Dairy Queen บุกเปิดร้านในทำเลเดียวกับ 7-Eleven

จากห้างสู่ร้านสะดวกซื้อ! เคล็ดลับปั้นยอดขายใหม่ของ Dairy Queen อยู่ที่ 7-Eleven ขายดี 7-8 แสนบาทต่อเดือน
ใครจะไปคิดว่าวันหนึ่งเราจะได้เห็นร้านไอศกรีมที่มักอยู่ในศูนย์การค้าหรือไฮเปอร์มาร์เก็ตเป็นหลัก มาอยู่ในทำเลเดียวกับร้านสะดวกซื้ออย่าง 7-Eleven แต่วันนี้เกิดขึ้นแล้วกับ Dairy Queen

อนุพนธ์ นิธิยานันท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) อธิบายว่า การขยายไปสู่ทำเลเดียวกับ 7-Eleven ไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับ Dairy Queen เพราะที่ผ่านมาก็ขยายนอกห้างไปสู่ปั๊มน้ำมันมาแล้ว

“แต่ความแตกต่างคือปั๊มน้ำมันยังมีทราฟฟิกที่มาจากทั้งคนเดินทางและผู้ที่เข้ามาเติมน้ำมัน แต่คนที่มา 7-Eleven จะต้องมาเพื่อซื้อของเท่านั้น ด้วยเหตุนี้จำนวนทราฟฟิกจึงต่างกัน”

ถึงอย่างนั้นธุรกิจต้องมีการเติบโต และทำเลแบบเดิมๆ ไม่สามารถรองรับได้อีกแล้ว 7-Eleven จึงกลายเป็นตัวเลือกที่มองข้ามไม่ได้สำหรับ Dairy Queen เพราะปัจจุบัน 7-Eleven ไม่ได้เปิดอยู่ตามตึกแถว หากแต่หาพื้นที่ขนาดใหญ่เพื่อเปิดร้านที่ลูกค้าสามารถจอดรถได้ง่าย

อย่างแผนขยายสาขาในปี 2567 จำนวน 700 สาขา กว่า 30% จะเป็นสาขาที่มีที่จอดรถ แปลว่า 7-Eleven ก็มองเห็นว่า การมีที่จอดรถจำเป็นสำหรับร้านสะดวกซื้อ เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่นิยมใช้รถยนต์ส่วนตัวและมองหาความสะดวกสบายในการจับจ่ายใช้สอย

การมีที่จอดรถจึงช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงร้านได้ง่าย ซื้อสินค้าได้มากขึ้น และตอบสนองต่อการเติบโตของสังคมเมืองที่ยานยนต์ส่วนตัวยังคงมีบทบาทสำคัญ เพราะในบางทำเล ที่จอดรถอาจกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกร้านสะดวกซื้อของผู้บริโภค ร้านที่มีที่จอดรถอาจได้เปรียบในการแข่งขันกับร้านที่ไม่มี โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีร้านสะดวกซื้อหลายแห่ง

สำหรับ Dairy Queen ตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมาเริ่มเปิดร้านในทำเลเดียวกับ 7-Eleven มาแล้ว 5 สาขา ซึ่งอยู่ในทำเลปริมณฑลทั้งหมด

แม้จะต้องลงทุนมากกว่าร้านปกติซึ่งจะอยู่ที่ราว 1.5-1.7 ล้านบาทต่อร้านที่มีพื้นที่ 25-30 ตารางเมตร มาเป็นการใช้เงิน 2 ล้านบาทเพื่อสร้างร้าน 40-50 ตารางเมตร พร้อมที่นั่งกินเหมือนร้านทั่วไป

สิ่งที่ชี้ชัดถึงการที่บอกว่า Dairy Queen ‘คิดถูก’ แล้วที่เปิดร้านไปกับ 7-Eleven คือยอดขายที่เพิ่มขึ้น 20-30% จาก 5 แสนบาทต่อเดือนมาเป็น 7-8 แสนบาทต่อเดือน แถมยังมีการใช้จ่ายต่อบิลที่เพิ่มขึ้นมาเป็น 200 บาท จาก 120 บาทในสาขาปกติ

“เหตุผลที่ทำให้ร้านในทำเล 7-Eleven มียอดขายที่มากกว่า เพราะไม่ต้องเปิด-ปิดเวลาเดียวกับห้าง ทำให้มีระยะเวลาขายได้มากขึ้น บางร้านเราจึงเปิดตั้งแต่ 09.00 น. ไปจนปิด 23.00 น. ซึ่งยังมีลูกค้าที่เดินมาซื้อและสั่งเดลิเวอรี”

ยอดขายที่ดีแบบนี้ทำให้ในปี 2568 ไมเนอร์ ฟู้ด วางแผนที่จะขยาย Dairy Queen โมเดลนี้ไม่น้อยกว่า 10 สาขา แถมยังไม่จำกัดด้วยว่า จะต้องผูกปิ่นโตไปกับ 7-Eleven เท่านั้น แต่เป็นร้านสะดวกซื้อแบรนด์ไหนก็ได้ ขอแค่เป็นทำเลที่มีคนอาศัยหนาแน่น พร้อมเปิดขายแบบแฟรนไชส์ด้วย

สำหรับ Dairy Queen ถือเป็นร้านที่มีจำนวนสาขามากที่สุดในไมเนอร์ ฟู้ด โดย ณ สิ้นปี 2567 มีสาขากว่า 540 แห่ง จากจำนวนร้านทั้งสิ้น 2,083 สาขาที่เปิดในไทยของไมเนอร์ ฟู้ด

โดยปี 2567 ไมเนอร์ ฟู้ด ทำรายได้ 32,132 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% ในขณะที่ยานแม่อย่างบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT มีรายได้ 166,034 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% และมีกำไรสุทธิรวม 7,750 ล้านบาท เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดกว่า 43% เลยทีเดียว

ที่มา :  THE STANDARD WEALTH
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่