
สวัสดีค่าาาา ทุกคน
เรากลับมา เหลา / เล่า การขับรถเที่ยวรอบโลกให้ฟังนะคะ (จริงๆ ก็ยังไม่รอบโลก แต่มีแพลนจ้า) ฟังเราหน่อย อย่าพึ่งเบื่อเราน้าาา
ตอนนี้เราขับมาถึงอินเดียแล้วนะคะ ก่อนหน้านี้เราได้เล่าในส่วนของประเทศพม่าไป ติดตามได้จากกระทู้ที่แล้ว
https://ppantip.com/topic/37554105 (กดเข้าไปอ่านได้เด้ออ)
พอเรามาถึงอินเดียวันแรกก็มีปัญหาเลยค่ะ รถเรามีปัญหาขับไปต่อไม่ได้ เพราะรถเร่งคันเร่งไม่ขึ้น ไม่สามารถข้ามภูเขาได้ เราจึงแวะซ่อมที่อินเดียก่อน ไปกี่อู่ กี่อู่ เข้าก็ไม่รู้สาเหตุ บางอู่เดามั่วถึงขนาดว่าเราต้องเปลี่ยนคลัชใหม่ยกชุดเลย บางอู่ไม่ซ่อมเลยเพราะไม่รู้จักรถเรา แต่ก็โชคดีค่ะที่มาเจออู่นึง ค่อนข้างโอเคร ดูแลดีมาก ตั้งใจซ่อม หาสาเหตุ ตั้งแต่ 9 โมงเช้า ยัน 1 ทุ่ม แต่ถามว่าซ่อมได้ไหมก็ไม่ได้ ฮ่าๆๆ แต่ขอบคุณในความพยายามของพี่ช่างมากนะคะ
ต่อมาเราเลยตัดสินใจไลน์ไปปรึกษา ช่างพี่วี (ช่างเฉพาะ Nissan Terrano ตัวจริงเสียงจริง) ที่ดูแลรถให้เราก่อนมา และเป็นพี่ช่างที่น่ารักและรู้จริงเกี่ยวกับรถของเรา พี่เค้าก็พยายามบอกให้เราเชคตรงนั้น ตรงนี้ และบุคคลสำคัญอีกคนค่ะ พี่แบงค์ (พี่ที่ขายรถให้กับเรา) พี่เค้าก็ให้คำปรึกษาว่าลองแก้จุดนี้ไหม และแนะนำให้เราเข้าไปถามกลุ่ม Terrano Thailand Club (TTC) จนสุดท้าย ช่างอินเดียหรือจะสู้ผู้รู้รถ Terrano ตัวจริง จากการช่วยเหลือของทุกท่านที่กล่าวมาด้านบน สุดท้ายเราก็หาคำตอบได้ว่ารถเรามีปัญหาอะไรค่ะ ปัญหาคือ Air Flow สกปรก มีฝุ่นเกาะ และปีกผีเสื้อสกปรก เนื่องจากขับรถทางโหด ฝุ่นเยอะ ค่า พอรู้ปัญหาเท่านั้นแหละค่ะ พี่ๆ ทุกคนในกลุ่มก็ช่วยสอนวิธีแก้ไขอย่างดี จนปัญหานี้ผ่านพ้นไปด้วยดี ต้องขอขอบคุณมากๆ ค่ะ ถ้าไม่ได้การช่วยเหลือในวันนั้น วันนี้ทริปเราอาจล่มไปแล้วก็ได้
หลังจากปัญหาผ่านพ้นไป กลับมาที่เรื่องของการท่องเที่ยวนะคะ ตอนแรกเราตั้งใจว่าจะข้ามไปเล่าเนปาลก่อน เพราะจากพม่ามาอินเดียนั้น เหมือนเป็นทางผ่านเพื่อไปเนปาลอ่ะค่ะ แต่ แต่ แต่ เราได้ผ่านเมืองหนึ่งในอินเดีย ซึ่งพอผ่านแล้วรู้สึกว่า เห้ยยย ปล่อยเมืองนี้ผ่านไม่ได้นะ คือมันดีมากก
มันเป็นเมืองที่คนไม่ค่อยรู้จัก เป็นเมือนที่น่ารักมากๆ เมืองหนึ่งเลยค่ะ
ถ้าเราเอ่ยชื่อว่า
"ดาร์จีลิ่ง" เราว่าอาจมีหลายคนร้อง "อ่อออ" แต่อาจไม่รู้มาก่อนว่ามันคือเมืองที่อยู่ที่ประเทศอินเดีย
