สวัสดีครับพี่ ๆ เพื่อน ๆ น้อง ๆ ทุกคน
พอดีผมเป็นนักศึกษาขบใหม่จากมหาวิทยาลัยชื่อ ก. ชื่อดังแห่งหนึ่ง คณะสายศิลป์ ผมไปสมัครงานเป็นเซลล์ขายของ เพราะเพื่อนที่ทำที่นั่นชวนว่าเป็นงานที่ดี ได้พัฒนาศักยภาพตนเอง แถมเลิกงานได้ตามที่เราต้องการ ออฟฟิซอยู่ใหล้บ้าน เลิกงาน 6 โมง ซึ่งเป็นเวลาที่ดี เพราะผมสอนพิเศษตอนเย็นด้วย จนถึงดึก ผมจึงกะว่าจะไปเรียนรู้งานในถึงที่สุด
ผมหน้าตาไม่ดีครับ รูปร่างอ้วนท้วม ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเค้าจะให้ไปขายอะไร หรือทำอะไร ในหัวผมคืองานที่ต้องพรีเซนต์สินค้าให้กับระดับหัวหน้าบริษัท ใหญ่ ๆ และต้องใช้สกิลทางด้านภาษาและ presentation สูง แต่ปรากฏว่าวันแรกที่เข้าไปเทรนงานเค้าให้ผมไปขาย "น้ำหอม"
วันที่สองต้องไปทำงานจริงผมต้องไปไกลมากครับ แบบนั่งแท็กซี่ไปที่โลตัสแห่งหนึ่ง ซึ่งใช้เวลาเดินทางเป็นชั่วโมง
ที่สำคัญคือ ลักษณะงานเป้นสิ่งที่เราทึ่งมาก ๆ
คือการเข้าไปทักทายลูกค้า ยั่วยวนให้เค้ามาซื้อของ ๆ เราแบบให้ถึงที่สุด ผมไม่อยากบอกว่ามันเฟค มันดูไม่มีความจริง แต่ก็พูดไม่ได้เพราะทุกอย่างมันคือ "การตลาด" เราต้องโกหกสารพัดอย่างเพราะให้ได้มาซึ่งการ "ปิดการขาย" เพื่อให้ได้ค่าคอมมิชชั่น แน่นอนว่าผลตอบแทนมันดีมาก คือถ้าทำก็ได้ แต่ทำไมในหัวผมมันบอกตลอดเวลาว่า "มันไม่ใช่"
เวลาเลิกงานไม่เป็นไปตามที่บอกไว้ เราไม่ได้ทำในกรุงเทพเเถว ๆ ออฟฟิซ แต่เราต้องไปที่ไกล ๆ เวลาเลิกงานคือดึกมาก ไม่ต่ำกว่า 4 ทุ่มที่จะถึงบ้าน นักเรียนของผมก็คงต้องยกเลิกสอนไปแน่ ๆ แผนที่วางมาทุกอย่างพังหมด
วันต่อมาผมตัดสินใจบอกกับบริษัทว่าผมไม่ขอทำงานนี้อีกแล้ว เพราะมันไม่ใช่ทางจริง ๆ ผมไม่อยากขายน้ำหอม ผมไม่รู้เรื่องน้ำหอม ผมยืนนานๆ แล้วมันไม่ใช่ แต่ผลตอบรับคือเค้าบอกว่า
"เธอมันอีโก้สูงไป"
ผมทราบดีว่าคนที่ทำมันต้องสตรองมาก ๆ แต่ผมมีความรู้สึกว่าภายได้ความสตรองนั้นมันไม่นำมาซึ่ง "ทักษะ" อะไรเลยนอกจาก ยืนนานๆ ยิ้มหวาน ๆ พูดดัดเสียงเล็ดลง และพุ่งเข้าหาลูกค้า ซึ่งมันต้องเกิดจาก นิสัยลึก ๆ ของตัวคนขายเองซึ่งเราไม่ใช่คนแบบนั้น (ในฐานะที่เป็นครูสอนพิเศษมานาน)
ผมกลับบ้านมานั่งคิดว่า ถ้าเราอีโก้สูงแบบนี้ แล้วใครล่ะจะรับเข้าทำงาน ก็เลยนึกถึงคำพูดต่าง ๆ ที่เราได้ยินแบบหน้าหูว่า "เด็กม.ดังเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ" นั้นมันเริ่มจะเป็นความจริงเข้าแล้วล่ะสิ
แล้วท่านทั้งหลายล่ะครับ มีความคิดเห็นว่าอย่างไรบ้าง
ผมคือหนึ่งใน "เด็กม.ดังเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ" หรือเปล่า?
