หมอเผยกลางวงเสวนาปชป.โควิดกลายพันธุ์ไม่น่าห่วง-อย่ากลัวจีนเข้าไทย
หมอเผยกลางวงเสวนา ปชป. เดินหน้าประเทศ ในวันที่โควิดกลายพันธุ์ไม่น่าห่วง อย่ากลัวจีนเข้าไทย โฆษก ปชป.ขอรัฐเหลียวหลังแก้ปัญหาสื่อสารช้า ทำประชาชนแสวงหาข้อมูลแหล่งอื่น เป็นเหตุรับวัคซีนเข็มกระต้นแค่ 40%
เมื่อวันที่ 8 ม.ค. นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวตอนหนึ่งในการเสวนาพิเศษ ฟัง-คิด-ทำ “เดินหน้าประเทศอย่างไร ในวันที่โควิด (ยัง) กลายพันธุ์” จัดโดยพรรคประชาธิปัตย์ ว่า เราต่อสู้กับโควิดมา 4 ปี ทุกคนรู้จักโควิดค่อนข้างดี ล่าสุดเป็นสายพันธุ์โอมิครอนที่รู้ว่าไม่รุนแรงมากนัก ทำให้ความสำคัญในการนับตัวเลขผู้ติดเชื้อ ผู้เสียชีวิตลดลง โดยขณะนี้ทั่วโลกป่วยสะสมประมาณ 660 ล้านคน เสียชีวิตจาก 6 ล้านกว่า ยังอยู่ที่ราวๆ 6 ล้านกว่ารายอยู่ดี สะท้อนว่าโอมิครอนไม่รุนแรง แต่สายพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งไทยก็ติดตามตลอดพร้อมส่งข้อมูลไปยัง GISIAD และองค์การอนามัยโลก ล่าสุดกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์รายงานพบ “XAY.2” ไม่มีอะไรน่ากังวลนัก แต่ตัวที่เด่นในไทยคือ BA.2.75 ส่วนการติดเชื้อตอนนี้ประมาณ 2 พันรายต่อวัน เสียชีวิตประมาณ 50 รายต่อสัปดาห์ ส่วนใหญ่ฉีดวัคซีนไม่ถึงเข็มกระตุ้น
ทั้งนี้ เครื่องมือสำคัญในการจัดการกับโควิดคือวัคซีน ซึ่งประเทศไทยฉีดไปแล้วกว่า 170 ล้านเข็ม เป็นเข็ม 1-2 ประมาณ 80-90% เข็มกระตุ้น 40% เทียบในอาเซียน ไทยเกือบจะอยู่อันดับ 6 ดังนั้นขอให้ประชาชนที่ยังไม่ได้ฉีดเข็มกระตุ้นเกินกว่า 4 เดือน ขอให้มาฉีด อย่าไปรอวัคซีนเวอร์ชั่นใหม่ คาดว่าผู้ผลิตมีการชะลอการพัฒนาเนื่องจากรู้ว่าเชื้อมีการกลายพันธุ์ตลอดและเชื้อไม่รุนแรง ดังนั้นประชาชนไม่ต้องรอ และอย่าเพิ่งลดการ์ด ขอให้สวมหน้ากากเมื่ออยู่ในที่ชุมชน เว้นระยะห่าง ล้างมือ
ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค กล่าวต่อว่า ส่วนข้อกังวลนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยนั้น ต้องยอมรับว่ามีเรื่องการเมืองโลกเข้ามา เพราะจีนซีโร่โควิดมานาน พอเปิดประเทศทันทีก็มีการให้ข่าวว่าจีนมีการติดเชื้อสูง และมีการกีดกัน บางประเทศสั่งห้ามเข้าเด็ดขาด แต่ในส่วนของไทย โดยกระทรวงสาธารณสุขดูข้อมูลความเสี่ยง พบว่าจีนฉีดวัคซีนเข็ม 1-2 ประมาณ 90% เข็มกระตุ้นก็ดีกว่าไทย ถ้าบอกว่าไม่เชื่อในวัคซีนเชื้อตาย แต่เชื่อวัคซีนที่คิดว่าเป็นวัคซีนเทพ แต่เชื้อที่เจอในจีนคือ BA.5 ซึ่งเคยระบาดในไทยเมื่อปีที่แล้ว อย่างไรก็ดี ก็ต้องดูว่าประเทศเราเตรียมตัวอย่างไร สถานบริการต้องฉีดวัคซีนครบ มีมาตรฐาน SHA+ มีสถานพยาบาลพร้อม สถานที่ตรวจเชื้อพร้อม มีATK แม้แต่ฮอทพิเทลเราก็จะกลับมาพูดกันอีกครั้ง ทั้งนี้ได้ส่งสัญญาณให้ทุกจังหวัดท่องเที่ยวเตรียมการรับมือการเข้ามาของนักท่องเที่ยว สิ่งสำคัญคือความร่วมมือจากประชาชน
