JJNY : 5in1 เปิดตัวทีมประกันสังคมก้าวหน้า│'กัณวีร์'เล็งตั้งกลุ่ม│“โรม”เชิญนายกฯ│ก้าวไกลหวั่นแก้หนี้ล้มเหลว│ผุด 'ศก.B1B2'

เปิดตัว ทีมประกันสังคมก้าวหน้า ชูนโยบายสวัสดิการครอบคลุม ชิงเลือกตั้งบอร์ดสปส.ครั้งประวัติศาสตร์
https://www.matichon.co.th/politics/news_4320377
 
 
เปิดตัว ทีมประกันสังคมก้าวหน้า ชูนโยบายสวัสดิการครอบคลุม วางรากฐานสู่รัฐสวัสดิการถ้วนหน้า ธนาธร ชี้ตัวแทนครอบคลุมหลากหลายอาชีพ ลงเลือกตั้งครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 
 
เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม ที่พรรคก้าวไกล คณะก้าวหน้า นำโดย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า กล่าวเปิดตัว “ทีมประกันสังคมก้าวหน้า” ซึ่งมีตัวแทนผู้ใช้แรงงานจากทุกสาขาอาชีพ ในฐานะทีมพันธมิตรคณะก้าวหน้า เพื่อลงสมัครรับเลือกตั้งตำแหน่งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม) ฝ่ายผู้ประกันตน ในวันที่ 24 ธ.ค.นี้
 
นายธนาธรกล่าวว่า กองทุนดังกล่าวมีความสำคัญต่อผู้ใช้แรงงาน ปัจจุบันกองทุนประกันสังคมขยายใหญ่ขึ้นจนมีเงิน 2.2 ล้านล้านบาท จนกระทั่งการรัฐประหารปี 2557 ทำให้มีการยกเลิกตัวแทนลูกจ้างที่มาจากการเลือกตั้งทางอ้อมผ่านระบบสหภาพ วันนี้จึงเป็นวันแรกในประวัติศาสตร์ ที่สัดส่วนของลูกจ้างในบอร์ดประกันสังคมจะมาจากการเลือกตั้ง อย่างไรก็ดี ที่ผ่านมาระบบประกันสังคมมีหลายมาตรฐานและไม่ครอบคลุมผู้ประกันตนที่ทำงานหลากหลาย โดยเฉพาะช่วงการระบาดของโควิด ดังนั้นบอร์ดประกันสังคมจะเป็นส่วนสำคัญในการช่วยพัฒนากองทุนและยกระดับสวัสดิการ วางรากฐานให้รัฐสวัสดิการต่อไป

นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ตัวแทนทีมประกันสังคมก้าวหน้า หนึ่งในผู้สมัคร กล่าวว่า ประกันสังคมคือสวัสดิการที่คนธรรมดาฝันถึง เมื่อก่อนนี้สวัสดิการเคยเป็นเรื่องของกลุ่มคนเล็กๆ แต่การต่อสู้ของชนชั้นแรงงานที่ผ่านมาได้เปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ ทำให้คนงานโรงงานเย็บผ้า คนงานที่ขันนอตในโรงงาน แรงงานที่อพยพทิ้งนาจากบ้านเกิดคิดฝันเรื่องของการมีสวัสดิการที่ดีได้ ตลอด 33 ปีที่ผ่านมา ประกันสังคมมีปริมาณเงินสะสมจำนวนมาก แต่สิ่งที่ยังเห็นคือแม่ยังต้องกู้นอกระบบมาจ่ายค่านม พ่อยังต้องทำโอทีมาเป็นค่าคลอด คนป่วยเป็นโรคไตต้องสำรองจ่ายเงิน คนรักษามะเร็งมีเพดานการรักษา 50,000 บาทต่อปี คนทำงานที่บาดเจ็บไม่สามารถรักษาฟื้นตัวระยะยาวได้ คนแก่เกษียณไม่ได้เพราะบำนาญไม่เพียงพอ
 
สาเหตุหลักคือประกันสังคมตกต่ำลงไปพร้อมกับประชาธิปไตยของประเทศนี้ การรัฐประหารทำให้ประกันสังคมมีลักษณะอำนาจนิยม และเป็นแหล่งทุนอุปถัมภ์เฉพาะกลุ่ม การลงทุนขาดความโปร่งใส แทนที่จะสามารถนำงบประมาณมาปรับปรุงสิทธิประโยชน์ของคนทั่วไปได้ นอกจากนี้ บอร์ดประกันสังคมถูกแต่งตั้งโดยฝั่งอำนาจนิยมยาวนานกว่า 9 ปี และก่อนหน้านี้ระบบการเลือกก็ผ่านระบบอุปถัมภ์มากมาย ประกันสังคมแปรสภาพจากกองทุนสวัสดิการที่ก้าวหน้าที่สุดเมื่อหลายสิบปีก่อน กลายเป็นกองทุนสวัสดิการที่ล้าหลังที่สุด
 
เราคือตัวแทนของกลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ผู้ปรารถนาสังคมที่เสมอภาค ไม่เคยคุกเข่าค้อมหัวประนีประนอมกับทุนผูกขาดและเผด็จการ เชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย และการสร้างรัฐสวัสดิการ ประกันสังคมก้าวหน้าจะเป็นตัวพิสูจน์ให้เห็นถึงก้าวแรกของรัฐสวัสดิการ” นายษัษฐรัมย์กล่าว



 
'กัณวีร์' เล็งตั้งกลุ่ม 'ระเบียงสันติภาพเพื่อเมียนมา' รวม สส. 5 ประเทศ รับมือสงครามปฏิวัติ
https://voicetv.co.th/read/zHpmUZD7a

'กัณวีร์' เล็งตั้งกลุ่ม 'ระเบียงสันติภาพเพื่อเมียนมา' รวม สส. 5 ประเทศ รับมือสงครามปฏิวัติ เชื่อส่งผลกระทบโดยตรงกับประเทศเพื่อนบ้านรอบเมียนมา
 
กัณวีร์ สืบแสง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม เปิดเผยว่า จากการติดตามสถานการณ์สงครามปฏิวัติในเมียนมา ระหว่าง กองทัพเมียนมา และ กองกำลังชาติพันธุ์ ที่รวมตัวกันเป็น Ethnic Revolution Organization (ERO) เพื่อเรียกร้องการปกครองแบบสหพันธรัฐ Federal State ที่กำลังรุนแรง และน่าเป็นห่วงว่าจะส่งผลกระทบโดยตรงกับประเทศเพื่อนบ้านรอบเมียนมา โดยเฉพาะประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
 
"ผลกระทบแรงที่สุดในประเทศไทยคือผู้ลี้ภัยและความมั่นคงชายแดน ต้องยอมรับว่า กระทบกับไทยโดยตรง ไม่ว่าจะผู้ลี้ภัย ผู้หนีภัยการสู้รบ และคนไทยชายแดน จะมีผลกระทบทางทหารกับประชาชนไทยด้วย"
 
กัณวีร์ เปิดเผยว่า จากการทำงานด้านมนุษยธรรมและผู้ลี้ภัย จนมาทำงานการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร จึงอยากใช้บทบาท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ สส.ประสานความร่วมมือกับ สส. 5 ประเทศ รอบเมียนมา ทั้งไทย จีน อินเดีย ลาว และบังคลาเทศ ตั้งกลุ่ม สส. สร้างความร่วมมือ 'ระเบียงสันติภาพเพื่อเมียนมา' Inter-parliamentarian for Myanmar Peace Corridor (IPMPC)
 
"ถ้าเกิดสถานการณ์ในเมียนมา จะปิดหูปิดตาไม่ได้แล้ว เราสามารถจับมือกับประเทศเพื่อนบ้าน 5 ประเทศ ทำให้เมียนมา เปลี่ยนจุดยืน ให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย หรือ Safety zone ต้องคุยกับทหารเมียนมา และกลุ่มชาติพันธุ์ติดอาวุธว่าต้องไม่ปฏิบัติการตามแนวชายแดน เพราะจะมีผู้พลัดถิ่นตามชายแดน พร้อมลี้ภัยจำนวนมาก อย่างบังคลาเทศก็มีชาวโรฮิงญากว่า 1 ล้านคน อินเดียมีคนเข้าไปแต่ไม่เข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องภายในของเมียนมา จีนมีความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ก็ไม่อยากเกี่ยว แต่จากกรณีในเมืองเล่าก์ก่าย มีปฏิบัติการทหารระหว่างเมียนมากับกลุ่มโกก้างก็กระทบ ทำให้จีนเริ่มเรียกร้องให้ยุติทางการทหารของเมียนมาด้วย"
 
กัณวีร์ กล่าวว่า ในจำนวน 5 ประเทศที่มีชายแดนติดเมียนมา อย่างอินเดีย มีชายแดน 1,643 กม. กับไทย 2,416 กม. กับจีน 2,129 กม. กับลาว 238 กม.และกับบังคลาเทศ 271 กม. รวมแล้ว 6,697 กม. ที่ต้องกระทบแน่นอน จึงอยากริเริ่มในการพูดคุยกับประเทศเพื่อนบ้านจะทำอย่างไรให้สถานการณ์ในเมียนมานำไปสู่สันติภาพได้ เพราะกว่า 2 ปีหลังการรัฐประหารในเมียนมา เมื่อ 1 ก.พ.2564 องค์กรระหว่างประเทศ ทั้งองค์การสหประชาชาติ สหภาพยุโรป และอาเซียน ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น พยายามอย่างดีที่สุดเพื่อแก้ไขปัญหาขั้นพื้นฐานในด้านมนุษยธรรมและการพัฒนา เพื่อทำให้สถานการณ์ภายในเมียนมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุด 
 
