จิ่วไจ้โกว รถอุทยาน vs รถเหมา ยังไงดี มาดูกัน

เนื่องจากเพิ่งกลับมาจากรูท เฉิงตู สี่ดรุณี จิ่วไจ้โจว มา
ซึ่งเป็นการเดินทางไปกับทัวร์ เป็นเวลา 6 วัน ซึ่งเป็นทัวร์แบบไม่ลงร้าน ราคารวมทุกสิ่งอย่างแล้ว
ที่เลือกซื้อทัวร์ไปเพราะ เราพูดจีนไม่ได้ + รูทนี้ ถ้าไปเองขึ้นรถบัส รถไฟ เยอะพอสมควร + ราคาทัวร์ไม่แรง สองหมื่นกว่าบาท ซื้อความสบายถือว่าคุ้ม เพราะไปเองก็ไม่ได้จ่ายต่างกันเท่าไหร่

การเดินทางเริ่มต้นด้วยการบินลงเฉิงตู วันต่อไปขึ้นสี่ดรุณี
และแน่นอนว่าทัวร์จีนไม่พลาดที่จะขายยาจีน ยาแดง แก้แพ้พื้นที่สูง
ซึ่งเราไม่ซื้อ เพราะเราหาข้อมูลเรื่องประสิทธิภาพของยาไม่เจอเลย มีแต่สรรพคุณที่ไกด์บอกมาซึ่งมันไม่ใช่ยาแผนปัจจุบัน เราไม่กล้ากิน
หากท่านใดมีความรู้ทางการแพทย์ มายืนยันในเรื่องยาตัวนี้ได้จะรู้สึกขอบพระคุณอย่างสูง
และสองเราไม่ซื้อเพราะเราไม่แพ้ ขึ้นมาหลายเขาแล้ว และไม่เป็นอะไร

ไกด์ก็ยังบิ้วต่อว่า คนไปมาหลายเขาแล้วไม่แพ้ แต่มาแพ้ที่สี่ดรุณีนี่ละ สี่ดรุณีสูงประมาณ 3840 เมตรในจุดเราสามารถนั่งรถขึ้นไปได้ ไม่ใช่ยอดเขา
(ยาแดงราคา 250 หยวน แถม ออกซิเจนกระป๋อง 1 กระป๋อง)

สี่ดรุณี ในวันอากาศดี


ก่อนเดินทางได้มีการสอบถามหัวหน้าทัวร์ถึงเรื่องการเตรียมตัวในการเดินทาง ไม่มีการพูดถึงอาการแพ้พื้นที่สูงแต่อย่างใด ซึ่งเราสามารถเตรียมตัวได้ด้วยการไปพบแพทย์ เพื่อรับยาไดอาม๊อกมากินเพื่อปรับตัวก่อนได้ อันนี้ทำให้รู้สึกว่ามันแปลกๆ เหมือนตั้งใจขายยยาเกินไป

เอาข้ามเรื่องพื้นที่สูงไป สี่ดรุณีสวยมาก มากเวอร์ สมกับที่เรียกว่าเป็นสิวสเซอร์แลนด์เมืองจีน
ประทับใจมาก
อีกทั้ง ได้ทราบภายหลังว่าหลังจากวันที่เราเข้าชม 2วันถัดมามีหิมะตกหนัก และอีกวันหนึ่งประกาศปิดอุทยาน 1 วัน อีก
ถือว่าโชคดีไป


วันต่อมาเป็นการนั่งรถยาวๆ เข้าจิ่วไจ้โกว ใช้เวลาเกือบทั้งวัน จากเมืองตูจางเยีย ไปถึงตอนเย็นๆ
ระหว่างทางนั้น ไกด์จีนซึ่งพูดไทยก็ได้อธิบายการเข้าชม จิ่วไจ้โกวให้ฟัง
เลยไปจนถึงเรื่องจ่ายเงินเพิ่มเพื่อเหมารถอุทยาน

ค่าเหมารถบัสเล็ก ก็คือ 4800 หยวน หารเท่ากันตามจำนวนคน

ระหว่างนั้น เราก็เอะ พอสมควร เมื่อกลับมาจึงมาถ่ายทอดประสบการณ์ เผื่อใครไปเจออย่างเราจะได้ตัดสินใจได้ว่าจะยอมจ่ายเพิ่มหรือไม่

