สวัสดีเพื่อนๆ ชาวพันทิพครับ
รีวิวแรกขอเป็นประเทศอังกฤษละกันครับ ทำไมอ่ะหรอ??? ก็เพราะว่าเป็นประเทศในฝันสมัยเยาว์วัยว่าอยากไปอังกฤษมากกก
แค่นั้นแหละ ก่อนเดินทางก็จัดการหาตั๋ว ขอวีซ่าให้เรียบร้อยนะครับ รายละเอียดตรงจุดนี้ขอข้ามไปเลยนะครับ
หลังจากนั่งจนเมื่อย ก็เห็นความเป็นอังกฤษด้านล่าง เครื่องเริ่มลดระดับลง
พอเครื่อง Landing สู่สนามบิน Heathrow International Airport ก็ผ่านด่านตม จะบอกว่าใช้เวลาค่อนข้างนานคิวยาวมาก
ตอนเจ้าของกระทู้ไปรอตรงนี้เกือบ 2 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ ถามทุกคน พอถึงคิวเจ้าของกระทู้ เจ้าหน้าที่ถามว่า มาทำไม มากี่วัน
ไปไหนบ้าง แล้วก็สแตมป์เข้าเมืองให้ ก็เตรียมคำตอบดีๆ บางคนถามเยอะมาก บางคนถามนิดเดียว
หลังจากผ่าน ตม. ก็หาทางเข้าเมือง มีทั้งรถบัส รถไฟ รถด่วน เนื่องจากเจ้าของกระทู้จะไปเมือง Bath ก่อน จึงเลือกเข้าเมือง
ด้วย Heathrow Express (
https://www.heathrowexpress.com) ซึ่งวิ่งตรงจาก สนามบินไปสถานีรถไฟ Paddington เลย
ใช้เวลาเดินทางแค่ 23 นาทีเท่านั้น
เมื่อมาถึงสถานี Paddington ก็ไปจองตั๋วหรือถ้าจองออนไลน์มาแล้วก็ไปรับตั๋วผ่านเครื่องอัตโนมัติได้เลย ใช้ Booking no. กับ
บัตรเครดิตใบที่ซื้อ สามารถเชคและจองได้ผ่านเว็บ
http://www.nationalrail.co.uk/ (แนะนำว่าจองล่วงหน้าจะได้ราคาถูกกว่า
ถ้าจองตอนไปถึงราคาจะแพงกว่าและบางทีอาจจะเต็มถ้าเป็นช่วงเทศกาล) แนะนำให้จองแบบสายเดียวถึงเลยครับ
จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนขบวน ซึ่งจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมงครับ
"FIRST TIME UK, FIRST DAY IN BATH"
เมืองแรกที่เราจะเริ่มท่องเที่ยวกันก็คือเมือง บาธ (Bath) ถ้าใครอยากศึกษาข้อมูลท่องเที่ยวเพิ่มเติม สามารถอ่านได้ในเว็บ
http://visitbath.co.uk/ ครับ
หลังจากเมื่อคืนมาถึงแล้วฝนก็ตกหนักไม่มีเวลาถ่ายรูปก็ขอเริ่มวันใหม่เลยละกัน
เนื่องจากทริปนี้เดินทางคนเดียว เลยเลือกพักที่ St Christopher’s Inn Bath
ซึ่งเป็น Hostel ที่ครบวงจรมากกกกก ตอนเช้าจะมี Breakfast ถึง 10 โมง หลังจากนั้นจะขาย อาหาร ตกกลางคืนเป็นบาร์
ทางเข้าห้องพักจะอยู่ประตูถัดจากประตูหลัก ห้องที่ได้พักเป็นแบบนอนรวม 6 เตียง แต่เมื่อคืนมีคนนอนแค่ 2 คน
