[Movie Review] "MAN OF STEEL บุรุษเหล็กซูเปอร์แมน" EXPERIENCE IT IN IMAX3D นี่คือภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่แอ็คชั่นวินาศสันตะโรที่สุดเท่าที่เคยมีในโลกภาพยนตร์ ซัดกันทีทะลุไปแปดตึก ไม่คงไม่แคร์ชีวิตมนุษยชาติกันเลยทีเดียว ทำเอาหนังซูเปอร์ฮีโร่รวมดาวของอีกค่ายกลายเป็นหนังสำหรับเด็กน้อยไปเลยด้วย ก่อนหนังเข้าฉายเป็นที่คาดหวังอย่างมากในหมู่ผู้ชม เพราะหลังจากมีหนังชุด The Dark Knight Trilogy ขึ้นมาก็ทำให้ผู้ชมในยุคปัจจุบันชอบเสพความดาร์ก จนมักเอาไปเปรียบเทียบกัน แน่ล่ะแบทแมนมันเป็นมนุษย์ธรรมดา บทมันสามารถเขียนให้อยู่ในโลกของความเป็นจริงได้ แต่สำหรับพี่ซุปแน่นอนมันจะต้องมีความแฟนตาซีอยู่ เพราะด้วยสารพัดพลังความสามารถของเขา
ซึ่งรอบปฐมทัศน์ที่เมืองนอกได้ฉายไปก่อนหน้าคะแนนออกมากึ่งๆ คือชอบมากๆกับอาจไม่ชอบไปเลย ทำเอาหวั่นๆว่ามันจะดีมั้ยว้า แต่เพราะอะไร ผมเดาว่าคงเป็นเรื่องของกลุ่มแฟนบอยค่าย Marvel และค่าย DC Comics ที่กดคะแนนกันและกัน แฟนบอยของเมืองนอกเขากินกันไม่ลงเลยแหละ แต่สำหรับคนไทยเชื่อว่าต้องชอบกันอยู่แล้ว เพราะดูจากยอดรายได้หนังหลายเรื่องในไทย คนไทยมักชอบหนังแอ็คชั่นถล่มทำลายล้าง CGเยอะๆซะมาก แต่ถ้าคุณกลัวว่ามันจะออกมาเหมือน The Dark Knight บอกเลยว่าพี่ซุปเวอร์ชั่นนี้ ไม่ซีเรียสเท่า แต่อัดแน่นไปด้วยความมันส์ แอ็คชั่นแบบแซค สไนเดอร์ เข้มข้นแบบคริสโตเฟอร์ โนแลน ไม่ต้องห่วงว่าหนังจะพูดมากชวนหลับ ทุกอย่างดูสนุก น่าติดตาม ผนวกกับอานุภาพของ Score ดนตรีประกอบของ Hans Zimmer ที่ดังผ่างๆคอยบิ้วท์ทุกฉากให้น่าตื่นเต้นตลอดเวลา
คุณจะได้รู้จักโลกของซุปเปอร์แมน หรือคลาร์ก เคนท์ มากกว่าเวอร์ชั่นอื่นๆ ตั้งแต่จุดกำเนิดบนดาวคริปตอนของเขา แต่การเล่าเรื่องในเวอร์ชั่นนี้คือการตัดสู่ปัจจุบัน และเล่าอดีตแบบแฟลชแบ็ค บางคนอาจไม่ชอบทำให้รู้สึกไม่ต่อเนื่องแบบตัดอารมณ์ สำหรับผมก็มีบ้างอย่างอดีตที่กำลังดราม่าถึงจุดบีบน้ำตาได้อยู่แล้วเชียว ก็ตัดกลับมาฉากปัจจุบัน มองในอีกแง่มุม การเล่าแบบแฟลชแบ็คช่วยให้รู้สึกว่าตัวละครมันมีความทรงจำที่สุขและทุกข์ถึงสังคมรอบตัวและครอบครัวที่เลี้ยงดูเขาไปพร้อมๆกัน