รักวุ่นวายยายซุ่มซ่าม
โดย...ล. วิลิศมาหรา
ตอนที่ 1
มันคือพรหมลิขิต
วันนี้เป็นวันศุกร์ที่สุดตื่นเต้นสำหรับช่อชบา เลขานุการิณีใหม่เอี่ยมถอดด้ามของบริษัทกามเทพ แซนนิเตชั่น แอนด์ ซีสเต็ม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเดียวกันกับบริษัทกามเทพคอนสตรัคชั่น บริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของเมืองกรุง เพราะพรุ่งนี้มันคือวันเสาร์ และที่สำคัญ มันยังเป็นวันเสาร์ที่ตรงกับวันวาเลนไทน์ วันสำคัญที่สุดวันหนึ่งของสาวโสดวัยเลยทีนเอจอย่างเธอ ช่อชบากำลังเฝ้ารอเสียงโทรศัพท์นัดกินข้าว พร้อมรับดอกกุหลาบสีแดงจากชายคนรัก
หญิงสาวผิวขาวอมชมพูตัดผมทรงบ๊อบสั้นเคลียไหล่และไว้หน้าม้าเหนือคิ้ว หน้าตาจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโตสุกใส แก้มป่องนวลเป็นยองใย ริมฝีปากบาง ๆ เคลือบสีกุหลาบห่อเป็นรูปตัวโอ บางครั้งก็คลี่ยิ้มดีใจ ขณะใช้นิ้วเรียวเด็ดกลีบกุหลาบสีแดงสดในมือออกจากดอกทีละกลีบ
“รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก รัก...ว้า ไม่รัก...”
เมื่อเด็ดมาถึงกลีบสุดท้าย ริมฝีปากบางก็พึมพำออกมาอย่างเสียดาย
“ตาย ๆ ๆ ๆ ๆ กี่ดอก ๆ ก็ออกมาเป็นไม่รัก”
สาวน่ารักขว้างก้านดอกกุหลาบทิ้งลงถังขยะที่ซ่อนอยู่ใต้เคาน์เตอร์โต๊ะทำงาน ขณะจะเอื้อมมือไปคว้าเอาดอกใหม่มาอีกดอก ก็พอดีได้ยินเสียงแหลมสูงแสบแก้วหูดังขึ้น
“นังหนูหิ่น แกเด็ดดอกกุหลาบทิ้งจนจะหมดแจกันอยู่แล้วนะ ยังไม่พออีกเหรอ”
ช่อชบาเงยหน้าขึ้นมองก็พบสาวร่างเล็กผอมบาง ไว้ผมซอยสั้นกุดเหมือนทอมบอย สวมแว่นสายตาสั้นหนาเตอะยืนเท้าสะเอวจ้องมองดูเธออยู่หน้าเคาน์เตอร์
“ฮื้อ... อย่ายุ่งน่า ชั้นกำลังเสี่ยงทายดวงความรัก นี่เพราะแกทักเชียว เลยไปออกที่ไม่รัก”
เลขานุการสาวบ่นงึมงำใส่เนตรนภิส เพื่อนสนิทร่วมมหาวิทยาลัย ที่มีศักดิ์เป็นเจ้านายของเธออีกด้วย เพราะสาวสายตาสั้นคนนี้เป็นลูกสาวเจ้าของบริษัทแห่งนี้และยังอยู่ในตำแหน่งผู้จัดการบริษัท ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ช่อชบาได้เข้ามาทำงานเป็นเลขานุการที่นี่
“ต๊าย..กล้าพูดนะยะหล่อน”
เนตรนภิสทำเสียงสูงขึ้นไปอีก เดินเข้ามาเอานิ้วชี้จิ้มไปที่หน้าผากโหนกนูน ที่มีผมหน้าม้าสั้นเต่อคลุมอยู่ของเพื่อนสาว
“แต่ชั้นว่าเป็นเพราะไอ้ผมม้าทรงหนูหิ่นของแกนี่มากกว่า ดูทำเข้า แก่จนป่านนี้แล้วยังไว้ผมหน้าม้าสั้นเต่อเหนือคิ้วขึ้นไปเป็นคืบอยู่อีก ตัดเองสิท่า ขี้เหนียวแท้ ๆ ”
ช่อชบานิ่วหน้า ทำปากยื่นใส่เพื่อนรัก เอามือคลำผมหน้าม้าตัวเองป้อย ๆ
“เปล่าขี้เหนียว แต่ฉันกลัวร้านตัดให้ไม่ถูกใจ”
“แล้วแกตัดเองดีกว่าร้านตรงไหน ตัดกี่ทีๆ เต่อตลอด จะสามสิบแล้วนะแก”
เนตรนภิสส่ายหน้า มองเพื่อนยิ้ม ๆ ก่อนเปลี่ยนเรื่องพูด
