สมัยมาร์คมีการกู้เงินทั้งแบบ พรบ และ พรก รวม แปดแสนล้านบาท นำมาใช้ในโครงการไทยเข้มแข็งประมาณ 4แสนล้านบาท
จะอธิบายให้เห็นภาพง่ายๆคือ มาร์คได้เป็นผู้จัดการโรงงานแห่งหนึ่ง วันนึงไปที่แบงค์แล้วขอกู้เงินแบงค์ บอกว่าจะเอามาซื้อเครื่องจักร ปรับปรุงการผลิต เพิ่มยอดขาย และเอามาเป็นสวัสดิการของพนักงานและทำระบบรถรับ-ส่ง พนักงานและสินค้า แบงค์เห็นด้วยเพราะกู้ไม่เยอะ ก็ปล่อยกู้ (พรบ. ตวรจสอบได้)
แล้วทีนี้มาร์คกลัวว่า เงินที่กู้มาจะไม่พอ ไปขอกู้เพิ่มเครดิตก็ไม่ได้ ก็ไปกู้เงินด่วนนอกระบบมาอีกก้อนนึง เอาไว้สำรองหมุนเงินและจ่ายหนี้แบงค์ (พรก. ไปแอบกู้ ตรวจสอบไม่ได้)
พอกู้มาได้แล้ว สองก้อน 8แสนล้าน มาร์คก็ยังไม่เอาไปใช้ เพราะยังไม่รู้จะเอาไปใช้ทำอะไรหรือพัฒนา ปรับปรุงโรงงาน สวัสดิการ ระบบขนส่งยังไง ก็เอาใส่เซฟของโรงงานเอาไว้ก่อน แล้วก็ประกาศให้ พนง ทราบว่า ใครมีไอเดียจะปรับปรุงอะไรโรงงานก็บอกมานะ เดี๋ยวจะแจกเงินไปทำ
หัวหน้ายามก็ขอเงินไปซื้อเครื่องตรวจโลหะ กท.๒๐๐ มาร์คก็ให้ไป
หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์บอกว่า โรงงานของเราควรจะมีเสาธงชาติเอาไว้ให้ พนง ยืนตรงทุกวัน เพื่อความสามัคคี เราจะตั้งเสาธงชาติไว้ทุกสาขาของเรา 70กว่าสาขา ต้นละ5แสน ไม่แพงนะครับ เพื่อความสามัคคีของพนักงาน มาร์คก็ให้ไป
ฝ่ายสหภาพก็บอกว่า ช่วงนี้ยอดขายไม่ค่อยดี รายได้ไม่เยอะ พนง.เงินเดือนก็น้อย ขอแจกโบนัสให้คนละ 2000 กับอยากให้ลูกหลานของ พนง ได้เรียนหนังสือฟรีที่โรงเรียนของโรงงาน มาร์คก็ให้ไป
แล้วก็มีคนมายื่นไอเดียของเงินไปทำโน่นนี่กันคนละนิดละหน่อย จ้างฝรั่งมาคิดสโลแกนบ้าง ซื้อของที่เขาไม่อยากได้กันไปแจกบ้าง
สรุปกู้เงินมาทำอะไรไม่รู้ มโนสาเหร่ ไม่ได้พัฒนาโรงงานและพนักงานอะไร ทั้งซื้อของ ทั้งซื้อแจก ทั้งแจกเงิน แต่ยังใช้ไม่หมดเหลืออีก สามแสนกว่าล้านอยู่ในเซฟของบริษัท มาร์คก็ดีใจ แหม สมัยเราเป็นผู้จัดการ โรงงานแห่งนี้มีเงินสำรองอยู่ในเซฟของโรงงานมากที่สุดเลย พอโดนปลดไปแล้ว ก็ยังคุยทับผู้จัดการคนใหม่ว่า ที่เธอมีเงินมาใช้จ่ายปรับปรุงโรงงานที่โดนน้ำท่วมจนทันสมัย มียอดขายมากมายแบบนี้ ก็เพราะ ชั้นเป็นคนหาเงินมาให้ใช้หรอกนะ (เงินที่เอ็งกู้มาแล้วใช้ไม่หมดเนี่ยนะ เอ็งจะไม่พูดถึงดอกเบี้ยเงินที่เอ็งกู้มาท่วมหัวตรูสักหน่อยรึ)
ตอนนี้ผู้จัดการคนใหม่ จะกู้เงินมาปรับปรุงโรงงานจริงๆ มาร์คก็เลยค้านเต็มที่ เพราะ มาร์คกลัวว่า ผู้จัดการคนใหม่นี้ จะกู้เงินแล้วเอามาโปรยแจกแบบที่ตัวเองเคยทำมาก่อน เดี๋ยวโรงงานจะล้มละลาย
เห็นมะ มาร์คเขาหวังดีจริงๆ
สรุปสั้นๆ ไม่เกินสามบรรทัด สำหรับ สลิ่ม
มาร์คกู้เงินจะเอามาลงทุนทำธุรกิจ แล้วก็เอามาซื้อรถมอเตอร์ไซค์ไว้ขี่เที่ยว ซื้อไอโฟนเอามาขอเบอร์สาว ซื้อรถยนต์เอามาขับโชว์ ฯลฯ แทนที่จะเอาไปลงทุนจริงๆนั่นแหละ เงินกู้ที่เหลือก็เอาไว้จ่ายดอกเบี้ย ตอนที่เขาส่งใบแจ้งหนี้มาให้
นี่แหละ วิธีบริหารแบบ มาร์คๆ