ได้เพื่อนเป็นชาวออสเตรเลีย
อาหารเช้าของที่นี่ก็จะมี Breakfast ตามสไตล์ชาวต่างชาติ กาแฟ ขนมปัง นม เนย แยม แต่ถ้าจะกินอย่างอื่นก็มีขายแยก
ซึ่งใครที่พักที่นี่จะได้ส่วนลดค่าอาหาร 25% ด้วยครับ หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ ฝนก็ยังตกปรอยๆ เลยนั่งชิวๆ รอเวลา
จนฟ้าเริ่มใส ก็เริ่มออกตะลุยเมือง Bath ดีกว่า จากที่พัก เดินไปเรื่อยๆ ก็จะเจอ
Milsom Place (
http://www.milsomplace.co.uk/)
เป็นแหล่งรวมร้านค้า ร้านอาหาร แหล่งช็อปปิ้ง เดินเล่นเพลินๆ ครับ
เดินต่อไปก็จะเจอ The Circus เป็นวงเวียนใหญ่ที่ตรงกลางมีต้นไม้ใหญ่ รอบวงเวียนมีถนนและมีทางออก 3 ช่องทาง
แต่ละช่องทางรายล้อมไปด้วยที่พักอาศัย
Credit :
http://www.bath360.co.uk/movies-of-bath/the-circus-bath.htm ขอยืมรูปมานะครับ ไม่สามารถปีนบินไปถ่ายเองได้จริงๆ
จากนั้นเดินไปอีก 200 เมตร ก็จะเจอจุดหมายของแรกของเราแล้ว “The Royal Cresent”
เดินไปดูอีกฝั่งดีกว่า
หลังจากถ่ายจนพอใจก็ไปต่อดีกว่า
จนเดินมาทะลุอีกฝั่ง มาเจอ Parade Gardens แต่วันนี้ไม่เปิดให้ลงไปเดิน ก็ได้แต่ชมด้านล่าง
เดินข้ามสะพานมาอีกฝั่งแล้วเดินลงมาเรียบแม่น้ำ Avon ก็จะเจอ Pulteney weir
จากที่หาข้อมูลมา ตรงนี้ก็คือ ฝายชะลอน้ำแบบที่เรารู้จักนั้นแหละครับ แต่เป็นฝายชะลอน้ำที่มีดีไซน์เป็นรูปเกือกม้าไม่เหมือนใครดี
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้ฝาย ก็จะทำหน้าที่กักเก็บน้ำ ประโยชน์ของมันก็คือ ป้องกันน้ำท่วมตอนล่างของฝาย หรือ จะเก็บกักน้ำไว้ใช้ก็ได้
หลักการก็คือ ถ้าน้ำต้นน้ำมีปริมาณน้อยกว่าความสูงของฝายน้ำก็จะกักเก็บไว้ แต่ถ้าน้ำมีเยอะเกินความสูงของฝาย
น้ำก็จะถูกปล่อยลงไปปลายน้ำ
** ถ้าข้อมูลผิดพลาดต้องขออภัยด้วยครับ **
เดินไปจนสุดท้ายขวามือของรูปก็จะมีทางขึ้นไปด้านบนของสะพานพัลต์นีย์ ซึ่งจะมีร้านค้าขายของต่างๆ เดินมาเรื่อยๆ ก็เจอกับสิ่งสำคัญ
ของเมืองอีกแห่งนั่นก็คือ โบสถ์บาธ (Bath Abbey) โบสถ์สำคัญประจำเมือง มีรถท่องเที่ยวประจำเมืองมาจอดพอดี สำหรับใครที่ไม่ชอบเดิน
ก็สามารถซื้อตั๋วรถบัสไปตามจุดต่างๆ ได้ แต่เจ้าของกระทู้ชอบเดินชมนู่นชมนี่ เลยเลือกการเดินดีกว่า
อันนี้ด้านหน้าฝั่งทางเข้าอยู่ติดกับ Roman Bath หรือโรงอาบน้ำโรมันในสมัยก่อนนั่นเอง