พอดีผมเป็นนักศึกษาขบใหม่จากมหาวิทยาลัยชื่อ ก. ชื่อดังแห่งหนึ่ง คณะสายศิลป์ ผมไปสมัครงานเป็นเซลล์ขายของ เพราะเพื่อนที่ทำที่นั่นชวนว่าเป็นงานที่ดี ได้พัฒนาศักยภาพตนเอง แถมเลิกงานได้ตามที่เราต้องการ ออฟฟิซอยู่ใหล้บ้าน เลิกงาน 6 โมง ซึ่งเป็นเวลาที่ดี เพราะผมสอนพิเศษตอนเย็นด้วย จนถึงดึก ผมจึงกะว่าจะไปเรียนรู้งานในถึงที่สุด
ผมหน้าตาไม่ดีครับ รูปร่างอ้วนท้วม ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเค้าจะให้ไปขายอะไร หรือทำอะไร ในหัวผมคืองานที่ต้องพรีเซนต์สินค้าให้กับระดับหัวหน้าบริษัท ใหญ่ ๆ และต้องใช้สกิลทางด้านภาษาและ presentation สูง แต่ปรากฏว่าวันแรกที่เข้าไปเทรนงานเค้าให้ผมไปขาย "น้ำหอม"
วันที่สองต้องไปทำงานจริงผมต้องไปไกลมากครับ แบบนั่งแท็กซี่ไปที่โลตัสแห่งหนึ่ง ซึ่งใช้เวลาเดินทางเป็นชั่วโมง
ที่สำคัญคือ ลักษณะงานเป้นสิ่งที่เราทึ่งมาก ๆ
คือการเข้าไปทักทายลูกค้า ยั่วยวนให้เค้ามาซื้อของ ๆ เราแบบให้ถึงที่สุด ผมไม่อยากบอกว่ามันเฟค มันดูไม่มีความจริง แต่ก็พูดไม่ได้เพราะทุกอย่างมันคือ "การตลาด" เราต้องโกหกสารพัดอย่างเพราะให้ได้มาซึ่งการ "ปิดการขาย" เพื่อให้ได้ค่าคอมมิชชั่น แน่นอนว่าผลตอบแทนมันดีมาก คือถ้าทำก็ได้ แต่ทำไมในหัวผมมันบอกตลอดเวลาว่า "มันไม่ใช่"
เวลาเลิกงานไม่เป็นไปตามที่บอกไว้ เราไม่ได้ทำในกรุงเทพเเถว ๆ ออฟฟิซ แต่เราต้องไปที่ไกล ๆ เวลาเลิกงานคือดึกมาก ไม่ต่ำกว่า 4 ทุ่มที่จะถึงบ้าน นักเรียนของผมก็คงต้องยกเลิกสอนไปแน่ ๆ แผนที่วางมาทุกอย่างพังหมด
วันต่อมาผมตัดสินใจบอกกับบริษัทว่าผมไม่ขอทำงานนี้อีกแล้ว เพราะมันไม่ใช่ทางจริง ๆ ผมไม่อยากขายน้ำหอม ผมไม่รู้เรื่องน้ำหอม ผมยืนนานๆ แล้วมันไม่ใช่ แต่ผลตอบรับคือเค้าบอกว่า
"เธอมันอีโก้สูงไป"
ผมทราบดีว่าคนที่ทำมันต้องสตรองมาก ๆ แต่ผมมีความรู้สึกว่าภายได้ความสตรองนั้นมันไม่นำมาซึ่ง "ทักษะ" อะไรเลยนอกจาก ยืนนานๆ ยิ้มหวาน ๆ พูดดัดเสียงเล็ดลง และพุ่งเข้าหาลูกค้า ซึ่งมันต้องเกิดจาก นิสัยลึก ๆ ของตัวคนขายเองซึ่งเราไม่ใช่คนแบบนั้น (ในฐานะที่เป็นครูสอนพิเศษมานาน)
ผมกลับบ้านมานั่งคิดว่า ถ้าเราอีโก้สูงแบบนี้ แล้วใครล่ะจะรับเข้าทำงาน ก็เลยนึกถึงคำพูดต่าง ๆ ที่เราได้ยินแบบหน้าหูว่า "เด็กม.ดังเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ" นั้นมันเริ่มจะเป็นความจริงเข้าแล้วล่ะสิ
แล้วท่านทั้งหลายล่ะครับ มีความคิดเห็นว่าอย่างไรบ้าง