อาป๊ะจ๊อขี่ (ครบรอบวันตายคุณพ่อ) ปีที่ 57 (Death Anniversary of my father)
หลายๆท่านเริ่มคุ๊นๆกับคำนี้รึยังคะ "จ๊อขี่" เพราะแม่นันจะไหว้ทุกปีและเขียนถึงทุกปีเช่นกัน ใช่ค่ะ อีกไม่กี่วันก็จะเป็นวันครบรอบวันตายปีที่ 57 ของอาป๊ะ หรือคุณพ่อของแม่นันเอง วันตายของอาป๊ะ (วัน 2 ค่ำ เดือน 2 จันทรคติจีน) จะตรงกับวันเกิดของเจ้าที่ "ตี่จู๋เอี่ยแซ" ซึ่งถือเป็นวันดีมากๆ
เมื่อธันวาที่ผ่านมาก็เพิ่งไปไหว้ "อาอึ้ม (คุณแม่) จ้อขี่" เช่นกัน ที่ผ่านมาตรงกับวันไหว้ขนมบัวลอยพอดี๊พอดี (ถือเป็นวันดีอีกวัน) ทั้งสองท่านจากพวกเราไปนานจนลูกๆกำลังจะตามไปปรนนิบัติท่านต่อบนสรวงสรรค์แล้ว พี่น้องชราภาพกันไปตามๆกัน แม่นันน้องเล็กสุดก็ปาเข้าไป 61 แล้ว
จากความรู้ข้อเดียวในการนับของวันเดือนปีของจีน คือการนับปีเกิด ว่าจะต้องบวกหนึ่งเพิ่มเข้าไป อาอึ้มบอกว่าคนจีนจะนับอายุเด็กตั้งแต่เดือนแรกที่อยู่ในท้องแม่เลย เพราะฉะนั้นเด็กที่เกิดมาวันแรกจะมีอายุ ๙ เดือน (ประมาณหนึ่งปี) ดั้งนั้นวันนี้..อาโซ้ยตี๋อายุ 21 ปีแล้ว หยี่จับอิ๊กห่วยเหลี่ยว อ้อ..ความรู้อีกข้อที่ได้จากอาอึ้มคือ ถ้าฝันเห็นผู้หญิง ให้ซื้อ(หวย)อายุผู้หญิงคนนั้นแล้วลด 1 แต่ถ้าฝันเห็นผู้ชาย ให้ซื้อ(หวย)อายุผู้ชายคนนั้นแล้วบวก 1
คุณพ่อกิมเฮง แซ่ลี่ เป็นคนโผวเล้ง ส่วนคุณแม่คาเกียว แซ่ตั้ง เป็นคนสิงคโปร์
เดี๋ยวนี้ความรู้การนับวันเดือนปีตามจันทรคติจีนของแม่นันเริ่มพัฒนาขึ้นเยอะแล้วนะคะ แต่เพื่อความมั่นใจก็มักจะเช็คกับอาตั่วแจ้ (เทพทันใจของแม่นัน) อีกที
อาป๊ะจ๊อขี่ “หยี่หว่วยชิวหยี” ปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 1 มีค. ลูกหลานทั้ง 8 ครอบครัวที่เหลือ (ลูกสาว 6 ลูกชาย 2) จะรวมตัวไปไหว้ “อาป๊ะ" ที่บ้านอาตั่วเฮีย สมัยก่อนตอนลูกหลานยังตัวเล็กตัวน้อย พวกเราก็จะพาไปไหว้อากงอาม่าด้วย เวลารวมตัวกันทีก็จะครึกครื้นมาก เพราะนอกจากลูกและหลานตัวน้อยๆเยอะแยะของสะใภ้สอง เขยหก แถมลูกชายลูกสะใภ้ของอาแน (แม่ใหญ่หรือภรรยาหลวงของคุณพ่อ) เสียงหัวเราะพูดคุยสนุกสนาน สถานที่จัดไหว้แทบไม่มีที่เดิน
ปัจจุบันจะเหลือเพียงลูกๆ สะใภ้และลูกเขยซึ่งต่างสูงวัยแล้ว (แม่นันเองก็หลักจับอิกแล้ว) สะใภ้ฝั่งอาแนก็จากไปแล้ว หลานๆของอากงม่าต่างเติบโตอยู่ในวัยเรียนใกล้จบ.วัยทำงาน..ต่างติดภารกิจนู่นนี่นั่น แม้กระทั่งอาโซ้ยตี๋ เดี๋ยวนี้ติดสอนกลองทั้งเสาร์อาทิตย์ ส่วนอาตั่วตี๋ก็ติดทำงาน หลานบางคนเป็นย่าเป็นยาย มีเหลนให้อากงอาม่าเยอะแยะ แตกรากขยายครอบครัวออกไปเรื่อยๆ