หรือบางคนอาจจะ "อ่อออ" แต่คิดว่า อ้าวมันเป็นเมืองหรอ ไม่ใช่ชื่อชาอังกฤษ หรอ
จะอะไรก็แล้วแต่ เมืองดาร์จีลิ่ง เป็นเมืองที่อยู่ทางรัฐเบงกอลตะวันตก ประเทศอินเดีย และยังเป็นเมืองของคนรักชา ด้วยค่ะ
เพราะดาร์จีลิ่งเป็นชื่อของชาที่มีชื่อเสียงระดับโลก ทั้ง ชาดำ ชาเขียว ชาขาว หรือ ชาอู่หลง จ้า
มาเข้าเรื่องกันดีกว่าค่า
เราได้มาเที่ยวที่ ดาร์จีลิ่ง ประมาณ 3 วัน ซึ่งเป็นเวลาที่สั้นมาก เพราะปกติเราจะใช้เวลาในการเที่ยวแต่ละที่อย่างน้อย 5-7 วัน
แต่อย่างที่บอกไปตามด้านบนค่ะ ตอนแรกเราคิดว่าเป็นแค่ทางผ่านไปเนปาลเท่านั้น แต่พอเรามาถึงที่นี่แล้ว
ความคิดเราเปลี่ยนเลยค่ะ ที่นี่อากาศดีมาก อากาศอยู่ที่ประมาณ 18-25 องศา ตลอดทั้งวัน และที่สำคัญไม่ค่อยมีฝุ่น หรืออากาศที่เป็นมลพิษเหมือนกับที่เราเคยเห็นในเมืองท่องเที่ยวของอินเดียทั่วไป เท่านั้นยังไม่พอค่ะ คนที่นี่น่ารักมาก เป็นกันเอง ช่วยเหลือเราตลอด ให้ความช่วยเหลือจนเรารู้สึกบางทีว่า มากไปนิดนึง เช่น เรากำลังนอนอยู่ที่ห้องพักค่ะ พนักงานโรงแรมก็คงหวังดีอะนะ ปลุกมาดูวิวภูเขาหิมาลัยค่ะ เราก็บอกขอบคุณค่า แต่ไว้คร่าวหน้าละกัน นางก็แบบต้องมาดูๆ อารมณ์พี่ลิฟท์กับพี่ออย ดูมั๊ยดู ดูมั๊ยดู ดูไม่เสียตังงง เห้อออ นึกในใจ (น้องขอนอนก่อนได้ม้ายยย พึ่งตี 5 เอง ฮือออ) แต่ยังไงเราก็ซาบซึ้งเค้านะคะ เพราะวิวที่เค้าปลุกมาดูมันสวยมาก อยากถ่ายรูปมาให้ดูแต่หมอกลงค่ะ รูปไม่สวยเท่าของจริง

วันต่อมาค่ะ เราก็รีบไปจองตั๋วรถไฟ สายดาร์จีลิ่ง-หิมาลัย ซึ่งราคาตั๋วอยู่ที่คนละประมาณ 20 USD ประมาณ 650 บาท ต้องจองล่วงหน้าประมาณ 1 วัน
หลังจากนั้นเราก็ไปเดินเล่นต่อในเมืองค่ะ เมืองนี้น่ารักตรงที่ว่านักท่องเที่ยวไม่เยอะมาก คนไม่พลุกพล่าน ส่วนใหญ่เป็นคนที่อาศัยอยู่ที่เมืองนั้นมากกว่า
เมืองค่อนข้างสะอาด ผู้คนอัธยาศัยดี มีสิ่งอำนวยความสะดวกเยอะค่ะ แหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหารอินเดีย เนปาล จีน ญี่ปุ่น ไทย หรือ ทิเบต ก็มีค่อนข้างหลากหลาย สถานที่ท่องเที่ยวก็มีเยอะค่ะ มีวัดญี่ปุ่น วัดฮินดู วิวภูเขาหิมาลัย นั่งรถไฟสายดาร์จีลิ่ง ชมไร่ชาดาร์จีลิ่ง ชิมชาดาร์จีลิ่งของแท้ดั่งเดิม ต่างๆ นานา

อันนี้เป็นรูปวัดฮินดูที่เราไปค่ะ อยู่บนเขาไปนิดนึง เดินไปเองได้นะคะ ถ้ามาที่นี่แล้วแท้กซี่ หรือตุ๊ก ตุ๊ก แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว อย่าไปหลงเชื่อเด้ออ โก่งราคาสุดๆ ราคาโหดมาก เราไม่เสียเงินเลย เราเดินตามแผนที่อย่างเดียว แนะนำโหลดแอป Map me เข้าใจง่ายและประหยัดได้เยอะค่ะ

