เริ่มต้นเลย ปูจะอร่อยได้จะต้องเป็นปูที่ยังมีชีวิตอยู่ เพราะว่าสัตว์ทะเลนั้นกล้ามเนื้อจะน้อยกว่าสัตว์บก ซึ้งต้องใช้กล้ามเนื้อในการแบกรับน้ำหนักตัวไว้ด้วย อย่างเช่นตัวนั้น เมื่อวัวตายแล้วเราไม่สามารถทานเนื้อมันได้เลย จะต้องทิ้งไว้อย่างน้อยประมาณ 18 วันเพื่อให้เอนไซม์ของมันเองย้อยกล้ามเนื้อให้นิ่มลงก่อน
เรื่องเนื้อวัวสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่
https://fovefood.wordpress.com/2013/02/27/ข้อความนี้ส่งตรงถึง-meat-lovers/
ส่วนเนื้อปูและสัตว์ทะเลนั้น เมื่อกล้ามเนื้อไม่ได้แข็งแรงและเหนียวเท่าสัตว์บก พอมันตายเอนไซม์ก็ออกมาย้อยเนื้อเช่นกัน นั้นแหละที่ทำให้เนื้อของสัตว์ทะเลยุ้ยและเละเมื่อได้ตาย วิธีการยับยั้งเอนไซม์ก็คือความเย็น เค้าเลยต้องแช่น้ำแข็งกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เอนไซม์มันก็ยังทำงานบ้างนิดหน่อยอยู่ดี จะทานให้อร่อยที่สุดจึงเป็นสัตว์ทะเลที่ยังมีชีวิต
https://www.youtube.com/watch?v=u0uEPQKo5Ws
เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่าครั้งล่าสุดที่เพิ่งไปทานมา ปูม้ามากกว่าครึ่งในกะละมังมีไข่นอกกระดองเต็มไปหมด ไอ้เราก็สงสารว่าจะซื้อมันไปปล่อย เพราะที่เราเลือกทานคือเป็นตัวผู้ล้วนๆ สำหรับใครที่ไม่ได้ดูวีดีโอก็ขออธิบายเพิ่มหน่อยละกัน คือ ปูตัวผู้เนี้ย เนื้อมันจะเยอะและหวานกว่าปูตัวเมียที่มีไข่ เนื่องจากว่า ปูตัวเมีย ต้องใช้พลังงานและสารอาหารเพื่อไปสร้างและบำรุงไข่ เพราะฉะนั้นตัวมันเองก็จะมีสารอาหารน้อย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับช่วงลองคราบของปูด้วย เพราะถ้าปูพึ่งลองคราบ(กระดองจะนิ่ม ตัวจะเบา) เนื้อปูจะอุ่มน้ำไว้เยอะ พอเอาไปนึ่งน้ำก็จะระเหยไป หรือถ้ากระดองแข็งมากๆแล้วตัวเบา ก็จะเป็นช่วงก่อนลองคราบ ไม่อร่อยเหมือนกัน เพราะว่า ปูเพิ่งอดอาหารมา เพื่อทำให้ตัวลีบ จะได้ออกจาะกระดองได้ง่าย ทำให้เนื้อปูโพลก เท่าที่รู้คือ ปูม้าจะลอกคราบปีละสองครั้ง แต่ไม่ได้มีฤดูที่แน่นอนขนาดนั้น ถ้า safe ที่สุดสำหรับทานเนื้อปู คือเลือกทานปูตัวผู้ซึ่งสามารถดูได้ที่ใต้ท้องปู

ตัวด้านบนที่ส่วนท้องถ้าสามเหลี่ยมอ้วนจะเป็นตัวเมีย ส่วนตัวด้านล่างที่สามเหลี่ยมผอมจะเป็นตัวผู้
ทำหรับผู้ที่ชอบทานไข่ปู ส่วนใหญ่แล้วแล้วมันคือปูทะเล แต่ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงเรียกปูทะเลทั้งๆที่มันอยู่ในน้ำจืดหรือน้ำกร่อย ขุดรู อยู่ในโคลน แถวป่าแสม
พูดถึงไข่ปูมาทำความเข้าใจเพิ่มกันหน่อย ที่เราทานกันเนี้ยเป็นไข่ใน

