ทำไมการเดินหรือวิ่ง จึงเหนื่อยกว่าขี่จักรยานมากครับ

ด้วยความสงสัยว่า ทำไมการเดิน 100 เมตร จึงรู้สึกเหนื่อยพอๆ กับการขี่จักรยานได้เป็นกิโล ทั้งๆ ที่การเคลื่อนที่ทั้งสองแบบก็ใช้พลังงานจากขาเราเหมือนๆ กัน ไม่ได้เติมพลังงานจากภายนอก (เช่นไฟฟ้า) เข้าไปเหมือนๆ กัน และตอนที่เดิน เท้าเราก็ไม่ได้ลากถูพื้นไปจนทำให้ดูสิ้นเปลืองพลังงานอะไรมากขนาดนั้น (หรือมันต่างกันมากนาดนั้นจริง เช่น หลักสิบเท่า?)

กลไกอะไรที่ทำให้ล้อหมุนมันมีประสิทธิภาพสูงกว่าการใช้เท้ามากๆ ครับ ใครพอมีคำตอบที่อธิบายได้ถึงรากบ้าง ขอขอบคุณล่วงหน้าครับ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 17
การวิ่ง

แรงโน้มถ่วงของโลกมีผลอย่างมากครับ การใช้พลังงานของร่างกายจะอยู่ในแนวดิ่งมากกว่าแนวนอน

ทำให้ต้องใช้กล้ามเนื้อขาเพื่อเอาชนะมันตลอดเวลา (เด้งขึ้นเด้งลงแบกน้ำหนักตัวทั้งหมด)



มาดูการปั่นจักรยาน

พลังงานที่ใช้ไปในการเอาชนะแรงดึงดูดมีน้อยกว่าการวิ่งมาก ตอนเริ่มปั่นก็ใช้ขา (พลังงาน) เยอะอยู่บ้าง (แรงดึงดูดกะความเฉื่อย)

แต่ก็เดี๋ยวเดียว พอจักรยานมันวิ่งแล้วแรงเฉื่อยก็พยายามจะรักษาความเร็วของมวลรวมไว้ (คนกะจักรยาน) รวมถึงแรงเฉื่อยเชิงมุมของล้อ (หน่อยนึง)

พลังงานที่เสียไปก็จะมาจากความเสียดทานของยางกะ ดุมล้อ (กะโหลก บันไดอีกนิด) ซึ่งน้อยกว่าการวิ่งมาก แต่แรงเสียดทานจากอากาศจะมากกว่าการวิ่ง (เพราะเคลื่อนที่เร็วกว่า) แต่คิดรวมกันแล้วก็น้อยกว่าอยู่ดี

ต่อไปก็คือการปั่นจักรยาน จังหวะที่ขาเหยียบบันไดลง (รถวิ่งแล้ว) ก็ไม่ได้แบกน้ำหนัก "ทั้งตัว" เหมือนการวิ่ง ยิ่งถ้าควงขาได้ดีหรือใส่ตัวยึดเท้ากะบันได ก็ยิ่งเป็นการใช้พลังงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นไปอีก (เทียบกับระยะทาง)

ประมาณนี้ครับ คหสต.

(ตรูเพ้อเจ้ออะไรไปเนี่ย)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่