ที่แสดงถึงการพัฒนาตัวละครคลาร์ก เคนท์ก่อนจะมาเป็นพี่ซุป ที่เขายึดมั่นความดีงามในแบบของมนุษย์ที่หล่อหลอมเขาขึ้นมาเพื่อปกป้องมนุษย์ชาติในโลกที่เขาอาศัยอยู่ หากต้องไปเล่าเรื่องราวแบบเส้นตรง 1 2 3 ตามสเต็ป เหมือนเวอร์ชั่นก่อนๆ งั้นหนังคงยาวไปเกือบ 4 ชั่วโมงเป็นแน่ ฉะนั้นคงเป็นเหตุผลที่ทำให้ต้องดำเนินเรื่องที่ค่อนข้างเร็ว
บทอาจมีหลวมๆบ้าง ช่วง 20 นาทีแรกห้ามพลาดเด็ดขาด ถือว่าเป็นเนื้อหาสำคัญ ช่วงกลางเน้นดราม่าแต่ไม่น่าเบื่อ มีตัดเข้าสู่ฉากตื่นตาบ้าง อย่างฉากบินครั้งแรกรู้สึกขนลุกและมีพลังมาก และช่วงท้ายกว่าเกือบชั่วโมงนั้นแอ็คชั่น non-stop จนแทบลืมหยุดหายใจ เล่นเอาซะคุ้มเลย แต่พี่ซุป

โดนอัดทะลุจนเมืองพินาศขนาดนั้น หน้าผมยังเป๊ะได้อยู่ ไม่มีฝุ่นติดตัวเลย โฮะๆ ในเรื่องของภาพถือว่าสวยงาม แสงองค์ประกอบทุกอย่างดูมีศิลปะ ใช่สิ ผกก.แซ็คซะอย่าง แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือลายเซ็นภาพสโลว์โมชั่นสุดสวยของเขาคุณจะไม่ได้พบมันในเรื่องนี้ แต่จะเปลี่ยนเป็นภาพแฮนด์เฮล ที่ไวจนแทบดูไม่ทัน เสมือนอยู่ในเหตุการณ์ในหนังกับเขาด้วย
นอกจากนั้นยังมี Easter Egg ให้เซอร์ไพรส์ ถ้าคุณไม่รู้มาก่อน แน่นอนว่าคุณจะไม่สนใจมันแน่ๆ ให้ลองสังเกตฉากที่พี่ซุปอัดกับซ็อดในอวกาศ จะมีดาวเทียมดวงหนึ่งซึ่งมีโลโก้ W Enterprise (เวนย์ เอ็นเตอร์ไพรส์) บริษัทของบรู๊ซ เวย์น หรือพี่แบทแมนของเรานั่นเอง ที่หาก MAN OF STEEL ประสบความสำเร็จ คุณจะได้ชมหนังรวมดาวของฝั่ง DC Comics อย่าง Justic League แน่นอน แต่เห็นว่าตอนนี้ประกาศแล้วว่าจะสร้าง MAN OF STEEL 2 ก่อนจะไปถึงจุดนั้น
เฮนรี่ คาวิลล์ พระเอกผู้รับบทพี่ซุป สามารถลบล้างคำปรามาสที่ว่าเขาไม่เหมาะกับบทนี้ได้ เหมือนที่ตอนประกาศว่าแดเนียล เครกจะเข้ามารับบทเจมส์ บอนด์ จนผู้ชมได้ประจักษ์การแสดงเขาในหนัง ซึ่งใน Man of Steel คุณจะเห็นว่าเขานั้นหล่อโคตร ทั้งมาดแมน และเท่ที่สุดๆ โดยเฉพาะวินาทีสุดท้ายของหนังที่แสดงถึงใบหน้าพร้อมรอยยิ้มของเขา ซึ่งอาจทำให้สาวๆกรี๊ดแตกได้จริงๆ และไมเคิล แชนน่อน ในบทนายพลซ็อด ก็ทำได้ดี เชื่อว่าเป็นตัวร้ายที่มีอุดมการณ์ ที่ดูไม่ได้เป็นจิตเภท