เย้ๆ ได้เป็นทาสแมวสมใจหลังจากมาอยู่อเมริกาได้หนึ่งปี แมวหาบ้าน (ตาม shelter) ที่นี่มีค่าตัวนะจ๊ะ


พี่เฟรนด์ลี่กะเอ็นเดอร์ในเข่งปลาทู

หลังจากย้ายมาอยู่เมกาได้ครบปี ก็ได้มีโอกาสหาแมวเหมียวมาเลี้ยงค่ะ เลยมาเล่าให้ฟังว่าที่นี่หาแมวๆ มาเลี้ยงได้จากไหนยังไงบ้าง

เมื่อช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา เราได้อุปการะแมวมา 2 ตัวจาก shelter แห่งหนึ่งใน San Diego ที่นี่มี shelter เยอะมาก มีทั้งหมา แมว กระต่าย นก อื่นๆ หรือบาง shelter ก็มีการเจาะจงพันธุ์กันเลยทีเดียว ซึ่งที่เห็นส่วนใหญ่จะเป็น shelter หมา เช่น shelter หมาชิวาวา shelter หมาลาบาดอร์ เป็นต้น

เรื่องของเราเริ่มต้นจาก อยู่ๆ แฟนก็บอกให้เราหาข้อมูลจะรับแมวมาเลี้ยงให้หน่อยตัวนึง จากนั้นเราก็เปิดเน็ตค้นหาแมวตาม shelter มาเลี้ยง จริงๆ เราพอจะมีข้อมูลอยู่แล้ว เพราะเคยอยากจะทำงานอาสาสมัครที่ shelter แมว แต่ด้วยความที่ขับรถเองไม่ได้สักทีเลยพับโครงการไป

shelter นี่ถ้าจะพูดเป็นภาษาไทยก็เหมือนบ้านสงเคราะห์สัตว์ แต่เค้าจะจัดตั้งเป็นเรื่องเป็นราวมาก บางที่ก็มีอาคารของตัวเองเป็นเรื่องเป็นราว ใครสนใจอยากอุปการะแมวก็ไปที่ shelter แล้วติดต่อขอดูแมว เค้าก็จะมีห้องให้เราได้พบปะกะแมว ให้เล่นกะแมว ถ้ามีตัวไหนที่เราถูกใจจะเอากลับบ้านไปเลี้ยงดู ก็กรอกเอกสารสัญญาในการขอรับอุปการะแมว จ่ายค่าธรรมเนียม (ไม่ฟรีเหมือนแมวหาบ้านที่ไทยนะ) สัมภาษณ์ ถ้าได้รับการอนุมัติก็เอาแมวกลับบ้านได้

แต่บาง shelter ไม่มีอาคารเป็นของตัวเอง ก็จะเอาแมวที่พร้อมออกอุปการะได้แล้วไปอยู่ตามห้างร้านที่ขายของสัตว์ เช่น PetCo รึ PetSmart เราก็ไปดูตัวได้ตามสถานที่ดังกล่าว

นอกจากนี้ก็ยังมี event หาบ้านไปให้แมวอยู่บ่อยๆ เราก็เช็คจาก shelter แต่ละแห่งได้ว่าจะมี event หาบ้านให้แมวที่ไหน เมื่อไหร่บ้าง

และเรายังสามารถขอรับอุปการะแมวออนไลน์ได้ด้วย โดยการดูรูปแมวและสรรพคุณของแมวที่เค้ามีลิสต์ให้ ถูกใจตัวไหนก็กรอกใบขอรับอุปการะออนไลน์แล้วรอการติดต่อกลับจาก shelter ถ้าได้รับการอนุมัติก็จะนัดหมายให้ไปรับแมวที่ไหนอย่างไรต่อไป

ส่วนมากแล้วทาง shelter จะไม่ปล่อยแมวให้เรามาจนกว่าแมวจะพร้อมที่จะออกไปอยู่กับผู้อุปการะได้ โดยที่ทาง shelter จะทำการดูแลแมวทุกอย่างจนกว่าแมวจะได้ผู้อุปการะ ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงดู การดูแลสุขภาพ การฉีดวัคซีน การทำหมัน การฝังไมโครชิพ การตรวจเลือดว่าปราศจากโรคแมวๆ เช่น FIV ลูคีเมีย รึอื่นๆ เป็นต้น