หลังจากเดินฆ่าเวลาจนเริ่มเย็นๆ ก็ได้เวลาไปจุดหมายต่อไป นั่นก็คือ Alexandar Park ด้วยความที่ชอบภูเขา นั่งดูวิวจากมุมสูงชิวๆ
ตัวเลือกนี้จึงเป็นจุดหมายหลักอย่างหนึ่งของเจ้าของกระทู้ วิธีไปที่นี่มีสองทาง นั่นก็คือ
1. นั่งรถจากสถานีรถบัสไป แล้วเดินต่อ หรือ
2. เดินไปเลยแต่แรก
ไหนๆ จะต้องเดินอยู่แล้วเลยขอเลือกเดินตั้งแต่ต้นทางเลยละกัน
สำหรับคนที่ชอบวิวมุมสูงเหมือนกันขอแนะนำเลยครับ ว่าควรไปนั่งชมวิวงามๆ นั่งชิวๆ ถ้าจะถ่ายรูปแสงไฟตอนกลางคืน ทางลง
ค่อนข้างมืดควรมีไฟฉาย หรือไม่ก็ชาร์จแบตโทรศัพท์ให้เต็มแล้วใช้แสงไฟจากมือถือก็ได้ครับ
ทางค่อนข้างเปลี่ยวแต่ก็ไม่ได้รู้สึกอันตรายใดๆ
เจอป้ายบอกอีก 40 ขั้น
แต่ขั้นใหญ่มากกก
และแล้ววววววววววว วิวที่เราตามหา
พระอาทิตย์กำลังใกล้จะตกละ ส่องแสงสีทองงดงามมาก (แต่ไมถ่ายรูปมา ไม่สวยเลยหว่า)
จากจุดนี้หันไปมองด้านหลังจะเป็นฝั่งที่พระอาทิตย์ตก ซึ่งคนละฝั่งกับฝั่งเมือง
ถ่ายรูปเล่นรอมืด
สักพักฟ้าก็เริ่มครึ้ม เหมือนฝนจะตก
รออีกสักพักกะแสงทไวไลค์ท่ามกลางเมฆฝน
แล้วก็เผ่น เดี๋ยวฝนตก มาคนเดียวด้วย กลับห้องพักผ่อนดีกว่าาาาาา
ชมต่อตอนต่อไปครับ
ตอนที่ 2 ครับ
http://ppantip.com/topic/35508641
ตอนที่ 3 ครับ
http://ppantip.com/topic/35511352
[CR] [CR] กินลมชมวิว in UK || Part 1 ... Bath
รีวิวแรกขอเป็นประเทศอังกฤษละกันครับ ทำไมอ่ะหรอ??? ก็เพราะว่าเป็นประเทศในฝันสมัยเยาว์วัยว่าอยากไปอังกฤษมากกก
แค่นั้นแหละ ก่อนเดินทางก็จัดการหาตั๋ว ขอวีซ่าให้เรียบร้อยนะครับ รายละเอียดตรงจุดนี้ขอข้ามไปเลยนะครับ
หลังจากนั่งจนเมื่อย ก็เห็นความเป็นอังกฤษด้านล่าง เครื่องเริ่มลดระดับลง
พอเครื่อง Landing สู่สนามบิน Heathrow International Airport ก็ผ่านด่านตม จะบอกว่าใช้เวลาค่อนข้างนานคิวยาวมาก
ตอนเจ้าของกระทู้ไปรอตรงนี้เกือบ 2 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ ถามทุกคน พอถึงคิวเจ้าของกระทู้ เจ้าหน้าที่ถามว่า มาทำไม มากี่วัน
ไปไหนบ้าง แล้วก็สแตมป์เข้าเมืองให้ ก็เตรียมคำตอบดีๆ บางคนถามเยอะมาก บางคนถามนิดเดียว
หลังจากผ่าน ตม. ก็หาทางเข้าเมือง มีทั้งรถบัส รถไฟ รถด่วน เนื่องจากเจ้าของกระทู้จะไปเมือง Bath ก่อน จึงเลือกเข้าเมือง