ไกด์อธิบายว่า.. เราควรยอมจ่ายเพิ่มเพื่อเหมารถอุทยานเพราะ
1. คนเยอะมาก เราแย่งขึ้นรถกับคนจีนไม่ไหวหรอกไหนจะต้องใช้เวลาต่อคิวเป็นเวลานานอีกด้วย บางครั้งแม้แต่คนจีนเองก็แทบจะต่อยกันเองเพราะแย่งที่นั่งบนรถก็มีมาแล้ว

2. จุดจอดรถของรถอุทยานนั้นต้องเดินไกล จะจอดที่ป้ายเท่านั้น บางจุดลงรถแล้ว จุดถัดไปอยู่ห่างออกไปเป็นกิโล บางจุด 2 กิโล เราจะเดินไหวหรอ ถ้าไม่เหมารถเผลอๆ เที่ยวได้แค่ 3-4 จุดก็เหนื่อยอยากกลับที่พักแล้ว ส่วนรถเหมาจะมีจุดจอดเฉพาะที่เดินใกล้กว่า และกลับมาขึ้นรถที่เดิมได้

3. ถ้าไม่เหมารถ เราต้องหอบหิ้วสัมภาระในวันนั้นไปกับตัวตลอดเวลา ซึ่งเราไปฤดูหนาว ที่อาจจะหนาว หรือร้อน หรือหิมะตก ไม่มีใครบอกได้ เพราะเป็นเขตภูเขา อากาศเปลี่ยนง่ายดาย ดังนั้น ถ้าเรามีเสื้อกันหนาว, ผ้าพันคอ, หมวก, ถุงมือ, ร่มฯลฯ เราต้องถือมันไปไหนต่อไหนตลอดเวลาทั้งวันไม่สามารถทิ้งไว้บนรถได้ ทำให้เที่ยวเหนื่อยได้เร็วขึ้น

4. ถ้าเราเหมารถเราจะได้เที่ยวประมาณ 8 จุดตลอดทั้งวัน บางทีตอนบ่ายเหนื่อยแล้ว นั่งรอบนรถก็ยังได้

แน่นอนว่าฟังทั้งหมดนี่แล้ว ร้อยละ90+ ลงมติว่ายอมจ่ายเงินเถอะ
แต่.. ความที่มีน้องคนนึงมาคนเดียวในกรุ๊ปแล้วเขายืนยันว่าอยากลองไปรถอุทยาน
เพราะว่าเขาจะใหม่อีกทีโดยมาเอง เขาเลยอยากรู้ว่ารถอุทยานมันนั่งยังไง เราก็เลยเอาด้วย
เพราะเราข้องใจตั้งแต่ไกด์พูดแล้วว่ามีหลายจุดไม่สมเหตุสมผล เพราะนี่คือเดือนมีนาคม อากาศยังหนาวถึงหิมะตก
มันจะเป็นเป็นได้ยังไงที่คนมาเที่ยวเยอะมหาศาลจนถึงกับต้องต่อคิวเป็นเวลานานเพื่อขึ้นรถอุทยานและแทบจะต่อยกันแย่งที่นั่ง

และความที่ไปมาเยอะพอสมควรแล้ว แค่นั่งรถอุทยานเอง 1 วัน แค่นั้นไม่น่ายาก เลยเอาวะลองดู อยากรู้เหมือนกันว่ามันเป็นยังไง

เนื่องจากที่พักเราอยู่ใกล้กับปากทางเข้าอุทยานมาก ตอนเช้าจึงเริ่มต้นด้วยการเดินไปทางเข้าอุทยานพร้อมกับกรุ๊ป หลังจากได้สแกนพาสปอตเข้าไปแล้วก็แยกย้ายกับกรุ๊ปมาเที่ยวเอง ซึ่งเราจะกลับตอนไหนก็ได้เพราะว่ายังพักโรงแรมเดิมอยู่

ส่วนอาหารกลางวัน ทางทัวร์คืนเงินมาให้ 80 หยวน เพื่อให้ซื้ออะไรทานเองตามใจชอบ

รถอุทยาน มันก็เหมือนกับอุทยานอื่นๆ ในจีนนั่นแหละ คล้ายๆ รถเมล์ วิ่งประจำเส้นทางในอุทยาน มีจนท. จีน ยืนอยู่ด้านหน้า คอยให้ข้อมูล เป็นภาษาจีน ใครขึ้นก่อนก็ได้นั่งก่อน ถ้ารถเต็มเราก็แค่รอคันใหม่ หรือไม่ก็ยืน ส่วนรถเหมาจะประมาณรถตู้ใหญ่ขนาด 22 ที่นั่ง เก้าอี้เล็กหน่อย แต่ว่าเหมาส่วนตัว