เช้าวันต่อมาค่ะ ก็มาเตรียมตัวรอรถไฟ ขอบอกก่อนเลยว่า รถไฟที่นี่ ออกไม่ตามเวลา แต่ก็ไม่เลทมาก ที่สำคัญ ตอนจะออกไม่มีวี่แววเลยว่าจะออก อารมณ์แบบอยากออกก็ออกค่ะ ต้องระวังกันด้วยน้า เวลาเค้าเชคตั๋ว เค้าจะเดินเชคตัวต่อตัวเลยนะคะ ไม่ต้องตกใจ ถ้ามีคนอินเดียพุ่งมาหาแล้วไม่พูดอะไร แค่ยิ้มสวยๆ แล้วยื่นตั๋วให้เค้าพอค่ะ

บรรยากาศการนั่งรถไฟ ก็จะให้บรรยากาศที่ค่อนข้างวินเทจมากๆ ค่ะ เพราะวิวสวยมาก มีหมอกลงหน่อยๆ เห็นหิมาลัยนิดๆ มีความเสียวบ้างเป็นบางที เนื่องจากรางรถไฟนั้นอยู่ที่เดียวกับถนนของการขับรถทั่วไป ไม่มีไม้กั้นแต่อย่างใด ถนนแคบมาก รถสวนสองทาง (ติดตามได้วิดิโอด้านล่างจ้า)
หลังจากนั่งรถไฟเสร็จแล้ว ตอนแรกเราตั้งใจกลับโรงแรมเพื่อพักผ่อน และเตรียมตัวไปเนปาลวันถัดไปค่ะ แต่ก็ต้องมาสะดุดกับกลุ่มเด็กน้อยอินเดีย ที่น่ารักมากกก เข้ามาทักทายเราพูดคุยกันจากหนึ่งคน ตามมาเป็นสอง สาม สี่ ห้า หก จนมาทั้งบ้านเลยค่ะ เกือบ 10 คน ตอนแรกตกใจนึกว่าเป็นเพราะความสวยของตัวเองเค้าเลยเข้าหา ฮ่าๆๆๆ (แซวเล่นขำๆ อย่าคิดมากนะคะ) แต่จริงๆ แล้วเค้าชอบแฟนเราค่ะ เค้าตื่นเต้นที่เห็นฝรั่งมาเที่ยวบ้านเมืองเค้า ก็น่ารักไปอีกแบบนึงประทับใจค่า

อันนี้ก็เป็นการเล่า ทริปเล็กๆ ในเมืองเล็กๆ ที่เราได้สัมผัสมานะคะ
ถ้าผิดพลาดยังไง หรือมีขอแนะนำ เราก็ขออภัย และพร้อมรับคำแนะนำมาปรับปรุงนะคะ
สุดท้ายถ้าเราเขียนอธิบายอะไร ไม่เข้าใจลองดูผ่านวิดิโอตามนี้ได้เด้อออค่ะ
ติดตามการเดินทางเพิ่มเติมได้ตามนี้นะคะ
Facebook :
https://www.facebook.com/wanderbeeontop/
Instagram :
https://www.instagram.com/wanderbeeontop/
Site :
https://www.wanderbeeontop.com
[CR] อินเดียจ๋าาา เรามาแล้วน้าา ( Road Trip ขับรถจาก ไทย ไป ฝรั่งเศส เด้อออ )
เรากลับมา เหลา / เล่า การขับรถเที่ยวรอบโลกให้ฟังนะคะ (จริงๆ ก็ยังไม่รอบโลก แต่มีแพลนจ้า) ฟังเราหน่อย อย่าพึ่งเบื่อเราน้าาา
ตอนนี้เราขับมาถึงอินเดียแล้วนะคะ ก่อนหน้านี้เราได้เล่าในส่วนของประเทศพม่าไป ติดตามได้จากกระทู้ที่แล้ว
https://ppantip.com/topic/37554105 (กดเข้าไปอ่านได้เด้ออ)