“อีกเดี๋ยวจะมีผู้ช่วยฉันเข้ามาทำงานที่นี่นะ เขาชื่อเขมชาติ เป็นเพื่อนพี่ชายฉันเอง รอต้อนรับแล้วช่วยดูแลเอาใจเขาเป็นพิเศษด้วยล่ะ พี่เขมอุตส่าห์มาช่วยงานฉันแน่ะ ห้องทำงานของเขาอยู่ติดกับห้องฉันตรงนั้นนะ ฉันจะออกไปธุระข้างนอก”
ออกคำสั่งแล้วชี้ให้ดูห้องทำงานของผู้ช่วยคนใหม่ ผู้จัดการสาวหันหลังกลับไปที่ห้องทำงาน หยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพาย ก่อนเดินออกมาเพื่อไปขึ้นรถที่จอดรออยู่ข้างนอก ช่อชบาพยักหน้า ยิ้มกว้างให้ผู้เป็นทั้งเพื่อนรักและเจ้านายสาว ก่อนพูดไล่ตามหลังไป
“ค่ะบอส จะไม่ทำให้บอสผิดหวังเลยค่ะ”
เมื่อเพื่อนรักและนายสาวลับตาไปแล้ว ช่อชบาก็ลงมือเก็บกลีบดอกกุหลาบที่วางทิ้งไว้เกลื่อนเคาน์เตอร์ขึ้นมาทีละกลีบ คิดจะเอาไปวางทับไว้ในสมุดบันทึกส่วนตัวเหมือนสมัยยังเป็นวัยรุ่น เพื่อให้กลีบมันแห้ง จะได้เก็บเอาไว้เป็นของที่ระลึกในวันวาเลนไทน์
เธอทำอย่างนี้กับดอกกุหลาบวาเลนไทน์ที่ได้รับเป็นประจำทุกปีเรื่อยมา ซึ่งในแต่ละปี ช่อชบาเฝ้ารอคอยดอกกุหลาบสีแดงจากผู้ชายเพียงคนเดียวเท่านั้น...พี่อนุชา
ช่อชบานึกถึงชายหนุ่มรุ่นพี่ผู้ปอบปูล่า อนุชาแก่กว่าเธอหนึ่งปี ชายหนุ่มเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลของโรงเรียนมัธยมศึกษาประจำจังหวัดบ้านเกิดของช่อชบา เขาเรียนเก่งและยังเป็นนักร้องของวงดนตรีในโรงเรียนอีกด้วย เธอแอบหลงรักเขาตั้งแต่ยังเรียนชั้นมัธยมจนกระทั่งเข้ามหาวิทยาลัย
หลังจากเรียนจบจนออกมาทำงาน ช่อชบาก็ยังคบหาติดต่อกับพี่อนุชาอยู่เรื่อย ๆ ปัจจุบันรุ่นพี่สุดที่รักของเธอคนนี้ทำงานเป็นวิศวกรคุมโครงการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทใหญ่บริษัทหนึ่ง เขาสนิทกับเธอในขณะที่ก็สนิทกับสาว ๆ อีกหลายคนด้วย หญิงสาวเฝ้ารอให้พี่อนุชาบอกรักและขอเธอแต่งงาน
“รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก รัก...ว้า ไม่รักอีกแล้ว
หญิงสาวผมม้าทำปากจู๋ ขมวดคิ้วมุ่นอย่างขัดใจเมื่ออุตส่าห์ขยุ้มเก็บกลีบกุหลาบที่กองอยู่ขึ้นมาแล้ว กลีบสุดท้ายก็ยังมาหมดตรง “ไม่รัก...” อยู่อีก
มัวแต่ขุ่นเคืองพอได้ยินเสียงผลักประตูกระจกเข้ามาเธอจึงสะดุ้ง หันไปมองตามเสียง
ที่หน้าประตูปรากฏร่างสูงสง่าของชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาเข้มกับผูกเนกไทสีฟ้าอ่อน ชายหนุ่มหน้าตาเหมือนพวกลูกครึ่งฝรั่ง-เอเชียคนนี้มีผมหยักศกเลื้อยปรกต้นคอ เปิดหน้าผากกว้างเผยใบหน้าคมสัน เห็นเคราเขียวราง ๆ คิ้วหนาเข้มเรียวยาว จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากค่อนข้างหนามีรอยหยักเหนือริมฝีปากบน ดวงตาคมกริบสีสนิมเหล็กแสดงถึงความเฉลียวฉลาด ซึ่งขณะนี้มองมาที่เธอ ก่อนสาวเท้ายาว ๆ ตรงมาหา
“ว้าว เทพบุตรกรีก”
ช่อชบาอุทานตะลึงมองตาค้าง จนเมื่อหนุ่มหล่อเดินมาหยุดอยู่หน้าเคาน์เตอร์ เลขาสาวจึงรู้สึกตัว รีบยิ้มหวานต้อนรับ “สวัสดีค่ะ ดิฉันเป็น...”