ไช้เถ่าก้วย (ขนมผักกาด) รสมืออาม่าที่ทำเอาลูกๆโหยหา ของไหว้สำคัญที่ขาดไม่ได้
มาดูของไหว้ในวัน “จ๊อขี่” กันค่ะ
เหมือนทุกปี พวกเราจะนำอาหาร ขนม เครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ อาหารหลักหม้อใหญ่ๆ ที่เคยเป็นฝีมืออาตั่วแจ้ มาปีหลังๆสั่งทำบ้าง พี่น้องทำกันเข้าไปบ้าง แต่ก็ไม่พ้นสักหม้อสองหม้อที่อาตั่วแจ้แอบทำเอง (คนทำอาหารให้นั่งเฉยๆ เป็นอะไรที่ทำไม่ด๊าย.ย.ค่ะ) ที่แน่ๆต้องมี “ไช้เถ่าก้วย” ถาดกลมๆใหญ่ๆฝีมืออาหมวยเล็กคนนี้
แม้จะเป็นวันครบรอบวันตายของคุณพ่อ เราลูกหลานจะเชิญบรรพบุรุษผู้ล่วงลับไปแล้วทุกท่าน ลงมารับประทานอาหารร่วมกันด้วย
เวลาไหว้ก็จะอยู่ระหว่างเก้าโมงกว่าสิบโมงไม่ให้เกิน พวกเราจะจุดธูปไหว้อาป๊ะและบรรพบุรุษกันสามรอบ สังเกตดีๆนะคะ มีรูปอาป๊ะและอาอึ้ม แต่มีข้าวสวย ถ้วยน้ำชา และเก้าอี้ตั้ง ๗ ชุด เอ๊ะ..มาจากไหน ... ตอนอาอึ้มยังอยู่อาอึ้มเล่าให้ฟังว่าเราจะเชิญบรรพบุรุษที่เสียชีวิตไปแล้วของตระกูลเรามาไว้ทีเดียวกัน เวลาครบวันไหว้ใดๆ เราก็จะได้จุดธูปกราบไหว้บรรพบุรุษทุกคนพร้อมกัน ดั้งนั้นเก้าอี้เจ็ดตัวนี้ตอนนี้ มีไว้ให้ อาป๊ะ อาอึ้ม อาแน (คุณพ่อคุณแม่และคุณแม่ใหญ่) อากงอาม่า (คุณปู่คุณย่า) อานึ้ง (สามีอาหยี่แจ้) และอาโฮ่ว (พี่ชายรอง) อาเฮียโฮ่วเสียชีวิตตั้งแต่เด็กๆ สืบเนื่องจากโรคกระเพาะทางเดินอาหาร "อาอึ้มเคยเล่าให้ฟัง"
ตุ่งคะหน่าลุ้ย ตุ๋นกะหล่ำปลีจนเปื่อยนุ่ม เมนูรสมือพ่อแม่ฝากไว้ให้ลูกๆ
หลังจากจุดธปกราบไหว้ครบสามรอบ ก็จะลาอาหารบนโต๊ะ และนำกระดาษเงินกระดาษทองไปเผาให้บรรพบุรุษ ก่อนเผาต้องเปิดทางด้วย "อ่วงแซจี๊" หรือใบเบิกทาง เพื่อเป็นการเปิดทางให้ลูกหลานได้ส่งเงินทอง ข้าวของเครื่องใช้ไปให้บรรพบุรุษ ในขณะเดียวกันบรรพบุรุษก็จะได้รับรู้ว่าลูกหลานยังคงปรองดองกันดีอยู่รึเปล่า (แม่นันสรุปเอาตามที่ตัวเองเข้าใจค่ะ) ในระหว่างที่เผากระดาษกันอยู่ แม่นันก็จะปลีกตัวเองออกมาปฏิบัติในสิ่งเล็กๆน้อยๆที่พี่ๆอาจจะหลงลืมไปบางครั้ง คือการแบ่งข้าวสวยและเครื่องดื่ม (น้ำชา) ส่งไปพร้อมๆกับเครื่องกระดาษ เป็นเสมือนให้บรรพบุรุษได้รับรู้อีกทางหนึ่งว่า วันนี้ลูกหลานได้นำอาหารคาวหวานมากราบไหว้ท่านแล้ว .... ตอนอาอึ้ม (คุณแม่) ยังอยู่ แม่นันมักจะถามอาอึ้มเวลาเห็นอะไรที่แปลกในความรู้สึกของตัวเอง อาอึ้มก็จะอธิบายให้ฟังอย่างใจเย็น ซึ่งแม่นันว่าประเพณีเล็กๆน้อยๆนี้ เป็นความสวยงามและน่าจดจำทำตาม
เก่งตังกวยปู่โกยเน็ก (แกงฟักไก่) ฝีมืออาซี้แจ้ (พี่สาวคนที่ 4)