และสร้างภาพลักษณ์วายร้ายได้ระดับเดียวกับโจ๊กเกอร์ ที่ฮีธ เล็ดเจอร์เคยสร้างไว้ ส่วนบทของเอมี่ อดัมส์ หรือนางเอกโลอิส เลน เวอร์ชั่นนี้เธอดูฉลาด สมาร์ทมากขึ้น เหมาะกับนักข่าวสาวยุค 2013 จริงๆ ยังมีไดแอน เลน ผู้รับบทแม่บุญธรรม มาร์ธา เคนท์ ก็ดูเป็นแม่ที่ดูแข็งแกร่งดีเหมือนกันไม่แก่เงอะงะ ส่วนรัสเซลล์ โครว์ และเควิน คอสต์เนอร์ แม้จะโผล่มาไม่เยอะ แต่ก็สามารถแบกรับหน้าที่ตัวละครที่ทำให้ช่วงเวลาสำคัญเหล่านั้นผ่านไปอย่างยอดเยี่ยม
และการได้ชมในระบบ IMAX3D บอกได้ว่า 3D นั้นธรรมดามาก แบนไม่มีทะลุ แต่ก็ไม่ใช่ว่าคุณจะหนีไปดูโรงธรรมดานะ เพราะคุณควรจะชมหนังเรื่องนี้ภาพบนจอยักษ์และเสียงที่กระหึ่ม 12000วัตต์ ก็บิ้วท์จนอะครีนาลีนสูบฉีดทั่วร่าง เพราะตัว ผกก.แซ็ค เค้าบอกอยู่แล้วว่า 3D จะเป็นแค่ส่วนเสริมเท่านั้น แต่จะสำคัญที่เนื้อหาหนัง ความสนุก ความมันส์ จนลืมข้อเสียทุกอย่างของหนังไปเลย ถึงแม้จะยังคงเป็นรอง The Dark Knight Trilogy เรื่องความลงตัวและหนักแน่น แต่ "MAN OF STEEL บุรุษเหล็กซูเปอร์แมน" ก็เอาชนะหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องอื่นๆที่เคยมีตอนนี้ได้หมดอย่างราบคาบ และเป็นภาพยนตร์บล็อคบัสเตอร์ที่ไม่ควรพลาดประการใดทั้งปวง I GIVE A (95/100)
[Movie Review] "MAN OF STEEL บุรุษเหล็กซูเปอร์แมน" หนังซูเปอร์ฮีโร่ที่โคตะระมันส์ทะลุไปแปดตึก
[Movie Review] "MAN OF STEEL บุรุษเหล็กซูเปอร์แมน" EXPERIENCE IT IN IMAX3D นี่คือภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่แอ็คชั่นวินาศสันตะโรที่สุดเท่าที่เคยมีในโลกภาพยนตร์ ซัดกันทีทะลุไปแปดตึก ไม่คงไม่แคร์ชีวิตมนุษยชาติกันเลยทีเดียว ทำเอาหนังซูเปอร์ฮีโร่รวมดาวของอีกค่ายกลายเป็นหนังสำหรับเด็กน้อยไปเลยด้วย ก่อนหนังเข้าฉายเป็นที่คาดหวังอย่างมากในหมู่ผู้ชม เพราะหลังจากมีหนังชุด The Dark Knight Trilogy ขึ้นมาก็ทำให้ผู้ชมในยุคปัจจุบันชอบเสพความดาร์ก จนมักเอาไปเปรียบเทียบกัน แน่ล่ะแบทแมนมันเป็นมนุษย์ธรรมดา บทมันสามารถเขียนให้อยู่ในโลกของความเป็นจริงได้ แต่สำหรับพี่ซุปแน่นอนมันจะต้องมีความแฟนตาซีอยู่ เพราะด้วยสารพัดพลังความสามารถของเขา
