สวัสดีครับทุกท่าน พบกันอีกแล้วนะครับ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องสั้นอีกนั่นแหละครับ ใช้รูปแบบเดียวกับเรื่อง ห้องแห่งความกลัว ยังคงเกี่ยวกับตึกพิศวงและอีนิกม่าเช่นเคย แต่อย่าถามว่าเรื่องต่อกันไหมนะครับ เพราะมันเป็นเรื่องสั้นจบในตอน นึกออกค่อยเขียนครับ จะมีตอนต่อไปหรือเปล่ายังไม่รู้เลยครับ
เผื่อใครอยากอ่านตอนที่แล้ว
ห้องแห่งความกลัว
https://ppantip.com/topic/37447437
=====================================================================================
ดินแดนแห่งความฝัน
นักดาบหนุ่มเดินเข้าไปในตึกพิศวง
ถึงจะบอกว่า ‘นักดาบหนุ่ม’ แต่การเดินเหินของเขาแทบจะไร้เรี่ยวแรง คล้ายกับคนที่นอนไม่เต็มอิ่มเป็นเวลาหลายวัน
“ยินดีต้อนรับขอรับ” ชายใส่หน้ากากรอยยิ้มสวมเสื้อกั๊กสีดำผูกหูกระต่ายเอ่ยทักเขาทันที
หนุ่มนักดาบพยักหน้าและยกมือตอบรับ ค่อยถามขึ้นว่า “ที่นี่คือ ตึกพิศวงใช่หรือไม่”
“ถูกแล้วขอรับ” ชายหน้ากากรอยยิ้มบอก “ที่นี่คือ ตึกพิศวงที่จะสรรสร้างสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ ข้าน้อยอีนิกม่ายินดีรับใช้ท่านขอรับ”
เมื่อนักดาบเข้าไป เขาเห็นเพียงพื้นที่นั่งด้านหน้ากับทางเดินภายในตึกที่สุดสายตาเท่านั้น
“ที่นี่สามารถช่วยให้ความฝันเป็นจริงของข้าเป็นจริงได้หรือไม่”
แม้ร่างกายจะดูอ่อนล้า แต่น้ำเสียงของเขายังหนักแน่น
อีนิกม่ามองนักดาบ เขายิ้มเบื้องหลังหน้ากากที่สวมใส่
“มิมีปัญหาขอรับ สำหรับท่านยูสเลอร์ หากท่านต้องการเช่นนั้น ทางตึกพิศวงของเราก็ทำได้”
“หือ?” ยูสเลอร์งงทันที เขายังไม่ได้บอกชื่อของตัวเอง เหตุใดชายใส่หน้ากากผู้นี้ถึงรู้ชื่อของตนได้
อีนิกม่าไม่รอให้ยูสเลอร์คิดนาน เขาบอกต่อว่า
“นี่เป็นความพิศวงของตึกพิศวงขอรับ เชิญท่านนั่งตรงนี้ก่อนดีกว่า”
เขาผายมือไปทางเก้าอี้นั่งด้านหน้า พอนักดาบนั่งลงแล้ว อีนิกม่าก็พูดต่อว่า
“ท่านอยากพิชิตฝันของท่านใช่หรือไม่”
“แน่นอน” ยูสเลอร์ตอบทันที
“งั้นท่านคงเหมาะกับดินแดนแห่งความฝันของที่นี่”
“มันเป็นอย่างไร”
“มันคือดินแดนที่ท่านจะได้ทะยานสู้กับสิ่งต่าง ๆ หากท่านเอาชนะพวกมันแล้วออกมาจากที่นั่นได้ ความฝันทุกอย่างของท่านจะกลับกลายเป็นความจริง” อีนิกม่าอธิบาย
“แบบนี้สิที่ข้าอย่างได้” ยูสเลอร์บอก “แล้วต้องเงินค่าใช้จ่ายหรือไม่ ตอนนี้ข้าก็มีไม่มากด้วย ถ้าไม่พอคงเอาดาบของข้าไปแทนละกัน”
“ดินแดนแห่งความฝันค่าใช้จ่ายไม่เท่าไรขอรับ แค่ 26 เอสเทอร์เท่านั้น”
“26 เอสเทอร์หรือ พอดีเลย ตอนนี้ข้าเหลือเงินแค่ 26 เอสเทอร์พอดี”
ช่างเป็นโชคดีสำหรับยูสเลอร์จริง ๆ