ก จะบอกให้เลิกทาน ปล่อยให้มันออกลูก คงไม่ได้ เพราะตัวข้าพเจ้าก็ชอบทานเหมือนกัน แต่ไข่ปูเนี้ย มันแบ่งออกเป็นสองระยะที่เห็นได้ชัดๆเลย ไอ้สีส้มๆที่เราชอบทานกันเนี้ย คือไข่ใน

ก อยู่ในระยะเจริญเติบโต และยังไม่ได้รับการผสมกับน้ำเชื้อของตัวผู้ ตรงเนี้ย โอเค ทานได้

ปูตัวเมียทุกชนิดก็มีไข่หมด แต่ที่นิยมที่สุดจะเป็นปูทะเลเพราะมีไข่มากกว่าเพื่อน เราจะไม่ค่อยได้เห็นไข่นอกมันหรอก เพราะปูไข่นั้นสำคัญที่ต้องมีไข่ใน

ก แต่ปูม้าเนี้ยจับมาทีแบบเยอะๆ มีทั้งปูไข่นอกไข่ในมาหมด และที่จะมาขอคือ พอเป็นปูไข่นอกกระดองแล้ว ขอเถอะว่าอย่าทาน เพราะว่านอกจากเนื้อจะไม่อร่อยแล้ว ลูกปูยังไม่ได้เกิดอีกเป็นล้านตัว(พูดให้ลูกคือประมาณ 7 แสนฟอง แค่อยากให้ฟังดูเว่อๆแบบดราม้า) ที่ปูแพงขึ้นทุกวัน เมื่อก่อนตอนเบนเด็กๆ ไปชะอำ พ่อแม่บอกว่าซื้อปูม้าหน้าบ้านโลละ 40 บาทเอง ตอนนี้โลละ 600 บาท เพราะทั้งชาวประมงและคนขายบอกว่าปูหายากขึ้นทุกวัน ก็ใช่สิเพราะ(ขอใส่อารมณ์หน่อย)จับปูมีไข่นอกกระดองมาแล้วก็ไม่ปล่อยมันกลับลงทะเลไง มันไม่ได้ออกไข่ แล้วมันจะมีปูรุ่นใหม่ได้ไงเล่า!!! แต่จะโทษเค้าอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะถ้าไม่มีผู้สนองก็ไม่มีผู้เสนอ เพราะเราก็ไม่เลือกทาน

