JJNY : 7in1 สหภาพยุโรปเสียใจ│ญี่ปุ่นเตือน│สหรัฐเตือน│อังคณา ถามตรงๆ│ปริญญาแนะเร่งเคลียร์│ไอซ์แฉต่อสปส.│วิโรจน์ มึนรบ.ผวา

สหภาพยุโรป เสียใจอย่างยิ่ง ไทยส่งอุยกูร์กลับจีน ชี้ ละเมิดพันธกรณีต่อกม.ระหว่างประเทศ
https://www.matichon.co.th/foreign/news_5069901
 
 
สหภาพยุโรป เสียใจอย่างยิ่ง ไทยส่งอุยกูร์กลับจีน ชี้ ละเมิดพันธกรณีต่อกม.ระหว่างประเทศ
 
จากกรณี รัฐบาลไทย ส่งตัวชาวอุยกูร์ เดินทางกลับไปยังซินเจียง ประเทศจีน เนื่องจากทางการจีนได้ร้องขอผ่านทางรัฐบาลไทย ทำให้ประเทศต่างๆ องค์กรสิทธิมนุษยชน รวมไปถึง สหประชาชาติ ออกมาแสดงความกังวลต่อกรณีดังกล่าว ตามที่ได้เสนอไปแล้วนั้น
 
ล่าสุด สหภาพยุโรป ได้ออกแถลงการณ์ในประเด็นดังกล่าว ระบุว่า
 
แถลงการณ์โดยโฆษกของผู้แทนระดับสูงของสหภาพยุโรปและรองประธานคณะกรรมาธิการยุโรป เกี่ยวกับการส่งตัวชาวอุยกูร์กลับไปยังจีน
สหภาพยุโรปเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อการที่ประเทศไทยส่งตัวชาวอุยกูร์จำนวน 40 คนกลับไปยังประเทศจีน ซึ่งเป็นการละเมิดหลักการไม่ส่งตัวกลับ (non-refoulement) และพันธกรณีของประเทศไทยต่อกฎหมายทั้งในระดับชาติและในระดับระหว่างประเทศในฐานะสมาชิกของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ
 
สหภาพยุโรปขอเรียกร้องให้รัฐบาลจีนปฏิบัติตามพันธกรณีของตนภายใต้กฎหมายระดับชาติ รวมถึงรัฐธรรมนูญของประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อเคารพและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของชาวอุยกูร์ทั้ง 40 คนที่ถูกส่งตัวกลับไปยังประเทศจีน

https://www.eeas.europa.eu/eeas/thailand-statement-spokesperson-deportation-uyghurs-china_en
 


ญี่ปุ่น ประกาศเตือนชาวญี่ปุ่นในไทย ระวังก่อการร้าย หลังรัฐบาลไทยส่ง 40 อุยกูร์ กลับจีน
https://www.khaosod.co.th/special-stories/news_9654313

กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ออกประกาศเตือนชาวญี่ปุ่นในประเทศไทย ระวังก่อการร้าย หลังรัฐบาลไทยตัดสินใจส่ง 40 อุยกูร์ กลับจีน
 
เว็บไซต์กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ออกประกาศเตือนชาวญี่ปุ่นในไทย ให้ระวังเหตุการณ์ไม่สงบ ภายหลังจากที่รัฐบาลไทยได้ส่งตัวขาวอุยกูร์หลายสิบรายกลับไปยังประเทศจีน
 
รายงานระบุย้อนกลับไปว่า เมื่อปี 2558 หลังจากที่ทางการไทย ส่งชาวอุยกูร์กลับประเทศจีน ได้เกิดระเบิดขึ้นที่สี่แยกราชประสงค์ ใกล้กับศาลพระพรหมเอราวัณ เมื่อวันที่ 17 ส.ค. ปีเดียวกัน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 ราย และบาดเจ็บอีก 125 ราย ในนั้นมีประชากรชาวญี่ปุ่นอยู่ด้วย
 
