JJNY : พี่สาว 'วันเฉลิม' เข้าให้ข้อมูล กมธ.│น้ำป่าเทือกเขาหลวงเมืองคอนทะลัก│ราคาน้ำมันดิบโลกลดลง│องค์กรญี่ปุ่นคว้ารางวัล

พี่สาว 'วันเฉลิม' เข้าให้ข้อมูล กมธ.ความมั่นคงฯ ไร้เงา จนท.รัฐ เตรียมนัดใหม่ จ่อเรียก 'ทักษิณ' อีกคน
https://prachatai.com/journal/2024/10/111015
 
 
พี่สาว “วันเฉลิม” เข้าให้ข้อเท็จจริงกับ กมธ. ความมั่นคงฯ กรณีถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจกักขังหน่วงเหนี่ยวที่บริเวณทางเข้าบ้านจันทร์ส่องหล้าในวันที่อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชาฮุนเซนเดินทางมาเยือน ไร้เงาหน่วยงานรัฐเข้าชี้แจง กมธ. ความมั่นคงฯ เตรียมนัดใหม่สิ้นเดือนนี้ เชิญผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และอาจรวมถึง “ทักษิณ” ที่อยู่ในบ้านจันทร์ส่องหล้าวันเกิดเหตุมาให้ข้อมูลด้วย
 
11 ต.ค. 2567 มูลนิธิผสานวัฒนธรรมรายงาน วานนี้ (10 ต.ค. 2567) สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวของ “วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์” นักกิจกรรมทางการเมืองที่ถูกบังคับให้สูญหายในประเทศกัมพูชา ขณะลี้ภัยเมื่อปี 2563 พร้อมทีมทนายความ เข้าให้ข้อเท็จจริงกับคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐกิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร กรณีที่ตนถูกติดตาม คุกคาม และปิดกั้นเสรีภาพ
 
รังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์และการปฏิรูปประเทศ ได้เชิญสิตานันฯ ,ประกายดาว พฤกษาเกษมสุข , สำนักงานตำรวจแห่งชาติ , คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เข้าร่วมให้ข้อเท็จจริง โดยทางคณะรัฐศาสตร์และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนฯ ได้มีหนังสือชี้แจงว่าไม่สามารถเข้าร่วมในนัดนี้ได้ เนื่องจากติดภารกิจ แต่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ที่ไม่สามารถชี้แจงข้อมูลที่เกี่ยวข้องหรือมีอำนาจในการตัดสินใจเชิงนโยบาย กมธ.จึงทำการนัดหมายใหม่ ให้ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  ที่ไม่สามารถมาชี้แจงได้ในครั้งนี้มาชี้แจงในวันที่ 30 ต.ค. 2567 และอาจรวมถึงเชิญทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีที่อยู่ในบ้านจันทร์ส่องหล้า ในวันที่เกิดเหตุอีกด้วย
 
ในวันดังกล่าว รังสิมันต์ โรม ได้กล่าวถึงความจำเป็นที่ต้องเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจ้ง และความสำคัญในการแก้ไขปัญหาเรื่องการคุกคาม  รังสิมันต์ โรมแถลงข่าวกับสื่อมวลชนว่า จากเหตุการณ์การข่มขู่คุกคามที่เกิดขึ้นฟังดูเสมือนว่าขณะนี้อยู่ในรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร แต่ความเป็นจริงเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นในยุคที่รัฐบาล คือ พรรคเพื่อไทย และตนอยากใช้พื้นที่ตรงนี้เพื่อให้พี่น้องสื่อมวลชน ประชาชนที่ติดตามในเรื่องนี้ได้รับทราบว่า การข่มขู่คุกคามต่อพี่น้องประชาชนยังเกิดขึ้นอยู่ และเมื่อเราต้องการจะแสวงหาความร่วมมือเพื่อแก้ไขเรื่องนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี โดยการกำกับดูแลโดยภูมิธรรม เวชยชัยนั้นไม่ให้ความร่วมมือเรื่องนี้เลยต่อ กมธ. ความมั่นคงฯ จึงนัดประชุมเพื่อพูดคุยอีกรอบในวันที่ 30 ต.ค.  2567
 