ทางด้าน นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า โควิดเป็นโรคระบาดใหญ่ สิ่งที่ปะชาชนต้องการมากที่สุดคือความจริง ดังนั้นภาครัฐต้องสื่อสารเร็ว และสื่อสารที่ตรงกันเป็นหนึ่งเดียว แต่เมื่อรัฐช้าทำให้ประชาชนไปแสวงหาในอินเตอร์เน็ต ซึ่งไม่มั่นใจว่าจะเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ทั้งนี้ตนเชื่อว่า living with covid เป็นยุทธศาสตร์ที่ดี แต่จะอยู่กับมันอย่างไรก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะเมื่อเหลียวหลังแล้วสิ่งที่เป็นปัญหาต้องได้รับการแก้ไขก่อนถึงจะเดินหน้าต่อไปได้ เพราะตนเชื่อว่าการที่ประชาชนรับวัคซีนเข็มกระตุ้นเพียง 40% ส่วนหนึ่งก็เพราะเสพข้อมูลจากแหล่งอื่นมากเกินไป
ขณะที่ ดร.อรทิชา สว่างฟ้า นักเศรษฐศาสตร์ กล่าวว่าการระบาดแรกๆ คนอยู่บ้าน ภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบคือภาคบริการ เช่น ร้านอาหาร โรงแรม และภาคส่วนที่เชื่อมโยงกัน เช่น อาหาร ดอกไม้ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม วันนี้ผลกระทบเริ่มลดลง เพราะกิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมา อาจจะยังไม่เต็มที่โดยเฉพาะภาคการขนส่ง แต่ที่กระทบมากกว่าโควิดในตอนหลังคือวิกฤติทางภูมิรัฐศาสตร์เข้ามาด้วยเช่นความขัดแย้ง รัสเซีย ยูเครน ส่วนเศรษฐกิจไทยจะฟื้นจริงๆ ได้เมื่อไหร่ นั้นขณะนี้ตัวเลขจริงยังไม่ออกมา แต่จริงๆปี 65 คาดว่าเศรษฐกิจไทยโต 3.5% เนื่องจากนักท่องเที่ยวคาดว่าเข้ามามากขึ้น ประมาณ 10 ล้านคน ส่วนปี 66 คาดว่าเศรษฐกิจจะโต 3.8 % ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่เศรษฐกิจโตเร็ว ทั้งนี้ปี 66 คาดนักท่องเที่ยวมาประมาณ 21.5% ล้านคน คาดว่าเป็นคนจีนประมาณ 2 ล้านคนเท่านั้นเอง ดังนั้นถ้าจริงๆ แล้วคนจีนจะมามากมาน้อยไม่ได้กระทบตัวเลขที่คาดการณ์ 21.5 ล้านคน ดังนั้นตัวเลขที่คาดจะโต 3.8% ก็จะยังคงเป็นเช่นนั้นอยู่ และเชื่อว่าระบบสาธารณสุขจะรองรับได้ดี
ทั้งนี้ ยังเชื่อว่าเศรษฐกิจน่าจะไปได้ดี แต่ขอให้ดูสหรัฐอเมริกาเป็นตัวอย่าง เพราะก่อนหน้านี้มีการกระตุ้นเศรษฐกิจมาก ทำให้มีอัตราเงินเฟ้อมาก จนต้องเบรกกะทันหันและเกิดผลกระทบตามมา ดังนั้นวันนี้เมื่อโลกยังมีเชื้อโควิดกลายพันธุ์อยู่ แปลว่าเรายังมีความไม่แน่นอนในวันข้างหน้า ในส่วนของไทยเมื่อมองสถานการณ์ปัจจุบันก็อยากให้มองเรื่องเสถียรภาพทางเศรษฐกิจด้วย อย่าเร่งกระตุ้นอย่างเดียว เพราะก่อนหน้านี้ที่ประเทศสามารถมีเงินกู้เป็นล้านๆ บาท เพื่อจัดทำมาตรการได้ เพราะเรามีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ดีที่มีเสถียรภาพ ดังนั้นเราต้องให้ความสำคัญกับตรงนี้ยหากเกิดวิกฤติในอนาคต เสถียรภาพจะทำให้เรามีตัวช่วยได้ทัน ส่วนในระยาวอยากให้ดูการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับการนำไประเทศไปข้างหน้าโดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่จะประเทศมั่นคงในระยะยาว
สามารถติดตามต่อได้ที่ :
https://www.dailynews.co.th/news/1870895/
เลิกกลัว ผีโควิด จีนเปิดประเทศ ไทยพร้อมรับทัพนักท่องเที่ยว
ดีเดย์วันนี้แล้ว 8 มกราคม 2566 "จีนเปิดประเทศ" ปลดปล่อย "นักท่องเที่ยวจีน" ออกท่องโลกอีกครั้ง หลังถูกกักให้อยู่แต่ในประเทศเพราะการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งกินเวลายาวนานถึง 3 ปี
