อรัมบท ย้อนอดีต ไม่เกี่ยวกับเกม Unplugged ถ้าอยากอ่านเฉพาะเรื่องเกมข้ามตรง Spoil ได้เลย
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้สำหรับคนที่อายุประมาณ 40 Up ตอนเด็ก ๆ หรือ ช่วง ม.ต้น เคยกันไหม ทำท่า Action สุดฤทธิ์ เหมือนคนดีดกีตาร์ แต่ไม่ได้มีกีตาร์อยู่ในมือ หรือเอาไม้กวาดยืนดีด เหมือนดีดกีตาร์ เพราะยุคนั้น นอกจากเทปเพลงพวกคาราบาว ไมโคร นูโวแล้ว ทีวีก็เพิ่งจะเป็นจอขาวดำ กว่าจะเริ่มฉายก็เกือบ 4 โมงเย็น ดังนั้น ยุคนั้น นอกจากเล่น หมากเก็บ กระต่ายขาเดียว ซ่อนหา ไล่จับแล้ว การร้องเล่น ตีกะละมัง ดีดกีตาร์แอร์ ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่ง ที่เล่นแก้เบื่อได้ในเวลาว่าง
เวลาผ่านไป บางคนจริงจังกับกีตาร์ ก็ตั้งวงเล่นในโรงเรียน ที่ทำงาน ร้องตามร้านอาหาร หรือออกเทป ก็ว่ากันไป
ส่วนผมได้แค่ลองฝึกหัดเล่น ตอน ม.ปลายด้วยกีตาร์โปร่ง แล้วก็เลิกราไป เพราะเจ็บนิ้วเสียเหลือเกิน 555
จนเวลาผ่านไป ในยุคประมาณ เครื่อง PS2-3, XBOX ก็มีเกมส์ดนตรี ที่เกี่ยวกับกีตาร์ออกมา คือ Guitar Hero และประสบความสำเร็จอย่างมาก และตามต่อด้วย Rock Band (ชอบมาก ๆ ทั้ง 2 เกม) และ Ubisoft ได้ออกเกมกีตาร์มาเช่นกัน โดยบอกว่าหมดเวลาของกีตาร์พลาสติกแล้ว ด้วยการทำเกม Rock Smith ออกมา ซึ่งใช้เล่นกับกีตาร์จริง แล้วหลังจากนั้น กระแสเกมแนวนี้ก็เงียบลงไป เนื่องจากมีนวัตกรรมอื่น ๆ เช่น Kinect เข้ามาเป็นกระแสแทน จนกระทั่งงาน E3 เมื่อกลางปีทาง Ubisoft ได้ออกมาประกาศ เกม Rocksmith ภาคใหม่ ในรอบ 10 ปี คือ Rocksmith+ ซึ่งผมตื่นเต้นและเฝ้ารออย่างมาก กะว่าจะเล่นกีตาร์ให้เป็นด้วย Rocksmith+ นี่แหละ (แต่ตอนนี้ก็เงียบไป อาจจะ Delay เพราะโควิด)
Unplugged Air Guitar นั้น ไม่อยู่ในหัว ไม่อยู่ใน Wishlish เลย เพราะมีเกม VR แนวนี้อยู่แล้ว คือ Rocking Legend ซึ่งเล่นแล้วเฉย ๆ มาก คิดว่าเกมแนวนี้ ทำได้สุด ๆ ก็คงจะแค่นี้แหละ (เคยจะซื้อ Rock band VR มาเล่นเหมือนกัน แต่ต้องมีอุปกรณ์เสริมอีก เลยเลิกสนใจไป)
และจนล่าสุด ที่เข้าไปเล่นเกมส์ตามปรกติ ก็ลองดูว่ามีเกมอะไรออกใหม่บ้าง ก็ไปพบเกม Unplugged นี้ โดยมีคะแนนรีวิวจากคนที่ซื้อไปและเขียนลงใน Oculus Store ได้คะแนนดี และก็พูดถึงเรื่องการเอา Hand Tracking มาใช้ได้ดี
พูดถึงตัวเกม
Unplugged เพิ่งจะวางขายใน Oculus Store ราคา 24.99 เหรียญ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับที่ Resident Evil 4 Remake สำหรับ Oculus Quest 2 วางขายเช่นกัน
