หากได้มีโอกาสผ่านไปทางแถวย่านบางซื่อ จะเห็นได้ว่าการก่อสร้าง
"สถานีกลางบางซื่อ : Bangsue Station" และโครงการรถไฟสายต่างๆ ที่จะมาเชื่อมต่อกับสถานีกลางบางซื่อหลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็นรถไฟทางไกล, รถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ส่วนต่อขยายช่วงบางซื่อ - ท่าพระ, รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม ช่วงบางซื่อ - รังสิต, รถไฟฟ้า Airport Rail Link ส่วนต่อขยายช่วงพญาไท - บางซื่อ และรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง - สุวรรณภูมิ - อู่ตะเภา)
สถานีกลางบางซื่อ จะเป็นจุดเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมทางรางที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จะเชื่อมโยงรถไฟหลากหลายประเภท
การรถไฟแห่งประเทศไทยตั้งใจจะพัฒนาให้สถานีกลางบางซื่อ เป็นสถานีกลางของระบบรถไฟทางไกลแทนสถานีรถไฟหัวลำโพง(เดิม) เพื่อลดความแออัดของจำนวนขบวนรถไฟเข้าสู่สถานีหัวลำโพง
สถานีกลางบางซื่อจะมีทั้งหมด 4 ชั้น ประกอบด้วย
• ชั้นใต้ดิน - เป็นลานจอดรถที่สามารถรองรับได้ 1,700 คัน
• ชั้น 1 - เป็นพื้นที่จำหน่ายตั๋ว พื้นที่พักคอย เขตร้านค้า พื้นที่เชื่อมต่อรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และจุดเชื่อมต่อรถโดยสารขสมก. และ บขส.
• ชั้น 2 - เป็นชานชาลาของรถไฟสายต่างๆ (ราง 1 เมตร) รวมทั้งหมด 24 ชานชาลา เป็นชั้นชานชาลารถไฟชานเมืองสายสีแดง จำนวน 4 ชานชาลา และรถไฟทางไกลทุกเส้นทาง จำนวน 8 ชานชาลา
• ชั้น 3 - เป็นชั้นชานชาลารถไฟความเร็วสูงทุกเส้นทาง จำนวน 10 ชานชาลา และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิ้งค์ จำนวน 2 ชานชาลา
โดยบริเวณรอบๆ สถานีกลางบางซื่อ มีแผนที่จะพัฒนาพื้นที่ในเชิงพาณิชย์บริเวณรอบๆ สถานี ภายใต้ชื่อโครงการ ASEAN Linkage & Business Hub บนพื้นที่ทั้งหมด 218 ไร่อีกด้วย โดยแผนการก่อสร้าง จะเนรมิตพื้นที่โดยรอบสถานีกลางบางซื่อเป็นคอมเพล็กซิตี้ ซึ่งจะมีทั้งสํานักงาน ห้างสรรพสินค้า ที่พักอาศัย และพื้นที่นันทนาการ มีเป้าหมายจะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
• โซน A : SMART Business Complex - 35 ไร่ ตั้งอยู่ทิศใต้ของสถานีกลางบางซื่อ ทิศเหนือติดกับสถานีกลางบางซื่อ ทิศตะวันออกติดทางด่วนศรีรัช ทิศใต้ติดถนนพระราม 6 และถนนกำแพงเพชร ทิศตะวันตก ติดถนนเทอดดำริห์ เหมาะสมที่จะพัฒนาเป็น Transportation Hub ระดับ World Class และเป็น ศูนย์กลางธุรกิจครบวงจร แหล่งรวมอาคารสำนักงานที่ทันสมัย และธุรกิจบริการ เช่น โรงแรมและศูนย์อาหารสำหรับผู้เดินทาง นักท่องเที่ยว และนักธุรกิจ พรั่งพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อขับเคลื่อนธุรกิจต่างๆ ในพื้นที่
• โซน B : ASEAN Commercial and Business Hub - ขนาดพื้นที่ประมาณ 78 ไร่ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของสถานีกลางบางซื่อ ห่างจากตลาดนัดจตุจักรประมาณ 700 เมตร ด้วยทำเลที่ตั้งที่ห่างจากตลาดนัดจตุจักรเพียง 700 เมตร และยังเข้าถึงง่ายด้วยถนนสายหลัก โซน B จึงมีมีศักยภาพรองรับการพัฒนาเป็นย่านพาณิชยกรรมแห่งใหม่ แหล่งค้าปลีก-ค้าส่งระดับอาเซียน ศูนย์รวมร้านชอปปิ้ง และโอกาสในการสร้างรายได้ของผู้ประกอบการในภูมิภาคอาเซียน