หนึ่งในหมุดหมายที่ นักท่องเที่ยวจีนจะมุ่งหน้ามา คือ “ประเทศไทย” ไทยแลนด์ของเรา คาดว่านับตั้งแต่ช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีนปลายเดือนมกราคมนี้ จะมีนักท่องเที่ยวจีนจำนวนมากเดินทางเข้าสู่ “ประเทศไทย” กระจายไปตามจังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะที่เป็นเมืองท่องเที่ยวทั้งกรุงเทพ ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่
ที่ จ.เชียงใหม่ ช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา การท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องคึกคักขึ้นอย่างมาก มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในเชียงใหม่ เดินทางไปยังที่ต่างๆ จับจ่ายใช้สอยทำให้เงินสะพัด ขณะที่ธุรกิจบริการต่างๆ ที่เงียบเหงาซึมเซา บางแห่งต้องปิดร้าน ต่างขานรับ เร่งปรับปรุงร้าน เรียกพนักงานกลับเข้าทำงาน
ร้านรถเช่าสั่งรถเพิ่ม หาพนักงานพูดภาษาจีน
นางสาวชญาดา บุญภัสสร เจ้าของร้านมิสเตอร์แมคแคนิคส์ ร้านรถเช่าย่านถนนมูลเมือง ต.ศรีภูมิ อ.เมืองเชียงใหม่ บอกว่า ตอนนี้ได้สั่งเพิ่มจำนวนรถจักรยานยนต์และรถจักรยานให้เพียงพอให้บริการ โดยรถจักรยานยนต์และรถจักรยานเป็นที่ชื่นชอบของกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน ขี่เที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ มากกว่าการใช้รถบริการสาธารณะ นอกจากนี้ ยังเร่งหาพนักงานที่สามารถสื่อสารภาษาจีนได้มาให้บริการ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ต้องลดจำนวนพนักงานจากผลกระทบโควิด
เจ้าของธุรกิจยืนยัน “เสี่ยงแต่คุ้ม”
“หลายปีก่อนหน้าการท่องเที่ยวเชียงใหม่คึกคักมาก แต่ละวันมีนักท่องเที่ยวจีนเช่ารถทุกวัน แต่เมื่อโควิด-19 มาถึง นักท่องเที่ยวจีนกลายเป็น 0 กระทบต่อธุรกิจเป็นอย่างมาก "ส่วนความเสี่ยงที่โควิด-19 จะกลับมาระบาดหนักอีกครั้งจากนักท่องเที่ยวจีน ยอมรับว่ากังวลอยู่บ้าง แต่ประเทศไทยเปิดประเทศมาพักใหญ่ ความกังวลผ่อนคลายไปมากแล้ว การเปิดรับนักท่องเที่ยวจีนจะส่งผลดีมากกว่า เรียกว่าเสี่ยงแต่คุ้ม เพราะท่องเที่ยวซบเซามามากแล้ว วันนี้ถึงเวลาที่จะอยู่ร่วมกับโควิดด้วยความเข้าใจและระมัดระวัง” นางสาวชญาดา กล่าว
ร้านนวด รับ “หมอนวด” กลับเข้าประจำการ
ขณะที่ นางตฤณนวีร์ มุกลีมาศ เจ้าของร้านวันเดอร์ฟูลนวดแผนไทย ย่านถนนลอยเคราะห์ ต.ช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่ บอกเหมือนกันว่า ทางร้านตื่นเต้นที่จะได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง ตอนนี้มีหมอนวดมาลงชื่อกลับเข้ามาทำงานมากขึ้น แต่ก็จะต้องเข้มงวดใหัมากไปพร้อมกัน อยากให้มีการสแกนคัดกรองโรคตั้งแต่สนามบินเพื่อความปลอดภัย ไม่อยากให้เกิดการระบาดใหญ่ในประเทศอีก เพราะกลัวผลกระทบที่ไม่อาจจะคาดคิด
รถสี่ล้อแดง กลับมาจ่ายค่างวด รับรถไปขับ