Unplugged เป็นเกมดนตรี ที่เล่นเป็นนักกีตาร์ สำหรับ Version Oculus ออกแบบมาให้เล่นด้วยฟังก์ชั่น Hand Tracking และนี่คือเหตุผลหลักที่ผมต้องซื้อเกมนี้ใน Oculus แทนที่จะรอซื้อใน Stream สำหรับ Version PCVR Stream ก็จะมีออกจำหน่ายด้วยเหมือนกัน แต่นึกไม่ออกว่า Version PCVR จะเล่นอย่างไร
ในการเล่น ก่อนเริ่มแต่ละเพลง สามารถขยับกีตาร์ ให้สอดคล้องกับตำแหน่งที่ถนัดได้ ยืนเล่น นั่งเล่น ได้ทั้งนั้น เกมไม่ได้มีการจับ Cord แบบเล่นกีตาร์จริง มีเพียงแค่เลื่อนมือไปตาม Fret จำนวน 4 ช่อง ส่วนนิ้ว ที่ใช้กดสาย ก็ใช้ทั้ง 4 นิ้ว (ไม่รวมนิ้วโป้ง) กด 4 นิ้วบ้าง 3 นิ้วบ้าง 2 นิ้วบ้าง ระหว่างเล่น ก็จะมีการสะสม Power Up บ้าง ตาม Style เกมแนวนี้ (มีการดึงผู้พัฒนาเกม Guitar Hero "Marcus Henderson" มาร่วมด้วย ดังน้ั้น การออกแบบเกม ให้เล่นสนุก ไม่ต้องห่วง)
จำนวนเพลงในเกม มี 23 เพลง
*** โอ้ว มี Free Bird จาก Lynyrd Skynyrd ด้วย รู้จักเพลงนี้ครั้งแรก ตอนเล่น Guitar Hero และยังตราตรึง ในความเพราะและความยาวของเพลงอยู่ ส่วนอีก 22 เพลงที่เหลือ ไม่รู้จักเลย
มีเวทีให้ไต่เต้า 5 เวที คือเริ่มจากเล่นในร้านเล็ก ๆ ที่เราเล่น มีเราคนเดียว กับตู้แอมป์ Marshall และ Orange โดยแทบจะไม่มีใครสนใจฟัง มายังร้านที่ทุก ๆ คนพร้อมยกมือถือ ขึ้นมาถ่าย (Animation คนฟังเป็นแค่เงาดำ ๆ ไม่ได้สมจริง เข้าใจว่า เนื่องจากเป็นข้อจำกัดของ Hardware ที่ต้อง Run เกมให้ได้ในตัว Oculus ซึ่งไม่ได้แรงมาก) และไปสู่เวที่ที่ใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น จนไปจบที่สนามกีฬา ถ้าเป็นบ้านเรา ก็คงไปเล่นที่สนามราชมัง
ใน 1 เพลงที่เล่น จะมี 3 ระดับ คือ Easy Normal และ Hard
สิ่งที่จะปลดล็อกเพื่อให้สะสมเป็นพิเศษ สำหรับเกมนี้คือ กีตาร์จำนวน 11 ตัว + 1 ด้ามไม้กวาด ซึ่งการจะได้มานั้น คือต้องสะสม Fan เพลง ให้ได้ตามกำหนด จากที่ดู ๆ ก็มีกีตาร์ดัง ๆ เกือบครบ เช่น Gibson Ephiphone Telecaster Les Paul Flying V แต่ในเกมไม่ได้เรียกชื่อถูกต้องนะ เข้าใจว่า ค่าลิขสิทธิ์คงแพง ชื่อจะเป็นคล้าย ๆ แค่ให้พอรู้
จุดเด่นของเกม ที่ทำให้นึกถึง
ความรู้สึก มัน สนุก ย้อนไปเหมือนตอนที่เล่น Guitar Hero, Rock band และ Hand Tracking ในระดับนิ้วที่ถึงจะเป็นจุดเริ่มต้น แต่ก็ทำได้ดี
ความเห็นก่อนจาก