ซึ่งรอบปฐมทัศน์ที่เมืองนอกได้ฉายไปก่อนหน้าคะแนนออกมากึ่งๆ คือชอบมากๆกับอาจไม่ชอบไปเลย ทำเอาหวั่นๆว่ามันจะดีมั้ยว้า แต่เพราะอะไร ผมเดาว่าคงเป็นเรื่องของกลุ่มแฟนบอยค่าย Marvel และค่าย DC Comics ที่กดคะแนนกันและกัน แฟนบอยของเมืองนอกเขากินกันไม่ลงเลยแหละ แต่สำหรับคนไทยเชื่อว่าต้องชอบกันอยู่แล้ว เพราะดูจากยอดรายได้หนังหลายเรื่องในไทย คนไทยมักชอบหนังแอ็คชั่นถล่มทำลายล้าง CGเยอะๆซะมาก แต่ถ้าคุณกลัวว่ามันจะออกมาเหมือน The Dark Knight บอกเลยว่าพี่ซุปเวอร์ชั่นนี้ ไม่ซีเรียสเท่า แต่อัดแน่นไปด้วยความมันส์ แอ็คชั่นแบบแซค สไนเดอร์ เข้มข้นแบบคริสโตเฟอร์ โนแลน ไม่ต้องห่วงว่าหนังจะพูดมากชวนหลับ ทุกอย่างดูสนุก น่าติดตาม ผนวกกับอานุภาพของ Score ดนตรีประกอบของ Hans Zimmer ที่ดังผ่างๆคอยบิ้วท์ทุกฉากให้น่าตื่นเต้นตลอดเวลา
คุณจะได้รู้จักโลกของซุปเปอร์แมน หรือคลาร์ก เคนท์ มากกว่าเวอร์ชั่นอื่นๆ ตั้งแต่จุดกำเนิดบนดาวคริปตอนของเขา แต่การเล่าเรื่องในเวอร์ชั่นนี้คือการตัดสู่ปัจจุบัน และเล่าอดีตแบบแฟลชแบ็ค บางคนอาจไม่ชอบทำให้รู้สึกไม่ต่อเนื่องแบบตัดอารมณ์ สำหรับผมก็มีบ้างอย่างอดีตที่กำลังดราม่าถึงจุดบีบน้ำตาได้อยู่แล้วเชียว ก็ตัดกลับมาฉากปัจจุบัน มองในอีกแง่มุม การเล่าแบบแฟลชแบ็คช่วยให้รู้สึกว่าตัวละครมันมีความทรงจำที่สุขและทุกข์ถึงสังคมรอบตัวและครอบครัวที่เลี้ยงดูเขาไปพร้อมๆกัน ที่แสดงถึงการพัฒนาตัวละครคลาร์ก เคนท์ก่อนจะมาเป็นพี่ซุป ที่เขายึดมั่นความดีงามในแบบของมนุษย์ที่หล่อหลอมเขาขึ้นมาเพื่อปกป้องมนุษย์ชาติในโลกที่เขาอาศัยอยู่ หากต้องไปเล่าเรื่องราวแบบเส้นตรง 1 2 3 ตามสเต็ป เหมือนเวอร์ชั่นก่อนๆ งั้นหนังคงยาวไปเกือบ 4 ชั่วโมงเป็นแน่ ฉะนั้นคงเป็นเหตุผลที่ทำให้ต้องดำเนินเรื่องที่ค่อนข้างเร็ว
บทอาจมีหลวมๆบ้าง ช่วง 20 นาทีแรกห้ามพลาดเด็ดขาด ถือว่าเป็นเนื้อหาสำคัญ ช่วงกลางเน้นดราม่าแต่ไม่น่าเบื่อ มีตัดเข้าสู่ฉากตื่นตาบ้าง อย่างฉากบินครั้งแรกรู้สึกขนลุกและมีพลังมาก และช่วงท้ายกว่าเกือบชั่วโมงนั้นแอ็คชั่น non-stop จนแทบลืมหยุดหายใจ เล่นเอาซะคุ้มเลย แต่พี่ซุป