ผลที่ได้ก็คือ..
1. เราเข้าชมในวันเสาร์ ซึ่งไกด์บอกว่า วันเสาร์คนจะเยอะมาก คนมาหมื่นกว่าคน
ในความเป็นจริงคือ อุทยานกว้างมากๆ คนหมื่นกว่าคนไม่ได้ทำให้ต้องรอรถนาน หรือเบียดเสียดแย่งกันถ่ายรูปแต่อย่างใด
ดังนั้นข้อนี้ปัดตกไป มันไม่จริง แต่ละจุดตั้งแต่ปากทางเข้า เรารอรถนานสุดไม่ถึง5 นาที และได้นั่ง 6 ใน 8 เที่ยว ดังนั้น การเบียดเสียดแย่งคนจีนขึ้นรถเพื่อได้นั่งนั้นไม่ใช่เรื่องยากลำบากอะไรเลย

2. เราจะชมแต่ละจุดนานแค่ไหนก็ได้ เพราะว่าเราเป็นคนกลุ่มน้อย เที่ยวตามใจชอบ จะแช่จุดไหนแค่ไหนก็ได้ แต่ถ้าเราไปพร้อมกรุ๊ป เราต้องทำตามเวลาที่ไกด์กำหนด เพื่อให้ทุกคนได้ชมหลายจุดตามที่ไกด์วางแผนไว้

3. เราต้องหอบของตามที่ไกด์บอกจริง แต่ว่าวันนั้นหนาวมาก ดังนั้น เสื้อกันหนาว หมวก ถุงมือ ผ้าพันคอฯลฯ อยู่กับตัวหมด ที่ต้องหิ้วจริงๆ คือน้ำดื่มกับขนมที่พกไป

4. เดินเยอะจริงไหม ตอบว่าจริง แต่ไม่ได้มากอย่างที่ไกด์ขู่ เพราะ บางจุด ลงฝั่งนึงไปถ่ายรูปเสร็จ จุดขึ้นอยู่ถัดไปไม่ถึง 20 เมตร แต่บางจุด จุดขึ้นกับลงอยู่คนละฝั่งถนนกัน (เขาจะมีอุโมงลอดใต้ถนนให้ข้ามไปขึ้นรถ และบางจุดเขามีจุดขึ้นรถใกล้ๆ แต่เราเลือกที่จะเดินถ่ายรูปไปเรื่อยๆ จนไปถึงจุดขึ้นรถถัดไปเพราะว่าวิดมันสวยมาก เดินเล่นเพลินๆ อากาศหนาวๆ อะไรงี้

5. ถ้าเราเป็นผู้สูงอายุ การเหมารถคือคำตอบที่เหมาะสมเพราะไม่ต้องเดินเยอะมาก นั่งรอบนรถก็ได้

สรุปทั้งวัน เราเดินไปทั้งสิ้น 19000 ก้าว อนุมานว่าเดินประมาณ 10-12กิโลเมตร (เอาจริงก็เดินพอๆ กับการไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง1 วันนั่นละ)
ความพีคก็คือเราเที่ยวไปทั้งสิ้น 9 จุด ไม่ใช่ 3-4 จุด อย่างที่ไกด์พูดตอนแรก ก็ไม่ได้ต่างอะไรกับรถเหมา


ดังนั้น ขอสรุปตรงนี้ว่า..

ถ้าไปตอนที่ไม่ใช่หน้าไฮ ไม่ต้องจ่ายรถเหมาหรอก มันไม่แย่เลย
แต่ถ้าไปช่วงหน้าไฮ ใบไม้เปลี่ยนสีอะไรงี้ เหมาเถอะ คนเข้าวันละ 4หมื่นกว่าคน ใช้เงินแก้ปัญหาเถอะ และถ้ามีผู้สูงอายุไปด้วย ก็ควรเหมา

แต่การมาในฤดูหนาวคุณอาจได้เจอแบบนี้..
ทะเลสาบห้าสีแบบ มีแค่นี้


จบแล้ว ลองตัดสินใจกันดูนะ
หวังว่ากระทู้นี้จะเป็นประโยชน์


อ้อ ลืมอีกอย่าง
อ๊อกซิเจนกระป๋องอุทยานมีขายนะ ที่ทางเข้าเลย ทั้งสี่ดรุณีและจิ่วไจ้โกว ของอุทยานเองไม่ใช่แม่ค้าวิ่งขายอะไรก็ไม่รู้ ราคา 25 หยวน

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่