หน้าแรก
คอมมูนิตี้
ห้อง
แท็ก
คลับ
ห้อง
แก้ไขปักหมุด
ดูทั้งหมด
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
แท็ก
แก้ไขปักหมุด
ดูเพิ่มเติม
เกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง
ลองใหม่
{room_name}
{name}
{description}
กิจกรรม
แลกพอยต์
อื่นๆ
ตั้งกระทู้
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก
เว็บไซต์ในเครือ
Bloggang
Pantown
PantipMarket
Maggang
ติดตามพันทิป
ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้
เกี่ยวกับเรา
กฎ กติกา และมารยาท
คำแนะนำการโพสต์แสดงความเห็น
นโยบายเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิ์การใช้งานของสมาชิก
ติดต่อทีมงาน Pantip
ติดต่อลงโฆษณา
ร่วมงานกับ Pantip
Download App Pantip
Pantip Certified Developer
[SR] รีวิว Let’s Relax Onsen and Spa Lumphini ออนเซนและสปา สาขา ลุมพินี สุดหรูระดับพรีเมี่ยม มาตรฐานใหม่วงการสปาไทย
กระทู้รีวิว
สปา
ธุรกิจสปา
นวดเพื่อสุขภาพ
เที่ยวกรุงเทพมหานคร
กิจกรรมท่องเที่ยว
รีวิว Let’s Relax Onsen and Spa Lumphini ออนเซนและสปา สุดหรูระดับพรีเมี่ยม มาตรฐานใหม่วงการสปาไทย
สวัสดีครับเพื่อนๆ Wellness Haven ทุกท่าน! วันนี้ผมขอพาไปดื่มด่ำกับประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ Let’s Relax Onsen and Spa สาขาใหม่ล่าสุดใจกลางลุมพินี เชื่อได้ว่าเพื่อนๆหลายคนกำลังรอชมอยู่ บอกเลยว่าที่นี่คือ The Next Best Onsen จริงๆ ผมประทับใจจนต้องรีวิวแบบละเอียดให้ฟังกันเลยครับ
1. สถานที่ตั้ง:
Let’s Relax Onsen and Spa สาขานี้ตั้งอยู่บนชั้น 9 ของโรงแรม Grande Centre Point Lumphini ความสะดวกสบายในการเดินทางคือจุดเด่นสำคัญครับ ไม่ว่าจะขับรถส่วนตัวก็จอดได้ที่โรงแรมสะดวกสบาย หรือจะใช้บริการรถไฟฟ้า MRT สถานีลุมพินี ทางออกที่ 1 ก็ง่ายดาย เดินไม่กี่เมตรจากสถานีก็ถึงโรงแรมเลยครับ โรงแรมหรูหรามากๆ ซึ่งสถานที่นี้เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมืองและนักท่องเที่ยวอย่างยิ่งครับ การเดินทางที่สะดวกสบายแบบนี้ ทำให้การพักผ่อนของเรามีความราบรื่นตั้งแต่เริ่มต้นเลยครับ
2. บรรยากาศของร้านและการตกแต่ง:
ต้องยกนิ้วให้กับการออกแบบที่สวยงามและลงตัวอย่างมากครับ คอนเซ็ปต์ “Premium urban onsen” ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ การตกแต่งผสมผสานความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอายแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว เริ่มตั้งแต่โถงต้อนรับที่ใช้โครงสร้างไม้และหลังคาทรงจั่ว ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเอง ผนังโมเสกสีเหลืองทองที่เคาน์เตอร์ก็ดูหรูหรา แต่ไม่ทิ้งความอบอุ่น แสงไฟที่เลือกใช้ก็ช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย มีจุดนั่งพักซ่อนอยู่ในแต่ละโซน ตกแต่งสไตล์ Zen ด้วยต้นไม้สีเขียวตัดกับหินสีขาว จุดนี้ทางสาขาทำมาให้เป็นมุมถ่ายรูปโดยเฉพาะทุกอย่างดูลงตัว มีสไตล์ และใส่ใจในทุกรายละเอียดจริงๆ ครับ ผมรู้สึกได้ถึงความใส่ใจและความพิถีพิถันในการออกแบบ มีต้นไม้ตกแต่งบางส่วนอย่างลงตัวดูมีความเป็นธรรมชาติผสมผสานด้วย ทำให้ที่นี่ไม่ใช่แค่สถานที่พักผ่อน แต่เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำครับ
3. โซน Onsen และบ่อต่างๆ รวมทั้ง Steam and Sauna room:
โซนออนเซนแยกชายหญิงอย่างเป็นส่วนตัว สร้างความรู้สึกปลอดภัยและสบายใจ ประเภทริสแบนแยกเป็นสัดส่วน สีแดง ออนเซนผู้หญิง สีน้ำเงิน ออนเซนผู้ชาย สีดำ สำหรับลูกค้ารับบริการสปา ออนเซนใช้ริสแบนแสกนที่ประตู Gate เข้าโซนออนเซนได้เลย เพื่อรับกระเป๋าที่ Tower Room ชุด Jinbei และผ้าเช็ดตัวเตรียมไว้ให้เรียบร้อย Locker ก็กว้างขวาง มีไดร์เป่าผม ครีมบำรุงผิวครบครัน สะดวกสบายมากๆ ครับ
ผมได้ลองแช่ Onsen บ่อต่างๆ ครบถ้วน ประทับใจทุกบ่อเลยครับ
• บ่อน้ำแร่เกโระ (Gero Hot Springs Bath - อุณหภูมิ 42 องศา): บ่อไฮไลท์ที่ใช้น้ำแร่จากแหล่งน้ำ Gero จังหวัด Takayama ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสามแหล่งน้ำแร่ที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น น้ำร้อนถูกใจชาวญี่ปุ่นแน่นอน สัมผัสได้ถึงความนุ่มลื่นของน้ำแร่ ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการปวดเมื่อยได้ดีเยี่ยม ผมรู้สึกได้ถึงความแตกต่างจากบ่อออนเซ็นทั่วไป ความรู้สึกผ่อนคลายลึกซึ้งจริงๆ ครับ
• บ่อซิลค์บาธ (Silk Bath – อุณหภูมิ 41 องศา): บ่อที่มีฟองเล็กละเอียดขาวบริสุทธิ์ เหมือนได้แช่ตัวอยู่ในบ่อน้ำนม ฟองเหล่านี้ละเอียดอ่อน นุ่มนวล สัมผัสได้ถึงความชุ่มชื้น รู้สึกเหมือนผิวได้ทำความสะอาดอย่างล้ำลึก น้ำร้อนกลางๆ แช่ได้กำลังดีครับ
• บ่อโซดา (Carbonate Soda Bath – อุณหภูมิ 36 - 38 องศา): ฟองโซดาละเอียดอ่อน ช่วยปรับสมดุลย์และล้างพิษกับร่างกายและผิวพรรณ กระตุ้นการสร้างฮอร์โมนช่วยให้ระบบประสาทและภาวะจิตใจผ่อนคลาย
• บ่อน้ำวน (Whirlpool Bath – อุณหภูมิ 38 องศา): เป็นบ่อน้ำวน มีหัว Jet พ่นฟองอากาศ เหมือนมีคนมาคอยนวดตัวเบาๆ ผ่อนคลายทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะยืนหรือนั่ง ฟองอากาศช่วยคลายกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการปวดเมื่อยได้ดี ผมรู้สึกว่าบ่อนี้ช่วยทำให้สดชื่นขึ้นครับ และในบ่อน้ำวนมีโซนนั่งถึง 4 ที่ โซนยืนถึง 3 ที่ ไม่ต้องแย่งกันแน่นอนครับ
• บ่อน้ำเย็น (Cold Bath - อุณหภูมิ 17 องศา): หลังจากแช่น้ำอุ่นมาหลายบ่อ การแช่น้ำเย็นช่วยให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ช่วยกระชับรูขุมขน ผิวรู้สึกตึงกระชับขึ้น เป็นการปิดท้ายการแช่ออนเซ็นได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ
นอกจากบ่อต่างๆ แล้ว ห้องอบไอน้ำและซาวน่า (Steam and Sauna) ก็กว้างขวาง สะอาด มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ผ่อนคลายมากๆ ครับ ห้อง Akasuri Scrub Room ก็ดูสะอาดและน่าสนใจ จะมีเจ้าหน้าที่ขัดผิวแบบฉบับญี่ปุ่นให้เราในห้อง ส่วนนี้สามารถแจ้ง Reception ตอนเช็คอินได้ว่าต้องการใช้โปรแกรมนี้ แต่ผมไม่ได้ใช้บริการในครั้งนี้ ไว้โอกาสหน้าจะมาลองและมารีวิวให้ฟังเพิ่มเติมนะครับ
4. โซนห้องพักผ่อนอื่นๆ:
นอกจากโซนออนเซนที่ครบครันแล้ว ยังมีห้องพักผ่อนอื่นๆ ที่น่าสนใจมากมาย ที่ช่วยเพิ่มความสมบูรณ์แบบให้กับการพักผ่อนของผม
• Cold Room: ห้องเย็นประมาณ 5°C ออกแบบได้เหมือนถ้ำน้ำแข็ง ความเย็นช่วยให้รู้สึกสดชื่น เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศที่ดี ภายในห้องมีลูกเล่นไฟที่เปลี่ยนสีได้ เพิ่มความตื่นเต้นไปพร้อมการนั่งในห้องนี้ หลังจากแช่ออนเซ็นน้ำอุ่นมาแล้วครับ
• ห้องหินร้อน (Hot Stone Bed Bath อุณหภูมิ 42 – 44 องศา): ความร้อนจากหินภูเขาไฟและไอเกลือหิมาลายัน ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย กลิ่นหอมของไม้ฮิโนกิ ช่วยให้ระบบทางเดินหายใจโล่งสบาย ผมรู้สึกว่าความร้อนช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย รู้สึกสดชื่น และมีพลังมากขึ้นครับ ควรใช้ห้องหินร้อนสลับกับห้อง Cold room เพื่อทำให้ร่างกายสมดุล และควรจิบน้ำหลังจากใช้งาน เพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำนั่นเอง
• Relaxing Room: ห้องพักผ่อนที่ตกแต่งด้วยเสื่อทาทามิ ให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นส่วนตัว เหมือนอยู่บ้าน กลิ่นหอมอ่อนๆ ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย สงบ และได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ครับ สาขานี้มีห้อง Relaxing ที่ใหญ่มากและออกแบบให้ทุกวัยใช้ร่วมกันได้อย่างมีความสุข
5. โซนรับประทานอาหาร รวมทั้งอาหาร รสชาติ:
หลังจากแช่ออนเซ็น ผมได้ลองอาหารและเครื่องดื่มของทางร้าน ต้องบอกว่า ทางร้านใส่ใจในสุขภาพของลูกค้า เน้นความเป็นอาหารทานเล่น รสชาติแบบต้นตำรับ รสชาติดีมาก อร่อย และรับประทานแล้วรู้สึกดีต่อสุขภาพจริงๆ ครับ:
วันนี้ผมได้ลองเมนูดังนี้ครับ
• สลัดไก่อบ: ไก่อบเนื้อนุ่ม ชุ่มฉ่ำ น้ำสลัดรสชาติกลมกล่อม ไม่เลี่ยน ผักสดกรอบ เป็นเมนูที่เบาๆ แต่ได้คุณค่าทางอาหารครบถ้วนครับ
• ข้าวควินัวไก่ย่างเทริยากิ: ข้าวควินัวนุ่ม หอม ไก่ย่างเทริยากิ รสชาติกลมกล่อม ไม่หวานหรือเค็มมากเกินไป ไข่ลวก Onsen นุ่มละมุนลิ้น เป็นเมนูที่ทานง่าย และดีต่อสุขภาพครับ
• ราเมนน้ำซุปกระดูกหมู: น้ำซุปหอม กลมกล่อม รสชาติเข้มข้น แต่ไม่หนัก เส้นราเมนเหนียวนุ่ม มีหมูเป็นชิ้นๆเปื่อยกำลังดี เป็นเมนูที่อร่อยให้ความรู้สึกอบอุ่น และมีเครื่องดื่มกับขนมที่ได้ลองด้วยครับ
• เครื่องดื่ม Cold pressed juices (แครอท แอปเปิ้ล ขิง): รสชาติสดชื่น ดีต่อสุขภาพ รู้สึกได้ถึงความสดใหม่ของวัตถุดิบ เป็นเครื่องดื่มที่ช่วยเพิ่มความสดชื่น และดีต่อสุขภาพครับ