อธิบายเรื่องเงินกู้สมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์แบบ ง่ายๆ
จะอธิบายให้เห็นภาพง่ายๆคือ มาร์คได้เป็นผู้จัดการโรงงานแห่งหนึ่ง วันนึงไปที่แบงค์แล้วขอกู้เงินแบงค์ บอกว่าจะเอามาซื้อเครื่องจักร ปรับปรุงการผลิต เพิ่มยอดขาย และเอามาเป็นสวัสดิการของพนักงานและทำระบบรถรับ-ส่ง พนักงานและสินค้า แบงค์เห็นด้วยเพราะกู้ไม่เยอะ ก็ปล่อยกู้ (พรบ. ตวรจสอบได้)
แล้วทีนี้มาร์คกลัวว่า เงินที่กู้มาจะไม่พอ ไปขอกู้เพิ่มเครดิตก็ไม่ได้ ก็ไปกู้เงินด่วนนอกระบบมาอีกก้อนนึง เอาไว้สำรองหมุนเงินและจ่ายหนี้แบงค์ (พรก. ไปแอบกู้ ตรวจสอบไม่ได้)
พอกู้มาได้แล้ว สองก้อน 8แสนล้าน มาร์คก็ยังไม่เอาไปใช้ เพราะยังไม่รู้จะเอาไปใช้ทำอะไรหรือพัฒนา ปรับปรุงโรงงาน สวัสดิการ ระบบขนส่งยังไง ก็เอาใส่เซฟของโรงงานเอาไว้ก่อน แล้วก็ประกาศให้ พนง ทราบว่า ใครมีไอเดียจะปรับปรุงอะไรโรงงานก็บอกมานะ เดี๋ยวจะแจกเงินไปทำ
หัวหน้ายามก็ขอเงินไปซื้อเครื่องตรวจโลหะ กท.๒๐๐ มาร์คก็ให้ไป
หัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์บอกว่า โรงงานของเราควรจะมีเสาธงชาติเอาไว้ให้ พนง ยืนตรงทุกวัน เพื่อความสามัคคี เราจะตั้งเสาธงชาติไว้ทุกสาขาของเรา 70กว่าสาขา ต้นละ5แสน ไม่แพงนะครับ เพื่อความสามัคคีของพนักงาน มาร์คก็ให้ไป
ฝ่ายสหภาพก็บอกว่า ช่วงนี้ยอดขายไม่ค่อยดี รายได้ไม่เยอะ พนง.เงินเดือนก็น้อย ขอแจกโบนัสให้คนละ 2000 กับอยากให้ลูกหลานของ พนง ได้เรียนหนังสือฟรีที่โรงเรียนของโรงงาน มาร์คก็ให้ไป
แล้วก็มีคนมายื่นไอเดียของเงินไปทำโน่นนี่กันคนละนิดละหน่อย จ้างฝรั่งมาคิดสโลแกนบ้าง ซื้อของที่เขาไม่อยากได้กันไปแจกบ้าง
สรุปกู้เงินมาทำอะไรไม่รู้ มโนสาเหร่ ไม่ได้พัฒนาโรงงานและพนักงานอะไร ทั้งซื้อของ ทั้งซื้อแจก ทั้งแจกเงิน แต่ยังใช้ไม่หมดเหลืออีก สามแสนกว่าล้านอยู่ในเซฟของบริษัท มาร์คก็ดีใจ แหม สมัยเราเป็นผู้จัดการ โรงงานแห่งนี้มีเงินสำรองอยู่ในเซฟของโรงงานมากที่สุดเลย พอโดนปลดไปแล้ว ก็ยังคุยทับผู้จัดการคนใหม่ว่า ที่เธอมีเงินมาใช้จ่ายปรับปรุงโรงงานที่โดนน้ำท่วมจนทันสมัย มียอดขายมากมายแบบนี้ ก็เพราะ ชั้นเป็นคนหาเงินมาให้ใช้หรอกนะ (เงินที่เอ็งกู้มาแล้วใช้ไม่หมดเนี่ยนะ เอ็งจะไม่พูดถึงดอกเบี้ยเงินที่เอ็งกู้มาท่วมหัวตรูสักหน่อยรึ)
ตอนนี้ผู้จัดการคนใหม่ จะกู้เงินมาปรับปรุงโรงงานจริงๆ มาร์คก็เลยค้านเต็มที่ เพราะ มาร์คกลัวว่า ผู้จัดการคนใหม่นี้ จะกู้เงินแล้วเอามาโปรยแจกแบบที่ตัวเองเคยทำมาก่อน เดี๋ยวโรงงานจะล้มละลาย
เห็นมะ มาร์คเขาหวังดีจริงๆ
สรุปสั้นๆ ไม่เกินสามบรรทัด สำหรับ สลิ่ม
มาร์คกู้เงินจะเอามาลงทุนทำธุรกิจ แล้วก็เอามาซื้อรถมอเตอร์ไซค์ไว้ขี่เที่ยว ซื้อไอโฟนเอามาขอเบอร์สาว ซื้อรถยนต์เอามาขับโชว์ ฯลฯ แทนที่จะเอาไปลงทุนจริงๆนั่นแหละ เงินกู้ที่เหลือก็เอาไว้จ่ายดอกเบี้ย ตอนที่เขาส่งใบแจ้งหนี้มาให้
นี่แหละ วิธีบริหารแบบ มาร์คๆ