ขอให้ชาวญี่ปุ่นที่อยู่อาศัยในประเทศไทย และนักเดินทางชาวญี่ปุ่นทุกคน โปรดเช็กข้อมูลจากทางการ เพื่อหลีกเลี่ยงการตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด
โดยเฉพาะบริเวณใกล้สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่จัดงาน ร้านอาหาร โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ขนส่งสาธารณะ และสถานที่ทางศาสนา ที่ตกเป็นเป้าต่อการก่อการร้ายได้ง่าย เนื่องจากมีผู้คนมารวมตัวกันจำนวนมาก
 
ขอให้ชาวญี่ปุ่นในประเทศไทย ติดตามข่าวสารจากสื่อท้องถิ่นในประเทศ และลงทะเบียน “ทาบิเรจิ” เพื่อรับข้อมูลข่าวสารจากรัฐบาลญี่ปุ่น เพื่อความปลอดภัยของทุกท่าน

https://www.anzen.mofa.go.jp/od/ryojiMailDetail.html?keyCd=155585
 


สหรัฐ เตือนความปลอดภัย พลเมืองอเมริกัน เลี่ยงสถานที่ท่องเที่ยวไทย หลังส่ง #อุยกูร์ กลับจีน
https://www.matichon.co.th/foreign/news_5071013

สหรัฐ เตือนความปลอดภัย พลเมืองอเมริกัน เลี่ยงสถานที่ท่องเที่ยว หลังไทยส่งอุยกูร์กลับจีน

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้แจ้งเตือนความปลอดภัยในประเทศไทย โดยระบุว่า

ตามที่เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ รัฐบาลไทยได้เนรเทศผู้ลี้ภัยชาวอุยกูร์ 45 คน ไปยังประเทศจีน การเนรเทศลักษณะนี้ ทำให้เกิดการโจมตีอย่างรุนแรงในอดีต สิ่งที่น่ากังวลมากที่สุด หลังจากเนรเทศชาวอุยกูร์ในประเทศไทยปี 2558 ได้เกิดการระเบิดที่ ศาลท้าวมหาพรหมในกรุงเทพฯ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 20 คน และ บาดเจ็บอีก 125 คน เนื่องจากเป็นแหล่งที่มีนักท่องเที่ยวจีนมาเยือนเป็นจำนวนมาก

สถานทูตอเมริกา จึงได้แจงเตือนให้ คณะผู้แทนสหรัฐในประเทศไทยแนะนำให้พลเมืองสหรัฐ

• ใช้ความระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานที่ที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่น ซึ่งนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาบ่อยๆ เนื่องจากอาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
• ทบทวนแผนการรักษาความปลอดภัยส่วนบุคคล
• ปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานท้องถิ่น

https://x.com/USEmbassyBKK



อังคณา ถามตรงๆ นายกฯดีลอะไรกับจีน ถึงส่งอุยกูร์กลับ ยันเอง แจ้งหลายครั้งแล้ว มีปท.พร้อมรับ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5070178

“สว.อังคณา” บอกตรงๆ ไม่เชื่อ รบ.ส่ง “ชาวอุยกูร์” กลับจีน จะได้รับการดูแลอย่างดี ถาม “นายกรัฐมนตรี” ไปดีลอะไรกับจีนไว้ ซัด “เลขา สมช. – หน่วยงานเกี่ยวข้อง” ให้ข้อมูลเท็จ กมธ.พัฒนาการเมือง สว. บอกเองไม่มีแผนส่งกลับ ย้ำ 40 คนนี้ มี “ติดเตียง” ด้วย ห่วงรัฐบาลถูกประท้วงในหลายประเทศ ฝาก “ทวี” ถ้าให้ช่วยก็ยินดี ลั่น ดิฉันจำหน้าได้เกือบหมด พร้อมเปิดจดหมาย “อุยกูร์” แอบส่งจากห้องกัก ขอประสาน UNHCR กลัวส่งกลับจีนแล้วเข้าคุก-ถูกฆ่า
 