• น้ำสตรอว์เบอร์รี่โซดา: รสชาติหวานอมเปรี้ยว สดชื่น คลายร้อนได้ดี เป็นเครื่องดื่มที่เหมาะกับการพักผ่อนครับ
• เค้กช็อกโกแลตราสป์เบอร์รี่: เค้กเนื้อนุ่ม รสชาติเข้มข้น ไม่หวานมากเกินไป ราสป์เบอร์รี่ช่วยตัดความหวานได้ดี เป็นของหวานที่อร่อย และไม่รู้สึกผิดหลังจากทานครับ
นอกจากนี้ ยังมีขนมของว่างให้บริการฟรี เช่น ทองม้วน 3 รสชาติ น้ำใบเตย และน้ำ Infused Water เป็นอีก 1 จุดเด่นที่ทำให้ลูกค้าชอบมาใช้ออนเซนที่ Let’s Relax เพราะรสชาติขนมทองม้วน อร่อยยืนหนึ่ง ที่ช่วยเพิ่มความประทับใจให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดีครับ
6. พาชมโซนสปา:
ผมได้มีโอกาสเดินชมโซนสปา ทั้งห้องนวดเท้า นวดไทย และนวดอโรม่า บรรยากาศผ่อนคลายมากครับ วัสดุที่ใช้ตกแต่งเน้นความเป็นธรรมชาติ โทนสีที่เลือกใช้ก็ช่วยสร้างบรรยากาศที่สงบ และเป็นส่วนตัว รู้สึกได้ถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อให้ลูกค้าได้ผ่อนคลายอย่างแท้จริง โอกาสหน้าผมจะมารีวิวบริการนวดให้ฟังเพิ่มเติมนะครับ แต่จากการได้ชมบรรยากาศ ผมเชื่อว่าบริการนวดของที่นี่ ต้องน่าประทับใจอย่างแน่นอนครับ
สรุป: Let’s Relax Onsen and Spa สาขา Lumphini เป็นสถานที่ที่ผมประทับใจอย่างมากครับ ตั้งแต่การตกแต่งที่สวยงาม บรรยากาศที่ผ่อนคลาย ความสะอาด คุณภาพของออนเซ็นที่ครบครัน และอาหารที่อร่อย ดีต่อสุขภาพ ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อน ผ่อนคลาย และบำรุงสุขภาพ อย่างแท้จริงครับ บอกเลยว่า ต้องมาลองใช้บริการให้ได้ครับ เหมาะสมกับทุกเพศทุกวัยจริงๆ
ชื่อสินค้า:
Let’s Relax Onsen and Spa Lumphini
คะแนน:
SR - Sponsored Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ SR โดยที่เจ้าของกระทู้
- ได้รับสินค้าหรือบริการมาใช้รีวิวฟรี โดยไม่ต้องคืนสินค้าหรือบริการนั้น
- ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น
▼
กำลังโหลดข้อมูล...
▼
แสดงความคิดเห็น
กระทู้ที่คุณอาจสนใจ
ตามรอยลิขิตรัก ตอน2 : ตามเจ้าชายไปแช่ออนเซน ตามเจ้าหญิงไปช้อปห้างหรู
https://www.youtube.com/watch?v=_jeUZd4wscA สวัสดีค่าาาา ~ วันนี้เราก็มาเขียน Blog กันอีกเช่นเคยนะค่ะเกี่ยวกับลิขิตรักกันอีกแล้ว พอดีเราได้มีโอกาสมาพักที่สถานที่ถ่ายทำละครลิขิตรักในบางฉากสำคัญๆ ถือว่
yeeter
ทำไมดาราไฮโซชอบขอแต่งงานกันเมืองนอก โรแมนติกยังไง
หมากคิม สวิส ณเดชญาญ่า อิตาลี ป็อกมาร์กี้ เมกา เพลงเป๊ก ลูกนักการเมือง ฟินแลนด์ และอื่นอีกหลายคู่ แล้วคู่คุณล่ะ ขอกันแต่งงานประเทศไหน
สมาชิกหมายเลข 2334706
Holiday Inn Express & Suites Bangkok Central Pier ฮอลิเดย์อินน์เอ็กซ์เพรสแอนด์สวีท กรุงเทพฯเซ็นทรัลเพียร์ กับ แม่ประนอม
. โรงแรม Holiday Inn Express & Suites Bangkok Central Pier โรงแรม ฮอลิเดย์อินน์เอ็กซ์เพรสแอนด์สวีท กรุงเทพ
แม่ประนอม นะจ๊ะ
"ห้างสรรพสินค้า" ของ No.1 สวิตเซอร์แลนด์ เทียบกับ No.28 ประเทศไทย
สมาชิกหมายเลข 8574599