“สวัสดีคุณเลขา ผมชื่อเขมชาติ มาทำงานที่นี่ในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการ ไม่ทราบว่าห้องทำงานของผมอยู่ที่ไหน”
หญิงสาวยิ้มค้างเพราะพูดทักทายอย่างยิ้มแย้มยังไม่ทันจบดี เสียงทุ้มเข้มหนัก ๆ ส่อแววดุก็ดังสอดขึ้น ทำให้ช่อชบาต้องกลืนถ้อยคำที่กำลังจะพูดทั้งหมดลงคอไป ก่อนหุบยิ้มลง ผายมือไปยังห้องทำงานข้าง ๆ ทางขวา ที่อยู่ติดกับห้องทำงานของเนตรนภิส
“เชิญทางนี้ค่ะ ดิฉันจะพาคุณไป”
หนุ่มหล่อเสียงดุค้อมศีรษะลงน้อย ๆ ตาคมชำเลืองดูหน้าม้าสั้นเต่อของหญิงสาวแวบหนึ่ง ช่อชบาเห็นแววขบขันในนั้น ก็ปรี๊ดขึ้น
“อีตาบ้า..คนอะไรไม่มีมารยาท!!!”
(มีต่อ)
รักวุ่นวายยายซุ่มซ่าม..รีไร้ท์
โดย...ล. วิลิศมาหรา
ตอนที่ 1
มันคือพรหมลิขิต
วันนี้เป็นวันศุกร์ที่สุดตื่นเต้นสำหรับช่อชบา เลขานุการิณีใหม่เอี่ยมถอดด้ามของบริษัทกามเทพ แซนนิเตชั่น แอนด์ ซีสเต็ม จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือเดียวกันกับบริษัทกามเทพคอนสตรัคชั่น บริษัทรับเหมาก่อสร้างรายใหญ่ของเมืองกรุง เพราะพรุ่งนี้มันคือวันเสาร์ และที่สำคัญ มันยังเป็นวันเสาร์ที่ตรงกับวันวาเลนไทน์ วันสำคัญที่สุดวันหนึ่งของสาวโสดวัยเลยทีนเอจอย่างเธอ ช่อชบากำลังเฝ้ารอเสียงโทรศัพท์นัดกินข้าว พร้อมรับดอกกุหลาบสีแดงจากชายคนรัก
หญิงสาวผิวขาวอมชมพูตัดผมทรงบ๊อบสั้นเคลียไหล่และไว้หน้าม้าเหนือคิ้ว หน้าตาจิ้มลิ้ม ดวงตากลมโตสุกใส แก้มป่องนวลเป็นยองใย ริมฝีปากบาง ๆ เคลือบสีกุหลาบห่อเป็นรูปตัวโอ บางครั้งก็คลี่ยิ้มดีใจ ขณะใช้นิ้วเรียวเด็ดกลีบกุหลาบสีแดงสดในมือออกจากดอกทีละกลีบ
“รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก รัก...ว้า ไม่รัก...”