1. VR อาจจะไม่ว้าวมาก เพราะออกมาหลายปี แต่พอมีเกมที่นำเทคโนโลยี อย่าง Hand Tracking มาใช้ร่วมได้อย่างดี ก็กลับมาสร้างความว้าวได้อีกครั้ง น่าจะมีอีกหลาย ๆ เกม ที่ได้ไอเดียจากการใช้ Hand Tracking ของเกมนี้ แล้วต่อยอด ให้ได้ว้าวกันอีกเรื่อย ๆ
2. เกมส์ใน VR นี่ ช่วยให้ห้องโล่งได้เยอะเลย มีแค่ Head Set กับ Joy จบเลย ถ้าเป็นเมื่อก่อนของเล่นเต็มบ้านแน่ ไม่ว่าจะเป็น กีตาร์ กลอง รางรถไฟของเล่น โต๊ะพินบอล เหมาะกับคนยุค Minimal มาก
3. เป็นการเล่นกีตาร์ ที่ไม่เจ็บนิ้ว แต่เจ็บหน้า หน้าช้ำมาก เพราะ VR รัด (ขอให้ VR รุ่นใหม่ ๆ เบากว่านี้อีก จะได้ใส่แต่ละครั้งได้นาน ๆ )
หนึ่งในเพลงที่ชอบที่สุดของเกมนี้ อยากให้มีเพลงประมาณนี้เยอะ ๆ ส่วนใหญ่ จะเป็นเพลงช้า ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ คงต้องรอ DLC ต่อไป
๊Unplugged Air Guitar ที่ฉันได้สัมผัส [VR GAMES :4]
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
Unplugged Air Guitar นั้น ไม่อยู่ในหัว ไม่อยู่ใน Wishlish เลย เพราะมีเกม VR แนวนี้อยู่แล้ว คือ Rocking Legend ซึ่งเล่นแล้วเฉย ๆ มาก คิดว่าเกมแนวนี้ ทำได้สุด ๆ ก็คงจะแค่นี้แหละ (เคยจะซื้อ Rock band VR มาเล่นเหมือนกัน แต่ต้องมีอุปกรณ์เสริมอีก เลยเลิกสนใจไป)
และจนล่าสุด ที่เข้าไปเล่นเกมส์ตามปรกติ ก็ลองดูว่ามีเกมอะไรออกใหม่บ้าง ก็ไปพบเกม Unplugged นี้ โดยมีคะแนนรีวิวจากคนที่ซื้อไปและเขียนลงใน Oculus Store ได้คะแนนดี และก็พูดถึงเรื่องการเอา Hand Tracking มาใช้ได้ดี
พูดถึงตัวเกม
Unplugged เพิ่งจะวางขายใน Oculus Store ราคา 24.99 เหรียญ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเดียวกันกับที่ Resident Evil 4 Remake สำหรับ Oculus Quest 2 วางขายเช่นกัน
Unplugged เป็นเกมดนตรี ที่เล่นเป็นนักกีตาร์ สำหรับ Version Oculus ออกแบบมาให้เล่นด้วยฟังก์ชั่น Hand Tracking และนี่คือเหตุผลหลักที่ผมต้องซื้อเกมนี้ใน Oculus แทนที่จะรอซื้อใน Stream สำหรับ Version PCVR Stream ก็จะมีออกจำหน่ายด้วยเหมือนกัน แต่นึกไม่ออกว่า Version PCVR จะเล่นอย่างไร
ในการเล่น ก่อนเริ่มแต่ละเพลง สามารถขยับกีตาร์ ให้สอดคล้องกับตำแหน่งที่ถนัดได้ ยืนเล่น นั่งเล่น ได้ทั้งนั้น เกมไม่ได้มีการจับ Cord แบบเล่นกีตาร์จริง มีเพียงแค่เลื่อนมือไปตาม Fret จำนวน 4 ช่อง ส่วนนิ้ว ที่ใช้กดสาย ก็ใช้ทั้ง 4 นิ้ว (ไม่รวมนิ้วโป้ง) กด 4 นิ้วบ้าง 3 นิ้วบ้าง 2 นิ้วบ้าง ระหว่างเล่น ก็จะมีการสะสม Power Up บ้าง ตาม Style เกมแนวนี้ (มีการดึงผู้พัฒนาเกม Guitar Hero "Marcus Henderson" มาร่วมด้วย ดังน้ั้น การออกแบบเกม ให้เล่นสนุก ไม่ต้องห่วง)
จำนวนเพลงในเกม มี 23 เพลง
*** โอ้ว มี Free Bird จาก Lynyrd Skynyrd ด้วย รู้จักเพลงนี้ครั้งแรก ตอนเล่น Guitar Hero และยังตราตรึง ในความเพราะและความยาวของเพลงอยู่ ส่วนอีก 22 เพลงที่เหลือ ไม่รู้จักเลย
มีเวทีให้ไต่เต้า 5 เวที คือเริ่มจากเล่นในร้านเล็ก ๆ ที่เราเล่น มีเราคนเดียว กับตู้แอมป์ Marshall และ Orange โดยแทบจะไม่มีใครสนใจฟัง มายังร้านที่ทุก ๆ คนพร้อมยกมือถือ ขึ้นมาถ่าย (Animation คนฟังเป็นแค่เงาดำ ๆ ไม่ได้สมจริง เข้าใจว่า เนื่องจากเป็นข้อจำกัดของ Hardware ที่ต้อง Run เกมให้ได้ในตัว Oculus ซึ่งไม่ได้แรงมาก) และไปสู่เวที่ที่ใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น จนไปจบที่สนามกีฬา ถ้าเป็นบ้านเรา ก็คงไปเล่นที่สนามราชมัง
ใน 1 เพลงที่เล่น จะมี 3 ระดับ คือ Easy Normal และ Hard
สิ่งที่จะปลดล็อกเพื่อให้สะสมเป็นพิเศษ สำหรับเกมนี้คือ กีตาร์จำนวน 11 ตัว + 1 ด้ามไม้กวาด ซึ่งการจะได้มานั้น คือต้องสะสม Fan เพลง ให้ได้ตามกำหนด จากที่ดู ๆ ก็มีกีตาร์ดัง ๆ เกือบครบ เช่น Gibson Ephiphone Telecaster Les Paul Flying V แต่ในเกมไม่ได้เรียกชื่อถูกต้องนะ เข้าใจว่า ค่าลิขสิทธิ์คงแพง ชื่อจะเป็นคล้าย ๆ แค่ให้พอรู้
จุดเด่นของเกม ที่ทำให้นึกถึง
ความรู้สึก มัน สนุก ย้อนไปเหมือนตอนที่เล่น Guitar Hero, Rock band และ Hand Tracking ในระดับนิ้วที่ถึงจะเป็นจุดเริ่มต้น แต่ก็ทำได้ดี
ความเห็นก่อนจาก
1. VR อาจจะไม่ว้าวมาก เพราะออกมาหลายปี แต่พอมีเกมที่นำเทคโนโลยี อย่าง Hand Tracking มาใช้ร่วมได้อย่างดี ก็กลับมาสร้างความว้าวได้อีกครั้ง น่าจะมีอีกหลาย ๆ เกม ที่ได้ไอเดียจากการใช้ Hand Tracking ของเกมนี้ แล้วต่อยอด ให้ได้ว้าวกันอีกเรื่อย ๆ
2. เกมส์ใน VR นี่ ช่วยให้ห้องโล่งได้เยอะเลย มีแค่ Head Set กับ Joy จบเลย ถ้าเป็นเมื่อก่อนของเล่นเต็มบ้านแน่ ไม่ว่าจะเป็น กีตาร์ กลอง รางรถไฟของเล่น โต๊ะพินบอล เหมาะกับคนยุค Minimal มาก
3. เป็นการเล่นกีตาร์ ที่ไม่เจ็บนิ้ว แต่เจ็บหน้า หน้าช้ำมาก เพราะ VR รัด (ขอให้ VR รุ่นใหม่ ๆ เบากว่านี้อีก จะได้ใส่แต่ละครั้งได้นาน ๆ )
หนึ่งในเพลงที่ชอบที่สุดของเกมนี้ อยากให้มีเพลงประมาณนี้เยอะ ๆ ส่วนใหญ่ จะเป็นเพลงช้า ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ คงต้องรอ DLC ต่อไป