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2567 สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พร้อมด้วยทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ยื่นหนังสือต่อรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐกิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีที่สิตานันฯ ถูกติดตาม คุกคามปิดกั้นสิทธิเสรีภาพ นับตั้งแต่ที่ตนได้ออกมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้แก่วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมทางการเมืองและผู้ลี้ภัยไทยถูกบังคับสูญหาย ณ ประเทศกัมพูชา เมื่อปี 2563 อันรวมถึงการถูกคุกคามและกักขังหน่วงเหนี่ยวโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวน 30-40 นายเมื่อวันที่ 21 ก.พ.2567 ในเหตุการณ์ที่ตนต้องการเดินทางไปที่บ้านจันทร์ส่องหล้าเพื่อทวงถามความคืบหน้ากรณีวันเฉลิมสูญหายที่กัมพูชา การถูกขึ้นทะเบียนในบัญชีดำว่าเป็นภัยความมั่นคงของชาติ และล่าสุดถูกจำกัดสิทธิในการนำเสนอเรื่องราวของวันเฉลิมในงานวันผู้สูญหายสากล รวมถึงการเปิดตัวหนังสือที่สิตานัน ได้จัดทำขึ้นเพื่อเผยแพร่ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการติดตามตัวน้องชายของตนในวันเมื่อวันที่ 5 ก.ย.  ที่ผ่านมา
 


ระทึก! น้ำป่าเทือกเขาหลวงเมืองคอนทะลัก ซัด 3 นทท.ภูเก็ต ดับ 2 บาดเจ็บ 1
https://ch3plus.com/news/social/ch3onlinenews/420372

สุดระทึก น้ำป่าเทือกเขาหลวงเมืองคอนทะลักซัด 3 นักท่องเที่ยวภูเก็ต เสียชีวิต 2 บาดเจ็บ 1 บริเวณคลองวังลุง หมู่ 6 ต.ทอนหงส์ อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 11 ต.ค.2567 เกิดน้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาหลวงลงสู่ที่บริเวณวังลุงแคมป์ มีนักท่องเที่ยวจาก จ.ภูเก็ต จำนวน 9 คนได้มาเที่ยวที่บริเวณแคมป์ริมคลองดังกล่าว โดยขณะที่นักท่องเที่ยวชาว จ.ภูเก็ตจำนวน 3 คนเป็นชาย 1 คน หญิง 2  คนกำลังลงเล่นน้ำในลำคลองดังกล่าว โดยไม่ทันระวังตัวได้ถูกน้ำป่าที่ไหลเชี่ยวกรากพัดร่างนักท่องเที่ยวชาวภูเก็ตทั้ง 3 คน ไหลลอยไปกับกระแสน้ำไม่มีใครสามารถช่วยได้ทัน

หลังเกิดเหตุเพื่อนนักท่องเที่ยวและพนักงานของแคมป์ปิ้ง ได้แจ้งให้เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยต่าง ๆ ในพื้นที่ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองหน่วยกู้ภัยมูลนิธิต่าง ๆในพื้นที่ นำโดยนายอำเภอพรหมคีรี ปลัดอำเภอพรหมคีรี กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ได้ระดมกำลังช่วยเหลือนักท่องเที่ยวรอดชีวิตมาได้ 1 รายชื่อนางอรวรรณ กุนอก อายุ 42 ปี ชาว จ.ภูเก็ต มีอาการสำลักน้ำถูกนำส่ง รพ.พรหมคีรี อาการปลอดภัยแล้ว

ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้พบศพผู้เสียชีวิต 1 ราย ชื่อ น.ส.วิลาวัลย์ บุญนำ อายุ 49 ปี ภูมิลำเนาเดิมเป็นชาว จ.สุราษฎร์ธานี สภาพศพจมน้ำเสียชีวิตในคลองดังกล่าว เนื่องจากถูกกระแสน้ำป่าพัดจมน้ำจนเสียชีวิตและยังไม่พบร่างนักท่องเที่ยวที่สูญหายอีก 1 คน ชื่อนายอุปถัมป์ ท่าเอื้อ อายุ 42 ปี ชาว จ.ภูเก็ต ล่าสุดเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองกำนันผู้ใหญ่บ้านและกู้ภัยต่าง ๆ อยู่ระหว่างการค้นหาร่างแต่ยังไม่พบร่างคาดถูกน้ำป่าพัดจมน้ำลงไปด้านล้างทางเจ้าหน้าที่กำลังค้นหาอย่างเต็มที่ขณะนี้

ด้านนายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้สั่งการให้นายสมชาย ลีหล้าน้อย รอง ผวจ.นครศรีธรรมราช เดินทางไปพร้อมนายอำเภอพรหมคีรี และ ผกก.สภ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช ไปยังพื้นที่เกิดเหตุเพื่ออำนวยการค้นหาร่างผู้สูญหายและช่วยเหลือนักท่องเที่ยวชาว จ.ภูเก็ต กลับภูมิลำเนา และจะเร่งค้นหาช่วยเหลือคนที่สูญหาย