แชก้วย ผลไม้หลากหลายที่ต้องมี
ฟักทองสังขยา ฝีมืออาตั่วแจ้ อร่อยลงตัวมากๆ
โซวเกี้ยว กะหรี่พัฟเจ ขนมโบราณหาทานยาก แต่เราทำได้
ไช้เถ่าอี๊ (ลูกชิ้นหัวไช้เท้า) คนจีนจะเรียกอะไรที่มีลักษณะเป็นกลมๆว่า อี่ท้วง หมายถึงความกลมเกลียวสามัคคี
หลังจากไหว้เสร็จ พี่น้องก็จะนั่งทานข้าวกันคุยกัน แบ่งกับข้าว.ผลไม้กลับไปฝากลูกหลานกัน เขียนมาถึงตรงนี้ แม่นันคิดถึง “อาซ่อ” (ลูกสะใภ้อาแน) ตอนที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ ท่านจะมาไหว้ “จ๊อขี่” ทุกปี แม่นันก็จะได้แบ่ง “ไช้เถ่าก้วย” (ขนมผักกาด) ให้ท่านด้วยทุกปี ซึ่งท่านก็จะดีใจมาก ตั้งแต่ท่านจากไป “ไช้เถ่าก้วย” ก็จะถูกแจกน้อยลง (เหลือตามจำนวนพี่น้อง) แม่นันหวังว่า “ไช้เถ่าก้วย” ของแม่นัน จะส่งต่อถึงพี่ๆทุกคนที่เหลือจนคนสุดท้าย..
"จ้อขี่" วันครบรอบวันตายบรรพชน
เมื่อธันวาที่ผ่านมาก็เพิ่งไปไหว้ "อาอึ้ม (คุณแม่) จ้อขี่" เช่นกัน ที่ผ่านมาตรงกับวันไหว้ขนมบัวลอยพอดี๊พอดี (ถือเป็นวันดีอีกวัน) ทั้งสองท่านจากพวกเราไปนานจนลูกๆกำลังจะตามไปปรนนิบัติท่านต่อบนสรวงสรรค์แล้ว พี่น้องชราภาพกันไปตามๆกัน แม่นันน้องเล็กสุดก็ปาเข้าไป 61 แล้ว
จากความรู้ข้อเดียวในการนับของวันเดือนปีของจีน คือการนับปีเกิด ว่าจะต้องบวกหนึ่งเพิ่มเข้าไป อาอึ้มบอกว่าคนจีนจะนับอายุเด็กตั้งแต่เดือนแรกที่อยู่ในท้องแม่เลย เพราะฉะนั้นเด็กที่เกิดมาวันแรกจะมีอายุ ๙ เดือน (ประมาณหนึ่งปี) ดั้งนั้นวันนี้..อาโซ้ยตี๋อายุ 21 ปีแล้ว หยี่จับอิ๊กห่วยเหลี่ยว อ้อ..ความรู้อีกข้อที่ได้จากอาอึ้มคือ ถ้าฝันเห็นผู้หญิง ให้ซื้อ(หวย)อายุผู้หญิงคนนั้นแล้วลด 1 แต่ถ้าฝันเห็นผู้ชาย ให้ซื้อ(หวย)อายุผู้ชายคนนั้นแล้วบวก 1
ปัจจุบันจะเหลือเพียงลูกๆ สะใภ้และลูกเขยซึ่งต่างสูงวัยแล้ว (แม่นันเองก็หลักจับอิกแล้ว) สะใภ้ฝั่งอาแนก็จากไปแล้ว หลานๆของอากงม่าต่างเติบโตอยู่ในวัยเรียนใกล้จบ.วัยทำงาน..ต่างติดภารกิจนู่นนี่นั่น แม้กระทั่งอาโซ้ยตี๋ เดี๋ยวนี้ติดสอนกลองทั้งเสาร์อาทิตย์ ส่วนอาตั่วตี๋ก็ติดทำงาน หลานบางคนเป็นย่าเป็นยาย มีเหลนให้อากงอาม่าเยอะแยะ แตกรากขยายครอบครัวออกไปเรื่อยๆ
เหมือนทุกปี พวกเราจะนำอาหาร ขนม เครื่องเซ่นไหว้ต่างๆ อาหารหลักหม้อใหญ่ๆ ที่เคยเป็นฝีมืออาตั่วแจ้ มาปีหลังๆสั่งทำบ้าง พี่น้องทำกันเข้าไปบ้าง แต่ก็ไม่พ้นสักหม้อสองหม้อที่อาตั่วแจ้แอบทำเอง (คนทำอาหารให้นั่งเฉยๆ เป็นอะไรที่ทำไม่ด๊าย.ย.ค่ะ) ที่แน่ๆต้องมี “ไช้เถ่าก้วย” ถาดกลมๆใหญ่ๆฝีมืออาหมวยเล็กคนนี้