สรุปให้เข้าใจได้ง่ายๆ (ถ้าเข้าใจได้นะ)
เมื่อ อัตตา เป็นคำสมมุติขึ้นก่อนพระพุทธเจ้าอุบัตขึ้น และไม่สามารถหาความเกี่ยวข้องกับธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสสอน ในเรื่อง รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ หรือ ขั้นธ์ 5 หรือปรมัตธรรม รูป จิต เจตสิก ที่เป็นไปตามเหตุปัจจัยของ กรรม(เจตนา) และ นิพพาน
ดังนั้น การนำเอา อัตตา มาอยู่ในธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสสอน ย่อมมีทิฏฐิ(ความเห็น) ที่คลาดเคลื่อนหรือผิดไปจากธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว.
เพราะแม้แต่คำว่า สัตว์บุคคล ก็หาสัตว์บุคคลในขันธ์ 5 ไม่ได้เลยเมื่อแยกไม่ประกอบเข้าด้วยกัน ดังที่พระพุทธเจ้าทรงตรัส..
------------------
ดูกร อนุราธะ ก็โดยที่จริง โดยที่แท้ เธอค้นหาสัตว์บุคคล ในขันธ์ 5 เหล่านี้ ในปัจจุบันไม่ได้เลย
------------------
ผมจึงกล่าวหลายครั้งแล้วว่า สัตว์บุคคล นั้นเป็นเพียงคำ บัญญัติสมมุติ ที่สื่อความหมายเรียกแทนให้เข้าใจได้ตามประสาโลกเท่านั้น.
สรุปให้เข้าใจได้ง่ายๆ เรื่อง อัตตา (ถ้าเข้าใจได้นะ)
เมื่อ อัตตา เป็นคำสมมุติขึ้นก่อนพระพุทธเจ้าอุบัตขึ้น และไม่สามารถหาความเกี่ยวข้องกับธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสสอน ในเรื่อง รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ หรือ ขั้นธ์ 5 หรือปรมัตธรรม รูป จิต เจตสิก ที่เป็นไปตามเหตุปัจจัยของ กรรม(เจตนา) และ นิพพาน
ดังนั้น การนำเอา อัตตา มาอยู่ในธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสสอน ย่อมมีทิฏฐิ(ความเห็น) ที่คลาดเคลื่อนหรือผิดไปจากธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว.
เพราะแม้แต่คำว่า สัตว์บุคคล ก็หาสัตว์บุคคลในขันธ์ 5 ไม่ได้เลยเมื่อแยกไม่ประกอบเข้าด้วยกัน ดังที่พระพุทธเจ้าทรงตรัส..
------------------
ดูกร อนุราธะ ก็โดยที่จริง โดยที่แท้ เธอค้นหาสัตว์บุคคล ในขันธ์ 5 เหล่านี้ ในปัจจุบันไม่ได้เลย
------------------
ผมจึงกล่าวหลายครั้งแล้วว่า สัตว์บุคคล นั้นเป็นเพียงคำ บัญญัติสมมุติ ที่สื่อความหมายเรียกแทนให้เข้าใจได้ตามประสาโลกเท่านั้น.