นอกจากนั้นยังมี Easter Egg ให้เซอร์ไพรส์ ถ้าคุณไม่รู้มาก่อน แน่นอนว่าคุณจะไม่สนใจมันแน่ๆ ให้ลองสังเกตฉากที่พี่ซุปอัดกับซ็อดในอวกาศ จะมีดาวเทียมดวงหนึ่งซึ่งมีโลโก้ W Enterprise (เวนย์ เอ็นเตอร์ไพรส์) บริษัทของบรู๊ซ เวย์น หรือพี่แบทแมนของเรานั่นเอง ที่หาก MAN OF STEEL ประสบความสำเร็จ คุณจะได้ชมหนังรวมดาวของฝั่ง DC Comics อย่าง Justic League แน่นอน แต่เห็นว่าตอนนี้ประกาศแล้วว่าจะสร้าง MAN OF STEEL 2 ก่อนจะไปถึงจุดนั้น
เฮนรี่ คาวิลล์ พระเอกผู้รับบทพี่ซุป สามารถลบล้างคำปรามาสที่ว่าเขาไม่เหมาะกับบทนี้ได้ เหมือนที่ตอนประกาศว่าแดเนียล เครกจะเข้ามารับบทเจมส์ บอนด์ จนผู้ชมได้ประจักษ์การแสดงเขาในหนัง ซึ่งใน Man of Steel คุณจะเห็นว่าเขานั้นหล่อโคตร ทั้งมาดแมน และเท่ที่สุดๆ โดยเฉพาะวินาทีสุดท้ายของหนังที่แสดงถึงใบหน้าพร้อมรอยยิ้มของเขา ซึ่งอาจทำให้สาวๆกรี๊ดแตกได้จริงๆ และไมเคิล แชนน่อน ในบทนายพลซ็อด ก็ทำได้ดี เชื่อว่าเป็นตัวร้ายที่มีอุดมการณ์ ที่ดูไม่ได้เป็นจิตเภท และสร้างภาพลักษณ์วายร้ายได้ระดับเดียวกับโจ๊กเกอร์ ที่ฮีธ เล็ดเจอร์เคยสร้างไว้ ส่วนบทของเอมี่ อดัมส์ หรือนางเอกโลอิส เลน เวอร์ชั่นนี้เธอดูฉลาด สมาร์ทมากขึ้น เหมาะกับนักข่าวสาวยุค 2013 จริงๆ ยังมีไดแอน เลน ผู้รับบทแม่บุญธรรม มาร์ธา เคนท์ ก็ดูเป็นแม่ที่ดูแข็งแกร่งดีเหมือนกันไม่แก่เงอะงะ ส่วนรัสเซลล์ โครว์ และเควิน คอสต์เนอร์ แม้จะโผล่มาไม่เยอะ แต่ก็สามารถแบกรับหน้าที่ตัวละครที่ทำให้ช่วงเวลาสำคัญเหล่านั้นผ่านไปอย่างยอดเยี่ยม
และการได้ชมในระบบ IMAX3D บอกได้ว่า 3D นั้นธรรมดามาก แบนไม่มีทะลุ แต่ก็ไม่ใช่ว่าคุณจะหนีไปดูโรงธรรมดานะ เพราะคุณควรจะชมหนังเรื่องนี้ภาพบนจอยักษ์และเสียงที่กระหึ่ม 12000วัตต์ ก็บิ้วท์จนอะครีนาลีนสูบฉีดทั่วร่าง เพราะตัว ผกก.แซ็ค เค้าบอกอยู่แล้วว่า 3D จะเป็นแค่ส่วนเสริมเท่านั้น แต่จะสำคัญที่เนื้อหาหนัง ความสนุก ความมันส์ จนลืมข้อเสียทุกอย่างของหนังไปเลย ถึงแม้จะยังคงเป็นรอง The Dark Knight Trilogy เรื่องความลงตัวและหนักแน่น แต่ "MAN OF STEEL บุรุษเหล็กซูเปอร์แมน" ก็เอาชนะหนังซูเปอร์ฮีโร่เรื่องอื่นๆที่เคยมีตอนนี้ได้หมดอย่างราบคาบ และเป็นภาพยนตร์บล็อคบัสเตอร์ที่ไม่ควรพลาดประการใดทั้งปวง I GIVE A (95/100)