เมื่อเด็ดมาถึงกลีบสุดท้าย ริมฝีปากบางก็พึมพำออกมาอย่างเสียดาย
“ตาย ๆ ๆ ๆ ๆ กี่ดอก ๆ ก็ออกมาเป็นไม่รัก”
สาวน่ารักขว้างก้านดอกกุหลาบทิ้งลงถังขยะที่ซ่อนอยู่ใต้เคาน์เตอร์โต๊ะทำงาน ขณะจะเอื้อมมือไปคว้าเอาดอกใหม่มาอีกดอก ก็พอดีได้ยินเสียงแหลมสูงแสบแก้วหูดังขึ้น
“นังหนูหิ่น แกเด็ดดอกกุหลาบทิ้งจนจะหมดแจกันอยู่แล้วนะ ยังไม่พออีกเหรอ”
ช่อชบาเงยหน้าขึ้นมองก็พบสาวร่างเล็กผอมบาง ไว้ผมซอยสั้นกุดเหมือนทอมบอย สวมแว่นสายตาสั้นหนาเตอะยืนเท้าสะเอวจ้องมองดูเธออยู่หน้าเคาน์เตอร์
“ฮื้อ... อย่ายุ่งน่า ชั้นกำลังเสี่ยงทายดวงความรัก นี่เพราะแกทักเชียว เลยไปออกที่ไม่รัก”
เลขานุการสาวบ่นงึมงำใส่เนตรนภิส เพื่อนสนิทร่วมมหาวิทยาลัย ที่มีศักดิ์เป็นเจ้านายของเธออีกด้วย เพราะสาวสายตาสั้นคนนี้เป็นลูกสาวเจ้าของบริษัทแห่งนี้และยังอยู่ในตำแหน่งผู้จัดการบริษัท ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ช่อชบาได้เข้ามาทำงานเป็นเลขานุการที่นี่
“ต๊าย..กล้าพูดนะยะหล่อน”
เนตรนภิสทำเสียงสูงขึ้นไปอีก เดินเข้ามาเอานิ้วชี้จิ้มไปที่หน้าผากโหนกนูน ที่มีผมหน้าม้าสั้นเต่อคลุมอยู่ของเพื่อนสาว
“แต่ชั้นว่าเป็นเพราะไอ้ผมม้าทรงหนูหิ่นของแกนี่มากกว่า ดูทำเข้า แก่จนป่านนี้แล้วยังไว้ผมหน้าม้าสั้นเต่อเหนือคิ้วขึ้นไปเป็นคืบอยู่อีก ตัดเองสิท่า ขี้เหนียวแท้ ๆ ”
ช่อชบานิ่วหน้า ทำปากยื่นใส่เพื่อนรัก เอามือคลำผมหน้าม้าตัวเองป้อย ๆ
“เปล่าขี้เหนียว แต่ฉันกลัวร้านตัดให้ไม่ถูกใจ”
“แล้วแกตัดเองดีกว่าร้านตรงไหน ตัดกี่ทีๆ เต่อตลอด จะสามสิบแล้วนะแก”
เนตรนภิสส่ายหน้า มองเพื่อนยิ้ม ๆ ก่อนเปลี่ยนเรื่องพูด
“อีกเดี๋ยวจะมีผู้ช่วยฉันเข้ามาทำงานที่นี่นะ เขาชื่อเขมชาติ เป็นเพื่อนพี่ชายฉันเอง รอต้อนรับแล้วช่วยดูแลเอาใจเขาเป็นพิเศษด้วยล่ะ พี่เขมอุตส่าห์มาช่วยงานฉันแน่ะ ห้องทำงานของเขาอยู่ติดกับห้องฉันตรงนั้นนะ ฉันจะออกไปธุระข้างนอก”
ออกคำสั่งแล้วชี้ให้ดูห้องทำงานของผู้ช่วยคนใหม่ ผู้จัดการสาวหันหลังกลับไปที่ห้องทำงาน หยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพาย ก่อนเดินออกมาเพื่อไปขึ้นรถที่จอดรออยู่ข้างนอก ช่อชบาพยักหน้า ยิ้มกว้างให้ผู้เป็นทั้งเพื่อนรักและเจ้านายสาว ก่อนพูดไล่ตามหลังไป
“ค่ะบอส จะไม่ทำให้บอสผิดหวังเลยค่ะ”
เมื่อเพื่อนรักและนายสาวลับตาไปแล้ว ช่อชบาก็ลงมือเก็บกลีบดอกกุหลาบที่วางทิ้งไว้เกลื่อนเคาน์เตอร์ขึ้นมาทีละกลีบ คิดจะเอาไปวางทับไว้ในสมุดบันทึกส่วนตัวเหมือนสมัยยังเป็นวัยรุ่น เพื่อให้กลีบมันแห้ง จะได้เก็บเอาไว้เป็นของที่ระลึกในวันวาเลนไทน์
