สวัสดีค่ะ นี่ก็เป็นกระทู้แรกผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
มีวันหยุดแต่ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี เลยตัดสินใจกับเพื่อนว่าหาที่เที่ยวไม่ไกลจากมหาลัยมากแล้วก็ไม่เสียค่าใช้จ่ายมาก
จึงได้เกิดทริปออกมาโดยไม่ได้ตั้งตัว ซึ่งที่ที่เราเลือกไปในครั้งนี้ก็คือ นั่งรถรางชมเมืองพิษณุโลกนั่งเอง
ก่อนอื่นเลยก็ต้องแนะนำกันก่อนว่ารถรางชมเมืองนั้นคืออะไร มีประวัติความเป็นมาอย่างไร
รถท่องเที่ยวชมเมืองนั้นได้พัฒนาดัดแปลงมาจากรถรางในอดีตที่ให้บริการประชาชนในกรุงเทพมหานคร แต่เมื่อสังคม เศรษฐกิจที่เปลี่ยนไปนั้นรถรางที่เคยอยู่ในระบบขนส่งโดยสารได้ถูกยกเลิกไปในปี พ.ศ.2511 ดังนั้นนายกล้าณรงค์ ภักดิ์ประไพ ได้เล็งเห็นถึงเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของจังหวัดพิษณุโลกในช่วงปี พ.ศ. 2546 บวกกับนโยบายบูรณาการของภาครัฐ (ททท.) ทำให้รถรางเมื่อครั้งเคยเป็นยานพาหนะขนส่งในอดีตกลับมาเปลี่ยนแปลงสถานะของรถท่องเที่ยวของจังหวัดพิษณุโลก
รูปแบบบริการรถท่องเที่ยวแบ่งออกเป็น รอบปกติ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที จุดบริการอยู่ในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร พาเข้าชมบรรยากาศความเจริญวิถีชีวิตความเป็นอยู่ชาวเมืองสองแคว สภาพอาคารบ้านเรือน ผังเมือง ถนนหนทางที่มีชื่อกษัตริย์,ราชวงค์,ชื่อบุคคล,สิ่งสำคัญในประวัติศาสตร์ บริเวณดูตัวแม่ทัพเจ้าพระยาจักรี พิพิธภัณฑ์ชาวแพ + สวนชมน่านเฉลิมพระเกียรติ สะพานนเรศวร (หัวรถจักรไอน้ำโบราณที่วงเวียนสถานีรถไฟ หอนาฬิกาสะพานนเรศวร,สะพานเอกาทศรถ บริเวณประหารชีวิตนักโทษในอดีตหรือที่เรียกกันว่า“ตะแลงแกง” คูเมือง ป้อมประตูเมือง ร.ร. จ่าการบุญ,จ่านกร้อง บริเวณพื้นที่ “อุทยานประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์” ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ก่อนอื่นเลย กองทัพต้องเดินด้วยท้อง เราเลยเริ่มต้นทริปด้วยการแวะร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขาริมน่านกันก่อน ร้านก๋วยเตี๋ยวห้อยขาริมน่านร้านนี้นั้นได้เปิดให้ริการมาเป็นเวลานาน รับประกันความอร่อยได้จากการมีคนดังหรือคนสำคัญหลายคนที่มารับประทานอาหารที่ร้านนี้ บรรยากาศโดยรอบของร้านมีการประดับตกแต่งร้านด้วยต้นไม้รอบร้านทำให้ร้านดูร่มรื่นน่านั่ง ในร้านมีพื้นที่สำหรับรับประทานอาหารทั้งแบบห้อยขาและไม่ห้อยขา ทางร้านมีทั้งเมนูก๋วยเตี๋ยว เครื่องดื่ม ของว่าง และขนมให้เลือกรับประทาน