การท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก ยังส่งผลให้คนขับรถสี่ล้อแดงในจังหวัดเชียงใหม่ ที่เคยนำรถมาคืนสหกรณ์นครลานนาเดินรถ จำกัด เพราะไม่สามารถผ่อนชำระค่างวดได้ตามกำหนด มาขอคืนรถเพื่อออกวิ่งรับส่งผู้โดยสาร นายณัฐวุฒิ โชคทวีพูน ประธานสหกรณ์นครลานนาเดินรถ จำกัด ซึ่งดูแลรถสี่ล้อแดงในจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า คนขับรถสี่ล้อแดงได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเป็นมาก หลังซบเซามานาน 2- 3 ปี จนมาในช่วงปลายปีจนถึงต้นปีนี้ สมาชิกเริ่มทยอยนำเงินมาชำระค่างวด และหนี้สินที่ติดค้างไว้มากขึ้น ซึ่งจากการสอบถามสมาชิกพบว่าส่วนใหญ่มีรายได้เพิ่มขึ้น หากวิ่งวนรับส่งผู้โดยสารในตัวเมือง จะมีรายได้เฉลี่ยวันละประมาณ 1,200 ถึง 1,500 บาท แต่บางรายที่มีนักท่องเที่ยวใช้บริการแบบเหมา จะมีรายได้วันละ 2,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับศักยภาพของคนขับแต่ละคน แต่ภาพรวมถือว่าดีขึ้นกว่าเดิมมาก เพราะ 2 - 3 ปีที่ผ่านมาหลายคนมีรายได้ไม่ถึงวันละ 500 บาท เมื่อหักค่าน้ำมันรถจึงแทบไม่เหลือเงินเลี้ยงดูครอบครัว ล่าสุด ลานจอดรถของสหกรณ์ฯ เหลือรถจอดเพียง 4- 5 คัน เท่านั้น จากช่วงปลายปี 2564 ถึงต้นปี 2565 มีรถที่สมาชิกนำมาจอดทิ้งไว้กว่า 70-80 คัน
เร่งฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ป้องกันตัวเองเต็มที่
ในส่วนของชาวเชียงใหม่ทางจังหวัดจัดแคมเปญ "หนาวนี้ ชาวเชียงใหม่ร่วมใจ ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น" เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรคโควิด-19 ได้รับกระแสตอบรับที่ดี โดยในทุกอำเภอมีผู้เดินทางเข้ารับการฉีดวัคซีนเป็นจำนวนมาก สำหรับในเดือนมกราคม 2566 จังหวัดเชียงใหม่ ยังคงเปิดจุดบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 อย่างต่อเนื่องที่โรงพยาบาลนครพิงค์ โรงพยาบาลแม่และเด็ก โรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่และโรงพยาบาลชุมชนทุกแห่ง เพื่อยกระดับภูมิคุ้มกัน
ภูเก็ต เชื่อคนจีนจะมามากช่วงครึ่งปีหลัง
ที่ จ.ภูเก็ต นายธเนศ ตันติพิริยะกิจ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวของภูเก็ตและอันดามันมีความพร้อมในการรับ นักท่องเที่ยวจีน ที่จะเดินทางเข้ามา เราเฝ้ารอและตื่นเต้นหลังทราบข่าวว่า รัฐบาลจีนอนุญาตให้คนของเขาเดินทางออกมาท่องเที่ยวได้ และผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีประสบการณ์ที่จะรับนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว เพราะในช่วงที่เปิดประเทศใหม่ๆ เรามีปัญหาเรื่องของห้องพัก สถานบริการและรถรับส่งไม่เพียงพอ แต่เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามายังไม่มากทำให้สามารถเตรียมการรองรับได้
เผยโควิดที่พบในจีนคือ BA.5 ไทยมีภูมิคุ้มกันแล้ว
"สายพันธุ์ที่พบในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางไปประเทศต่างๆ พบว่า ยังเป็นสายพันธุ์ BA.5 เป็นสายพันธุ์เดียวกับของไทย ซึ่งเราผ่านการระบาดมาแล้ว และมีภูมิคุ้มกันอยู่แล้ว โอกาสจะติดค่อนข้างน้อยและไม่รุนแรง แต่หากมองในมุมกลับ เขาน่าจะกลัวเรามากกว่า" นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าว
https://www.thairath.co.th/news/local/north/2596578
ติดตามข่าวโควิดกันนะคะ.....