อีนิกม่าแอบแย้มยิ้มหลังหน้ากาก จากข้อมูลที่เขารู้ยูสเลอร์คือ อดีตนักดาบฝีมือเยี่ยมที่เคยมีชื่อในกาลหนึ่ง
ยูสเลอร์เริ่มต้นจากการเป็นนักดาบระดับล่างในเมืองลาเพียส สร้างชื่อให้ตัวเองอยู่ระดับหนึ่ง ก่อนจะร่วมมือกับยอดนักเวท จินซานี่ ไปรบที่เมืองอมีธุสจนฝีมือกล้าแข็งขึ้น และตัดสินใจเข้าร่วมประลองในการคัดเลือกนักดาบหน้าใหม่ของเมืองจาซีน เมืองใหญ่แห่งหนึ่งในดินแดนแห่งนี้
ด้วยฝีมือที่พัฒนาตามลำดับขั้นรวมทั้งเพลงดาบที่เป็นเอกลักษณ์ เขาก็สามารถเอาชนะผู้คนหลายร้อย เข้าเป็นหนึ่งในนักดาบของเมืองจาซีนจนได้
ทว่าพอเข้าร่วมกับกองทัพของจาซีนได้ เขาได้รู้ซึ้งถึงความเก่งกาจของนักดาบในเมืองจาซีนหลายท่าน จนไฟอันร้อนระอุของตัวเองเริ่มประทุ
เขาพยายามหลอมวิชาของเมืองจาซีนเข้ากับวิชาดาบของตน ทว่าด้วยกำลังภายในที่ฝึกมาแตกต่าง มันทำให้เขาเกือบธาตุไฟเข้าแทรกหลากหลายครั้ง
เพลงดาบที่สร้างชื่อกลับใช้ไม่ได้ในดินแดนแห่งนี้ จากนักดาบมีชื่อ ก็เริ่มลดถอยกลายเป็นนักดาบไร้ชื่อ ไม่มีชื่อในทำเนียบนักดาบของที่นี่
ยูสเลอร์เริ่มคิดหา บัญญัติวิชาดาบอื่นเพิ่มเติม หันเหละทิ้งวิชาที่เคยมี ตัดสินเริ่มฝึกวิชาดาบพิฆาตรัถยาที่มียอดฝีมือชื่อดังในเมืองอื่นใช้กันมากหลาย
ด้วยวิชาดาบพิฆาตรัถยานี้ ชื่อเสียงของเขากลับดีขึ้น
ทว่าชีวิตของเขากลับไม่ดีขึ้น
จากการที่ไม่มีผลงานอื่นใดที่เมืองจาซีน ทรัพย์สินลาภยศที่ได้มาก็เริ่มลดถอย จนนานเข้าเขาเริ่มสู้ชีวิตอย่างลำบาก ไม่อาจหาหนทางอยู่ในรอดในเมืองได้
แต่เป็นคนย่อมมีความฝัน เขาใฝ่ฝันจะเป็นยอดนักดาบอันดับหนึ่ง จึงมุ่งมั่นแม้ทุกอย่างจะไม่อำนวย
เวลาผ่านไปยังไม่ดีขึ้น ร่างกายจของเขาเริ่มอ่อนล้า จนเรียกได้ว่า มองแล้วไม่น่าจะกลับมามีชื่อได้
เพียงแต่ ยูสเซอร์เคยได้ชื่อว่ายอดนักดาบ ยอดนักดาบก็ยังเป็นยอดนักดาบ เขาไม่ได้ละทิ้งความฝันของตัวเอง สู้ทนฝึกฝนจนเพื่อพิชิตความฝันของเขาให้ได้ ซึ่งจากนั้นเขาก็ได้ยินว่าที่ตึกพิศวงสามารถทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ จึงตัดสินใจมาที่แห่งนี้ด้วยความหวังสุดท้ายจะพิชิตความฝันของตน
อีนิกม่านึกย้อนถึงประวัติของยูสเลอร์ ด้วยความพิศวงอันพิสดารของตึกแห่งนี้ เขาจะสามารถรู้ข้อมูลเบื้องต้นของผู้เข้ามาใช้บริการทันทีด้วยวิธีการบางอย่าง
“ท่านยูสเลอร์พร้อมหรือยังขอรับ” อีนิกม่าเอ่ยถาม
“ข้าพร้อมเสมอ คนอย่างข้าพร้อมที่จะพิชิตความฝันแล้ว” ยูสเลอร์ตอบอย่างมั่นใจ ดูเหมือนตอนนี้ร่างกายที่เคยอ่อนล้าของเขากลับกลายมามีพลังแล้ว
“งั้นข้าน้อยขอเงิน 26 เอสเทอร์ของท่านก่อน จากนั้นข้าน้อยจะพาท่านไปยังดินแดนแห่งความฝันเอง”
ยูสเลอร์จึงหยิบถุงเงินของเขาส่งให้ชายสวมหน้ากากไป