ปูไข่นอกที่เราเห็นอยู่นี้ อีกไม่ถึง 1-2 วัน มันก็จะออกไข่แล้ว (ตอนที่เพิ่งออกมานอกกระดองใหม่ๆจะเป็นสีส้ม พอใกล้จะฝักจะเปลี่ยนเป็นสีนี้) ลูกปูเกือบล้านตัว แล้วนี่ไม่ใช่ไข่ปูที่เราทาน(ไข่นอกกระดองไม่มีใครทาน) ถ้าเราเห็นแบบนี้ เริ่มต้นเลย ก็บอกแม่ค้าว่าเราไม่เอา ไม่ทาน เลือกแต่ตัวไม่มีไข่ ต่อไปถ้าคนซื้อไม่ยอมซื้อไม่ยอมทานปูไข่นอกกระดองกันเยอะๆ แม่ค้าขายไม่ได้ ก็ไม่รับมา ไม่รับมาชาวประมงก็ขายให้แม่ค้าไม่ได้ ก็หวังว่าต่อไปเมื่อเค้าจับปูไข่กระดองนอกได้ เค้าก็จะปล่อยมันกลับทะเล
อยากจะขอให้ร่วมรณรงค์ แชร์กันเยอะๆนะคะ เลิกทานเลิกซื้อปูไข่นอกกระดองกันเถอะค่ะ
https://www.youtube.com/watch?v=y_s5Qep-mDY
วิธีการเลือกปูไข่
เรื่องเนื้อวัวสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://fovefood.wordpress.com/2013/02/27/ข้อความนี้ส่งตรงถึง-meat-lovers/
ส่วนเนื้อปูและสัตว์ทะเลนั้น เมื่อกล้ามเนื้อไม่ได้แข็งแรงและเหนียวเท่าสัตว์บก พอมันตายเอนไซม์ก็ออกมาย้อยเนื้อเช่นกัน นั้นแหละที่ทำให้เนื้อของสัตว์ทะเลยุ้ยและเละเมื่อได้ตาย วิธีการยับยั้งเอนไซม์ก็คือความเย็น เค้าเลยต้องแช่น้ำแข็งกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เอนไซม์มันก็ยังทำงานบ้างนิดหน่อยอยู่ดี จะทานให้อร่อยที่สุดจึงเป็นสัตว์ทะเลที่ยังมีชีวิต
https://www.youtube.com/watch?v=u0uEPQKo5Ws
เรื่องของเรื่องก็มีอยู่ว่าครั้งล่าสุดที่เพิ่งไปทานมา ปูม้ามากกว่าครึ่งในกะละมังมีไข่นอกกระดองเต็มไปหมด ไอ้เราก็สงสารว่าจะซื้อมันไปปล่อย เพราะที่เราเลือกทานคือเป็นตัวผู้ล้วนๆ สำหรับใครที่ไม่ได้ดูวีดีโอก็ขออธิบายเพิ่มหน่อยละกัน คือ ปูตัวผู้เนี้ย เนื้อมันจะเยอะและหวานกว่าปูตัวเมียที่มีไข่ เนื่องจากว่า ปูตัวเมีย ต้องใช้พลังงานและสารอาหารเพื่อไปสร้างและบำรุงไข่ เพราะฉะนั้นตัวมันเองก็จะมีสารอาหารน้อย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับช่วงลองคราบของปูด้วย เพราะถ้าปูพึ่งลองคราบ(กระดองจะนิ่ม ตัวจะเบา) เนื้อปูจะอุ่มน้ำไว้เยอะ พอเอาไปนึ่งน้ำก็จะระเหยไป หรือถ้ากระดองแข็งมากๆแล้วตัวเบา ก็จะเป็นช่วงก่อนลองคราบ ไม่อร่อยเหมือนกัน เพราะว่า ปูเพิ่งอดอาหารมา เพื่อทำให้ตัวลีบ จะได้ออกจาะกระดองได้ง่าย ทำให้เนื้อปูโพลก เท่าที่รู้คือ ปูม้าจะลอกคราบปีละสองครั้ง แต่ไม่ได้มีฤดูที่แน่นอนขนาดนั้น ถ้า safe ที่สุดสำหรับทานเนื้อปู คือเลือกทานปูตัวผู้ซึ่งสามารถดูได้ที่ใต้ท้องปู
ทำหรับผู้ที่ชอบทานไข่ปู ส่วนใหญ่แล้วแล้วมันคือปูทะเล แต่ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงเรียกปูทะเลทั้งๆที่มันอยู่ในน้ำจืดหรือน้ำกร่อย ขุดรู อยู่ในโคลน แถวป่าแสม
พูดถึงไข่ปูมาทำความเข้าใจเพิ่มกันหน่อย ที่เราทานกันเนี้ยเป็นไข่ใน
อยากจะขอให้ร่วมรณรงค์ แชร์กันเยอะๆนะคะ เลิกทานเลิกซื้อปูไข่นอกกระดองกันเถอะค่ะ
https://www.youtube.com/watch?v=y_s5Qep-mDY