🇹🇭🌹มาลาริน🌹🇹🇭หมอเผยโควิดกลายพันธุ์ไม่น่าห่วง-อย่ากลัวจีนมาไทย/เลิกกลัวผีโควิดไทยพร้อมรับจีน/อนุทินเตรียมรับนทท.จีน
หมอเผยกลางวงเสวนา ปชป. เดินหน้าประเทศ ในวันที่โควิดกลายพันธุ์ไม่น่าห่วง อย่ากลัวจีนเข้าไทย โฆษก ปชป.ขอรัฐเหลียวหลังแก้ปัญหาสื่อสารช้า ทำประชาชนแสวงหาข้อมูลแหล่งอื่น เป็นเหตุรับวัคซีนเข็มกระต้นแค่ 40%
เมื่อวันที่ 8 ม.ค. นพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กล่าวตอนหนึ่งในการเสวนาพิเศษ ฟัง-คิด-ทำ “เดินหน้าประเทศอย่างไร ในวันที่โควิด (ยัง) กลายพันธุ์” จัดโดยพรรคประชาธิปัตย์ ว่า เราต่อสู้กับโควิดมา 4 ปี ทุกคนรู้จักโควิดค่อนข้างดี ล่าสุดเป็นสายพันธุ์โอมิครอนที่รู้ว่าไม่รุนแรงมากนัก ทำให้ความสำคัญในการนับตัวเลขผู้ติดเชื้อ ผู้เสียชีวิตลดลง โดยขณะนี้ทั่วโลกป่วยสะสมประมาณ 660 ล้านคน เสียชีวิตจาก 6 ล้านกว่า ยังอยู่ที่ราวๆ 6 ล้านกว่ารายอยู่ดี สะท้อนว่าโอมิครอนไม่รุนแรง แต่สายพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งไทยก็ติดตามตลอดพร้อมส่งข้อมูลไปยัง GISIAD และองค์การอนามัยโลก ล่าสุดกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์รายงานพบ “XAY.2” ไม่มีอะไรน่ากังวลนัก แต่ตัวที่เด่นในไทยคือ BA.2.75 ส่วนการติดเชื้อตอนนี้ประมาณ 2 พันรายต่อวัน เสียชีวิตประมาณ 50 รายต่อสัปดาห์ ส่วนใหญ่ฉีดวัคซีนไม่ถึงเข็มกระตุ้น
ทั้งนี้ เครื่องมือสำคัญในการจัดการกับโควิดคือวัคซีน ซึ่งประเทศไทยฉีดไปแล้วกว่า 170 ล้านเข็ม เป็นเข็ม 1-2 ประมาณ 80-90% เข็มกระตุ้น 40% เทียบในอาเซียน ไทยเกือบจะอยู่อันดับ 6 ดังนั้นขอให้ประชาชนที่ยังไม่ได้ฉีดเข็มกระตุ้นเกินกว่า 4 เดือน ขอให้มาฉีด อย่าไปรอวัคซีนเวอร์ชั่นใหม่ คาดว่าผู้ผลิตมีการชะลอการพัฒนาเนื่องจากรู้ว่าเชื้อมีการกลายพันธุ์ตลอดและเชื้อไม่รุนแรง ดังนั้นประชาชนไม่ต้องรอ และอย่าเพิ่งลดการ์ด ขอให้สวมหน้ากากเมื่ออยู่ในที่ชุมชน เว้นระยะห่าง ล้างมือ
ผู้ทรงคุณวุฒิกรมควบคุมโรค กล่าวต่อว่า ส่วนข้อกังวลนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทยนั้น ต้องยอมรับว่ามีเรื่องการเมืองโลกเข้ามา เพราะจีนซีโร่โควิดมานาน พอเปิดประเทศทันทีก็มีการให้ข่าวว่าจีนมีการติดเชื้อสูง และมีการกีดกัน บางประเทศสั่งห้ามเข้าเด็ดขาด แต่ในส่วนของไทย โดยกระทรวงสาธารณสุขดูข้อมูลความเสี่ยง พบว่าจีนฉีดวัคซีนเข็ม 1-2 ประมาณ 90% เข็มกระตุ้นก็ดีกว่าไทย ถ้าบอกว่าไม่เชื่อในวัคซีนเชื้อตาย แต่เชื่อวัคซีนที่คิดว่าเป็นวัคซีนเทพ แต่เชื้อที่เจอในจีนคือ BA.5 ซึ่งเคยระบาดในไทยเมื่อปีที่แล้ว อย่างไรก็ดี ก็ต้องดูว่าประเทศเราเตรียมตัวอย่างไร สถานบริการต้องฉีดวัคซีนครบ มีมาตรฐาน SHA+ มีสถานพยาบาลพร้อม สถานที่ตรวจเชื้อพร้อม มีATK แม้แต่ฮอทพิเทลเราก็จะกลับมาพูดกันอีกครั้ง ทั้งนี้ได้ส่งสัญญาณให้ทุกจังหวัดท่องเที่ยวเตรียมการรับมือการเข้ามาของนักท่องเที่ยว สิ่งสำคัญคือความร่วมมือจากประชาชน