และก่อนที่แมวจะพร้อมออกไปสู่โลกภายนอก shelter จะให้แมวได้อยู่กับ foster home ซึ่งเป็นอาสาสมัครที่จะรับดูแลแมวระหว่างแมวยังไม่พร้อมได้บ้าน foster home จะรับแมวไปอยู่ที่บ้านตัวเองและเลี้ยงดูแมวชั่วคราวก่อนแมวได้บ้าน รึจนกว่าจะโตพอที่จะนำมาประกาศหาบ้านได้ ที่ foster home นี้ แมวจะได้มีโอกาสเรียนรู้การใช้ชีวิตกับคน การใช้ชีวิตกับแมวอื่น การใช้ชีวิตกับเด็ก กับหมา รึอื่นๆ ซึ่งทำให้แมวเข้ากับแมวตัวอื่นได้เร็วมาก

ทีนี้มาเล่าเรื่องที่เรารับอุปการะแมวกันบ้าง

เราได้ไปดูตัวแมวแบบตัวเป็นๆ ของ 2 shelter ตามนี้

Shelter A
แรกเริ่ม เราก็ไปดูที่เว็บไซต์ของ shelter ที่เราเคยคิดจะเป็นอาสาสมัคร เพราะอยู่ใกล้บ้านสุด ขอเรียกว่า shelter A ละกัน shelter นี้มีที่ฝากแมวหาบ้านในย่านเรา คือ PetCo สาขาใกล้บ้านเรา เราเคยแวะไปเล่นมาก่อนหน้านี้ก็มีน่ารักๆ ที่ชอบเล่นกะเราอยู่ทุกทีที่ไป



กรงแมวหาบ้านของ shelter A ใน PetCo นี่ตั้งอยู่กลางห้างเลย
ที่หน้ากรงจะมีประวัติของแมวแต่ละตัวว่าเกิดเมื่อไหร่ ถูกเจอมาจากที่ไหน ชีวิตก่อนหน้านี้ผ่านอะไรมา


ที่นี่มีค่าธรรมเนียมในการรับอุปการะแมว คือ
- $125 สำหรับแมวอายุต่ำกว่า 6 เดือน หนึ่งตัว
- $100 สำหรับแมวอายุ 6 เดือนขึ้นไป หนึ่งตัว
หากอุปการะสองตัว จะได้ลด $25 ของราคารวมทั้งหมด
โดยที่ค่าธรรมเนียมรวมถึง ค่าตรวจสุขภาพ ค่าตรวจลูคีเมีย ค่าทำหมัน ค่าวัคซีน ค่าฝังไมโครชิป ค่ารักษาเกี่ยวกับหนอน เห็บ หมัด ต่างๆ และประกันสุขภาพสัตว์ 30 วัน
โดยต้องจ่ายเป็นเงินสดเท่านั้น


รายละเอียดการรับอุปการะแมวกับ shelter นี้ ค่าธรรมเนียมเท่าไหร่ รวมอะไรให้บ้าง

วันรุ่งขึ้นเราก็บอกแฟนว่า shelter A อยู่ใกล้บ้าน แวะไปดูมั้ย ค่าธรรมเนียมที่นี่ก็ตามที่บอกไปด้านบน ถ้าสองตัวได้ลดราคาด้วย ฮีก็คำนวณดูว่าสองตัวเท่าไหร่ แล้วบอกว่า งั้นฮีก็สนรับแบบแพ็คคู่ และวันรุ่งขึ้นก็พากันขับรถไปดูตัวแมวกันเลย

ปรากฏว่าไม่มีแมวถูกใจ ส่วนใหญ่อายุหลายปี อายุน้อยสุด 1 ขวบ และไม่มีแมวตัวไหนเล่นด้วยอีกตะหาก มีตัวเดียวที่พอจะออกมานั่งชิดริมกรงให้สอดนิ้วไปลูบไปจับได้บ้าง วันนั้นเลยกลับบ้านมาหาข้อมูลต่อ ก็ไปเจอ shelter B ที่น่าจะมีแมวให้ดูเยอะ แต่ต้องขับรถไปไกลบ้านหน่อย แต่ปกติก็ไปเที่ยวแถวนั้นประจำอยู่แล้ว