อีนิกม่าตรวจนับเงินภายในถุง จากนั้นก็ลุกขึ้น ผายมือไปยังเส้นทางเดินที่สุดสายตาในตึกพร้อมพูดว่า
“เชิญท่านยูสเลอร์ตามข้าน้อยมาขอรับ”
(มีต่อครับ)
ดินแดนแห่งความฝัน
เผื่อใครอยากอ่านตอนที่แล้ว
ห้องแห่งความกลัว
https://ppantip.com/topic/37447437
=====================================================================================
ดินแดนแห่งความฝัน
นักดาบหนุ่มเดินเข้าไปในตึกพิศวง
ถึงจะบอกว่า ‘นักดาบหนุ่ม’ แต่การเดินเหินของเขาแทบจะไร้เรี่ยวแรง คล้ายกับคนที่นอนไม่เต็มอิ่มเป็นเวลาหลายวัน
“ยินดีต้อนรับขอรับ” ชายใส่หน้ากากรอยยิ้มสวมเสื้อกั๊กสีดำผูกหูกระต่ายเอ่ยทักเขาทันที
หนุ่มนักดาบพยักหน้าและยกมือตอบรับ ค่อยถามขึ้นว่า “ที่นี่คือ ตึกพิศวงใช่หรือไม่”
“ถูกแล้วขอรับ” ชายหน้ากากรอยยิ้มบอก “ที่นี่คือ ตึกพิศวงที่จะสรรสร้างสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ ข้าน้อยอีนิกม่ายินดีรับใช้ท่านขอรับ”
เมื่อนักดาบเข้าไป เขาเห็นเพียงพื้นที่นั่งด้านหน้ากับทางเดินภายในตึกที่สุดสายตาเท่านั้น
“ที่นี่สามารถช่วยให้ความฝันเป็นจริงของข้าเป็นจริงได้หรือไม่”
แม้ร่างกายจะดูอ่อนล้า แต่น้ำเสียงของเขายังหนักแน่น
อีนิกม่ามองนักดาบ เขายิ้มเบื้องหลังหน้ากากที่สวมใส่
“มิมีปัญหาขอรับ สำหรับท่านยูสเลอร์ หากท่านต้องการเช่นนั้น ทางตึกพิศวงของเราก็ทำได้”
“หือ?” ยูสเลอร์งงทันที เขายังไม่ได้บอกชื่อของตัวเอง เหตุใดชายใส่หน้ากากผู้นี้ถึงรู้ชื่อของตนได้
อีนิกม่าไม่รอให้ยูสเลอร์คิดนาน เขาบอกต่อว่า
“นี่เป็นความพิศวงของตึกพิศวงขอรับ เชิญท่านนั่งตรงนี้ก่อนดีกว่า”
เขาผายมือไปทางเก้าอี้นั่งด้านหน้า พอนักดาบนั่งลงแล้ว อีนิกม่าก็พูดต่อว่า
“ท่านอยากพิชิตฝันของท่านใช่หรือไม่”
“แน่นอน” ยูสเลอร์ตอบทันที
“งั้นท่านคงเหมาะกับดินแดนแห่งความฝันของที่นี่”
“มันเป็นอย่างไร”
“มันคือดินแดนที่ท่านจะได้ทะยานสู้กับสิ่งต่าง ๆ หากท่านเอาชนะพวกมันแล้วออกมาจากที่นั่นได้ ความฝันทุกอย่างของท่านจะกลับกลายเป็นความจริง” อีนิกม่าอธิบาย
“แบบนี้สิที่ข้าอย่างได้” ยูสเลอร์บอก “แล้วต้องเงินค่าใช้จ่ายหรือไม่ ตอนนี้ข้าก็มีไม่มากด้วย ถ้าไม่พอคงเอาดาบของข้าไปแทนละกัน”
“ดินแดนแห่งความฝันค่าใช้จ่ายไม่เท่าไรขอรับ แค่ 26 เอสเทอร์เท่านั้น”
“26 เอสเทอร์หรือ พอดีเลย ตอนนี้ข้าเหลือเงินแค่ 26 เอสเทอร์พอดี”
ช่างเป็นโชคดีสำหรับยูสเลอร์จริง ๆ
อีนิกม่าแอบแย้มยิ้มหลังหน้ากาก จากข้อมูลที่เขารู้ยูสเลอร์คือ อดีตนักดาบฝีมือเยี่ยมที่เคยมีชื่อในกาลหนึ่ง