ทางด้าน นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า โควิดเป็นโรคระบาดใหญ่ สิ่งที่ปะชาชนต้องการมากที่สุดคือความจริง ดังนั้นภาครัฐต้องสื่อสารเร็ว และสื่อสารที่ตรงกันเป็นหนึ่งเดียว แต่เมื่อรัฐช้าทำให้ประชาชนไปแสวงหาในอินเตอร์เน็ต ซึ่งไม่มั่นใจว่าจะเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง ทั้งนี้ตนเชื่อว่า living with covid เป็นยุทธศาสตร์ที่ดี แต่จะอยู่กับมันอย่างไรก็เป็นเรื่องสำคัญ เพราะเมื่อเหลียวหลังแล้วสิ่งที่เป็นปัญหาต้องได้รับการแก้ไขก่อนถึงจะเดินหน้าต่อไปได้ เพราะตนเชื่อว่าการที่ประชาชนรับวัคซีนเข็มกระตุ้นเพียง 40% ส่วนหนึ่งก็เพราะเสพข้อมูลจากแหล่งอื่นมากเกินไป
ขณะที่ ดร.อรทิชา สว่างฟ้า นักเศรษฐศาสตร์ กล่าวว่าการระบาดแรกๆ คนอยู่บ้าน ภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบคือภาคบริการ เช่น ร้านอาหาร โรงแรม และภาคส่วนที่เชื่อมโยงกัน เช่น อาหาร ดอกไม้ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม วันนี้ผลกระทบเริ่มลดลง เพราะกิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มกลับมา อาจจะยังไม่เต็มที่โดยเฉพาะภาคการขนส่ง แต่ที่กระทบมากกว่าโควิดในตอนหลังคือวิกฤติทางภูมิรัฐศาสตร์เข้ามาด้วยเช่นความขัดแย้ง รัสเซีย ยูเครน ส่วนเศรษฐกิจไทยจะฟื้นจริงๆ ได้เมื่อไหร่ นั้นขณะนี้ตัวเลขจริงยังไม่ออกมา แต่จริงๆปี 65 คาดว่าเศรษฐกิจไทยโต 3.5% เนื่องจากนักท่องเที่ยวคาดว่าเข้ามามากขึ้น ประมาณ 10 ล้านคน ส่วนปี 66 คาดว่าเศรษฐกิจจะโต 3.8 % ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่เศรษฐกิจโตเร็ว ทั้งนี้ปี 66 คาดนักท่องเที่ยวมาประมาณ 21.5% ล้านคน คาดว่าเป็นคนจีนประมาณ 2 ล้านคนเท่านั้นเอง ดังนั้นถ้าจริงๆ แล้วคนจีนจะมามากมาน้อยไม่ได้กระทบตัวเลขที่คาดการณ์ 21.5 ล้านคน ดังนั้นตัวเลขที่คาดจะโต 3.8% ก็จะยังคงเป็นเช่นนั้นอยู่ และเชื่อว่าระบบสาธารณสุขจะรองรับได้ดี
ทั้งนี้ ยังเชื่อว่าเศรษฐกิจน่าจะไปได้ดี แต่ขอให้ดูสหรัฐอเมริกาเป็นตัวอย่าง เพราะก่อนหน้านี้มีการกระตุ้นเศรษฐกิจมาก ทำให้มีอัตราเงินเฟ้อมาก จนต้องเบรกกะทันหันและเกิดผลกระทบตามมา ดังนั้นวันนี้เมื่อโลกยังมีเชื้อโควิดกลายพันธุ์อยู่ แปลว่าเรายังมีความไม่แน่นอนในวันข้างหน้า ในส่วนของไทยเมื่อมองสถานการณ์ปัจจุบันก็อยากให้มองเรื่องเสถียรภาพทางเศรษฐกิจด้วย อย่าเร่งกระตุ้นอย่างเดียว เพราะก่อนหน้านี้ที่ประเทศสามารถมีเงินกู้เป็นล้านๆ บาท เพื่อจัดทำมาตรการได้ เพราะเรามีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ดีที่มีเสถียรภาพ ดังนั้นเราต้องให้ความสำคัญกับตรงนี้ยหากเกิดวิกฤติในอนาคต เสถียรภาพจะทำให้เรามีตัวช่วยได้ทัน ส่วนในระยาวอยากให้ดูการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับการนำไประเทศไปข้างหน้าโดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่จะประเทศมั่นคงในระยะยาว
สามารถติดตามต่อได้ที่ : https://www.dailynews.co.th/news/1870895/
เลิกกลัว ผีโควิด จีนเปิดประเทศ ไทยพร้อมรับทัพนักท่องเที่ยว