รีวิว Let’s Relax Onsen ออนเซน หรูสไตล์ญี่ปุ่น ที่ให้อารมณ์แบบญี่ปุ่นแท้ๆใจกลางกรุงเทพ เดินทางได้ด้วย BTS ทองหล่อ
รีวิว Let’s Relax Onsen ออนเซน หรูสไตล์ญี่ปุ่น ที่ให้อารมณ์แบบญี่ปุ่นแท้ๆใจกลางกรุงเทพ เดินทางได้ด้วย BTS ทองหล่อ ขณะนี้มีอัพเดทรีวิวในปี 2023 ครับ https://ppantip.com/topic/42279023 สวัสดีคร
yoknipas
ที่เที่ยวใหม่ในพัทยา Yunomori Onsen & Spa
ขอฮาวทูเที่ยวยังไงให้ผิวดี๊ดี แถมผ่อนคลายบ๊ายบายความเมื่อยล้า เที่ยวทะเล ภูเขาก็เที่ยวกันมาเยอะแล้ว รีวิวนี้ขอแบบเบาๆ สบายๆ เอาใจสายซอฟ ที่เที่ยวใหม่ในพัทยา Yunomori Onsen & Spa ออนเซ็นต้นตำหรับญี
chill with me
รีวิว Let's Relax Onsen and Spa ทองหล่อ สปาและออนเซนแบบญี่ปุ่นสุดหรู อัพเดทสิ่งน่าสนใจใหม่ๆเพิ่มเติมในปี 2023
รีวิว Lets Relax Onsen and Spa ทองหล่อ สปาและออนเซนแบบญี่ปุ่นสุดหรู อัพเดทสิ่งน่าสนใจใหม่ๆเพิ่มเติมในปี 2023 สวัสดีเพื่อนๆ Japanese Club Thailand ทุกท่านครับ เพื่อนๆน
yoknipas
Panpuri Onsen ออนเซนบรรยากาศสุดหรู น้ำแร่สะอาด บรรยากาศผ่อนคลาย ชมวิวรถไฟฟ้า ที่ ปัญญ์ปุริ เวลเนส Gaysorn
Panpuri Onsen ออนเซนบรรยากาศสุดหรู น้ำแร่สะอาด บรรยากาศผ่อนคลาย ชมวิวรถไฟฟ้า ที่ ปัญญ์ปุริ เวลเนส Gaysorn สวัสดีครับเมื่อวันก่อนผมเองได้ลองไปใช้บริการออนเซ็น รูปแบบญี่ปุ่น ซึ่งได้ข่าวมาก่อนหน้านี้ว่า
yoknipas
ขอคำแนะนำ Onsen ในกรุงเทพฯ กว้างขวางคุณภาพสูงครับ
เพื่อสุขภาพ เลยไป Onsen ที่ Yunomori Spa Onsen กรุงเทพฯ ทุกวัน เป็นสมาชิกรายปี แต่สมาชิกจะหมดสิ้นปีนี้ ส่วนตัวอยากหา Onsen คุณภาพสูง ที่มีระบบ QC ดูแลระบบเยี่ยม กว้างขวาง แม้ราคาอาจจะสูง ก็จะลงทุนเพ
สมาชิกหมายเลข 3219692
ทริป สูงวัยตะลอนทัวร์เชียงใหม่ 5 วัน 4 คืน : กินพิซซ่าโฮมเมด ที่ Sometime @Samoeng
ทริป สูงวัยตะลอนทัวร์เชียงใหม่ 5 วัน 4 คืน : กินพิซซ่าโฮมเมด ที่ Sometime @Samoeng คืนที่ 3 ของทริป เราพักที่ Sometime @Samoeng ตั้งอยู่ในตำบลสะเมิงใต้ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม
ย้ำคิดย้ำฝัน
อ่านกระทู้อื่นที่พูดคุยเกี่ยวกับ
สปา
ธุรกิจสปา
นวดเพื่อสุขภาพ
เที่ยวกรุงเทพมหานคร
กิจกรรมท่องเที่ยว
บนสุด
ล่างสุด
อ่านเฉพาะข้อความเจ้าของกระทู้
หน้า:
หน้า
จาก
แชร์ :
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน
อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่
ยอมรับ
[SR] รีวิว Let’s Relax Onsen and Spa Lumphini ออนเซนและสปา สาขา ลุมพินี สุดหรูระดับพรีเมี่ยม มาตรฐานใหม่วงการสปาไทย
สวัสดีครับเพื่อนๆ Wellness Haven ทุกท่าน! วันนี้ผมขอพาไปดื่มด่ำกับประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ Let’s Relax Onsen and Spa สาขาใหม่ล่าสุดใจกลางลุมพินี เชื่อได้ว่าเพื่อนๆหลายคนกำลังรอชมอยู่ บอกเลยว่าที่นี่คือ The Next Best Onsen จริงๆ ผมประทับใจจนต้องรีวิวแบบละเอียดให้ฟังกันเลยครับ