ยูสเลอร์เริ่มต้นจากการเป็นนักดาบระดับล่างในเมืองลาเพียส สร้างชื่อให้ตัวเองอยู่ระดับหนึ่ง ก่อนจะร่วมมือกับยอดนักเวท จินซานี่ ไปรบที่เมืองอมีธุสจนฝีมือกล้าแข็งขึ้น และตัดสินใจเข้าร่วมประลองในการคัดเลือกนักดาบหน้าใหม่ของเมืองจาซีน เมืองใหญ่แห่งหนึ่งในดินแดนแห่งนี้
ด้วยฝีมือที่พัฒนาตามลำดับขั้นรวมทั้งเพลงดาบที่เป็นเอกลักษณ์ เขาก็สามารถเอาชนะผู้คนหลายร้อย เข้าเป็นหนึ่งในนักดาบของเมืองจาซีนจนได้
ทว่าพอเข้าร่วมกับกองทัพของจาซีนได้ เขาได้รู้ซึ้งถึงความเก่งกาจของนักดาบในเมืองจาซีนหลายท่าน จนไฟอันร้อนระอุของตัวเองเริ่มประทุ
เขาพยายามหลอมวิชาของเมืองจาซีนเข้ากับวิชาดาบของตน ทว่าด้วยกำลังภายในที่ฝึกมาแตกต่าง มันทำให้เขาเกือบธาตุไฟเข้าแทรกหลากหลายครั้ง
เพลงดาบที่สร้างชื่อกลับใช้ไม่ได้ในดินแดนแห่งนี้ จากนักดาบมีชื่อ ก็เริ่มลดถอยกลายเป็นนักดาบไร้ชื่อ ไม่มีชื่อในทำเนียบนักดาบของที่นี่
ยูสเลอร์เริ่มคิดหา บัญญัติวิชาดาบอื่นเพิ่มเติม หันเหละทิ้งวิชาที่เคยมี ตัดสินเริ่มฝึกวิชาดาบพิฆาตรัถยาที่มียอดฝีมือชื่อดังในเมืองอื่นใช้กันมากหลาย
ด้วยวิชาดาบพิฆาตรัถยานี้ ชื่อเสียงของเขากลับดีขึ้น
ทว่าชีวิตของเขากลับไม่ดีขึ้น
จากการที่ไม่มีผลงานอื่นใดที่เมืองจาซีน ทรัพย์สินลาภยศที่ได้มาก็เริ่มลดถอย จนนานเข้าเขาเริ่มสู้ชีวิตอย่างลำบาก ไม่อาจหาหนทางอยู่ในรอดในเมืองได้
แต่เป็นคนย่อมมีความฝัน เขาใฝ่ฝันจะเป็นยอดนักดาบอันดับหนึ่ง จึงมุ่งมั่นแม้ทุกอย่างจะไม่อำนวย
เวลาผ่านไปยังไม่ดีขึ้น ร่างกายจของเขาเริ่มอ่อนล้า จนเรียกได้ว่า มองแล้วไม่น่าจะกลับมามีชื่อได้
เพียงแต่ ยูสเซอร์เคยได้ชื่อว่ายอดนักดาบ ยอดนักดาบก็ยังเป็นยอดนักดาบ เขาไม่ได้ละทิ้งความฝันของตัวเอง สู้ทนฝึกฝนจนเพื่อพิชิตความฝันของเขาให้ได้ ซึ่งจากนั้นเขาก็ได้ยินว่าที่ตึกพิศวงสามารถทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้ จึงตัดสินใจมาที่แห่งนี้ด้วยความหวังสุดท้ายจะพิชิตความฝันของตน
อีนิกม่านึกย้อนถึงประวัติของยูสเลอร์ ด้วยความพิศวงอันพิสดารของตึกแห่งนี้ เขาจะสามารถรู้ข้อมูลเบื้องต้นของผู้เข้ามาใช้บริการทันทีด้วยวิธีการบางอย่าง
“ท่านยูสเลอร์พร้อมหรือยังขอรับ” อีนิกม่าเอ่ยถาม
“ข้าพร้อมเสมอ คนอย่างข้าพร้อมที่จะพิชิตความฝันแล้ว” ยูสเลอร์ตอบอย่างมั่นใจ ดูเหมือนตอนนี้ร่างกายที่เคยอ่อนล้าของเขากลับกลายมามีพลังแล้ว
“งั้นข้าน้อยขอเงิน 26 เอสเทอร์ของท่านก่อน จากนั้นข้าน้อยจะพาท่านไปยังดินแดนแห่งความฝันเอง”
ยูสเลอร์จึงหยิบถุงเงินของเขาส่งให้ชายสวมหน้ากากไป
อีนิกม่าตรวจนับเงินภายในถุง จากนั้นก็ลุกขึ้น ผายมือไปยังเส้นทางเดินที่สุดสายตาในตึกพร้อมพูดว่า
“เชิญท่านยูสเลอร์ตามข้าน้อยมาขอรับ”
(มีต่อครับ)