"ผมหวังว่าความร่วมมือ ระเบียงสันติภาพเพื่อเมียนมา ผ่าน สส. 5 ประเทศ ทั้ง ไทย จีน อินเดีย บังคลาเทศ และลาว เป็นการทำงานในระดับสภาผู้แทนราษฏร เราสามารถเสนอกฎหมายและนโยบายได้ จะใช้กลไก ตรงนี้ ผลักดันนโยบายของประเทศเพื่อนบ้าน ต้องมุ่งเน้นงานมนุษยธรรม และการสร้างสันติภาพ กำลังหารือกับจีน และอินเดีย 2 ประเทศแล้ว"
 
กัณวีร์ เปิดเผยว่า ได้คุยกับ 2 ประเทศแล้ว ตั้งใจที่จะผลักดัน กลุ่มระเบียงสันติภาพเพื่อเมียนมา ให้เห็นผลในสมัยการประชุมสภาผู้แทนราษฎร สมัยนี้ หากได้ครบ 5 ประเทศ ก็จะนัดหารือ เพราะสถานการณ์ในเมียนมา คุกรุ่น ไทยต้องเตรียมตัวให้พร้อมไว้มากที่สุด


 
“โรม” เชิญนายกฯ เข้า กมธ.มั่นคงฯ ตอบ “ตั๋วตำรวจ” หรือให้ไปทำเนียบฯ ก็ได้
https://www.thairath.co.th/news/politic/2746307

“โรม” เชิญนายกฯ เข้า กมธ.ความมั่นคงฯ ตอบประเด็นหลุดปาก “ตั๋วตำรวจ” ในวงประชุม พท. สุดท้ายได้คุยแค่ “สมศักดิ์” แต่ไร้คำตอบเกี่ยวกับคำพูดนายกฯ เสียดายโอกาสชี้แจง หวังนายกฯ พร้อมเมื่อไหร่ขอให้บอก จะไปหาที่ทำเนียบฯ ก็ได้
 
วันที่ 7 ธ.ค. 66 ที่อาคารรัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ แถลงข่าวหลัง กมธ. ได้นัดหมายเชิญ เศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เข้าชี้แจงต่อ กมธ. ในกรณีที่ได้กล่าวถึงการแต่งตั้งโยกย้ายนายตำรวจระดับผู้กำกับในที่ประชุม สส.พรรคเพื่อไทย ที่อาจตีความได้ว่ามีการใช้อำนาจแทรกแซงการแต่งตั้ง โดยในการประชุม  กมธ. วันนี้ นายกฯ ไม่ได้เข้าชี้แจงด้วยตัวเองแต่ส่งตัวแทนมาชี้แจงแทน คือรองนายกรัฐมนตรี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน
 
นายรังสิมันต์ ระบุว่า จากการพูดคุยร่วมกันในวันนี้ ตนรู้สึกเห็นใจรองนายกฯ เนื่องจากไม่ได้รับรู้หรือมีความเกี่ยวข้องกับสิ่งที่นายกฯ ได้พูดในที่ประชุม สส.พรรคเพื่อไทย อีกทั้งโดยโครงสร้างแล้ว กิจการสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นเรื่องที่ขึ้นตรงต่อนายกฯ ในฐานะผู้รับผิดชอบสูงสุด
ทั้งนี้ ตนและสมาชิก กมธ. คนอื่นๆ ได้พยายามถามรองนายกฯ ว่านายกฯ ได้ฝากคำชี้แจงมาว่าอย่างไรบ้าง ซึ่งคำตอบก็คือไม่ได้มีการฝากคำชี้แจงอะไรมา การพูดคุยจึงมีแต่ประเด็นที่เกี่ยวกับกฎเกณฑ์กติกาที่มีอยู่ใน พ.ร.บ.ตำรวจ อยู่แล้ว ซึ่งไม่ได้เป็นวัตถุสำคัญที่ กมธ. ต้องการคำชี้แจง นอกจากนี้ กมธ.ได้พยายามขอคำอธิบายแบบคำต่อคำ ต่อคำพูดที่ว่า “คนในห้องนี้คงจะมีคนที่สมหวังกันบ้าง” แต่ก็ไม่ได้รับคำอธิบายใดๆ จากรองนายกฯ