พอเรามาถึงอินเดียวันแรกก็มีปัญหาเลยค่ะ รถเรามีปัญหาขับไปต่อไม่ได้ เพราะรถเร่งคันเร่งไม่ขึ้น ไม่สามารถข้ามภูเขาได้ เราจึงแวะซ่อมที่อินเดียก่อน ไปกี่อู่ กี่อู่ เข้าก็ไม่รู้สาเหตุ บางอู่เดามั่วถึงขนาดว่าเราต้องเปลี่ยนคลัชใหม่ยกชุดเลย บางอู่ไม่ซ่อมเลยเพราะไม่รู้จักรถเรา แต่ก็โชคดีค่ะที่มาเจออู่นึง ค่อนข้างโอเคร ดูแลดีมาก ตั้งใจซ่อม หาสาเหตุ ตั้งแต่ 9 โมงเช้า ยัน 1 ทุ่ม แต่ถามว่าซ่อมได้ไหมก็ไม่ได้ ฮ่าๆๆ แต่ขอบคุณในความพยายามของพี่ช่างมากนะคะ
ต่อมาเราเลยตัดสินใจไลน์ไปปรึกษา ช่างพี่วี (ช่างเฉพาะ Nissan Terrano ตัวจริงเสียงจริง) ที่ดูแลรถให้เราก่อนมา และเป็นพี่ช่างที่น่ารักและรู้จริงเกี่ยวกับรถของเรา พี่เค้าก็พยายามบอกให้เราเชคตรงนั้น ตรงนี้ และบุคคลสำคัญอีกคนค่ะ พี่แบงค์ (พี่ที่ขายรถให้กับเรา) พี่เค้าก็ให้คำปรึกษาว่าลองแก้จุดนี้ไหม และแนะนำให้เราเข้าไปถามกลุ่ม Terrano Thailand Club (TTC) จนสุดท้าย ช่างอินเดียหรือจะสู้ผู้รู้รถ Terrano ตัวจริง จากการช่วยเหลือของทุกท่านที่กล่าวมาด้านบน สุดท้ายเราก็หาคำตอบได้ว่ารถเรามีปัญหาอะไรค่ะ ปัญหาคือ Air Flow สกปรก มีฝุ่นเกาะ และปีกผีเสื้อสกปรก เนื่องจากขับรถทางโหด ฝุ่นเยอะ ค่า พอรู้ปัญหาเท่านั้นแหละค่ะ พี่ๆ ทุกคนในกลุ่มก็ช่วยสอนวิธีแก้ไขอย่างดี จนปัญหานี้ผ่านพ้นไปด้วยดี ต้องขอขอบคุณมากๆ ค่ะ ถ้าไม่ได้การช่วยเหลือในวันนั้น วันนี้ทริปเราอาจล่มไปแล้วก็ได้
หลังจากปัญหาผ่านพ้นไป กลับมาที่เรื่องของการท่องเที่ยวนะคะ ตอนแรกเราตั้งใจว่าจะข้ามไปเล่าเนปาลก่อน เพราะจากพม่ามาอินเดียนั้น เหมือนเป็นทางผ่านเพื่อไปเนปาลอ่ะค่ะ แต่ แต่ แต่ เราได้ผ่านเมืองหนึ่งในอินเดีย ซึ่งพอผ่านแล้วรู้สึกว่า เห้ยยย ปล่อยเมืองนี้ผ่านไม่ได้นะ คือมันดีมากก
มันเป็นเมืองที่คนไม่ค่อยรู้จัก เป็นเมือนที่น่ารักมากๆ เมืองหนึ่งเลยค่ะ
ถ้าเราเอ่ยชื่อว่า "ดาร์จีลิ่ง" เราว่าอาจมีหลายคนร้อง "อ่อออ" แต่อาจไม่รู้มาก่อนว่ามันคือเมืองที่อยู่ที่ประเทศอินเดีย
หรือบางคนอาจจะ "อ่อออ" แต่คิดว่า อ้าวมันเป็นเมืองหรอ ไม่ใช่ชื่อชาอังกฤษ หรอ
จะอะไรก็แล้วแต่ เมืองดาร์จีลิ่ง เป็นเมืองที่อยู่ทางรัฐเบงกอลตะวันตก ประเทศอินเดีย และยังเป็นเมืองของคนรักชา ด้วยค่ะ
เพราะดาร์จีลิ่งเป็นชื่อของชาที่มีชื่อเสียงระดับโลก ทั้ง ชาดำ ชาเขียว ชาขาว หรือ ชาอู่หลง จ้า
มาเข้าเรื่องกันดีกว่าค่า
เราได้มาเที่ยวที่ ดาร์จีลิ่ง ประมาณ 3 วัน ซึ่งเป็นเวลาที่สั้นมาก เพราะปกติเราจะใช้เวลาในการเที่ยวแต่ละที่อย่างน้อย 5-7 วัน
