ก๋วยเตี๋ยวหมูกับจิงจูฮวยฉ่าย

จิงจูฮวยฉ่ายหรือเจ็งจูฮวยฉ่าย จริงๆแล้วบ้านผมเรียกว่าเก็งจูฮวยฉ่าย อาจจะไม่ถูกตามหลักภาษาแต้จิ๋วนักแต่ก็เรียกและเข้าใจกันได้ดี อาจจะเป็นวัฒนธรรมของครอบครัว จิงจูฮวยฉ่ายเป็นยาเย็น มีกลิ่นหอมอ่อนๆหรือรุนแรงก็แล้วแต่ว่าท่านชอบกินมันแค่ไหน ผมเองก็โตมากับการกินต้มเครื่องในหมูกับเจ็งจูฮวยฉ่าย ก็ชอบกินตามสมควร แต่พออายุมากเข้าก็ไม่ได้เลือกกินเพราะว่ามันอร่อยหรือชอบกิน แต่กินเพราะมันเป็นยาเย็น ดับพิษไข้ รักษาแผลในร่างกาย

ผมกินมาตั้งแต่เด็กๆ ส่วนมากก็ต้มเครื่องในนั่นแหละ มีเอามาใส่ในผัดอะไรอยู่บ้าง แต่ไม่ได้เห็นมานานแล้วเพราะคนกินคือพ่อของผม ซึ่งได้กลับสู่ธรรมชาติไปสิบปีแล้ว

วันนี้เราไม่กินต้มเครื่องในครับ แต่เราจะเอามันมาเป็นผักใส่ก๋วยเตี๋ยว

ก่อไฟเข้าซักเตานึงครับ เอาหม้อขึ้นตั้ง ใครไม่มีหม้อก๋วยเตี๋ยวก็ใช้หม้ออะไรที่ท่านมีนั่นแหละ ตั้งน้ำให้เต็มหม้อ ใส่สามเกลอลงไป รากผักชีโขลกๆหน่อยพอให้รสของมันละลายออกมาได้สะดวก พริกไทยดำตำให้แตก และกระเทียมใส่ลงไปเป็นกลีบๆ ใส่มัดใบเตยเพื่อแต่งกลิ่นดับคาว ใส่หญ้าก๋วยเตี๋ยวพอให้ได้รสชาติ เติมเครื่องปรุง ซอสปรุงรสฝาเขียว ซอสหอยนางรม ซีอิ๊วขาว น้ำกระเทียมดองนิดหน่อย น้ำตาลกรวดก้อนเขื่องๆ เกลือนิดๆ โอ วันนี้เราไม่ต้องใส่น้ำปลาร้านะ 

ดูซิวันนี้เรามีเนื้ออะไรกินบ้าง ขาหมู กระดูกหมู เนื้อติดมัน เนื้อสัน เนื้อยำข้าง , เอาขาหมู กระดูกหมู เนื้อติดมัน และยำข้างใส่ลงไปเพื่อทำเนื้อตุ๋น ส่วนเนื้อสันเอาไว้ลวกทำเนื้อสด ใส่หัวไชเท้าต้มทำน้ำซุป

เตรียมผักสดๆ ดูซิในตู้เย็นมีอะไรเหลืออยู่บ้างหัวไชเท้า ผักกาดหอม ผักกาดขาว ถั่วงอก ต้นหอมผักชี และที่ขาดไม่ได้ในวันนี้คือเจ็งจูฮวยฉ่าย เก็บสดๆจากหลังบ้าน

หม้อต้มเดือดดีแล้วก็เติมถ่านปิดฝาเคี่ยวไว้ซักไฟนึง มื้อนี้คงยังไม่ได้กินเนื้อขาหมูตุ๋น รอไปถึงมื้อเช้าคงเปื่อยนุ่มได้ที่

ลูกชายคนเล็กกลับมาจากโรงเรียนพอดี " แม่ วันนี้มีก๋วยเตี๋ยวใช่ไหม ได้กลิ่นน้ำซุป "

ไม่น่าเชื่อว่าตอนลูกชายคนโตกลับมาทีหลังก็พูดแบบเดียวกัน " แม่ กลิ่นน้ำซุปนี่หอมจัง "

มื้อเย็นๆเบาของก๋วยเตี๋ยวที่ยังเคี่ยวไม่ได้ที่ ลูกชายคนโตกินน้ำไปสองชาม และคนเล็กน้ำสองชามตบท้ายด้วยแห้งอีกหนึ่ง

แล้วความหิวก็ผ่านไป ความโหยหาบ้านหลังจากที่ต้องออกไปเผชิญโลกถึงสิบชั่วโมงก็ผ่านไป

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่