หมายเหตุ: ที่ว่าไกลของที่นี่คือขับรถประมาณ 15-20 นาทีนะ ไม่เหมือนใน กทม. ที่ต้องขับเป็น ชม. หรือนานกว่าในระยะทางเท่ากันนี้ เพราะรถติด

Shelter B
ที่ shelter นี้เราไปเจอว่ามีที่โชว์แมวอยู่ที่ PetSmart ที่ La Jolla ข้อมูลอื่นๆ ไม่รู้แน่ชัด รู้แค่ว่าน่าจะมีแมวให้ดูเยอะเลยตัดสินใจไป เพราะอยากรับอุปการะแมวที่ได้ดูตัวจริงๆ แล้ว ไปถึงมีแมวอยู่ราว 7-8 ตัว มีกรงนึงมีแมวเด็ก อายุ 3 เดือนอยู่ 3 ตัว มีตัวนึงที่ลุกมาเล่นด้วย ห้องดูตัวแมวที่นี่จะเป็นกระจก ส่วนกรงอยู่ด้านใน เปิดเข้าไปเองไม่ได้ ต้องรอ จนท. ของ shelter มาประจำการตามเวลา 6 โมงเย็น ถึงจะได้จับต้องแมวได้ ตอนนี้ก็เลยได้แค่เอาไม้ล่อแมวแกว่งอยู่หน้าตู่กระจก

กลับมาที่แมวต่อ แมวพี่น้องสามตัวสีเหมือนๆ กัน คือ เป็นสีดำเกือบทั้งตัว และมีแซมขาวเล็กน้อย อีกสองตัวเอาแต่ขดตัวหลับ ไม่เห็นหน้าตาเลย ส่วนตัวที่ลุกมาเล่นไล่จับไม้ล่อแมวนั้นมีจุดขาวที่จมูก แฟนก็บอกอยากได้เจ้าตัวนี้กับพี่น้องเค้าอีกตัว ตอนนั้นเค้าก็หยิบแบบฟอร์มขอรับอุปการะมากรอก แต่เสร็จแล้วอยู่ๆ ก็บอกว่ากลับกันเถอะ ทั้งที่อีกแค่สิบห้านาที จนท. shelter ก็จะมาถึงแล้วแท้ๆ จะได้เล่นกะแมวดูด้วย ฮีก็บอกไม่รอ และแบบฟอร์มก็กรอกไม่เสร็จ

ระหว่างที่ดูแมว เราเห็นชั้นบนของกรงลูกแมวดำทั้งสามนั้นมีหน้าแมวลายสลิดตัวนึงมองเราอยู่นิ่งๆ หน้าชีสวยมาก เห็นแล้วก็นึกในใจว่าแมวตัวนี้มาดราชินีชะมัด แต่ปรากฏว่าฮีเป็นผู้ชาย ชื่อ Mr.Friendly อายุ 8 เดือน

พอขึ้นรถฮีก็บอกว่า ต้องอีเมล์ไปบอกแลนด์ลอร์ดก่อน เพราะบ้านที่เราอยู่เป็นคอนโดเช่า แล้วถ้าแลนด์ลอร์ดโอเคถึงค่อยส่งใบขอรับอุปการะแมวไปยัง shelter

ผ่านไปสองวัน จากที่ไปดูแมวเมื่อวันพฤหัสฯ เช้าวันเสาร์ตอนไปรับเราจากเรียน ESL แฟนก็บอกว่าเค้าส่งแบบฟอร์มขอรับอุปการะแมวไปแล้ว และมีคนจาก shelter โทรมา บอกว่าให้รับปากว่าจะไม่ให้แมวออกนอกบ้านเด็ดขาด ไม่งั้นจะไม่ให้แมว (ตอนที่ชีโทรมาสัมภาษณ์แฟน เค้าถามจะให้แมวออกจากบ้านมั้ย ฮีบอกอาจให้ออกเมื่อโตขึ้น) แฟนก็รับปาก แล้วชีก็บอกว่า แมวสามตัวพี่น้องเหลือแค่เอ็นเดอร์ตัวเดียว อีกสองตัวได้บ้านไปแล้ว เราก็ว่าเอ็นเดอร์นี่ตัวไหนอะ ใช่ตัวที่เราอยากได้เมื่อวันก่อนเปล่านะ และชีก็บอกว่า เอ็นเดอร์ยังเล็ก เพราะงั้นต้องมีเพื่อนแมวไปด้วยอีกตัว (ถ้าที่บ้านมีแมวอยู่แล้วก็รับเอ็นเดอร์ตัวเดียวได้ ถ้าไม่มีต้องรับแพ็คคู่) แฟนก็บอกจะไปดูตัววันนี้เลย