ส่วนพื้นที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช ในช่วงเวลาเดียวกัน ที่บริเวณ วังช่อนาง ต.นาหลวงเสน อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือน เรือกสวนไร่นาของชาวบ้านที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำธรรมราช จนเกิดความวุ่นวายชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงกันจ้าละหวั่น ล่าสุดระดับน้ำยังคงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  

ล่าสุดเมื่อเวลา 19.00 น. วันเดียวกันเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยและฝ่ายปกครอง อ.พรหมคีรี จ.นครศรีธรรมราช ระดมกำลังค้นหาจนพบร่างนายอุปถัมป์ ท่าเอื้อ อายุ 42 ปี ชาว จ.ภูเก็ต ถูกน้ำป่าพัดจมสูญหายจากคลองวังลุง หมู่ 6 ต.ทอนหงส์ สภาพศพจมน้ำเสียชีวิตห่างจากที่เกิดเหตุบริเวณวังลุงแคมป์ปิ้งประมาณ  2 – 3 กิโลเมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่กู้ภัยอยู่ระหว่างการกู้ศพนายอุปถัมป์ ขึ้นจากคลอง ก่อนนำศพให้แพทย์ชันสูตรพลิกศพ

ทำให้ทำให้เหตุการณ์ในครั้งนี้มีผู้เสียชีวิตเหตุการณ์น้ำป่าครั้งนี้ 2 ราย รอดชีวิต 1 ราย ทั้งหมดเป็นชาว จ.ภูเก็ต จำนวน 9 คน เดินทางมาร่วมงานแต่งงานแล้วแวะเที่ยวแคมป์ปิ้ง ก่อนลงเล่นน้ำและทั้ง 3 คน ถูกน้ำป่าซัดจมน้ำเสียชีวิต 2 ราย คือ น.ส.วิลาวัลย์ บุญนำ อายุ 49 ปี และนายอุปถัมป์  ท่าเอื้อ อายุ 42 ปี และรอดชีวิต 1 รายคือนางอรวรรณ กุนอก อายุ 42 ปี

ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลาประมาณ 13.30 น.พล.ต.ต.วิมล. พิทักษ์บูรพา รอง ผบช.ภ.8 พร้อม พล.ต.ต.สมชาย ชื่อต่อตระกูล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ร่วมกันตรวจความพร้อมชุดปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยมีชุดปฏิบัติการจาก สภ.ในพื้นที่เสี่ยง นำกำลังพลพร้อม เรือท้องแบนและอุปกรณ์การช่วยเหลือผู้ประสบภัย เข้าร่วม รับการตรวจ  ณ.บริเวณลานหน้าอาคารที่ทำการตำรวจภูธรจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งกำลังดังกล่าวได้เข้าช่วยเหลือในการปฏิบัติการค้นหา ผู้เสียชีวิตและผู้เสียหายจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ด้วยจะมาตรวจความพร้อมชุดปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย


 
ราคาน้ำมันดิบตลาดโลกปรับตัวลดลง เนื่องจากเฮอริเคนมิลตันที่พัดถล่มรัฐฟลอริดา
https://ch3plus.com/news/economy/morning/420382

น้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส อินเตอร์มีเดียท หรือ WTI ส่งมอบล่วงหน้าปิดตลาดเมื่อคืนนี้ปรับตัวลดลง 29 เซนต์ หรือ 0.38 เปอร์เซนต์ ปิดตลาดที่ 75.56 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ ปิดตลาดลดลง 36 เซนต์ หรือ 0.45 เปอร์เซนต์ ปิดที่ 79.04 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

นักวิเคราะห์เชื่อว่า น้ำมันดิบจะปรับตัวลดลงในช่วงระยะเวลาสั้นๆเท่านั้น หลังจากพายุเฮอริเคนมิลตันพัดถล่มรัฐฟลอริด้า ขณะที่สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ทวีความตึงเครียดจะทำให้การผลิตน้ำมันป้อนสู่ตลาดโลกประสบภาวะชะงักงัน

อย่างไรก็ตาม ถ้ามาดูในรอบสัปดาห์ น้ำมันดิบทั้ง WTI และเบรนท์ปรับตัวมากขึ้นกว่า 1%

น้ำมันดิบพุ่งขึ้นเป็นสัปดาห์ที่สองติดต่อกัน และพุ่งขึ้นกว่า 10 เปอร์เซนต์ นับตั้งแต่อิหร่านยิงขีปนาวุธมากกว่า 180 ลูกโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่