเบี้ยครั้งใหญ่ เกิดภาวะฟองสบู่ในอสังหาริมทรัพย์ตามมา และในที่สุด ฟองสบู่ก็แตกในปี 1990 จนทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นเข้าสู่ช่วงทศวรรษที่สูญหายกว่า 30 ปี โดยบุรินทร์ชี้ว่า ในปัจจุบัน คู่แข่งโดยตรงของสหรัฐไม่ใช่ญี่ปุ่นแล้ว แต่เป็นจีน เม็กซิโก และเวียดนามที่ได้เปรียบดุลการค้าสหรัฐอย่างมาก
สหรัฐกับเดิมพันที่อาจสั่นคลอนดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม บุรินทร์ตั้งข้อสังเกตว่า การที่นานาชาติจะยอมถือพันธบัตรสหรัฐอายุ 100 ปี ซึ่งไม่มีดอกเบี้ยนั้นหรือไม่ ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะมหาอำนาจอย่าง “จีน” ซึ่งไม่ได้พึ่งพาแสนยานุภาพทางทหารของสหรัฐ จีนอาจเลือกลดการถือดอลลาร์ แทนการลงทุนในพันธบัตรดังกล่าว นำไปสู่คำถามสำคัญว่า ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งนี้จะกระทบต่อความน่าเชื่อถือของเงินดอลลาร์ในฐานะสกุลหลักของโลกหรือไม่
ด้านธนาคาร Standard Chartered มองว่า การบีบบังคับพันธมิตรสหรัฐให้เข้าร่วมข้อตกลงที่เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจอเมริกันโดยตรง อาจกระตุ้นให้พันธมิตรสหรัฐรีบหาทางเลือกอื่นแทนดอลลาร์ ซึ่งอาจคุกคามสถานะดอลลาร์ในฐานะสกุลเงินโลก ซึ่งทรัมป์เคยกล่าวว่า เขาต้องการรักษาไว้
“สิ่งนี้อาจทำให้ผลตอบแทนพันธบัตร และต้นทุนกู้ยืมของสหรัฐเพิ่มขึ้น เพราะผู้ซื้อต่างชาติต้องการค่าตอบแทนที่สูงขึ้น เพื่อชดเชยความเสี่ยงจากเงื่อนไขใหม่ ๆ ที่อาจตามมา” Standard Chartered กล่าว
นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงที่เมื่อดอลลาร์อ่อนค่าลง อาจทำให้ราคาสินค้านำเข้าจากต่างประเทศแพงขึ้น จนอาจทำให้ “ภาวะเงินเฟ้อ” ในสหรัฐพุ่ง ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์เคยให้สัญญากับประชาชนอเมริกันในการแก้ปัญหาปากท้อง
ไม่เพียงเท่านั้น บางเป้าหมายดูเหมือนจะ “ขัดแย้งกัน” เช่น ความต้องการทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าลง เพื่อให้สินค้าสหรัฐส่งออกง่ายขึ้น ในขณะเดียวกัน ก็ต้องการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ ซึ่งจะส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
รู้จัก ‘Mar-a-Lago Accord’ กติกาการเงินโลกใหม่ของทรัมป์