เธอทำอย่างนี้กับดอกกุหลาบวาเลนไทน์ที่ได้รับเป็นประจำทุกปีเรื่อยมา ซึ่งในแต่ละปี ช่อชบาเฝ้ารอคอยดอกกุหลาบสีแดงจากผู้ชายเพียงคนเดียวเท่านั้น...พี่อนุชา
ช่อชบานึกถึงชายหนุ่มรุ่นพี่ผู้ปอบปูล่า อนุชาแก่กว่าเธอหนึ่งปี ชายหนุ่มเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลของโรงเรียนมัธยมศึกษาประจำจังหวัดบ้านเกิดของช่อชบา เขาเรียนเก่งและยังเป็นนักร้องของวงดนตรีในโรงเรียนอีกด้วย เธอแอบหลงรักเขาตั้งแต่ยังเรียนชั้นมัธยมจนกระทั่งเข้ามหาวิทยาลัย
หลังจากเรียนจบจนออกมาทำงาน ช่อชบาก็ยังคบหาติดต่อกับพี่อนุชาอยู่เรื่อย ๆ ปัจจุบันรุ่นพี่สุดที่รักของเธอคนนี้ทำงานเป็นวิศวกรคุมโครงการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทใหญ่บริษัทหนึ่ง เขาสนิทกับเธอในขณะที่ก็สนิทกับสาว ๆ อีกหลายคนด้วย หญิงสาวเฝ้ารอให้พี่อนุชาบอกรักและขอเธอแต่งงาน
“รัก ไม่รัก รัก ไม่รัก รัก...ว้า ไม่รักอีกแล้ว
หญิงสาวผมม้าทำปากจู๋ ขมวดคิ้วมุ่นอย่างขัดใจเมื่ออุตส่าห์ขยุ้มเก็บกลีบกุหลาบที่กองอยู่ขึ้นมาแล้ว กลีบสุดท้ายก็ยังมาหมดตรง “ไม่รัก...” อยู่อีก
มัวแต่ขุ่นเคืองพอได้ยินเสียงผลักประตูกระจกเข้ามาเธอจึงสะดุ้ง หันไปมองตามเสียง
ที่หน้าประตูปรากฏร่างสูงสง่าของชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาเข้มกับผูกเนกไทสีฟ้าอ่อน ชายหนุ่มหน้าตาเหมือนพวกลูกครึ่งฝรั่ง-เอเชียคนนี้มีผมหยักศกเลื้อยปรกต้นคอ เปิดหน้าผากกว้างเผยใบหน้าคมสัน เห็นเคราเขียวราง ๆ คิ้วหนาเข้มเรียวยาว จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากค่อนข้างหนามีรอยหยักเหนือริมฝีปากบน ดวงตาคมกริบสีสนิมเหล็กแสดงถึงความเฉลียวฉลาด ซึ่งขณะนี้มองมาที่เธอ ก่อนสาวเท้ายาว ๆ ตรงมาหา
“ว้าว เทพบุตรกรีก”
ช่อชบาอุทานตะลึงมองตาค้าง จนเมื่อหนุ่มหล่อเดินมาหยุดอยู่หน้าเคาน์เตอร์ เลขาสาวจึงรู้สึกตัว รีบยิ้มหวานต้อนรับ “สวัสดีค่ะ ดิฉันเป็น...”
“สวัสดีคุณเลขา ผมชื่อเขมชาติ มาทำงานที่นี่ในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการ ไม่ทราบว่าห้องทำงานของผมอยู่ที่ไหน”
หญิงสาวยิ้มค้างเพราะพูดทักทายอย่างยิ้มแย้มยังไม่ทันจบดี เสียงทุ้มเข้มหนัก ๆ ส่อแววดุก็ดังสอดขึ้น ทำให้ช่อชบาต้องกลืนถ้อยคำที่กำลังจะพูดทั้งหมดลงคอไป ก่อนหุบยิ้มลง ผายมือไปยังห้องทำงานข้าง ๆ ทางขวา ที่อยู่ติดกับห้องทำงานของเนตรนภิส
“เชิญทางนี้ค่ะ ดิฉันจะพาคุณไป”
หนุ่มหล่อเสียงดุค้อมศีรษะลงน้อย ๆ ตาคมชำเลืองดูหน้าม้าสั้นเต่อของหญิงสาวแวบหนึ่ง ช่อชบาเห็นแววขบขันในนั้น ก็ปรี๊ดขึ้น
“อีตาบ้า..คนอะไรไม่มีมารยาท!!!”
(มีต่อ)