ด้วย Heathrow Express (https://www.heathrowexpress.com) ซึ่งวิ่งตรงจาก สนามบินไปสถานีรถไฟ Paddington เลย
ใช้เวลาเดินทางแค่ 23 นาทีเท่านั้น
เมื่อมาถึงสถานี Paddington ก็ไปจองตั๋วหรือถ้าจองออนไลน์มาแล้วก็ไปรับตั๋วผ่านเครื่องอัตโนมัติได้เลย ใช้ Booking no. กับ
บัตรเครดิตใบที่ซื้อ สามารถเชคและจองได้ผ่านเว็บ http://www.nationalrail.co.uk/ (แนะนำว่าจองล่วงหน้าจะได้ราคาถูกกว่า
ถ้าจองตอนไปถึงราคาจะแพงกว่าและบางทีอาจจะเต็มถ้าเป็นช่วงเทศกาล) แนะนำให้จองแบบสายเดียวถึงเลยครับ
จะได้ไม่ต้องเปลี่ยนขบวน ซึ่งจะใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.30 ชั่วโมงครับ
เมืองแรกที่เราจะเริ่มท่องเที่ยวกันก็คือเมือง บาธ (Bath) ถ้าใครอยากศึกษาข้อมูลท่องเที่ยวเพิ่มเติม สามารถอ่านได้ในเว็บ
http://visitbath.co.uk/ ครับ
หลังจากเมื่อคืนมาถึงแล้วฝนก็ตกหนักไม่มีเวลาถ่ายรูปก็ขอเริ่มวันใหม่เลยละกัน
เนื่องจากทริปนี้เดินทางคนเดียว เลยเลือกพักที่ St Christopher’s Inn Bath
ซึ่งเป็น Hostel ที่ครบวงจรมากกกกก ตอนเช้าจะมี Breakfast ถึง 10 โมง หลังจากนั้นจะขาย อาหาร ตกกลางคืนเป็นบาร์
ทางเข้าห้องพักจะอยู่ประตูถัดจากประตูหลัก ห้องที่ได้พักเป็นแบบนอนรวม 6 เตียง แต่เมื่อคืนมีคนนอนแค่ 2 คน
ได้เพื่อนเป็นชาวออสเตรเลีย
อาหารเช้าของที่นี่ก็จะมี Breakfast ตามสไตล์ชาวต่างชาติ กาแฟ ขนมปัง นม เนย แยม แต่ถ้าจะกินอย่างอื่นก็มีขายแยก
ซึ่งใครที่พักที่นี่จะได้ส่วนลดค่าอาหาร 25% ด้วยครับ หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ ฝนก็ยังตกปรอยๆ เลยนั่งชิวๆ รอเวลา
จนฟ้าเริ่มใส ก็เริ่มออกตะลุยเมือง Bath ดีกว่า จากที่พัก เดินไปเรื่อยๆ ก็จะเจอ
Milsom Place (http://www.milsomplace.co.uk/)
เป็นแหล่งรวมร้านค้า ร้านอาหาร แหล่งช็อปปิ้ง เดินเล่นเพลินๆ ครับ
เดินต่อไปก็จะเจอ The Circus เป็นวงเวียนใหญ่ที่ตรงกลางมีต้นไม้ใหญ่ รอบวงเวียนมีถนนและมีทางออก 3 ช่องทาง
แต่ละช่องทางรายล้อมไปด้วยที่พักอาศัย
Credit : http://www.bath360.co.uk/movies-of-bath/the-circus-bath.htm ขอยืมรูปมานะครับ ไม่สามารถปีนบินไปถ่ายเองได้จริงๆ
จากนั้นเดินไปอีก 200 เมตร ก็จะเจอจุดหมายของแรกของเราแล้ว “The Royal Cresent”