แต่อย่างที่บอกไปตามด้านบนค่ะ ตอนแรกเราคิดว่าเป็นแค่ทางผ่านไปเนปาลเท่านั้น แต่พอเรามาถึงที่นี่แล้ว
ความคิดเราเปลี่ยนเลยค่ะ ที่นี่อากาศดีมาก อากาศอยู่ที่ประมาณ 18-25 องศา ตลอดทั้งวัน และที่สำคัญไม่ค่อยมีฝุ่น หรืออากาศที่เป็นมลพิษเหมือนกับที่เราเคยเห็นในเมืองท่องเที่ยวของอินเดียทั่วไป เท่านั้นยังไม่พอค่ะ คนที่นี่น่ารักมาก เป็นกันเอง ช่วยเหลือเราตลอด ให้ความช่วยเหลือจนเรารู้สึกบางทีว่า มากไปนิดนึง เช่น เรากำลังนอนอยู่ที่ห้องพักค่ะ พนักงานโรงแรมก็คงหวังดีอะนะ ปลุกมาดูวิวภูเขาหิมาลัยค่ะ เราก็บอกขอบคุณค่า แต่ไว้คร่าวหน้าละกัน นางก็แบบต้องมาดูๆ อารมณ์พี่ลิฟท์กับพี่ออย ดูมั๊ยดู ดูมั๊ยดู ดูไม่เสียตังงง เห้อออ นึกในใจ (น้องขอนอนก่อนได้ม้ายยย พึ่งตี 5 เอง ฮือออ) แต่ยังไงเราก็ซาบซึ้งเค้านะคะ เพราะวิวที่เค้าปลุกมาดูมันสวยมาก อยากถ่ายรูปมาให้ดูแต่หมอกลงค่ะ รูปไม่สวยเท่าของจริง
หลังจากนั้นเราก็ไปเดินเล่นต่อในเมืองค่ะ เมืองนี้น่ารักตรงที่ว่านักท่องเที่ยวไม่เยอะมาก คนไม่พลุกพล่าน ส่วนใหญ่เป็นคนที่อาศัยอยู่ที่เมืองนั้นมากกว่า
เมืองค่อนข้างสะอาด ผู้คนอัธยาศัยดี มีสิ่งอำนวยความสะดวกเยอะค่ะ แหล่งช้อปปิ้ง ร้านอาหารอินเดีย เนปาล จีน ญี่ปุ่น ไทย หรือ ทิเบต ก็มีค่อนข้างหลากหลาย สถานที่ท่องเที่ยวก็มีเยอะค่ะ มีวัดญี่ปุ่น วัดฮินดู วิวภูเขาหิมาลัย นั่งรถไฟสายดาร์จีลิ่ง ชมไร่ชาดาร์จีลิ่ง ชิมชาดาร์จีลิ่งของแท้ดั่งเดิม ต่างๆ นานา
หลังจากนั่งรถไฟเสร็จแล้ว ตอนแรกเราตั้งใจกลับโรงแรมเพื่อพักผ่อน และเตรียมตัวไปเนปาลวันถัดไปค่ะ แต่ก็ต้องมาสะดุดกับกลุ่มเด็กน้อยอินเดีย ที่น่ารักมากกก เข้ามาทักทายเราพูดคุยกันจากหนึ่งคน ตามมาเป็นสอง สาม สี่ ห้า หก จนมาทั้งบ้านเลยค่ะ เกือบ 10 คน ตอนแรกตกใจนึกว่าเป็นเพราะความสวยของตัวเองเค้าเลยเข้าหา ฮ่าๆๆๆ (แซวเล่นขำๆ อย่าคิดมากนะคะ) แต่จริงๆ แล้วเค้าชอบแฟนเราค่ะ เค้าตื่นเต้นที่เห็นฝรั่งมาเที่ยวบ้านเมืองเค้า ก็น่ารักไปอีกแบบนึงประทับใจค่า
ถ้าผิดพลาดยังไง หรือมีขอแนะนำ เราก็ขออภัย และพร้อมรับคำแนะนำมาปรับปรุงนะคะ
สุดท้ายถ้าเราเขียนอธิบายอะไร ไม่เข้าใจลองดูผ่านวิดิโอตามนี้ได้เด้อออค่ะ
ติดตามการเดินทางเพิ่มเติมได้ตามนี้นะคะ
Facebook : https://www.facebook.com/wanderbeeontop/
Instagram : https://www.instagram.com/wanderbeeontop/
Site : https://www.wanderbeeontop.com