ดีเดย์วันนี้แล้ว 8 มกราคม 2566 "จีนเปิดประเทศ" ปลดปล่อย "นักท่องเที่ยวจีน" ออกท่องโลกอีกครั้ง หลังถูกกักให้อยู่แต่ในประเทศเพราะการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งกินเวลายาวนานถึง 3 ปี
หนึ่งในหมุดหมายที่ นักท่องเที่ยวจีนจะมุ่งหน้ามา คือ “ประเทศไทย” ไทยแลนด์ของเรา คาดว่านับตั้งแต่ช่วงวันหยุดเทศกาลตรุษจีนปลายเดือนมกราคมนี้ จะมีนักท่องเที่ยวจีนจำนวนมากเดินทางเข้าสู่ “ประเทศไทย” กระจายไปตามจังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะที่เป็นเมืองท่องเที่ยวทั้งกรุงเทพ ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่
ที่ จ.เชียงใหม่ ช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา การท่องเที่ยวและธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องคึกคักขึ้นอย่างมาก มีนักท่องเที่ยวเข้ามาในเชียงใหม่ เดินทางไปยังที่ต่างๆ จับจ่ายใช้สอยทำให้เงินสะพัด ขณะที่ธุรกิจบริการต่างๆ ที่เงียบเหงาซึมเซา บางแห่งต้องปิดร้าน ต่างขานรับ เร่งปรับปรุงร้าน เรียกพนักงานกลับเข้าทำงาน
ร้านรถเช่าสั่งรถเพิ่ม หาพนักงานพูดภาษาจีน
นางสาวชญาดา บุญภัสสร เจ้าของร้านมิสเตอร์แมคแคนิคส์ ร้านรถเช่าย่านถนนมูลเมือง ต.ศรีภูมิ อ.เมืองเชียงใหม่ บอกว่า ตอนนี้ได้สั่งเพิ่มจำนวนรถจักรยานยนต์และรถจักรยานให้เพียงพอให้บริการ โดยรถจักรยานยนต์และรถจักรยานเป็นที่ชื่นชอบของกลุ่มนักท่องเที่ยวจีน ขี่เที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ มากกว่าการใช้รถบริการสาธารณะ นอกจากนี้ ยังเร่งหาพนักงานที่สามารถสื่อสารภาษาจีนได้มาให้บริการ หลังจากที่ก่อนหน้านี้ต้องลดจำนวนพนักงานจากผลกระทบโควิด
เจ้าของธุรกิจยืนยัน “เสี่ยงแต่คุ้ม”
“หลายปีก่อนหน้าการท่องเที่ยวเชียงใหม่คึกคักมาก แต่ละวันมีนักท่องเที่ยวจีนเช่ารถทุกวัน แต่เมื่อโควิด-19 มาถึง นักท่องเที่ยวจีนกลายเป็น 0 กระทบต่อธุรกิจเป็นอย่างมาก "ส่วนความเสี่ยงที่โควิด-19 จะกลับมาระบาดหนักอีกครั้งจากนักท่องเที่ยวจีน ยอมรับว่ากังวลอยู่บ้าง แต่ประเทศไทยเปิดประเทศมาพักใหญ่ ความกังวลผ่อนคลายไปมากแล้ว การเปิดรับนักท่องเที่ยวจีนจะส่งผลดีมากกว่า เรียกว่าเสี่ยงแต่คุ้ม เพราะท่องเที่ยวซบเซามามากแล้ว วันนี้ถึงเวลาที่จะอยู่ร่วมกับโควิดด้วยความเข้าใจและระมัดระวัง” นางสาวชญาดา กล่าว
ร้านนวด รับ “หมอนวด” กลับเข้าประจำการ
ขณะที่ นางตฤณนวีร์ มุกลีมาศ เจ้าของร้านวันเดอร์ฟูลนวดแผนไทย ย่านถนนลอยเคราะห์ ต.ช้างคลาน อ.เมืองเชียงใหม่ บอกเหมือนกันว่า ทางร้านตื่นเต้นที่จะได้ต้อนรับนักท่องเที่ยวอีกครั้ง ตอนนี้มีหมอนวดมาลงชื่อกลับเข้ามาทำงานมากขึ้น แต่ก็จะต้องเข้มงวดใหัมากไปพร้อมกัน อยากให้มีการสแกนคัดกรองโรคตั้งแต่สนามบินเพื่อความปลอดภัย ไม่อยากให้เกิดการระบาดใหญ่ในประเทศอีก เพราะกลัวผลกระทบที่ไม่อาจจะคาดคิด
รถสี่ล้อแดง กลับมาจ่ายค่างวด รับรถไปขับ