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 ที่รัฐสภา นางอังคณา ลีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา (สว. ) ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) พัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา แถลงว่า กมธ.ได้ออกแถลงการณ์แสดงถึงความกังวลและห่วงใยต่อกรณีที่รัฐบาลไทยส่งชาวอุยกูร์ทั้ง 40 คนกลับไปประเทศต้นทาง ซึ่งที่ผ่านมา กมธ.ได้รับหนังสือร้องเรียนจากผู้กักขัง ได้เขียนจากเศษกระดาษส่งมาให้ กมธ.เพื่อส่งต่อกงสุลใหญ่ผู้ภัยสหประชาชาติ (UN) โดยระบุชัดเจนว่าไม่ประสงค์จะกลับประเทศจีน โดย กมธ.ได้ทำหนังสือไปยังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (กต.) ถึง 3 ครั้ง แต่ได้รับการปฏิเสธมาตลอด และเมื่อ กมธ.ประสงค์จะเข้าไปเยี่ยมผู้ลี้ภัย แต่ก็ได้หนังสือตอบกลับมาว่าขอเชิญให้ไปพบที่สำนักงาน ตม.
 
ดังนั้น กมธ.จึงได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง ประกอบด้วย สำนักงาน ตม. สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงยุติธรรม โดยทุกหน่วยงานต่างให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี และยังยืนยันว่าจะไม่มีการส่งชาวอุยกูร์กลับประเทศต้นทางอย่างเด็ดขาด

ดิฉันได้มีโอกาสโทรศัพท์หาเลขาธิการ สมช.ด้วย ก็ได้รับการยืนยันเช่นกันว่า ไม่มีคำสั่งให้ส่งกลับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เรารู้สึกว่า สิ่งที่รัฐบาลออกมาแถลง เป็นการปกปิดข้อเท็จจริง และที่บอกว่าพวกเขาอยากกลับประเทศ ดิฉันว่าไม่มีใครเชื่อ รวมถึง กมธ.ด้วย เพราะข้อมูลที่เราได้มาตลอดไม่ได้เป็นเช่นนั้น
 
นางอังคณากล่าวอีกว่า เมื่อครั้งที่ตนเป็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้ไปเยี่ยมค่ายผู้ลี้ภัยหลายครั้ง ทุกคนแจ้งความจำนงอย่างเดียวคือ ต้องการไปตั้งรกรากถิ่นฐานในประเทศที่สาม โดยเราได้แจ้งทางการไปหลายครั้งว่า มีประเทศที่ 3 ที่แจ้งความประสงค์รับกลุ่มคนเหล่านี้ไปตั้งถิ่นฐานใหม่ แต่ที่รัฐบาลอ้างว่าไม่มีประเทศไหนยอมรับนั้น จึงไม่เป็นความจริง
 
“เราจึงห่วงใยอย่างมากว่าสิ่งนี้จะกระทบต่อความเชื่อมั่นในเวทีโลก และทำให้เห็นว่าประเทศไทยไม่เป็นสถานที่ปลอดภัยสำหรับคนที่ต้องการลี้ภัย ดิฉันจึงหวังว่ารัฐบาลจะชี้แจงข้อเท็จจริงและนำความจริงมาเปิดเผย เพราะภาพที่เห็น การที่มีคนเข้ามากอดหากดูจากสีหน้าของพวกเขา คิดว่าไม่ได้สมัครใจที่จะไปเลย เพราะญาติพี่น้องของเขาอยู่ประเทศตุรกีอยู่แล้ว และเราก็รู้ดีว่าประเทศจีนมีสถานที่ที่เรียกว่า ‘ค่ายฝึกอบรม’ หากใครเข้าไปแล้วจะไม่ได้รับการเยี่ยมเยียน และไม่ได้รับอนุญาตให้ออกมาข้างนอก และทางยูเอ็นก็ห่วงใยและมีแถลงการณ์ในเรื่องดังกล่าวออกมาหลายฉบับด้วย ดังนั้น การที่รัฐบาลทำเช่นนี้ถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง” นางอังคณากล่าว
 