แต่ตอนนั้นเราบอกแฟนว่าขอแวะไป PetCo ที่แวะไปเมื่อวันก่อนอีกทีได้มั้ย เพราะวันนี้เค้ามีกิจกรรมหาบ้าน อยากรู้ว่ามีอะไรบ้าง เนื่องจากว่าอยู่ใกล้นิดเดียวแฟนเลยพาไป

กลับไปที่ shelter A อีกที เนื่องจากวันนั้นที่ PetCo มีกิจกรรมแมวหาบ้าน พอไปถึงก็ คือ แมวตัวเดิมๆ ที่เราแวะมาดูเมื่อวันก่อน แต่วันนี้มีเจ้าหน้าที่มากางกรงใหญ่ให้แมวอยู่ ให้คนเข้าไปเล่นกับแมวได้ เราก็ลองเข้าไปเล่น ปรากฏว่าแมววิ่งหนี พอเราจับตัว ลูบหัว ก็ตบเราด้วย สุดท้ายก็คอตกออกมา และพากันกลับไปที่ shelter B อีกที


อันนี้รูปเอ็นเดอร์ตอนอยู่ในกรงของ shelter ที่ PetSmart
มัวแต่เล่นกะแมวๆ ใน shelter เลยลืมถ่ายรูป กรงของ shelter นี้
ซึ่งเราจะดูแมวได้ผ่านกระจกเท่านั้น ต้องรอ จนท มาตามเวลาถึงจะได้เล่นได้อุ้มแมว


เมื่อมาถึง shelter B ซึ่งอยู่ที่ PetSmart สาขา La Jolla ก็เดินตรงไปที่กรงแมว มี จนท. มาแล้ว เราก็เลยได้เข้าไปเล่นเอ็นเดอร์ ปรากฏว่าใช่เจ้าแมวตัวที่อยากได้วันน้ันด้วย อุตส่าห์อยู่รอเรานะเอ็นเดอร์ วันนั้นกรงของเอ็นเดอร์ได้เปิดรูให้ไปยังกรงของเฟรนด์ลี่ได้ สองตัวนี้ก็เล่นหนุงหนิงมุ้งมิ้งกันอยู่ ก็เลยคิดว่าจะรับคู่นี้แหละไปด้วยกัน วันนี้เราได้เข้าไปในห้องกระจก และได้เล่นกับแมวเกือบทุกตัว แมวที่นี่น่ารักมาก เข้ากันเองได้ดี และเข้ากะคนได้ดีด้วย อุ้มเล่นได้ทุกตัว เฟรนด์ลี่ก็น่ารักมากๆ ชอบขบมือคนฝากรักด้วย แล้วเรากะแฟนก็ตกลงรับเอ็นเดอร์กับเฟรนด์ลี่กลับบ้านพร้อมกัน ดีใจที่ได้พี่เฟรนด์ลี่มา เพราะแอบถูกชะตาตั้งกะครั้งแรกที่เห็นเมื่อวันก่อน (ตอนนั้นแฟนอยากได้คู่พี่น้องครอกเดียวกัน)


พี่เฟรนด์ลี่ในกรงของ shelter กะลังจะได้กลับบ้านแล้ว รู้ตัวมั้ยน้อ
อ๊ะ รูปพี่เฟรนด์ลี่นี่ถ่ายจากด้านนอกห้องกระจกค่ะ


