• ทุนเริ่มต้น..เป็นผู้มีความอุ่นใจระดับใดก็ตาม
เมื่อใช้ชีวิตไประยะหนึ่งจนโตเต็มตัว
ให้ดูว่าความอุ่นใจเพิ่มขึ้นหรือลดลง
ถ้ารู้สึกอุ่นใจเท่าเดิมแปลว่าเสมอตัว
ถ้าอุ่นใจมากยิ่งๆขึ้นแปลว่าคุณกำลังอยู่ในเส้นทางกุศล
แต่ถ้าอุ่นใจน้อยลงก็แปลว่าคุณกำลังอยู่ในเส้นทางลงเหว
ความจริงนี้เป็นสัจจะเสมอ
ผู้สั่งสมบุญย่อมเกิดสุขทางใจ
ผู้สั่งสมบาปย่อมเป็นทุกข์ทางใจ
• หากใจคุณสว่าง อนาคตก็ย่อมสว่าง
หากใจคุณมืด อนาคตก็ย่อมมืด!
ความสว่างคือธรรมะ ความมืดคืออธรรม
ยิ่งใจคุณผูกอยู่กับธรรมะมากขึ้นเท่าไร
ใจคุณก็ยิ่งสว่างขึ้นเท่านั้น
ตรงข้าม หากใจคุณเอาแต่ผูกอยู่กับอธรรม
พอทำความรู้สึกเข้ามาในใจ
ก็จะเห็นแต่ความมืดคลุ้มไม่มีดี
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
• กรรมเป็นเรื่องคาดการณ์ยาก
ผลของอกุศลบางอย่างนั้นอาจเกิดขึ้นเรื่อยๆ
หาจุดจบยาก ไม่ว่าคุณจะดีสักขนาดไหน
แต่ที่แน่นอนคือเมื่อศรัทธาเรื่องกรรมวิบากอย่างมั่นคงแล้ว
ใจคุณจะไม่เป็นทุกข์
เพราะเจตนาทำชั่วไม่มีด้วยกรณีใดๆ
และแม้ถูกทำร้าย
ความอาฆาตแค้นพยาบาทฝังใจก็ไม่ปรากฏ
เมื่อไม่คิดทำชั่ว ไม่ผูกใจเจ็บ เท่านี้จิตก็ใส ใจก็เบา
เหมือนลอยคออยู่ในทะเลแห่งความสุขกันแล้วเห็นๆ
เหตุยั่วยุให้ทำชั่วจะน้อยหรือเบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อจิตคุณใส ใจคุณถึงจริงๆ
• ใครจะหาว่าเข้าข้างตัวเองก็ช่างเขา
แต่ขอให้เชื่อเถิดว่าเมื่อเกิดมาอยู่ใต้ร่มพุทธ
มีสิทธิ์ฟังคำสอนอันยิ่งใหญ่ของพระพุทธเจ้าแล้วล่ะก็
ให้ตัดสินได้เลยว่าคุณมีทุนเก่ามาหนากว่าคนอื่นๆ
ในโลกที่เขาอยู่ในประเทศซึ่งขาดโอกาสแบบเรา
ปักใจเชื่อให้เด็ดเดี่ยวแบบนี้เสียจะได้มีกำลังใจเป็นทุนใหม่
ก่อกรรมจนได้ความอุ่นใจเป็นใบเสร็จ
คือยิ่งอุ่นใจมากแปลว่ากำไร
ใจแห้งขอดแปลว่าขาดทุน
ไม่ว่าใครจะกำไรหรือขาดทุนแค่ไหนแล้ว
ก็ขอให้ลงทุนเพิ่มเข้าไปเถิด
• ที่พระพุทธเจ้าสอนให้คิด พูด ทำอยู่ในกรอบ
ของทาน ศีล ภาวนา ยิ่งน้ำหนักกรรมดีมีมากขึ้นเพียงใด
ความอุ่นใจก็จะยิ่งเอ่อมากขึ้นเพียงนั้น
กระทั่งถึงวันหนึ่งเมื่อมีความสุขจนล้นหลาม
คุณจะทราบเองว่าใจแท้ๆที่เป็นบุญเป็นกุศล
ที่มีสติสัมปชัญญะ ที่มีปัญญาความฉลาดนั้น
จะไม่รู้สึกเลยว่าชีวิตสิ้นสุดตอนโดนเผา
คุณจะเลื่อมใสไม่ดูแคลนในบุญกุศลอย่างเต็มเปี่ยม
และเห็นประจักษ์ตามธรรมชาติคือ
"ผู้สั่งสมบุญย่อมอยู่เป็นสุขแน่นอน" ครับ
บทความ : ดังตฤณ
จะชนะกรรมเก่าได้ ชนะได้ด้วยใจอย่างเดียว!
