เทคโนโลยีทำให้เราขี้เกียจ จริงหรือไม่ ถ้าจริง มันดีหรือไม่ที่เราจะขี้เกียจ เราจะสูญเสียอะไรจากความขี้เกียจนั่นไหม

เพราะเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ามากๆในปัจจุบันมันทำให้เราใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายมากๆ มันทำให้ผมอดคิดไม่ได้ว่าในอนาคตเราจะไม่ต้องมานั่งกวาดบ้าน ถูบ้าน  หรือล้างจานแน่ๆ มีหุ่นยนต์ทำหมด ถ้าอนาคตไปอีกเราอาจจะแค่คิดแล้วแบบทุกอย่างก็จะถูกจัดการเรียบร้อย (เดี๋ยวนี้ก็มีคำสั่งด้วยเสียงกับพวกทีวี โทรศัพท์ หรือ siri เป็นต้น เชื่อว่าอนาคตก็น่าจะมีคำสั่งจากความคิด)

ผมคิดว่ามันทำให้คนเราขี้เกียจทำเรื่องเก่าๆที่เราเคยทำมากขึ้น คนรุ่นใหม่ไม่สนใจหรอกที่จะมานั่งทุบกระปุกออมสิน แล้วนั่งนับเงินอ่ะ เค้าก็เอาไปใส่เครื่องนับเหรียญที่ธนาคารหมดอ่ะ เพราะอะไรหน่ะหรอ เพราะคนรุ่นใหม่คิดว่าเวลาของตัวเองมีค่ามากกว่ามานั่งนับเงิน แต่สุดท้ายก็ไปนั่งเล่นโทรศัพท์ 5555555 ผมเชื่อว่าไอสิ่งเล็กๆอย่างการนั่งนับเหรียญเนี่ย มันก็มีประโยชน์นะ แบบมีสมาธิ มีความสุขเล็กๆน้อยที่ได้เก็บเงิน มีความตั้งใจจะเอาเงินไปใช้ทำนู่นทำนี่ หรือว่าการช่วยพ่อแม่กวาดบ้านถูบ้านล้างจานอะไรทำนองนี้ มันก็มีประโยชน์นะ พวกคุณคิดว่าประโยชน์มันขนาดไหน

สรุปคร่าวๆนะ ก็คือคนรุ่นใหม่มีเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกมากมาย พวกคุณคิดว่าการมานั่งทำอะไรที่เดี๋ยวนี้มีหุ่นยนต์ช่วยทำแล้วเนี่ยมันมีประโยชน์ไหม แล้วมันมีประโยชน์มากขนาดไหน แล้วถ้าคนรุ่นใหม่ควรจะเอาเวลาไปทำสิ่งเหล่านี้บ้างไหม ถ้าไม่ทำ คุณคิดว่าเด็กรุ่นใหม่พวกนี้จะพลาดอะไรดีๆไปจากชีวิตไหม อย่างไร

คำถามปลายเปิดนิดนึงนะครับ แสดงความเหตุแบบไหนก็ได้นะครับ ขอบคุณครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 7
เคยได้ยินคำว่า  ผลจากความอดทน นั้นหอมหวาน  หรืออะไรที่ได้มายาก มันมักจะมีค่าเสมอ    ทุกวันนี้ผมยังนึกภาพคนรุ่นเก่า กับคนรุ่นใหม่ๆ อยู่เสมอ มันคงต้องมีนัยยะอะไรบางอย่างแฝงอยู่บ้างแน่   นักอะไรก็จำไม่ได้แล้ว เคยกล่าวว่าความเครียดก็มีประโยชน์
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่