1. สถานที่ตั้ง:
Let’s Relax Onsen and Spa สาขานี้ตั้งอยู่บนชั้น 9 ของโรงแรม Grande Centre Point Lumphini ความสะดวกสบายในการเดินทางคือจุดเด่นสำคัญครับ ไม่ว่าจะขับรถส่วนตัวก็จอดได้ที่โรงแรมสะดวกสบาย หรือจะใช้บริการรถไฟฟ้า MRT สถานีลุมพินี ทางออกที่ 1 ก็ง่ายดาย เดินไม่กี่เมตรจากสถานีก็ถึงโรงแรมเลยครับ โรงแรมหรูหรามากๆ ซึ่งสถานที่นี้เหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมืองและนักท่องเที่ยวอย่างยิ่งครับ การเดินทางที่สะดวกสบายแบบนี้ ทำให้การพักผ่อนของเรามีความราบรื่นตั้งแต่เริ่มต้นเลยครับ
2. บรรยากาศของร้านและการตกแต่ง:
ต้องยกนิ้วให้กับการออกแบบที่สวยงามและลงตัวอย่างมากครับ คอนเซ็ปต์ “Premium urban onsen” ถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบ การตกแต่งผสมผสานความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอายแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว เริ่มตั้งแต่โถงต้อนรับที่ใช้โครงสร้างไม้และหลังคาทรงจั่ว ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นกันเอง ผนังโมเสกสีเหลืองทองที่เคาน์เตอร์ก็ดูหรูหรา แต่ไม่ทิ้งความอบอุ่น แสงไฟที่เลือกใช้ก็ช่วยสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย มีจุดนั่งพักซ่อนอยู่ในแต่ละโซน ตกแต่งสไตล์ Zen ด้วยต้นไม้สีเขียวตัดกับหินสีขาว จุดนี้ทางสาขาทำมาให้เป็นมุมถ่ายรูปโดยเฉพาะทุกอย่างดูลงตัว มีสไตล์ และใส่ใจในทุกรายละเอียดจริงๆ ครับ ผมรู้สึกได้ถึงความใส่ใจและความพิถีพิถันในการออกแบบ มีต้นไม้ตกแต่งบางส่วนอย่างลงตัวดูมีความเป็นธรรมชาติผสมผสานด้วย ทำให้ที่นี่ไม่ใช่แค่สถานที่พักผ่อน แต่เป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำครับ
3. โซน Onsen และบ่อต่างๆ รวมทั้ง Steam and Sauna room:
โซนออนเซนแยกชายหญิงอย่างเป็นส่วนตัว สร้างความรู้สึกปลอดภัยและสบายใจ ประเภทริสแบนแยกเป็นสัดส่วน สีแดง ออนเซนผู้หญิง สีน้ำเงิน ออนเซนผู้ชาย สีดำ สำหรับลูกค้ารับบริการสปา ออนเซนใช้ริสแบนแสกนที่ประตู Gate เข้าโซนออนเซนได้เลย เพื่อรับกระเป๋าที่ Tower Room ชุด Jinbei และผ้าเช็ดตัวเตรียมไว้ให้เรียบร้อย Locker ก็กว้างขวาง มีไดร์เป่าผม ครีมบำรุงผิวครบครัน สะดวกสบายมากๆ ครับ
ผมได้ลองแช่ Onsen บ่อต่างๆ ครบถ้วน ประทับใจทุกบ่อเลยครับ
• บ่อน้ำแร่เกโระ (Gero Hot Springs Bath - อุณหภูมิ 42 องศา): บ่อไฮไลท์ที่ใช้น้ำแร่จากแหล่งน้ำ Gero จังหวัด Takayama ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสามแหล่งน้ำแร่ที่ดีที่สุดของญี่ปุ่น น้ำร้อนถูกใจชาวญี่ปุ่นแน่นอน สัมผัสได้ถึงความนุ่มลื่นของน้ำแร่ ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการปวดเมื่อยได้ดีเยี่ยม ผมรู้สึกได้ถึงความแตกต่างจากบ่อออนเซ็นทั่วไป ความรู้สึกผ่อนคลายลึกซึ้งจริงๆ ครับ
