เกราะลาดเอียงอะไร? มันคือ เป็นเกราะที่ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อเพิ่มศักยภาพการป้องกันของยานเกราะแบบต่างๆ เพื่อให้รับแรงปะทะของอาวุธข้าศึกได้ดีขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องเสริมความหนาของชั้นเกราะจนมากเกินไป ซึ่งส่งผลให้น้ำหนักรวมของตัวรถเยอะจนอุ้ยอ้าย ด้วยความสามารถ 2 อย่างของมันคือ ที่มา :
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=kross&month=10-12-2012&group=27&gblog=27
โดยพวกคุณบางคนจะคุ้นเคยเกราะลาดเอียงก็คือ รถถัง T-34 ของโซเวียตนั้นเอง
1. เพิ่มความหนาแน่นของชั้นเกราะที่อาวุธจะต้องทะลุผ่าน
เนื่องจากหากเราตั้งเกราะแบบตรงๆปุ้บ ความหนาของแผ่นโลหะที่ใช้ ก็คือระยะทางที่กระสุนเจาะเกราะนั้นต้องทะลวงเพียงแค่นั้นเอง ถ้าเกราะหนา 50 mm ก็หมายความว่ากระสุนที่เจาะเกราะได้ 51 mm ขึ้นไปก็จะยิงทะลุได้แน่นอน
แต่สำหรับเกราะลาดเอียง จะมีการจัดวางแบบเฉียงกับตัวรถ ซึ่งจะทำให้เกิดมุมสามเหลี่ยมขึ้นมาหาวิถีกระสุน ซึ่งหมายความว่า "กระสุนต้องออกแรงทะลวงแผ่นเกราะเป็นเวลานานขึ้น" ทำให้เกราะที่หนา 50 mm ตามปกติมีความแข็งแกร่งทัดเทียมกับรุ่น 70-80 mm ได้อย่างง่ายดาย ตัวอย่างเช่นดังรูป
(ลองเปรียบเทียบระยะสีเขียว กับสีดำก็ได้ครับ กระสุนที่สัมผัสเนื้อเกราะยังต้องวิ่งอีกนานเลยกว่าจะทะลุผ่านอีกด้านไปได้)
2. สะท้อนกระสุนของข้าศึกออก
ตรงนี้ก็เป็นความสามารถที่น่ากลัวอีกครับ การออกแบบที่เรียบง่ายเพียงแค่เอียงแผ่นเกราะแต่ได้ประโยชน์ถึง 2 อย่าง เพราะกระสุนที่พุ่งมาด้วยความเร็วสูงนั้นก็เหมือนกับลูกบิลเลียดที่สามารถชิ่งกระเด็นกระดอนไปมาได้ และเมื่อมีมุมที่เหมาะสมแล้วแผ่นเกราะจะสามารถบิดเบือนพลังงานจลน์ให้เฉไปทิศทางอื่นที่เป็นอันตรายต่อตัวเองน้อยลงมากๆได้อย่างง่ายได้
สังเกตง่ายๆว่ารถถัง T34 ที่มีเกราะลาดเอียงเวลารับกระสุนข้าศึกจะเน้นหันเฉียงๆตัวรถให้ ขณะที่รถถังไทเกอร์ (ไม่มีเกราะลาดเอียง) จะหันหน้าเข้าตรงๆ ซึ่งเป็นการใช้ความได้เปรียบตามสไตล์ของรถแต่ละประเทศนั่นเอง
ที่มา :
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=kross&month=10-12-2012&group=27&gblog=27
แต่เมื่อสมัยอดีตอย่างเช่น โรมัน รู้จักใช้ประโยชน์จากการใช้ความลาดเอียง หรือโค้ง เช่น โล่ Scutum(สกูตุม)
- โล่ (Scutum) เป็นโล่ไม้อัดรูปสี่เหลี่ยมโค้งที่ชาวโรมันทำได้เป็นรุ่นแรกๆ มีขนาดสูง 1 เมตรกว้าง 86 เซนติเมตร หนา 5-6 มิลลิเมตร แต่เบามากจนถือวิ่งได้สบาย ด้านหน้าโล่จะทาสีประจำสังกัดของกองพลทหารดาบแต่ส่วนมากจะเป็นสีแดงเลือดจนใครเห็นแล้วก็ต้องสะท้าน ตกแต่งด้วยลวดลายตามแบบที่กองพลได้วางเอาไว้ ซึ่งเจ้าโล่นี้จะป้องกันการโจมตีจากธนูและดาบได้เป็นอย่างดีจากรูปทรงโค้งที่จะทำให้การโจมตีทั้งหมดแฉลบไปเหมือนกับเกราะลาดเอียงของรถถังในสมัยปัจจุบัน ตรงกลางโล่จะเป็นปุ่มเหล็กยื่นออกมาเพราะด้านในเป็นมือจับ และใช้กระแทกข้าศึกได้ผลนัก ข้อมูลจาก
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้http://www.thaifighterclub.org/webboard/6219/Military-of-the-Ancients--Roman-Legion.html