เมื่อใช้ชีวิตไประยะหนึ่งจนโตเต็มตัว
ให้ดูว่าความอุ่นใจเพิ่มขึ้นหรือลดลง
ถ้ารู้สึกอุ่นใจเท่าเดิมแปลว่าเสมอตัว
ถ้าอุ่นใจมากยิ่งๆขึ้นแปลว่าคุณกำลังอยู่ในเส้นทางกุศล
แต่ถ้าอุ่นใจน้อยลงก็แปลว่าคุณกำลังอยู่ในเส้นทางลงเหว
ความจริงนี้เป็นสัจจะเสมอ
ผู้สั่งสมบุญย่อมเกิดสุขทางใจ
ผู้สั่งสมบาปย่อมเป็นทุกข์ทางใจ
• หากใจคุณสว่าง อนาคตก็ย่อมสว่าง
หากใจคุณมืด อนาคตก็ย่อมมืด!
ความสว่างคือธรรมะ ความมืดคืออธรรม
ยิ่งใจคุณผูกอยู่กับธรรมะมากขึ้นเท่าไร
ใจคุณก็ยิ่งสว่างขึ้นเท่านั้น
ตรงข้าม หากใจคุณเอาแต่ผูกอยู่กับอธรรม
พอทำความรู้สึกเข้ามาในใจ
ก็จะเห็นแต่ความมืดคลุ้มไม่มีดี
. . . . . . . . . . . . . . . . . . . .
• กรรมเป็นเรื่องคาดการณ์ยาก
ผลของอกุศลบางอย่างนั้นอาจเกิดขึ้นเรื่อยๆ
หาจุดจบยาก ไม่ว่าคุณจะดีสักขนาดไหน
แต่ที่แน่นอนคือเมื่อศรัทธาเรื่องกรรมวิบากอย่างมั่นคงแล้ว
ใจคุณจะไม่เป็นทุกข์
เพราะเจตนาทำชั่วไม่มีด้วยกรณีใดๆ
และแม้ถูกทำร้าย
ความอาฆาตแค้นพยาบาทฝังใจก็ไม่ปรากฏ
เมื่อไม่คิดทำชั่ว ไม่ผูกใจเจ็บ เท่านี้จิตก็ใส ใจก็เบา
เหมือนลอยคออยู่ในทะเลแห่งความสุขกันแล้วเห็นๆ
เหตุยั่วยุให้ทำชั่วจะน้อยหรือเบาบางลงอย่างเห็นได้ชัด
เมื่อจิตคุณใส ใจคุณถึงจริงๆ
• ใครจะหาว่าเข้าข้างตัวเองก็ช่างเขา
แต่ขอให้เชื่อเถิดว่าเมื่อเกิดมาอยู่ใต้ร่มพุทธ
มีสิทธิ์ฟังคำสอนอันยิ่งใหญ่ของพระพุทธเจ้าแล้วล่ะก็
ให้ตัดสินได้เลยว่าคุณมีทุนเก่ามาหนากว่าคนอื่นๆ
ในโลกที่เขาอยู่ในประเทศซึ่งขาดโอกาสแบบเรา
ปักใจเชื่อให้เด็ดเดี่ยวแบบนี้เสียจะได้มีกำลังใจเป็นทุนใหม่
ก่อกรรมจนได้ความอุ่นใจเป็นใบเสร็จ
คือยิ่งอุ่นใจมากแปลว่ากำไร
ใจแห้งขอดแปลว่าขาดทุน
ไม่ว่าใครจะกำไรหรือขาดทุนแค่ไหนแล้ว
ก็ขอให้ลงทุนเพิ่มเข้าไปเถิด
• ที่พระพุทธเจ้าสอนให้คิด พูด ทำอยู่ในกรอบ
ของทาน ศีล ภาวนา ยิ่งน้ำหนักกรรมดีมีมากขึ้นเพียงใด
ความอุ่นใจก็จะยิ่งเอ่อมากขึ้นเพียงนั้น
กระทั่งถึงวันหนึ่งเมื่อมีความสุขจนล้นหลาม
คุณจะทราบเองว่าใจแท้ๆที่เป็นบุญเป็นกุศล
ที่มีสติสัมปชัญญะ ที่มีปัญญาความฉลาดนั้น
จะไม่รู้สึกเลยว่าชีวิตสิ้นสุดตอนโดนเผา
คุณจะเลื่อมใสไม่ดูแคลนในบุญกุศลอย่างเต็มเปี่ยม
และเห็นประจักษ์ตามธรรมชาติคือ
"ผู้สั่งสมบุญย่อมอยู่เป็นสุขแน่นอน" ครับ
บทความ : ดังตฤณ