เมื่อถามว่า ปรากฏภาพนายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ไปส่งถึงประเทศจีนด้วย ซึ่งขัดแย้งกับสิ่งที่ชี้แจงไว้กับ กมธ.ว่าไม่มีแผนส่งกลับใช่หรือไม่ นางอังคณากล่าวว่า บอกตรงๆ ว่า สิ่งที่ท่านให้ข้อมูลกับ กมธ.เป็นข้อมูลเท็จทั้งหมด และสิ่งที่เราได้รับมาต่างจากที่หน่วยงานรัฐให้ข้อมูล ตนได้โทรศัพท์ไปประสานหลายหน่วยงาน ทั้งระดับรัฐมนตรีจำนวนมาก แต่ไม่มีใครรับสาย ตนทราบว่า เลขา สมช.ไปรอรับที่ประเทศจีนแล้ว และคืนปฏิบัติการเจ้าหน้าที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่ดำเนินการด้านผู้ลี้ภัย ก็ถูกสั่งให้ออกไปนอกอาคาร จนถึงตอนนี้ยังไม่รู้ว่าหน่วยงานใดมารับชาวอุยกูร์ออกไป ที่สำคัญคือรถถูกปิดด้วยเทปสีดำทั้งหมด ทั้งที่ปกติเวลาที่คนพวกนี้ถูกส่งตัวออกไปเขาจะพยายามโผล่หน้าออกมาและร้องขอความช่วยเหลือ แต่การปิดเทปดำ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลพยายามปกปิด
 
ไม่มีใครรับได้ ไม่ทราบว่ารัฐบาลไทยไปรับปากอะไรกับรัฐบาลจีนไว้ แต่รัฐบาลจะต้องไม่เอาสิทธิในเนื้อตัวร่างกาย หรือชีวิตของคนบริสุทธิ์มาแลกเปลี่ยน
 
เมื่อถามว่า การที่นายกรัฐมนตรีไปพบประธานาธิบดีประเทศจีน มองว่ามีดีลแลกผลประโยชน์บางอย่างหรือไม่ นางอังคณากล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลจีนพยายามมาโดยตลอดที่จะนำผู้ลี้ภัยกลุ่มนี้กลับประเทศ ตนเชื่อว่าการที่นายกฯไปพบสี จิ้นผิง น่าจะเป็นการส่งสัญญาณบางอย่าง ส่วนตัวเชื่อว่าน่าจะมีการเจรจาแลกเปลี่ยน ขอให้ส่งชาวอุยกูร์กลับ เพราะเกิดขึ้นหลังจากที่นายกฯกลับมาไม่นาน
 
ใน 40 คนที่ถูกส่งกลับ เท่าที่ทราบ 1 ในนั้นมีผู้ป่วยติดเตียง ดิฉันหวังว่าเขาจะได้รับการดูแลตามหลักมนุษยธรรม และจะไม่ถูกส่งกลับไปด้วย” นางอังคณากล่าว
 
นางอังคณายังกล่าวว่า กมธ.เคยเรียนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบว่า หากอยากทราบว่าประเทศไหนต้องการรับชาวอุยกูร์บ้าง ทาง กมธ.ยินดีบอก ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องระหว่างประเทศไม่สามารถเปิดเผยได้ มองว่าหากรัฐบาลไทยมีเจตนาดี กมธ.ยินดีเป็นตัวประสานประเทศที่ 3 ให้พวกเขาไปตั้งรกราก
เมื่อถามว่า กังวลเรื่องเทียร์อันดับการค้ามนุษย์ของไทยจะลดลงหรือไม่ เพราะหน่วยงานที่จัดอันดับคือสหรัฐอเมริกา นางอังคณากล่าวว่า เรื่องนี้มีแถลงการณ์จากหลายหน่วยงาน ทั้งองค์การสหประชาชาติ ข้าหลวงแห่งสิทธิมนุษยชน ข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัย (UNHCR) รวมถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งใช้คำค่อนข้างรุนแรง ร้ายแรงที่สุด การที่คนกลุ่มนี้อยู่มา 11 ปี เป็นเหตุผลที่ไทยควรผ่อนปรนให้เขาออกมาอยู่ข้างนอกหรือไปประเทศที่ 3 เรากังวลว่าเขาอาจจะไปเจออันตรายเมื่อเขากลับไป
 
ภาพที่ออกมา เรียนตรงๆ ดิฉันไม่เชื่อว่าเขาจะได้รับการดูแลอย่างดี สามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ มีศักดิ์ศรีเหมือนคนทั่วไป” นางอังคณากล่าว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่