• โซน C : SMART Healthy and Vibrant Town - ขนาดพื้นที่ประมาณ 105 ไร่ ตั้งอยู่บนพื้นที่ของสถานีขนส่งหมอชิต 2 ซึ่งปัจจุบันสิ้นสุดระยะเวลาเช่าพื้นที่จาก รฟท. ทั้งนี้จะเตรียมพื้นที่สำหรับเป็นสถานีย่อยของ บขส.ประมาณ 16.43 ไร่ ด้วยความร่มรื่นของสวนสาธารณะขนาดใหญ่ที่รายล้อม โซน C จึงเหมาะแก่การพัฒนาภายใต้แนวคิด เมืองแห่งความมีชีวิตชีวา แหล่งอยู่อาศัย แหล่งทำงาน และแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ ที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ ใกล้สถานีรถไฟฟ้าสายสีแดง และยังพร้อมสรรพด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับ Lifestyle คนเมืองในอนาคต
• โซน D : World Renowned Garden Interchange Plaza - ขนาดพื้นที่ประมาณ 87 ไร่ อยู่ติดกับตลาดนัดจตุจักร ตรงข้ามตลาด อตก. ด้วยทำเลที่อยู่ใกล้กับสวนสาธารณะและอยู่ใกล้สถานีกำแพงเพชรของรถไฟฟ้า BTS และ MRT ในระยะเดินถึง โซน D จึงมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นจุดเปลี่ยนถ่ายและศูนย์กลางเชื่อมต่อการเดินทาง ภายใต้แนวคิด World Renowned Garden Interchange Plaza เปิดพื้นที่การค้าเชื่อมต่อพื้นที่สถานีกลางบางซื่อกับพื้นที่พัฒนาโครงการ รวมถึงตลาดนัดจตุจักร สถานีรถไฟฟ้า BTS และ MRT
ที่มา : ดูกันชัดๆ "Bangsue Station" อนาคตศูนย์กลางการเดินทาง และอสังหาฯ ของเมืองไทย
สำหรับสถานีกลางบางซื่อ คาดว่าจะแล้วเสร็จ และพร้อมเปิดให้ใช้งานได้ภายในปี 2563
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 13 ก.ค.นี้ กระทรวงคมนาคมเตรียมจัดงานนิทรรศการ “One Transport for All 2018 : On the Move” นำเสนอการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย (2558 – 2565) โดยโชว์ผลการดำเนินงานในครึ่งทางแรก ระหว่างปี 2558 – ปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นความคืบหน้าของแต่ละโครงการใน 4 โหมดการเดินทาง คือ ทางราง ทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ พร้อมกับโชว์แผนดำเนินงานในอนาคต โครงการต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงต่อจากนี้ จนถึงปี 2565 ที่จะพลิกโฉมการคมนาคมของประเทศไทย
ไฮไลต์คือโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงช่วงบางซื่อ-รังสิต โดยเฉพาะ “สถานีกลางบางซื่อ “ที่จะเปิดบริการในปี 2563 ที่จะพลิกโฉมการเดินทางด้วยระบบรางของอาเซียน
โดยออกแบบให้รองรับรูปแบบระบบคมนาคมได้อย่างหลากหลายและเชื่อมต่อ เป็นศูนย์กลางระบบรางอย่างสมบูรณ์แบบ และยังมีการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งอื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียง ได้กำหนดแนวคิดการพัฒนา คือ “ศูนย์กลางมหานครแห่งใหม่ระดับ ASEAN” โดยเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งทางรางทั้งรถไฟทางไกล รถไฟชานเมือง รถไฟฟ้าในเมือง และรถไฟความเร็วสูง
และยังนำหลักการพัฒนาพื้นที่โดยรอบศูนย์กลางคมนาคม (Transit-oriented Development : TOD) มาใช้เป็นต้นแบบในการพัฒนาพื้นที่ เมื่อแล้วเสร็จสถานีกลางบางซื่อจะเป็นสถานีรถไฟที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน มีมาตรฐานเทียบเท่าสถานีกลางต่างๆ ทั่วโลก