ร้านแต่งด้วยต้นไม้ และน้ำตกจำลองทำให้ร่มรื่นเย็นสบาย
ร้านบรรยากาศน่านั่ง อาหารก็อร่อย
เมื่อได้รับประทานอาหารอร่อยๆจนอิ่มท้องแล้วก็มีแรงที่จะออกเดินทางต่อแล้วค่ะ
หลังจากรับประทานอาหารก็เดินจากร้านไปที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือที่คนพิษณุโลกเรียกกันว่าวันใหญ่ค่ะ
จากร้านไปวัดใหญ่ก็สามารถเดินเท้าได้เลยค่ะ เพราะว่าใกล้กันมาก เดินเลาะกำแพงรั้ววัดนิดเดียวก็ถึงแล้ว
พอเข้ามาในวัดก็จะเจอจุดขึ้นรถรางเลยค่ะ แต่ก่อนที่เราจะไปนั่งรถรางชมเมือง เราก็ต้องเข้ามาไหว้สักการะพระพุทธชินราช
พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของจังหวัดพิษณุโลกก่อนค่ะ ซึ่งวันที่เราไปมานะคะ นักท่องเที่ยวก็มีเยอะพอสมควรเลยค่ะ
ทั้งชาวไทยชาวต่างชาติก็ต่างมาไหว้พระพุทธชินราช นี่เป็นอีกหนึ่งสิ่งเลยนะคะที่มาเที่ยวจังหวัดพิษณุโลกแล้วต้องห้ามพลาด
ไหว้พระพุทธรูปก่อนเข้าไปในวิหาร ตรงนี้จะมีบริการดอกไม้ธูปเทียนและแผ่นทอง จ่ายตามกำลังศรัทธาค่ะ
หน้าวิหารคนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ เนื่องจากเป็นเวลาเที่ยงตรง คนส่วนมากเลยไปหาร้านนั่งรับประทานอาหาร
แต่ถึงแม้ว่าแดดจะร้อนยังไงทางเราก็ไม่หวั่นค่ะ
จากที่อากาศร้อนๆข้างนอกนะคะ พอเข้ามาแล้วรู้สึกว่าอากาศเย็นสบายมากๆเลยค่ะ มีคนที่เข้ามากราบพระพุทธชินราชเยอะมากๆ ทั้งเด็กเล็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่วัยทำงาน หรือแม้แต่ผู้สูงอายุ ก็มากันเต็มไปหมดเลยค่ะ ด้านในวิหารจะมีทั้งการกราบไหว้พระพุทธชินราช การถวายสังฆทาน เสี่ยงเซียมซี เรียกได้ว่าเกือบครบวงจรการทำบุญเลยค่ะ ระหว่างทางเข้าก็มีตู้บริจาคเงินอยู่นะคะ บริจาคเพื่อค่าไฟของวัด บริจาคให้เด็กด้อยโอกาส เราก็สามารถทำได้ตามกำลังศรัทธาเลยค่ะ
และแน่นอนว่าหลังจากกราบพระพุทธชินราชไปแล้ว สิ่งที่เราจะพลาดไม่ได้เลยกับการไปวัดทำบุญในทุกๆครั้ง นั่นก็คือเสี่ยงเซียมซีค่ะ
วิธีเสี่ยงเซียมซีอย่างง่าย
1.จับกระบอกเซียมซีให้มั่นคงไม่หลวมหรือแน่นเกินไป ทำมุมกับพื้น65องศา
2.เริ่มเขย่าด้วยแรงที่คงที่ ไม่เบาหรือแรงจนเกินไป อาจทำให้ไม้เซียมซีกรฉอกออกมาได้
3.เก็บไม้เซียมซีที่หล่นออกมา ดูหมายเลข และไปหยิบใบเซียมซีที่ตู้บริการ
เมื่อเข้าใจวิธีการเสี่ยงเซียมซีแล้วก็เริ่มเขย่าได้ค่ะ!