• บ่อซิลค์บาธ (Silk Bath – อุณหภูมิ 41 องศา): บ่อที่มีฟองเล็กละเอียดขาวบริสุทธิ์ เหมือนได้แช่ตัวอยู่ในบ่อน้ำนม ฟองเหล่านี้ละเอียดอ่อน นุ่มนวล สัมผัสได้ถึงความชุ่มชื้น รู้สึกเหมือนผิวได้ทำความสะอาดอย่างล้ำลึก น้ำร้อนกลางๆ แช่ได้กำลังดีครับ
• บ่อโซดา (Carbonate Soda Bath – อุณหภูมิ 36 - 38 องศา): ฟองโซดาละเอียดอ่อน ช่วยปรับสมดุลย์และล้างพิษกับร่างกายและผิวพรรณ กระตุ้นการสร้างฮอร์โมนช่วยให้ระบบประสาทและภาวะจิตใจผ่อนคลาย
• บ่อน้ำวน (Whirlpool Bath – อุณหภูมิ 38 องศา): เป็นบ่อน้ำวน มีหัว Jet พ่นฟองอากาศ เหมือนมีคนมาคอยนวดตัวเบาๆ ผ่อนคลายทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะยืนหรือนั่ง ฟองอากาศช่วยคลายกล้ามเนื้อ บรรเทาอาการปวดเมื่อยได้ดี ผมรู้สึกว่าบ่อนี้ช่วยทำให้สดชื่นขึ้นครับ และในบ่อน้ำวนมีโซนนั่งถึง 4 ที่ โซนยืนถึง 3 ที่ ไม่ต้องแย่งกันแน่นอนครับ
• บ่อน้ำเย็น (Cold Bath - อุณหภูมิ 17 องศา): หลังจากแช่น้ำอุ่นมาหลายบ่อ การแช่น้ำเย็นช่วยให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ช่วยกระชับรูขุมขน ผิวรู้สึกตึงกระชับขึ้น เป็นการปิดท้ายการแช่ออนเซ็นได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ
นอกจากบ่อต่างๆ แล้ว ห้องอบไอน้ำและซาวน่า (Steam and Sauna) ก็กว้างขวาง สะอาด มีกลิ่นหอมอ่อนๆ ผ่อนคลายมากๆ ครับ ห้อง Akasuri Scrub Room ก็ดูสะอาดและน่าสนใจ จะมีเจ้าหน้าที่ขัดผิวแบบฉบับญี่ปุ่นให้เราในห้อง ส่วนนี้สามารถแจ้ง Reception ตอนเช็คอินได้ว่าต้องการใช้โปรแกรมนี้ แต่ผมไม่ได้ใช้บริการในครั้งนี้ ไว้โอกาสหน้าจะมาลองและมารีวิวให้ฟังเพิ่มเติมนะครับ
4. โซนห้องพักผ่อนอื่นๆ:
นอกจากโซนออนเซนที่ครบครันแล้ว ยังมีห้องพักผ่อนอื่นๆ ที่น่าสนใจมากมาย ที่ช่วยเพิ่มความสมบูรณ์แบบให้กับการพักผ่อนของผม
• Cold Room: ห้องเย็นประมาณ 5°C ออกแบบได้เหมือนถ้ำน้ำแข็ง ความเย็นช่วยให้รู้สึกสดชื่น เป็นการเปลี่ยนบรรยากาศที่ดี ภายในห้องมีลูกเล่นไฟที่เปลี่ยนสีได้ เพิ่มความตื่นเต้นไปพร้อมการนั่งในห้องนี้ หลังจากแช่ออนเซ็นน้ำอุ่นมาแล้วครับ
• ห้องหินร้อน (Hot Stone Bed Bath อุณหภูมิ 42 – 44 องศา): ความร้อนจากหินภูเขาไฟและไอเกลือหิมาลายัน ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย กลิ่นหอมของไม้ฮิโนกิ ช่วยให้ระบบทางเดินหายใจโล่งสบาย ผมรู้สึกว่าความร้อนช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย รู้สึกสดชื่น และมีพลังมากขึ้นครับ ควรใช้ห้องหินร้อนสลับกับห้อง Cold room เพื่อทำให้ร่างกายสมดุล และควรจิบน้ำหลังจากใช้งาน เพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำนั่นเอง
• Relaxing Room: ห้องพักผ่อนที่ตกแต่งด้วยเสื่อทาทามิ ให้ความรู้สึกอบอุ่น เป็นส่วนตัว เหมือนอยู่บ้าน กลิ่นหอมอ่อนๆ ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย สงบ และได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ครับ สาขานี้มีห้อง Relaxing ที่ใหญ่มากและออกแบบให้ทุกวัยใช้ร่วมกันได้อย่างมีความสุข
5. โซนรับประทานอาหาร รวมทั้งอาหาร รสชาติ:
หลังจากแช่ออนเซ็น ผมได้ลองอาหารและเครื่องดื่มของทางร้าน ต้องบอกว่า ทางร้านใส่ใจในสุขภาพของลูกค้า เน้นความเป็นอาหารทานเล่น รสชาติแบบต้นตำรับ รสชาติดีมาก อร่อย และรับประทานแล้วรู้สึกดีต่อสุขภาพจริงๆ ครับ:
วันนี้ผมได้ลองเมนูดังนี้ครับ
• สลัดไก่อบ: ไก่อบเนื้อนุ่ม ชุ่มฉ่ำ น้ำสลัดรสชาติกลมกล่อม ไม่เลี่ยน ผักสดกรอบ เป็นเมนูที่เบาๆ แต่ได้คุณค่าทางอาหารครบถ้วนครับ
• ข้าวควินัวไก่ย่างเทริยากิ: ข้าวควินัวนุ่ม หอม ไก่ย่างเทริยากิ รสชาติกลมกล่อม ไม่หวานหรือเค็มมากเกินไป ไข่ลวก Onsen นุ่มละมุนลิ้น เป็นเมนูที่ทานง่าย และดีต่อสุขภาพครับ
• ราเมนน้ำซุปกระดูกหมู: น้ำซุปหอม กลมกล่อม รสชาติเข้มข้น แต่ไม่หนัก เส้นราเมนเหนียวนุ่ม มีหมูเป็นชิ้นๆเปื่อยกำลังดี เป็นเมนูที่อร่อยให้ความรู้สึกอบอุ่น และมีเครื่องดื่มกับขนมที่ได้ลองด้วยครับ
• เครื่องดื่ม Cold pressed juices (แครอท แอปเปิ้ล ขิง): รสชาติสดชื่น ดีต่อสุขภาพ รู้สึกได้ถึงความสดใหม่ของวัตถุดิบ เป็นเครื่องดื่มที่ช่วยเพิ่มความสดชื่น และดีต่อสุขภาพครับ
• น้ำสตรอว์เบอร์รี่โซดา: รสชาติหวานอมเปรี้ยว สดชื่น คลายร้อนได้ดี เป็นเครื่องดื่มที่เหมาะกับการพักผ่อนครับ
• เค้กช็อกโกแลตราสป์เบอร์รี่: เค้กเนื้อนุ่ม รสชาติเข้มข้น ไม่หวานมากเกินไป ราสป์เบอร์รี่ช่วยตัดความหวานได้ดี เป็นของหวานที่อร่อย และไม่รู้สึกผิดหลังจากทานครับ
นอกจากนี้ ยังมีขนมของว่างให้บริการฟรี เช่น ทองม้วน 3 รสชาติ น้ำใบเตย และน้ำ Infused Water เป็นอีก 1 จุดเด่นที่ทำให้ลูกค้าชอบมาใช้ออนเซนที่ Let’s Relax เพราะรสชาติขนมทองม้วน อร่อยยืนหนึ่ง ที่ช่วยเพิ่มความประทับใจให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดีครับ
6. พาชมโซนสปา:
ผมได้มีโอกาสเดินชมโซนสปา ทั้งห้องนวดเท้า นวดไทย และนวดอโรม่า บรรยากาศผ่อนคลายมากครับ วัสดุที่ใช้ตกแต่งเน้นความเป็นธรรมชาติ โทนสีที่เลือกใช้ก็ช่วยสร้างบรรยากาศที่สงบ และเป็นส่วนตัว รู้สึกได้ถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อให้ลูกค้าได้ผ่อนคลายอย่างแท้จริง โอกาสหน้าผมจะมารีวิวบริการนวดให้ฟังเพิ่มเติมนะครับ แต่จากการได้ชมบรรยากาศ ผมเชื่อว่าบริการนวดของที่นี่ ต้องน่าประทับใจอย่างแน่นอนครับ
สรุป: Let’s Relax Onsen and Spa สาขา Lumphini เป็นสถานที่ที่ผมประทับใจอย่างมากครับ ตั้งแต่การตกแต่งที่สวยงาม บรรยากาศที่ผ่อนคลาย ความสะอาด คุณภาพของออนเซ็นที่ครบครัน และอาหารที่อร่อย ดีต่อสุขภาพ ทุกอย่างสมบูรณ์แบบ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักผ่อน ผ่อนคลาย และบำรุงสุขภาพ อย่างแท้จริงครับ บอกเลยว่า ต้องมาลองใช้บริการให้ได้ครับ เหมาะสมกับทุกเพศทุกวัยจริงๆ
SR - Sponsored Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ SR โดยที่เจ้าของกระทู้
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น