จากนั้นแฟนก็ดำเนินการเรื่องเอกสาร ทั้งหลายแหล่ คือ หนังสือสัญญารับแมวไปเลี้ยง ตรงนี้ถ้ามีปัญหาสามารถส่งแมวคืนได้ภายในเจ็ดวัน เอกสารประวัติการพบแพทย์ วัคซีนต่างๆ แล้วก็จ่ายตังค์ค่าธรรมเนียม โดยที่ เอ็นเดอร์ยังเด็กเลยค่าตัวแพงกว่า คือ $140 ส่วนเฟรนด์ลี่เกินห้าเดือนแล้ว เลย $100 แต่เพราะแพคคู่เลยได้ลดตัวละ $30 ระหว่างนั้นเราก็เดินช้อปของกิน ของเล่น ของใช้แมว เพียบ แล้วก็ซื้อกรงมาด้วยหนึ่งกรง ใส่แมวได้สองตัว ที่นี่ไม่มีกล่องกระดาษใส่แมวขาย เลยต้องซื้อกรง แต่ยังไงกรงนี่ก็ต้องใช้อยู่แล้วนิ เพราะหลังจากนี้ต้องหิ้วพาไปตรวจสุขภาพที่คลีนิค ที่นี่มีข้อเสียเรื่องนึง คือ ไม่มีประวัติความเป็นมาของแมวให้เราเหมือน shelter A เราอยากรู้มากเลยว่าแมวทั้งคู่ที่เรารับอุปการะมาผ่านอะไรกันมาบ้างอะ

เสร็จสรรพเรียบร้อยหิ้วกรงขึ้นรถกลับบ้าน ระหว่างนั่งรถทั้งคู่เงียบมากกกก แปลกดี แมวที่เลี้ยงที่ไทย ขึ้นรถทีไรโวยวายตลอด พอถึงบ้านก็เอาปล่อยห้องน้ำเล็กก่อน อยากแนะนำบ้านไปทีละจุดก่อนในตอนแรก กลัวแมวตื่น เลยจัดห้องน้ำเล็กให้เป็นที่อยู่ของแมวๆ มีกะบะทราย อาหาร น้ำพร้อม จากนั้นก็ปิดประตูให้แมวอยู่ในห้องน้ำ เพราะจะออกไปซื้ออาหารแมวที่ shelter แนะนำมาอีกห้างนึ่ง


พี่เฟรนด์ลี่เดินสำรวจบ้านใหม่ทั่วบ้านนับแต่วันแรก ส่วนเอ็นเดอร์แอบอยู่ หาตัวมิเจอ

พอซื้ออาหารแมวเสร็จ พร้อมได้คอนโดสูงสามชั้นมาอีกอัน กลับถึงบ้าน ก็ปรากฏว่าพี่เฟรนด์ลี่เปิดประตูห้องน้ำเองได้ ออกมาเดินสำรวจรอบบ้าน ส่วนเอ็นเดอร์หายตัวไปในห้องน้ำ ส่องทั่วห้องถึงได้เจอว่ามีรูเข้าไปแอบใต้ซิงค์ล้างหน้าได้ เลยปล่อยฮีไว้ในนั้น จนกว่าจะออกมาเอง พอฮีออกมาก็เอาผ้าไปอุดรูไว้ไม่ให้เข้าอีก ต้องเอาผ้าขนหนูทำอุโมงค์ให้เอ็นเดอร์อยู่ในอ่างอาบน้ำ 2 วันแรก เพราะพอวันที่สามฮีก็ออกมานอนแอบใต้โซฟาที่ห้องดูทีวีแทน


สองโต๋นี้เค้าเข้ากันดี๊ดี รักกันม๊ากมาก ถึงแม้จะเพิ่งมารู้จักกันในกรงของ shelter แค่ไม่กี่วัน
เค้านอนกอดกันทุกวันเลย


สรุปแล้ว พี่เฟรนด์ลี่เป็นแมวที่แปลกมาก ไม่ตื่นตกใจอะไรง่ายๆ อยากรู้อยากเห็นตลอด ใครมาบ้านก็เดินตามเค้าไปทั่ว แม่บ้านที่มาทำความสะอาดบ้านยังออกปากว่าไม่เหมือนแมวบ้านอื่นๆ ที่ไปทำความสะอาด เพราะพี่เฟรนด์ลี่จะจับตาดูเมดทำความสะอาดตลอดเวลา ส่วนเอ็นเดอร์ขี้ตื่น วิ่งหนีตลอด แต่เวลาอารมณ์ดีๆ จะมาออดอ้อนนอนตัก น่ารักไปอีกแบบ

ปล. ติดตามเรื่องราวและรูปภาพของแมวเมกันสองตัวนี้ของนังทาสไทยคนนี้ได้ที่ https://www.facebook.com/slave2cats นะคะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่