ซึ่งจะโค่นแชมป์อย่างสถานี KL Sentral ของมาเลเซีย โดยอาคารสถานีกลางบางซื่อ กว้าง 244 เมตร ยาว 596.6 เมตร สูงประมาณ 43 เมตร มี 4 ชั้น รวมชั้นใต้ดินพื้นที่ใช้สอยประมาณ 300,000 ตารางเมตร
ตัวอาคารสถานีมีทั้งหมด 4 ชั้น ประกอบด้วย ชั้นใต้ดิน เป็นลานจอดรถที่สามารถรองรับได้กว่า 1,700 คัน ชั้น 1 เป็นพื้นที่จำหน่ายตั๋ว พื้นที่พักคอยผู้โดยสาร เขตร้านค้า พื้นที่เชื่อมต่อรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และจุดเชื่อมต่อรถโดยสาร ขสมก. และ บขส. ชั้น 2 และชั้น 3 เป็นชานชาลาของรถไฟสายต่างๆ รวมทั้งหมด 24 ชานชาลา เป็นชั้นชานชาลารถไฟชานเมืองสายสีแดง จำนวน 4 ชานชาลา และรถไฟทางไกลทุกเส้นทาง จำนวน 8 ชานชาลา และชั้น 3 เป็นชั้นชานชาลารถไฟความเร็วสูงทุกเส้นทาง จำนวน 10 ชานชาลา และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิ้งค์ จำนวน 2 ชานชาลา
ขณะที่ “อาคารสถานี KL Sentral” มีรถไฟให้บริการทั้งหมด 7 สาย และมีชานชาลาทั้งหมด 12 ชานชาลา ทางรถไฟเกือบทั้งหมดอยู่ในระดับดิน และสร้างสถานีคร่อมลงไปยกเว้น LRT KelenaJaya Line ที่มีชานชาลาอยู่เหนือโถงกลางสถานี
โดยเริ่มแรกมีรถไฟให้บริการ 3 สายหลัก คือ KTM Komuter (รถไฟฟ้าชานเมือง) KTM Intercity (รถไฟทางไกล) และ LRT สาย KelanaJaya ปัจจุบันมีรถไฟให้บริการทั้งหมด 7 สาย และมีชานชาลาทั้งหมด 12 ชานชาลา เป็น KTM Komuter 4 ชานชาลา KTM Intercity 2 ชานชาลา KLIA Ekspres2 ชานชาลา (รถไฟเชื่อมสนามบิน) และ KLIA Transit 2 ชานชาลา โดย KLIA Ekspresยังเป็น City Air Terminal สามารถเช็กอินและโหลดกระเป๋าได้ที่สถานี
นอกจากนี้แนวคิดการพัฒนาสถานีกลางบางซื่อ ไม่ได้จำกัดแค่การเป็นศูนย์กลางระบบรางเฉพาะในกรุงเทพฯ หรือประเทศไทยเท่านั้น แต่จะเป็นศูนย์กลางการเดินทางของเขตเศรษฐกิจอาเซียน โดยเฉพาะในภาคพื้นดิน กับประเทศกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม (CLMV) รวมถึงประเทศจีนและสิงคโปร์
นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อกับท่าอากาศยานหลักของประเทศ ได้แก่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานอู่ตะเภา ซึ่งจะเป็นการเชื่อมต่อเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ไปโดยปริยาย ทำให้ในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้า สถานีกลางบางซื่อจะเป็นสถานีที่มีผู้สัญจรทั้งการเดินทางในชีวิตประจำวัน ท่องเที่ยว และติดต่อธุรกิจ ประมาณ 2 ล้านคนต่อวัน
คล้ายกับการพัฒนา “สถานีกลางเบอร์ลิน” (Berlin Hauptbahnhof) ที่มีการพัฒนาและก่อสร้างที่มีเป้าหมายไม่ใช่การเป็นสถานีกลางของประเทศเยอรมนีเท่านั้น หากแต่ยังสามารถเชื่อมต่อกับประเทศในภาคพื้นยุโรป
รวมถึงการตั้งเป้าหมายให้พื้นที่แห่งนี้เป็นศูนย์กลางทางวัฒนธรรมและทางเศรษฐกิจของยุโรป ซึ่งไม่เพียงเชื่อมต่อพื้นที่ของเยอรมนีตะวันออกและฝั่งตะวันตก แต่ยังเชื่อมต่อกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสไปยังกรุงมอสโค ประเทศรัสเซีย และเชื่อมกรุงสต๊อกโฮม ประเทศสวีเดน กับกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย
และยังสามารถเชื่อมต่อกับท่าอากาศยานหลักของประเทศ 3 แห่ง คือ ท่าอากาศยานเชินเนอเฟลด์ (Schönefeld Airport) ในกรุงเบอร์ลิน ซึ่งเป็นท่าอากาศยานที่อยู่ใกล้ที่สุดและใช้เวลาเดินทางเพียง 30 นาที ท่าอากาศยานโคโลญบอนน์ (Köln Bonn Airport) เมืองโคโลญ ซึ่งนครบอนน์เคยเป็นเมืองหลวงของเยอรมนีตะวันตก และท่าอากาศยานแฟรงเฟิร์ต (Frankfurt Airport) เมืองแฟรงเฟิร์ต ซึ่งเป็นสนามบินที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเยอรมนี และเป็นอันดับ 3 ของยุโรป
นอกจากนี้ที่สถานีกลางบางซื่อจะกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สามารถมาได้ทุกวัน เช่นเดียวกันกับ Tokyo Character Street ที่สถานีโตเกียว เพราะพื้นที่บริเวณสถานีกลางบางซื่อ จะถูกพัฒนาตามแนวคิด TOD คือ การพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีขนส่งมวลชน
เพื่อให้มีการใช้ประโยชน์ที่ดินแบบผสมผสานและดึงดูดผู้คนเข้าสู่พื้นที่โครงการโดยมีที่พักอาศัย ย่านการค้าสำนักงาน พื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ และอื่นๆ อยู่ในพื้นที่ ซึ่งหลังจากการเปิดใช้สถานีกลางบางซื่อแล้ว พื้นที่โดยรอบจะถูกพัฒนาขึ้น
มีตลาดนัดจตุจักร เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งคนไทยและต่างชาติเข้ามาซื้อหาของมากมาย และเมื่อมีการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีกลางบางซื่อ จะมีการพัฒนาต่อยอดจากตลาดนัดจตุจักร เป็นพื้นที่ค้าปลีกและค้าส่งขนาดใหญ่ที่สามารถเดินทางมาท่องเที่ยว นอกจากนี้ยังสามารถเดินทางไปจับจ่ายซื้อสินค้าในบริเวณโดยรอบ อาทิ เซ็นทรัล ลาดพร้าว
สถานีกลางบางซื่อ : Bangsue Station กับอนาคตศูนย์กลางการเดินทางในอาเซียน
สถานีกลางบางซื่อ จะเป็นจุดเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมทางรางที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จะเชื่อมโยงรถไฟหลากหลายประเภท
การรถไฟแห่งประเทศไทยตั้งใจจะพัฒนาให้สถานีกลางบางซื่อ เป็นสถานีกลางของระบบรถไฟทางไกลแทนสถานีรถไฟหัวลำโพง(เดิม) เพื่อลดความแออัดของจำนวนขบวนรถไฟเข้าสู่สถานีหัวลำโพง
สถานีกลางบางซื่อจะมีทั้งหมด 4 ชั้น ประกอบด้วย
• ชั้นใต้ดิน - เป็นลานจอดรถที่สามารถรองรับได้ 1,700 คัน
• ชั้น 1 - เป็นพื้นที่จำหน่ายตั๋ว พื้นที่พักคอย เขตร้านค้า พื้นที่เชื่อมต่อรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน และจุดเชื่อมต่อรถโดยสารขสมก. และ บขส.
• ชั้น 2 - เป็นชานชาลาของรถไฟสายต่างๆ (ราง 1 เมตร) รวมทั้งหมด 24 ชานชาลา เป็นชั้นชานชาลารถไฟชานเมืองสายสีแดง จำนวน 4 ชานชาลา และรถไฟทางไกลทุกเส้นทาง จำนวน 8 ชานชาลา
• ชั้น 3 - เป็นชั้นชานชาลารถไฟความเร็วสูงทุกเส้นทาง จำนวน 10 ชานชาลา และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิ้งค์ จำนวน 2 ชานชาลา
โดยบริเวณรอบๆ สถานีกลางบางซื่อ มีแผนที่จะพัฒนาพื้นที่ในเชิงพาณิชย์บริเวณรอบๆ สถานี ภายใต้ชื่อโครงการ ASEAN Linkage & Business Hub บนพื้นที่ทั้งหมด 218 ไร่อีกด้วย โดยแผนการก่อสร้าง จะเนรมิตพื้นที่โดยรอบสถานีกลางบางซื่อเป็นคอมเพล็กซิตี้ ซึ่งจะมีทั้งสํานักงาน ห้างสรรพสินค้า ที่พักอาศัย และพื้นที่นันทนาการ มีเป้าหมายจะเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจแห่งใหม่ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้