เดินไปดูอีกฝั่งดีกว่า
หลังจากถ่ายจนพอใจก็ไปต่อดีกว่า
จนเดินมาทะลุอีกฝั่ง มาเจอ Parade Gardens แต่วันนี้ไม่เปิดให้ลงไปเดิน ก็ได้แต่ชมด้านล่าง
เดินข้ามสะพานมาอีกฝั่งแล้วเดินลงมาเรียบแม่น้ำ Avon ก็จะเจอ Pulteney weir
จากที่หาข้อมูลมา ตรงนี้ก็คือ ฝายชะลอน้ำแบบที่เรารู้จักนั้นแหละครับ แต่เป็นฝายชะลอน้ำที่มีดีไซน์เป็นรูปเกือกม้าไม่เหมือนใครดี
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
เดินไปจนสุดท้ายขวามือของรูปก็จะมีทางขึ้นไปด้านบนของสะพานพัลต์นีย์ ซึ่งจะมีร้านค้าขายของต่างๆ เดินมาเรื่อยๆ ก็เจอกับสิ่งสำคัญ
ของเมืองอีกแห่งนั่นก็คือ โบสถ์บาธ (Bath Abbey) โบสถ์สำคัญประจำเมือง มีรถท่องเที่ยวประจำเมืองมาจอดพอดี สำหรับใครที่ไม่ชอบเดิน
ก็สามารถซื้อตั๋วรถบัสไปตามจุดต่างๆ ได้ แต่เจ้าของกระทู้ชอบเดินชมนู่นชมนี่ เลยเลือกการเดินดีกว่า
อันนี้ด้านหน้าฝั่งทางเข้าอยู่ติดกับ Roman Bath หรือโรงอาบน้ำโรมันในสมัยก่อนนั่นเอง
หลังจากเดินฆ่าเวลาจนเริ่มเย็นๆ ก็ได้เวลาไปจุดหมายต่อไป นั่นก็คือ Alexandar Park ด้วยความที่ชอบภูเขา นั่งดูวิวจากมุมสูงชิวๆ
ตัวเลือกนี้จึงเป็นจุดหมายหลักอย่างหนึ่งของเจ้าของกระทู้ วิธีไปที่นี่มีสองทาง นั่นก็คือ
1. นั่งรถจากสถานีรถบัสไป แล้วเดินต่อ หรือ
2. เดินไปเลยแต่แรก
ไหนๆ จะต้องเดินอยู่แล้วเลยขอเลือกเดินตั้งแต่ต้นทางเลยละกัน
สำหรับคนที่ชอบวิวมุมสูงเหมือนกันขอแนะนำเลยครับ ว่าควรไปนั่งชมวิวงามๆ นั่งชิวๆ ถ้าจะถ่ายรูปแสงไฟตอนกลางคืน ทางลง
ค่อนข้างมืดควรมีไฟฉาย หรือไม่ก็ชาร์จแบตโทรศัพท์ให้เต็มแล้วใช้แสงไฟจากมือถือก็ได้ครับ
ทางค่อนข้างเปลี่ยวแต่ก็ไม่ได้รู้สึกอันตรายใดๆ
เจอป้ายบอกอีก 40 ขั้น
แต่ขั้นใหญ่มากกก
และแล้ววววววววววว วิวที่เราตามหา
พระอาทิตย์กำลังใกล้จะตกละ ส่องแสงสีทองงดงามมาก (แต่ไมถ่ายรูปมา ไม่สวยเลยหว่า)
จากจุดนี้หันไปมองด้านหลังจะเป็นฝั่งที่พระอาทิตย์ตก ซึ่งคนละฝั่งกับฝั่งเมือง
ถ่ายรูปเล่นรอมืด
สักพักฟ้าก็เริ่มครึ้ม เหมือนฝนจะตก
รออีกสักพักกะแสงทไวไลค์ท่ามกลางเมฆฝน
แล้วก็เผ่น เดี๋ยวฝนตก มาคนเดียวด้วย กลับห้องพักผ่อนดีกว่าาาาาา
ชมต่อตอนต่อไปครับ
ตอนที่ 2 ครับ http://ppantip.com/topic/35508641
ตอนที่ 3 ครับ http://ppantip.com/topic/35511352