นายรังสิมันต์ กล่าวต่อไป ว่า กมธ. เข้าใจดีว่ารองนายกฯ คงตอบคำถามเรื่องนี้ไม่ได้ และได้รับคำชี้แจงเพียงว่านายกฯ มาตอบคำถาม กมธ. ด้วยตัวเองไม่ได้ ก็เพราะติดสัมมนากับทางพรรค ดังนั้น ก็คงจะต้องมีการพูดคุยกันต่อไปว่าจะดำเนินการอย่างไร ทำให้การประชุมในวันนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป แต่กระนั้นทาง กมธ. ยังมีเวลาให้พิจารณาเรื่องนี้ได้อยู่ และคงต้องรอดูกันต่อไปว่าจะมีข้อมูลที่เพียบพร้อมกว่านี้ในอนาคตหรือไม่
 
แต่หากนายกฯ พร้อมที่จะชี้แจง ทาง กมธ. พร้อมที่จะดำเนินการตามที่นายกฯ สะดวก ถ้าอยากให้ไปที่ทำเนียบรัฐบาลก็ไม่ได้ติดใจอะไร ถ้ารัฐบาลจะทำหนังสือเชิญทาง กมธ. ก็ยินดี เพราะมีเรื่องที่เราอยากสอบถามในหลายเรื่องเหมือนกัน
 
น่าเสียดายที่นายกรัฐมนตรีอาจไม่ได้มอบรายละเอียดของเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้รองนายกรัฐมนตรี ทำให้แม้บรรยากาศพูดคุยเป็นไปด้วยดี แต่ก็ไม่ได้ทำให้เราได้รายละเอียดในหลายเรื่องที่สงสัย แต่ถ้าในอนาคตนายกรัฐมนตรีอยากให้มีการพูดคุยกัน จะเป็นที่ไหนก็ได้ที่นายกรัฐมนตรีสะดวก ทางกรรมาธิการก็ยินดี และพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่” นายรังสิมันต์ กล่าว...



ก้าวไกล หวั่นแก้หนี้ล้มเหลว ชงนิรโทษ เจ้าหนี้เงินกู้ ที่ร่วมมือรัฐ ยอมไกล่เกลี่ย

https://www.khaosod.co.th/politics/news_7998649

ก้าวไกล ชี้รัฐบาลมีเวลาบรรจุเงินกู้ 5 แสนล้านในพ.ร.บ.งบฯปี 67 มองแก้หนี้นอกระบบส่อแววล้มเหลว แนะนิรโทษกรรมเจ้าหนี้เงินกู้ที่ให้ความร่วมมือรัฐไกล่เกลี่ยหนี้
 
เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2566 ที่รัฐสภา นายจุลพงศ์ อยู่เกษ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล แถลงว่า เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตนได้ทำหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยชี้แจงข้อเท็จจริง เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกาในการให้ความเห็นทางกฎหมาย ในการตอบคำถามของกระทรวงการคลัง ในการออก พ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท สำหรับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต
 
ตามปฏิทินการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ที่สำนักงบประมาณได้จัดทำและครม.อนุมัติก่อนหน้านี้ ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงที่สำนักงบประมาณรับฟังความคิดเห็นจนถึงวันที่ 12 ธ.ค. และขั้นตอนต่อไปคือการจัดพิมพ์ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณและเสนอต่อ ครม. เพื่อให้ความเห็นชอบในวันที่ 26 ธ.ค. 2566 และจะเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวให้สภาพิจารณาในวันที่ 3-4 ม.ค.2567
 
นายจุลพงศ์ กล่าวต่อว่า ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ย.ที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและรมว.คลัง แถลงเรื่องโครงการดิจิทัลวอลเล็ต ไปจนถึงวันที่ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย 2567 จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาในวาระแรก รัฐบาลมีเวลานำเงินกู้ 5 แสนล้านบาทเข้าไปใส่ไว้ในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายปี 2567 ได้ทัน
 
โดยเงื่อนไขตามมาตรา 53 ของพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง 2561 มีเงื่อนไขสำคัญคือเงื่อนไขความจำเป็นเร่งด่วน เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ และไม่สามารถตั้งงบรายจ่ายประจำปีได้ทัน ต้องครบองค์ประกอบทั้ง 2 ข้อนี้ จึงจะเป็นการกู้เงินตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินคลัง ดังนั้น การเสนอ พ.ร.ก.กู้เงิน 5 แสนล้านบาทที่แยกต่างหากจาก พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี จึงไม่เข้าเงื่อนไขตามมาตรา 53 ของพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่