ก่อนออกจากวิหารก็ทำบุญกันอีกสักหน่อย
หลังจากที่ทำบุญไหว้พระกันเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงคิวของพระเอกในวันนี้สักที
พอออกมาจากวิหาร เดินตรงมาเรื่อยๆก็จะเจอจุดบริการรถรางเลยค่ะ หาง่ายมากๆ
และนี่คือรถรางที่เราจะนั่งชมเมืองในครั้งนี้ค่ะ
ในส่วนของค่าบริการการนั่งรถรางชมเมือง ผู้ใหญ่ 40 บาท เด็ก 20 บาทเท่านั้นค่ะ
รถรางเริ่มออกจากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ แล้วที่แรกที่ไปคือสวนชมน่านค่ะ
ในช่วงนี้ไกด์นำเที่ยวจะอธิบายเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของชาวแพที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำน่าน
จากนั้นรถรางก็เดินทางไปที่จุดหมายถัดไปก็คือสถานีรถไฟ และหอนาฬิกาค่ะ
นี่คือหัวรถไฟไอน้ำค่ะ
มีจุดบริการรถตุ๊กตุ๊กด้วยค่ะ
หอนาฬิกาค่ะ ไกด์เล่าว่าเคยมีข่าวว่านาฬิกาโดนขโมย แต่จริงๆแล้วทางจังหวัดได้นำลงมาซ่อมแซม
บริเวณหอนาฬิกานี่นะคะ เรียกได้ว่าเป็นย่านของกินเลยก็ว่าได้ค่ะ ตอนกลางคืนจะมีพ่อค้าแม่ค้าออกมาขายอาหาร ทั้งอาหารคคาวอาหารหวานเลยค่ะ แต่ที่เด็ดเลยนะคะคือผัดไทยค่ะ อร่อยมากๆ แล้วก็แถวนั้นจะมีร้านทับทิมกรอบสามหนุ่มค่ะ อร่อยมากๆเลย
สถานที่ต่อมาคือพระบรมราชานุสาวรีย์เจ้าพระยาจักรี ขับต่อไปถึงสะพานเอกาทศรถ ตะแลงแกง คูเมือง โรงเรียนจ่านกร้อง และศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก
พระบรมราชานุสาวรีย์เจ้าพระยาจักรี
สถานที่ต่อมาก็คือ วัดวิหารทองและพระราชวังจันทร์ค่ะ
ซึ่งวัดวิหารทองนะคะ จะอยู่ในเขตพระราชวังจันทร์เลยค่ะ
หลังจากออกมาจากพระราชวังจันทร์ ก็ไปต่อที่ศาลหลักเมืองและวนเข้าวันพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร เป็นอันสิ้นสุดทริปนั่งรถรางชมเมืองพิษณุโลกค่ะ
ในการนั่งรถรางชมเมืองในครั้งนี้นะคะ ทำให้ได้รู้จักความเป็นมาของจังหวัดพิษณุโลก และได้รู้จักสถานที่ในพิษณุโลกเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากเลยค่ะ ถึงแม้ว่าตอนที่ไปจะมีอากาศอบอ้าวและแสงแดดที่แผดเผาพร้อมให้เราเป็นมะเร็งมากแต่ก็สนุกมากเลยค่ะ ถ้าใครสนใจนั่งรถราชชมเมืองก็สามารถติดต่อได้ที่ 055-287774,081-6801201 เลยนะคะ โดยรถรางจะเปิดให้บริการเวลา 9:00 - 15:00 นาฬิกาค่ะ
[CR] รถรางวันเดียวเที่ยวพิดโลก
รูปแบบบริการรถท่องเที่ยวแบ่งออกเป็น รอบปกติ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที จุดบริการอยู่ในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร พาเข้าชมบรรยากาศความเจริญวิถีชีวิตความเป็นอยู่ชาวเมืองสองแคว สภาพอาคารบ้านเรือน ผังเมือง ถนนหนทางที่มีชื่อกษัตริย์,ราชวงค์,ชื่อบุคคล,สิ่งสำคัญในประวัติศาสตร์ บริเวณดูตัวแม่ทัพเจ้าพระยาจักรี พิพิธภัณฑ์ชาวแพ + สวนชมน่านเฉลิมพระเกียรติ สะพานนเรศวร (หัวรถจักรไอน้ำโบราณที่วงเวียนสถานีรถไฟ หอนาฬิกาสะพานนเรศวร,สะพานเอกาทศรถ บริเวณประหารชีวิตนักโทษในอดีตหรือที่เรียกกันว่า“ตะแลงแกง” คูเมือง ป้อมประตูเมือง ร.ร. จ่าการบุญ,จ่านกร้อง บริเวณพื้นที่ “อุทยานประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์” ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช