ตอนที่ 3
อ่านตอนที่ 1 ได้ที่
https://ppantip.com/topic/38844278
อ่านตอนที่ 2 ได้ที่
https://ppantip.com/topic/38848195
แผนที่การให้บริการของ Peru-Bolivia hop
เราเดินทางโดยรถบัสจากจุดที่ 1 ประเทศ Bolivia มาถึงจุดที่ 7 กันแล้วคือเมือง Huacachina เป็นเมืองทะเลทรายมี Sand dunes สูง ๆ มากมาย มี Oasis เล็ก ๆ อยู่กลางเมือง ประชากรที่อยู่เมืองนี้มีเพียง 100 คนส่วนมากทำงานบริการด้านท่องเที่ยว ส่วนตัวเมืองที่ใกล้ที่สุดที่มีประชากรเป็นแสน ๆ อยู่เลยไปประมาณ 10 กม.
(จุด 4.1 เราไปกันเอง นอกนั้นเราไปกับบัสนี้ตลอดตั้งแต่ออกจาก Lapaz-Lima 2 อาทิตย์ 16-30 มีค.)
บัสออกเดินทางจาก Nazca บ่าย 3 โมงเย็น มาถึงเมืองนี้ประมาณ 1 ทุ่มตรง เนื่องจากมีพิธีแห่รูปพระเยซูใกล้เทศกาล Easter ถนนที่จะเข้าไปใน Oasis ปิดกั้นทุกที่ staff ที่มากับรถบอกว่าไม่สามารถเอารถเข้าไปได้เลย เราจะเห็นผู้คนมากมายเดินกันเต็มถนนเพื่อที่จะไปร่วมพิธี staff บอกว่าถ้าจะให้รอจนถนนเปิดมีหวังรอจน 5 ทุ่มหรือเที่ยงคืน และทุกคนก็เหนื่อยจากการเดินทาง staff ตัดสินใจว่าเราต้องลงเดินลากกระเป๋ากันเอง พวกเราประมาณ 20 กว่าชีวิตของบัสเรารวมทั้งอีกมากมายจากทัวร์บัสคันอื่น ต้องเดินลากกระเป๋าสัมภาระกันบนริมถนนที่เป็นทรายบ้าง หินบ้าง ลูกรังบ้าง ขึ้น ๆ ลง ๆ อย่างทุกลักทุเล (เดินบนถนนเรียบไม่ได้เพราะคนเยอะและรถรับจ้างเล็ก ๆ ที่รับคนขับกันวุ่นวายไปหมด) ในระยะเกือบ 3 กม.เพื่อให้ถึงที่พัก มาถึงจุดนี้ทำให้เรารู้ว่ากระเป๋าที่เราลงทุนมานั้นใช้งานคุ้มค่าเพียงไหน อาจจะไม่สวยแต่ทนทานจริง ๆ เพราะเราเห็นนักท่องเที่ยวที่ลากกระเป๋าแบบ suitecase กันแล้วพวกเค้ายิ่งทุกลักทุเลกว่าเรามาก (พวกเค้าอาจจะอยู่ไม่ไกลเมืองนี้เลยใช้กระเป๋าแบบนั้น)
ในที่สุด 1 ชั่วโมงกว่าก็มาถึงยังที่พักประมาณ 2 ทุ่มครึ่งมันมืดมากมองไม่เห็นวิวทิวทัศน์อะไรเลย พอเช็คอินเข้าโรงแรมเราสังเกตุว่ามันมีอะไรสูงทะมึนอยู่ติดด้านหลังโรงแรมแต่ก็มองไม่เห็นและวาดภาพไม่ออกว่ามันคืออะไร พวกเรารีบเข้านอนเพราะจะมีเวลาตอนเช้าที่จะไป sand buckie, sand boarding ก่อนจะเดินทางต่อไปยัง Lima พอตื่นเช้ามาจึงได้รู้ว่าที่เราดูไม่ออกนั้นคือภูเขาทรายสูงเหมือนตึก 10 ชั้นอยู่ด้านหลังโรงแรมของเราค่ะ
สูงมากเราปีนขึ้นไปหวังว่าจะไปให้ถึงยอด แต่ยิ่งขึ้นยิ่งไกลออกไป เลยไปได้แค่ครึ่งทาง
เมือง Huachachina มี Oasis อยู่ใจกลางล้อมรอบด้วยทรายล้วน ๆ
ไปทัวร์กับรถ sand buckie ซึ่งจะขับพาเราขึ้นลงภูเขาทรายด้วยความเร็วสูงเพื่อพาไปเล่น sand boarding ณ จุดที่สูง ๆ หลายจุด
เตรียมตัวเล่น Sand boarding ลงมา เราใช้ Go Pro ถ่ายเป็นวิดีโอไว้ค่ะ
สังเกตุความสูงของภูเขาทราย
สนุกสนานกันมากคุ้มค่ากับการจ่ายทัวร์รถ sand buckie ขอแนะนำให้ไปเล่นดูนะคะถ้าผ่านมาเส้นนี้
เราเดินทางกันต่อโดยมารวมตัวกัน ณ จุดนัดพบประมาณ 6 โมงเย็น ขากลับนี้ทางบัสเตรียมตัวเอากระเป๋าเดินทางของพวกเราจ้างรถเล็กขนไปขึ้นรถแต่พวกเรายังต้องเดินออกมาไปขึ้นบัสที่รอเราอยู่อีกชั่วโมงกว่า ๆ กว่าจะหารถเจอและกว่าจะรวมตัวกันได้ก็เกือบ 3 ทุ่ม ถึง Lima เมืองหลวงของประเทศ Peru ก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืนค่ะ
Lima ประเทศ Peru
เราพักแถบ Miraflores ซึ่งเป็นแถบที่ติดกับทะเล 4 คืน ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากเขตตัวเมืองสามารถเดินไปประมาณครึ่งชั่วโมง ช่วงที่เรามาถึงเป็นช่วงเทศกาล Easter การจราจรสะดวกเพราะเป็นวันหยุดของประเทศ เราไปชมเมืองหลวงกับ Free walking tour ใช้เวลาเกือบ ๆ 3 ชั่วโมง บ้านเมืองเค้าสวยงามตระการตา แต่ก็ยังเล็กมากเมื่อเที่ยบกับ Buenos Ares ซึ่งที่นั่นเราต้องไปกับ Free walking tour ถึง 2 วัน 2 แถบกันเลยทีเดียว
เราอยู่ที่นี่ไม่ได้ไปทัวร์ดูอะไรมากมาย (นอกจากดูอาคารบ้านเรือนในเมือง) เหมือนกับไปอยู่พักผ่อนหลังจากไม่ได้อยู่เฉย ๆ แบบนี้มาตั้งแต่เริ่มต้นเมื่อเดือนมกราคม เวลาเกือบ ๆ 3 เดือนนั้น มีทั้งความสนุกสนาน ตื่นตา ตื่นใจมาก ประเทศเหล่านี้เป็นประเทศที่เราไม่เคยคิดว่าบ้านเมืองเค้าจะเจริญมาก่อนเป็นร้อย ๆ ปี ได้เคยอ่านผ่านตาในพันทิปมาบ้างก็ต่างกับการไปสัมผัสจริง ๆ ด้วยตัวเอง มันทำให้เราเหมือนเราออกมาจากกะลาทึ่ครอบอยู่ (ถึงแม้ว่าเราจะไปท่องเที่ยวมาหลาย ๆ ประเทศทุก ๆ ปีก็ตาม)
with Free walking tour
ตะวันตกดินแถบที่เราพัก Miraflores
หลังจาก 3 เดือน เราเริ่มคิดถึงอาหารไทย คิดถึงบ้าน เริ่มเบื่อที่จะ live on the suitecase ที่ตั้งใจและตื่นเต้นกับคำว่าไปเป็นปีเอาเข้าจริงแล้วเริ่มเปลี่ยนใจอยากกลับมาเมืองไทยเป็นการเบรคสัก 5-6 อาทิตย์แล้วจึงจะเริ่มใหม่ โดยจะเข้าไปเริ่มที่ San Fransisco อเมริกาแล้วเช่ารถขับขึ้นไปแคนาดา อลาสก้า และมาสิ้นสุดที่ยุโรป เราเลยเปลี่ยนแผนว่าหลังจากที่เราไปเสร็จทัวร์เกาะกาลาปากอส ประเทศ Ecaudor และเข้าไปยังประเทศ Guatemala, Berlize และ Mexico ตั้งแต่วันที่ 4 - 26 เมย. (เพราะบุ๊คล่วงหน้าไว้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเดินทาง) เราบุ๊คบินเข้า New York 1 อาทิตย์ และบุ๊คตั๋วกลับเมืองไทยเพื่อที่จะไปเบรค แต่ไม่รู้ว่าพระเจ้าเห็นว่าเราอยากกลับบ้านทั้งที่ไม่ได้อธิษฐานใด ๆ ทั้งสิ้นหรือเป็นเพราะความซวย เลยทำให้เราถึงที่หมายดั่งใจปรารถนาเร็วขึ้นกว่าเดิมโดยประสพอุบัติเหตุกระดูกสันหลังข้อ L3 แตกยุบที่ประเทศ Berlize กำหนดการเดินทางที่จะต้องเข้า Mexico และ New Youk รวมทั้งตั๋วเครื่องบินจาก New York to Bkk ต้องยกเลิก
Galapagos ประเทศ Ecaudor
เราบินข้ามประเทศจาก Lima มายังเมือง Guayaquil ประเทศ Ecaudor พักที่นี่ 1 คืนเพื่อที่จะบินต่อไปลงที่เกาะ Galapagos Islands เราบุ๊คทัวร์ไว้กับ Interprid ซึ่งเป็นบริษัทของประเทศออสเตรเลีย เราบุ๊คล่วงหน้าเพราะการจะเข้าเกาะกาลาปากอสนั้นมีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว
เรือที่พาเราท่องเที่ยวจะพาไปทั้งหมด 8 เกาะ ในเวลา 8 วัน พวกเรานักท่องเที่ยว 15 คน กินนอน 5 มื้อบนเรือ รวมทั้ง staffอีก 15 คนที่คอยบริการทำอาหาร ปูเตียง ไกด์ที่พาเราเที่ยวใน 8 วันก็เป็นหนึ่งใน staff และจะต้องเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตำแหน่งดูแลสัตว์และเกาะอีกด้วย แต่ละวันจะมีการพาเราขึ้นฝั่งไปสำรวจดินแดนภูเขาไฟ พาไปดำน้ำดู sharks, sea lions, เต่าทะเล นก Blue footed Booby, เป็นนกที่มีเท้าสีฟ้า, Iguana ฝูง sting rays, และสัตว์ต่าง ๆ อีกมากมาย เราถ่ายรูปเป็นพัน ๆ รวมทั้ง video on go pro ตอนลงไปดำน้ำดู sea lions ที่ไม่กลัวมนุษย์ ว่ายเข้ามาเกือบจะชนกล้อง ระยะเวลาทั้ง 8 วันนั้นตื่นเต้น เห็นสัตว์แตกต่างกันออกไปเกือบทุก ๆ เกาะ (ไม่มีประการรังมากมายนะคะ มีแต่สัตว์ทะเล)
การเข้าไปเที่ยวในเกาะนี้ คุณสามารถไปเองได้ทุกเกาะที่คุณพักจะมีทัวร์นำเที่ยวออกไปยังเกาะต่าง ๆ ได้ด้วย
แผนที่เกาะทั้ง 8
เรือของเรา
ทางเรือมีบริการให้เช่าชุด
ยั้วเยี้ยทับถมกันมากมาย พ่นน้ำลายตลอด
15 ชีวิต
Sharks จะมาวนเวียนข้าง ๆ เรือในเวลากลางคืน
เต่าทะเลทะเลากัน
เมื่อครบกำหนด 8 วันเราก็บินข้ามประเทศมายังประเทศ Guatemala อเมริกากลาง แต่ต้องมาต่อเครื่องที่ประเทศ Columbia ขณะรออยู่นั้น เราได้ยินเหมือนคนประกาศคล้าย ๆ ชื่อเราทุก ๆ 15 นาที เราก็คิดว่าไม่น่าใช่เราและสำเนียงก็เพี้ยน ๆ อีกด้วย จนกระทั่งประกาศครั้งที่ 3 จึงชัดเจนขึ้น ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าเค้าต้องการจะเช็คกระเป๋าของเรา เอาล่ะสิ..ถึงแม้ว่าเราไม่ได้มีอะไรผิดกฎหมายแต่ ณ ที่นี้มันประเทศ Columbia ประเทศยาเสพติดอันดับหนึ่งในโลก เราหายใจแทบไม่ออกไม่รู้ว่าจะมีใครยัดอะไรลงไปหรือเปล่า ผู้โดยสารอีก 2 คนที่ถูกเรียกไปเช็คกระเป๋าเป็นชาย เจ้าหน้าที่ให้เราเปิดกระเป๋า ใส่ถุงมือเปิดดูทุกซอกทุกมุม แน่นอนไม่มีอะไร แต่การตรวจค้นแบบนี้ในประเทศนี้ มันเป็นอะไรที่ทำให้ความดันเราขึ้นสูงกันเลยทีเดียว
เดี๋ยวมาต่อนะคะ
ตอนที่ 3 ประสพการณ์เมื่อเดินทาง 3 ทวีป 17 ประเทศ 65 เมือง ในเวลา 6 เดือนครึ่งในวัย 51 และ 54
อ่านตอนที่ 1 ได้ที่
https://ppantip.com/topic/38844278
อ่านตอนที่ 2 ได้ที่
https://ppantip.com/topic/38848195
แผนที่การให้บริการของ Peru-Bolivia hop
เราเดินทางโดยรถบัสจากจุดที่ 1 ประเทศ Bolivia มาถึงจุดที่ 7 กันแล้วคือเมือง Huacachina เป็นเมืองทะเลทรายมี Sand dunes สูง ๆ มากมาย มี Oasis เล็ก ๆ อยู่กลางเมือง ประชากรที่อยู่เมืองนี้มีเพียง 100 คนส่วนมากทำงานบริการด้านท่องเที่ยว ส่วนตัวเมืองที่ใกล้ที่สุดที่มีประชากรเป็นแสน ๆ อยู่เลยไปประมาณ 10 กม.
(จุด 4.1 เราไปกันเอง นอกนั้นเราไปกับบัสนี้ตลอดตั้งแต่ออกจาก Lapaz-Lima 2 อาทิตย์ 16-30 มีค.)
บัสออกเดินทางจาก Nazca บ่าย 3 โมงเย็น มาถึงเมืองนี้ประมาณ 1 ทุ่มตรง เนื่องจากมีพิธีแห่รูปพระเยซูใกล้เทศกาล Easter ถนนที่จะเข้าไปใน Oasis ปิดกั้นทุกที่ staff ที่มากับรถบอกว่าไม่สามารถเอารถเข้าไปได้เลย เราจะเห็นผู้คนมากมายเดินกันเต็มถนนเพื่อที่จะไปร่วมพิธี staff บอกว่าถ้าจะให้รอจนถนนเปิดมีหวังรอจน 5 ทุ่มหรือเที่ยงคืน และทุกคนก็เหนื่อยจากการเดินทาง staff ตัดสินใจว่าเราต้องลงเดินลากกระเป๋ากันเอง พวกเราประมาณ 20 กว่าชีวิตของบัสเรารวมทั้งอีกมากมายจากทัวร์บัสคันอื่น ต้องเดินลากกระเป๋าสัมภาระกันบนริมถนนที่เป็นทรายบ้าง หินบ้าง ลูกรังบ้าง ขึ้น ๆ ลง ๆ อย่างทุกลักทุเล (เดินบนถนนเรียบไม่ได้เพราะคนเยอะและรถรับจ้างเล็ก ๆ ที่รับคนขับกันวุ่นวายไปหมด) ในระยะเกือบ 3 กม.เพื่อให้ถึงที่พัก มาถึงจุดนี้ทำให้เรารู้ว่ากระเป๋าที่เราลงทุนมานั้นใช้งานคุ้มค่าเพียงไหน อาจจะไม่สวยแต่ทนทานจริง ๆ เพราะเราเห็นนักท่องเที่ยวที่ลากกระเป๋าแบบ suitecase กันแล้วพวกเค้ายิ่งทุกลักทุเลกว่าเรามาก (พวกเค้าอาจจะอยู่ไม่ไกลเมืองนี้เลยใช้กระเป๋าแบบนั้น)
ในที่สุด 1 ชั่วโมงกว่าก็มาถึงยังที่พักประมาณ 2 ทุ่มครึ่งมันมืดมากมองไม่เห็นวิวทิวทัศน์อะไรเลย พอเช็คอินเข้าโรงแรมเราสังเกตุว่ามันมีอะไรสูงทะมึนอยู่ติดด้านหลังโรงแรมแต่ก็มองไม่เห็นและวาดภาพไม่ออกว่ามันคืออะไร พวกเรารีบเข้านอนเพราะจะมีเวลาตอนเช้าที่จะไป sand buckie, sand boarding ก่อนจะเดินทางต่อไปยัง Lima พอตื่นเช้ามาจึงได้รู้ว่าที่เราดูไม่ออกนั้นคือภูเขาทรายสูงเหมือนตึก 10 ชั้นอยู่ด้านหลังโรงแรมของเราค่ะ
สูงมากเราปีนขึ้นไปหวังว่าจะไปให้ถึงยอด แต่ยิ่งขึ้นยิ่งไกลออกไป เลยไปได้แค่ครึ่งทาง
เมือง Huachachina มี Oasis อยู่ใจกลางล้อมรอบด้วยทรายล้วน ๆ
ไปทัวร์กับรถ sand buckie ซึ่งจะขับพาเราขึ้นลงภูเขาทรายด้วยความเร็วสูงเพื่อพาไปเล่น sand boarding ณ จุดที่สูง ๆ หลายจุด
เตรียมตัวเล่น Sand boarding ลงมา เราใช้ Go Pro ถ่ายเป็นวิดีโอไว้ค่ะ
สังเกตุความสูงของภูเขาทราย
สนุกสนานกันมากคุ้มค่ากับการจ่ายทัวร์รถ sand buckie ขอแนะนำให้ไปเล่นดูนะคะถ้าผ่านมาเส้นนี้
เราเดินทางกันต่อโดยมารวมตัวกัน ณ จุดนัดพบประมาณ 6 โมงเย็น ขากลับนี้ทางบัสเตรียมตัวเอากระเป๋าเดินทางของพวกเราจ้างรถเล็กขนไปขึ้นรถแต่พวกเรายังต้องเดินออกมาไปขึ้นบัสที่รอเราอยู่อีกชั่วโมงกว่า ๆ กว่าจะหารถเจอและกว่าจะรวมตัวกันได้ก็เกือบ 3 ทุ่ม ถึง Lima เมืองหลวงของประเทศ Peru ก็ปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืนค่ะ
Lima ประเทศ Peru
เราพักแถบ Miraflores ซึ่งเป็นแถบที่ติดกับทะเล 4 คืน ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากเขตตัวเมืองสามารถเดินไปประมาณครึ่งชั่วโมง ช่วงที่เรามาถึงเป็นช่วงเทศกาล Easter การจราจรสะดวกเพราะเป็นวันหยุดของประเทศ เราไปชมเมืองหลวงกับ Free walking tour ใช้เวลาเกือบ ๆ 3 ชั่วโมง บ้านเมืองเค้าสวยงามตระการตา แต่ก็ยังเล็กมากเมื่อเที่ยบกับ Buenos Ares ซึ่งที่นั่นเราต้องไปกับ Free walking tour ถึง 2 วัน 2 แถบกันเลยทีเดียว
เราอยู่ที่นี่ไม่ได้ไปทัวร์ดูอะไรมากมาย (นอกจากดูอาคารบ้านเรือนในเมือง) เหมือนกับไปอยู่พักผ่อนหลังจากไม่ได้อยู่เฉย ๆ แบบนี้มาตั้งแต่เริ่มต้นเมื่อเดือนมกราคม เวลาเกือบ ๆ 3 เดือนนั้น มีทั้งความสนุกสนาน ตื่นตา ตื่นใจมาก ประเทศเหล่านี้เป็นประเทศที่เราไม่เคยคิดว่าบ้านเมืองเค้าจะเจริญมาก่อนเป็นร้อย ๆ ปี ได้เคยอ่านผ่านตาในพันทิปมาบ้างก็ต่างกับการไปสัมผัสจริง ๆ ด้วยตัวเอง มันทำให้เราเหมือนเราออกมาจากกะลาทึ่ครอบอยู่ (ถึงแม้ว่าเราจะไปท่องเที่ยวมาหลาย ๆ ประเทศทุก ๆ ปีก็ตาม)
with Free walking tour
ตะวันตกดินแถบที่เราพัก Miraflores
หลังจาก 3 เดือน เราเริ่มคิดถึงอาหารไทย คิดถึงบ้าน เริ่มเบื่อที่จะ live on the suitecase ที่ตั้งใจและตื่นเต้นกับคำว่าไปเป็นปีเอาเข้าจริงแล้วเริ่มเปลี่ยนใจอยากกลับมาเมืองไทยเป็นการเบรคสัก 5-6 อาทิตย์แล้วจึงจะเริ่มใหม่ โดยจะเข้าไปเริ่มที่ San Fransisco อเมริกาแล้วเช่ารถขับขึ้นไปแคนาดา อลาสก้า และมาสิ้นสุดที่ยุโรป เราเลยเปลี่ยนแผนว่าหลังจากที่เราไปเสร็จทัวร์เกาะกาลาปากอส ประเทศ Ecaudor และเข้าไปยังประเทศ Guatemala, Berlize และ Mexico ตั้งแต่วันที่ 4 - 26 เมย. (เพราะบุ๊คล่วงหน้าไว้ตั้งแต่ยังไม่เริ่มเดินทาง) เราบุ๊คบินเข้า New York 1 อาทิตย์ และบุ๊คตั๋วกลับเมืองไทยเพื่อที่จะไปเบรค แต่ไม่รู้ว่าพระเจ้าเห็นว่าเราอยากกลับบ้านทั้งที่ไม่ได้อธิษฐานใด ๆ ทั้งสิ้นหรือเป็นเพราะความซวย เลยทำให้เราถึงที่หมายดั่งใจปรารถนาเร็วขึ้นกว่าเดิมโดยประสพอุบัติเหตุกระดูกสันหลังข้อ L3 แตกยุบที่ประเทศ Berlize กำหนดการเดินทางที่จะต้องเข้า Mexico และ New Youk รวมทั้งตั๋วเครื่องบินจาก New York to Bkk ต้องยกเลิก
Galapagos ประเทศ Ecaudor
เราบินข้ามประเทศจาก Lima มายังเมือง Guayaquil ประเทศ Ecaudor พักที่นี่ 1 คืนเพื่อที่จะบินต่อไปลงที่เกาะ Galapagos Islands เราบุ๊คทัวร์ไว้กับ Interprid ซึ่งเป็นบริษัทของประเทศออสเตรเลีย เราบุ๊คล่วงหน้าเพราะการจะเข้าเกาะกาลาปากอสนั้นมีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยว
เรือที่พาเราท่องเที่ยวจะพาไปทั้งหมด 8 เกาะ ในเวลา 8 วัน พวกเรานักท่องเที่ยว 15 คน กินนอน 5 มื้อบนเรือ รวมทั้ง staffอีก 15 คนที่คอยบริการทำอาหาร ปูเตียง ไกด์ที่พาเราเที่ยวใน 8 วันก็เป็นหนึ่งใน staff และจะต้องเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตำแหน่งดูแลสัตว์และเกาะอีกด้วย แต่ละวันจะมีการพาเราขึ้นฝั่งไปสำรวจดินแดนภูเขาไฟ พาไปดำน้ำดู sharks, sea lions, เต่าทะเล นก Blue footed Booby, เป็นนกที่มีเท้าสีฟ้า, Iguana ฝูง sting rays, และสัตว์ต่าง ๆ อีกมากมาย เราถ่ายรูปเป็นพัน ๆ รวมทั้ง video on go pro ตอนลงไปดำน้ำดู sea lions ที่ไม่กลัวมนุษย์ ว่ายเข้ามาเกือบจะชนกล้อง ระยะเวลาทั้ง 8 วันนั้นตื่นเต้น เห็นสัตว์แตกต่างกันออกไปเกือบทุก ๆ เกาะ (ไม่มีประการรังมากมายนะคะ มีแต่สัตว์ทะเล)
การเข้าไปเที่ยวในเกาะนี้ คุณสามารถไปเองได้ทุกเกาะที่คุณพักจะมีทัวร์นำเที่ยวออกไปยังเกาะต่าง ๆ ได้ด้วย
แผนที่เกาะทั้ง 8
เรือของเรา
ทางเรือมีบริการให้เช่าชุด
ยั้วเยี้ยทับถมกันมากมาย พ่นน้ำลายตลอด
15 ชีวิต
Sharks จะมาวนเวียนข้าง ๆ เรือในเวลากลางคืน
เต่าทะเลทะเลากัน
เมื่อครบกำหนด 8 วันเราก็บินข้ามประเทศมายังประเทศ Guatemala อเมริกากลาง แต่ต้องมาต่อเครื่องที่ประเทศ Columbia ขณะรออยู่นั้น เราได้ยินเหมือนคนประกาศคล้าย ๆ ชื่อเราทุก ๆ 15 นาที เราก็คิดว่าไม่น่าใช่เราและสำเนียงก็เพี้ยน ๆ อีกด้วย จนกระทั่งประกาศครั้งที่ 3 จึงชัดเจนขึ้น ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าเค้าต้องการจะเช็คกระเป๋าของเรา เอาล่ะสิ..ถึงแม้ว่าเราไม่ได้มีอะไรผิดกฎหมายแต่ ณ ที่นี้มันประเทศ Columbia ประเทศยาเสพติดอันดับหนึ่งในโลก เราหายใจแทบไม่ออกไม่รู้ว่าจะมีใครยัดอะไรลงไปหรือเปล่า ผู้โดยสารอีก 2 คนที่ถูกเรียกไปเช็คกระเป๋าเป็นชาย เจ้าหน้าที่ให้เราเปิดกระเป๋า ใส่ถุงมือเปิดดูทุกซอกทุกมุม แน่นอนไม่มีอะไร แต่การตรวจค้นแบบนี้ในประเทศนี้ มันเป็นอะไรที่ทำให้ความดันเราขึ้นสูงกันเลยทีเดียว
เดี๋ยวมาต่อนะคะ