การท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก ยังส่งผลให้คนขับรถสี่ล้อแดงในจังหวัดเชียงใหม่ ที่เคยนำรถมาคืนสหกรณ์นครลานนาเดินรถ จำกัด เพราะไม่สามารถผ่อนชำระค่างวดได้ตามกำหนด มาขอคืนรถเพื่อออกวิ่งรับส่งผู้โดยสาร นายณัฐวุฒิ โชคทวีพูน ประธานสหกรณ์นครลานนาเดินรถ จำกัด ซึ่งดูแลรถสี่ล้อแดงในจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า คนขับรถสี่ล้อแดงได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเป็นมาก หลังซบเซามานาน 2- 3 ปี จนมาในช่วงปลายปีจนถึงต้นปีนี้ สมาชิกเริ่มทยอยนำเงินมาชำระค่างวด และหนี้สินที่ติดค้างไว้มากขึ้น ซึ่งจากการสอบถามสมาชิกพบว่าส่วนใหญ่มีรายได้เพิ่มขึ้น หากวิ่งวนรับส่งผู้โดยสารในตัวเมือง จะมีรายได้เฉลี่ยวันละประมาณ 1,200 ถึง 1,500 บาท แต่บางรายที่มีนักท่องเที่ยวใช้บริการแบบเหมา จะมีรายได้วันละ 2,000 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับศักยภาพของคนขับแต่ละคน แต่ภาพรวมถือว่าดีขึ้นกว่าเดิมมาก เพราะ 2 - 3 ปีที่ผ่านมาหลายคนมีรายได้ไม่ถึงวันละ 500 บาท เมื่อหักค่าน้ำมันรถจึงแทบไม่เหลือเงินเลี้ยงดูครอบครัว ล่าสุด ลานจอดรถของสหกรณ์ฯ เหลือรถจอดเพียง 4- 5 คัน เท่านั้น จากช่วงปลายปี 2564 ถึงต้นปี 2565 มีรถที่สมาชิกนำมาจอดทิ้งไว้กว่า 70-80 คัน
เร่งฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น ป้องกันตัวเองเต็มที่
ในส่วนของชาวเชียงใหม่ทางจังหวัดจัดแคมเปญ "หนาวนี้ ชาวเชียงใหม่ร่วมใจ ฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้น" เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันโรคโควิด-19 ได้รับกระแสตอบรับที่ดี โดยในทุกอำเภอมีผู้เดินทางเข้ารับการฉีดวัคซีนเป็นจำนวนมาก สำหรับในเดือนมกราคม 2566 จังหวัดเชียงใหม่ ยังคงเปิดจุดบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 อย่างต่อเนื่องที่โรงพยาบาลนครพิงค์ โรงพยาบาลแม่และเด็ก โรงพยาบาลประสาทเชียงใหม่และโรงพยาบาลชุมชนทุกแห่ง เพื่อยกระดับภูมิคุ้มกัน
ภูเก็ต เชื่อคนจีนจะมามากช่วงครึ่งปีหลัง
ที่ จ.ภูเก็ต นายธเนศ ตันติพิริยะกิจ นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวของภูเก็ตและอันดามันมีความพร้อมในการรับ นักท่องเที่ยวจีน ที่จะเดินทางเข้ามา เราเฝ้ารอและตื่นเต้นหลังทราบข่าวว่า รัฐบาลจีนอนุญาตให้คนของเขาเดินทางออกมาท่องเที่ยวได้ และผู้ประกอบการส่วนใหญ่มีประสบการณ์ที่จะรับนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว เพราะในช่วงที่เปิดประเทศใหม่ๆ เรามีปัญหาเรื่องของห้องพัก สถานบริการและรถรับส่งไม่เพียงพอ แต่เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่เข้ามายังไม่มากทำให้สามารถเตรียมการรองรับได้
เผยโควิดที่พบในจีนคือ BA.5 ไทยมีภูมิคุ้มกันแล้ว
"สายพันธุ์ที่พบในกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางไปประเทศต่างๆ พบว่า ยังเป็นสายพันธุ์ BA.5 เป็นสายพันธุ์เดียวกับของไทย ซึ่งเราผ่านการระบาดมาแล้ว และมีภูมิคุ้มกันอยู่แล้ว โอกาสจะติดค่อนข้างน้อยและไม่รุนแรง แต่หากมองในมุมกลับ เขาน่าจะกลัวเรามากกว่า" นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าว
https://www.thairath.co.th/news/local/north/2596578
ติดตามข่าวโควิดกันนะคะ.....