ข้อมูลเกี่ยวกับส่วนประกอบโล่โรมัน อยู่นาทีที่ 2:55 / 4:31
หรือ เกราะทหารม้าฝรั่งเศสในสงครามนโปเลียน ตัวเกราะจะเป็นโค้งๆ ซึ่งจะทำให้กระสุนแฉลบ แต่น่าจะได้ผลเฉพาะระยะไกล ถ้าใกล้ๆ ก็จะถูกยิงทะลุเกราะอยู่ดี
เกราะญี่ปุ่นเองก็ใช้วิธีแบบนี้ในการป้องกันจากปืนคาบชุด(ปืนไฟ)เช่นกัน เพราะชุดเกราะซามูไรไม่อาจป้องกันกระสุนจากกระสุนปืนคาบชุดได้ แต่เกราะยุโรปสามารถป้องกันได้
อยู่ในนาทีที่ 16:59 / 27:17
อันนี้ธนู ไม่เกี่ยวกันหอรก แค่อยากใส่ไว้เฉยๆ ครับ
เกราะลาดเอียง โล่โค้ง และเกราะโค้ง
โดยพวกคุณบางคนจะคุ้นเคยเกราะลาดเอียงก็คือ รถถัง T-34 ของโซเวียตนั้นเอง
1. เพิ่มความหนาแน่นของชั้นเกราะที่อาวุธจะต้องทะลุผ่าน
เนื่องจากหากเราตั้งเกราะแบบตรงๆปุ้บ ความหนาของแผ่นโลหะที่ใช้ ก็คือระยะทางที่กระสุนเจาะเกราะนั้นต้องทะลวงเพียงแค่นั้นเอง ถ้าเกราะหนา 50 mm ก็หมายความว่ากระสุนที่เจาะเกราะได้ 51 mm ขึ้นไปก็จะยิงทะลุได้แน่นอน
แต่สำหรับเกราะลาดเอียง จะมีการจัดวางแบบเฉียงกับตัวรถ ซึ่งจะทำให้เกิดมุมสามเหลี่ยมขึ้นมาหาวิถีกระสุน ซึ่งหมายความว่า "กระสุนต้องออกแรงทะลวงแผ่นเกราะเป็นเวลานานขึ้น" ทำให้เกราะที่หนา 50 mm ตามปกติมีความแข็งแกร่งทัดเทียมกับรุ่น 70-80 mm ได้อย่างง่ายดาย ตัวอย่างเช่นดังรูป
2. สะท้อนกระสุนของข้าศึกออก
ตรงนี้ก็เป็นความสามารถที่น่ากลัวอีกครับ การออกแบบที่เรียบง่ายเพียงแค่เอียงแผ่นเกราะแต่ได้ประโยชน์ถึง 2 อย่าง เพราะกระสุนที่พุ่งมาด้วยความเร็วสูงนั้นก็เหมือนกับลูกบิลเลียดที่สามารถชิ่งกระเด็นกระดอนไปมาได้ และเมื่อมีมุมที่เหมาะสมแล้วแผ่นเกราะจะสามารถบิดเบือนพลังงานจลน์ให้เฉไปทิศทางอื่นที่เป็นอันตรายต่อตัวเองน้อยลงมากๆได้อย่างง่ายได้
ที่มา : [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แต่เมื่อสมัยอดีตอย่างเช่น โรมัน รู้จักใช้ประโยชน์จากการใช้ความลาดเอียง หรือโค้ง เช่น โล่ Scutum(สกูตุม)
- โล่ (Scutum) เป็นโล่ไม้อัดรูปสี่เหลี่ยมโค้งที่ชาวโรมันทำได้เป็นรุ่นแรกๆ มีขนาดสูง 1 เมตรกว้าง 86 เซนติเมตร หนา 5-6 มิลลิเมตร แต่เบามากจนถือวิ่งได้สบาย ด้านหน้าโล่จะทาสีประจำสังกัดของกองพลทหารดาบแต่ส่วนมากจะเป็นสีแดงเลือดจนใครเห็นแล้วก็ต้องสะท้าน ตกแต่งด้วยลวดลายตามแบบที่กองพลได้วางเอาไว้ ซึ่งเจ้าโล่นี้จะป้องกันการโจมตีจากธนูและดาบได้เป็นอย่างดีจากรูปทรงโค้งที่จะทำให้การโจมตีทั้งหมดแฉลบไปเหมือนกับเกราะลาดเอียงของรถถังในสมัยปัจจุบัน ตรงกลางโล่จะเป็นปุ่มเหล็กยื่นออกมาเพราะด้านในเป็นมือจับ และใช้กระแทกข้าศึกได้ผลนัก ข้อมูลจาก [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ข้อมูลเกี่ยวกับส่วนประกอบโล่โรมัน อยู่นาทีที่ 2:55 / 4:31
หรือ เกราะทหารม้าฝรั่งเศสในสงครามนโปเลียน ตัวเกราะจะเป็นโค้งๆ ซึ่งจะทำให้กระสุนแฉลบ แต่น่าจะได้ผลเฉพาะระยะไกล ถ้าใกล้ๆ ก็จะถูกยิงทะลุเกราะอยู่ดี
เกราะญี่ปุ่นเองก็ใช้วิธีแบบนี้ในการป้องกันจากปืนคาบชุด(ปืนไฟ)เช่นกัน เพราะชุดเกราะซามูไรไม่อาจป้องกันกระสุนจากกระสุนปืนคาบชุดได้ แต่เกราะยุโรปสามารถป้องกันได้
อันนี้ธนู ไม่เกี่ยวกันหอรก แค่อยากใส่ไว้เฉยๆ ครับ